Pieta

 

 

ไปชมประติมากรรม Pieta ที่มหาวิหารเซ็นต์ปีเตอร์ นครรัฐวาติกันกรุงโรมกันครับ

 

 


หน้ามหาวิหารเซ็นต์ปีเตอร์ด้านซ้ายคือแถวของผู้ที่เข้าคิวเพื่อเข้าชมภายในมหาวิหาร ส่วนด้านขวาคือผู้ที่กลับออกมาซึ่งรวมทั้งผมด้วย คิวตอนเช้ายังไม่เยอะเท่านี้เห็นแล้วอ่อนใจเลย ฉะนั้น เวลาไปชมสถานที่ท่องเที่ยวมีชื่อเสียง ควรไปแต่เช้า ก่อนกรุ๊ปทัวร์ ยิ่งหลัง ๆ กรุ๊ปทัวร์จินอาละวาดไปทั่วโลก ออกได้เช้าเท่าไหร่ยิ่งดีเท่านั้น






สำหรับตัวมหาวิหาร (St. Peter's Basilica) ซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมศิลปะสไตล์เรเนอซ้องส์ (Renaissance) อันมีความสวยงามและยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ผมขอขยักเอาไว้โพสท์คราวหน้าครับ





ภายใต้โดมของมหาวิหารทำเป็นช่องกระจกให้แสงธรรมชาติส่องลงมา ภายในสร้างบรรยากาศความขลังความศรัทธาได้ดี





จุดไฮไล้ท์ภายในมหาวิหารนี้ก็คือประติมากรรม Pieta กว่าจะเบียดฝูงชนเข้าไปถึงจุดนี้ได้ก็ใช้เวลาโข พอมาถึงเจอกลุ่มคนชะเง้อแน่นเหมือนกับบริเวณหน้ารูปโมนาลิซ่าในพิพิธภัณฑ์ลูร์ฟกรุงปารีสยังไงยังงั้น นึกในใจว่า แล้วเราจะฝ่าเข้าไปดูใกล้ ๆ ได้ใหมเนี่ย แต่ไม่นานครับ กรุ๊ปทัวร์เหล่านี้มาไวเคลมไว






แป้ปเดียวเกลี้ยง เดินตามธงหัวหน้าทัวร์ไปนู่นแล้ว ห้องประติมากรรม Pieta ถูกกั้นด้วยกระจกเต็มพื้นที่ด้วยกระจกนิรภัยอย่างดี ผมแอบใช้นิ้วเคาะดูรู้สึกถึงความหนาได้

ที่ต้องกั้นก็เพราะว่าเมื่อตอนไม่ได้กั้นใคร ๆ ก็สามารถเข้าไปชมอย่างใกล้ชิดได้ จนในปี ค.ศ.1972 ได้มีชายคนหนึ่งประกาศตัวว่า “ข้าคือพระเยซู” ได้ถือค้อนเข้าไปทุบรูปแกะสลักนี้ ทำให้บางส่วนเสียหาย เช่นตรงจมูกของพระแม่มารี ทำให้หลังจากนั้นต้องมีการป้องกันอย่างแน่นหนา






สังเกตตรงจมูกของพระแม่มารีจะเห็นว่ามีสีผิวแตกต่างจากส่วนอื่น เนื่องจากของเดิมได้รับความเสียหายจากฝีมือขุนค้อนคราวนั้น จึงได้รับการซ่อมแซมโดยใช้ชิ้นส่วนของหินอ่อนที่สกัดมาจากด้านหลัง





สำหรับโพสท์ครั้งนี้ขอออกตัวก่อนว่าขอแตะวิชาการแต่ผิว ๆ เท่านั้น เพราะห่างเหินจากแวดวงวิชาการไปนานเป็นได้แค่นักวิชาเกิน เพื่อน ๆ ศิลปินที่ตามโพสท์นี้อยู่ช่วยกรุณาเสริมหรือเห็นอะไรผิดช่วยแก้ให้ด้วยครับ





ภาพพระแม่มารีประคองร่างพระเยซูอยู่บนตัก จัดวางอยู่ในโครงร่างทรงสามเหลี่ยมปีระมิดซึ่งเป็นที่นิยมกันในยุคนั้น






สำหรับรูปแกะสลัก Pieta ถ้าพิจารณาสัดส่วนกันอย่างละเอียดแล้ว แล้ว จะเห็นว่าพระแม่มารีดูจะมีรูปร่างใหญ่โตมาก หากนำไปเที่ยบกับสัดส่วนของพระเยซู ที่เป็นเช่นนี้ สัณิษฐานว่า Michelangelo อาจต้องการสื่อถึงความเป็นแม่เปรียบพระเยซูเหมือนเป็นเด็กอยู่ในการโอบอุ้มของมารดา





สมัยผมเรียน คุณครูพรรณนาว่าฝีมือการแกะสลักของบรมครู Michelangelo ชิ้นนี้ มีความละเอียดวิจิตรพิสดารอย่างโน้นอย่างนี้ ผมได้แต่ทำหน้าชื่นชมไปด้วย เดี๋ยวเสียฟอร์ม ไม่ใช่อะไรหรอกครับรูปที่คุณครูเอามาให้ดูเป็นรูปจากหนังสือเปิดให้ดูกันทั้งห้อง แหม..รูปเล็กขนาดนั้นทำใจลำบากครับ


ครั้นจะทำเป็นภาพสไลด์ฉายขึ้นจอก็ต้องผ่านกระบวนการหลายขั้นตอนตั้งแต่การผลิตจนถึงขั้นตอนการฉาย ส่วนเพาเวอร์พ้อยท์ออกโปรเจ็คเตอร์นั้นไม่ต้องพูดถึงยังไม่เกิด ทำให้คุณครูต้องนำเสนอแบบดิบ ๆ อย่างนั้น





เมื่อผมมาห็นของจริงเข้า นึกถึงคำพูดของคุณครูทันที ดูอารมณ์ความรู้สึก ดูความละเอียดความเนี้ยบซิครับ





รอยจีบ รอยยับ การทิ้งตัวของผ้า เหมือนไม่ได้แกะมาจากหินที่มีความแข็งแกร่ง





ภาพนี้เบลอไปหน่อย เพราะสถานที่จริงแสงน้อย ผมไม่ได้พกขาคั้งกล้องไปด้วยอาศัยพิงเอากับกระจกกันกระสุนนั่นแหละครับ





ภายในมหาวิหารยังมีสิ่งที่น่าสนใจอีกหลายสิ่งโดยเฉพาะซุ้มครอบหลุมฝังศพ (Bernini's Canopy) สไตล์บาโร้ค ฝีมือการออกแบบของ Gian Lorenzo Bernini แต่ขอผลัดไว้ก่อนตามเคยครับ คราวนี้กลับเข้าสู่สามัญโดยไปชมภาพเก็บตกไร้สาระตามถนัดของผมดีกว่า





ปกติหัวหน้าทัวร์ทั้งหลายจะมีอุปกรณ์ชนิดหนึ่งถือติดมือ สำรับชูเพื่อเป็นเป้าหมายให้ลูกทัวร์เห็นแต่ไกล จะได้ไม่พลัดพรากจากกัน อุปกรณ์นี้ถือว่าเป็นไม้กายสิทธิ์ ชูไปทางใหนจะมีคนเดินตามเป็นพรวน

ไม้กายสิทธิ์ที่เป็นมาตรฐานทั่วไปได้แก่ธงสีหรือโลโก้ของใครของมัน ร่ม หรือเสาอากาศผูกริบบิ้น เป็นต้น





แต่หัวหน้าทัวร์รายนี้มาแปลก ใช้ถุงมือสีแดงเสียบด้ามที่ทำจากม้วนกระดาษพันด้วนสก๊อตเทป





จะว่าจงใจหรือแก้ปัญหาเฉพาะหน้าก็ไม่ทราบ แต่ที่แน่ ๆ ลูกทัวร์เห็นชัดและเดินตามโดยไม่หลงกรุ๊ปแน่นอน





ส่วนอันนี้ดูคิกขุไม่เบา





ที่พิพิธภัณฑ์วาติกันคล้ายกับของข้างบน




 

 

หัวหน้าทัวร์กำลังปฐมนิเทศหัวหน้าทัวร์ก่อนปล่อยไปหากินเอง หัวหน้าทัวร์แต่งตัวได้จ๊าบมาก น่าไปสมัครเป็นลูกทัวร์






เปลี่ยนมาดูฝั่งนักท่องเที่ยวบ้าง






นักท่องเที่ยวสาวกลุ่มนี้นัดกันแต่งตัวได้กิ๊บเก๋เท่ระเบิดมาก ๆ






สองสาวนี้ถ้ามาเที่ยววัดสำคัญในเมืองไทยโดนจับใส่ผ้าถุงแน่






ส่วนสอง(ไม่)สาวนี้คงไม่อยากเบียดคนเข้าไปชมวิหาร มานั่งส่งไลน์แอ้ดเฟสเล่นบนเครื่องสแกนกระเป๋าที่ไม่ใช้แล้วอยู่มุมห้อง



ยังไม่จบครับ...

แก้ไขล่าสุด ใน พ.ย.272015

"กินและเที่ยวเรื่อยไปตามใจฉัน"

Wat*ka*Darin Contact

watkadarin Guest

เรามี 420 บุคคลทั่วไป ออนไลน์

 

ขออภัย เนื่องจากถูก spam คุกคาม

จึงของดลงทะเบียนสมาชิกชั่วคราว

ลงทะเบียน