London - York



ตอนแรกว่าจะเขียนเรื่อง London 2 ต่อ แต่เพื่อเปลี่ยนบรรยากาศผมว่าไปเที่ยวต่างจังหวัดเป็นการสลับฉากดีกว่า





โปรแกรมทัวร์สก๊อตแลนด์ผมกำหนดไว้ 4 คืน 5 วัน  เดินทางวนเป็นวงรอบทวนเข็มนาฬิกาไปกลับไม่ซ้าเส้นทางเดิม ตามเส้นทางดังนี้


London - York - Withby - Edinburgh - Glasgow - Lake District - Liverpool - Stratford upon Avon - Cotswolds - Oxford - Bicester Village - London


พาหนะที่ใช้ตลอดเส้นทาง คือโฟล์คตู้คันนี้แหลครับ เป็นรถเช่าของคนไทยในลอนดอน คันเดิมที่รับมาจากสนามบิน โชเฟอร์และเจ้าของคือคุณมนตรีหรือคุนเท้ง อัตราค่าเช่ารถขนาดนี้รวมค่าน้ำมันแล้ววันละ 250 - 350 ปอนด์ แล้วแต่รายละเอียดการเดินทาง แต่ถ้าไปค้างคืนต่างจังหวัดเราต้องหาที่พักให้คนขับรถด้วย ไม่เหมือนบ้านเรายังไงก็ได้ซึ่งส่วนมากคนขับมักจะนอนเฝ้ารถ บางคนผมเห็นเอามุ้งมาครอบรถตู้ทั้งคันยังมี รถขนาดนี้จุได้ 6 - 8 คน มีพื้นที่เก็บของหลังรถเหลือเฟือ อย่างคณะผมกระเป๋าขนาด 26 นิ้ว 6 ใบ กระเป๋าเล็กและสัมภาระอื่น ๆ อีกหลายรายการยังมีที่ว่าง ผมยังเกรงใจว่าจะหนักรถเกินไปหรือเปล่า แต่คุณเท้งยังถามว่ามีอีกไหม นี่ยังถือว่าน้อยนะเนี่ยส่วนใหญ่มากกว่านี้ถ้าเป็นกรุ้ปแบบไทย ๆ






ช่วงเวลาเร่งด่วนในลอนดอนรถก็ติดเหมือนกัน กว่าจะออกนอกเมืองได้ก็ใช้เวลาพอสมควร






ไม่ว่าในเมืองหรือนอกเมืองจะมีป้ายแบบนี้ปรากฎไปทั่ว เป็นการบอกว่าฉันแอบดูอยู่นะระวังตัวให้ดีไม่งั้นจะส่งรูปถ่ายไปให้ดูถึงบ้าน และกล้องเหล่านี้คงเป็นกล้องจริงที่ใช้งานได้ ไม่ใช่กล้องดัมมี่หรือกล้องจริงแต่เวลาเกิดเหตุการณ์สำคัญมักเสียทุกครั้ง เหมือนกล้องในเมืองเอ๋อ ๆ บางเมือง แต่ในอังกฤษที่กล่าวกันว่ามีกล้องวงจรปิดมากและระบบที่ทันสมัยที่สุดเมืองหนึ่งนั้น ทำไมรูปกล้องถ่ายรูปโบราณจัง ช่างอนุรักษ์นิยมดีจริง






เช้าวันนี้ท้องฟ้ามืดครึ้ม มีฝนตลอดทางหนักบ้างเบาบ้าง ถนนมอเตอร์เวย์มีรั้วกั้นตลอด ไม่สามารถกลับรถหรือจอดข้างทางได้เลยนอกจากฉุกเฉินจริง ๆ






แต่เขาก็จะมีที่จอดพักรถพักคนให้่เป็นระยะแต่ก็ห่างกันหลายสิบไมล์ แต่ละแห่งผมเห็นมีรถจอดกันเต็มลานทั้งรถเล็กรถใหญ่ ที่เราเคยเห็นตามปั๊ม ปตท. บนถนนสายหลักในบ้านเราหน้าเทศกาลเกือบทุกปั๊มทีั่มีรถจอดกันแน่นเอี้ยด แต่ถ้าเปรียบกับที่นี่ชิดซ้ายไปเลย


 




จุดพักรถของเขาบางแห่งก็มีปั้มน้ำมัน บางแห่งก็ไม่มี เข้าไปดูซิว่าร้านค้าข้างในมีอะไรขายบ้าง




 

มีของอุปโภคบริโภคครบ แต่ไม่มีเซเว่นและร้านข้าวแกง เป็นที่น่าสังเกตุคือเครื่องดื่มมีทุกชนิดแต่ไม่มีเครื่องดื่มประเภทแอลกอฮอลล์ ซึ่งเรื่องนี้ตามปั้มน้ำมันบ้านเราก็ไม่มีขายมาหลายปีแล้วเหมือนกัน





สั่งที่สำคัญขาดไม่ได้คือห้องน้ำ







ผมขอยกนิ้วให้เลยว่าห้องน้ำเขาใหม่ เนี้ยบ สะอาดจริง ๆ ลองทายซิครับว่าอ่างสเตนเลสกลมเหมือนเครื่องกวนแป้งทำขนมเค้กยักษ์นี้คืออะไร






อ่างล้างมือครับ ออกแบบได้แปลกใหม่ดี นอกจากที่นี่แล้วผมยังไม่เห็นที่ไหมีแบบนี้อีกเลย อ่างนี้มีเซ็นเซอร์ปิดเปิดน้ำโดยอัตโนมัติ


 




แล้วเราก็ออกเดินทางต่อท่ามกลางสายฝน






คุณเท้งนอกจากนิสัยดีเป็นกันเองแล้วยังขับรถดีที่เดียว แต่ก็มีบางช่วงเผลอเหยียบเพลินไปหน่อย GPS หรือน้อง Tomtom ก็จะส่งเสียงเตือนป้อง ๆ ๆ ให้รู้ว่าคุณขับเกินลีมิทแล้วนะ






ดูบรรยากาศครึ้มฟ้าครึ้มฝนอีกซักภาพ






วันนั้นฝนตกอากาศเย็นผู้โดยสารจึงขอให้คุณเท้งจอดรถเพื่อเข้าห้องน้ำตามจุดพักรถเกือบทุกแห่ง






ผมว่าการเช่ารถเที่ยวเองถึงแม้อาจจะเแพงกว่านัใช้บริการขนส่งสาธารณะ แต่เรามีอิสระที่จะจอดจะแวะที่ไหนก็ได้ ทำให้นึกถึงไปกับทัวร์ซึ่งต้องนั่งอยู่ยนรถบัสครึ่งวันค่อนวัน ถึงแม้จะมีห้องน้ำบนรถ แต่คงอึดอัดน่าดูไม่ได้ลงมายืดเส้นยืดสายยิ่งวัย สว.แบบนี้ด้วยแล้ว






มุมนั่งพักผ่อนจัดอย่างสวยงาม แต่ไม่มีใครมานั่งเลย ...ก็เพราะลมมันเย็นนนน






สถานที่พักรถใหญ่ ๆ นอกจากร้านสะดวกซื้อแล้วเกือบทุกแห่งจะมีโรงเตี้ยมสำหรับคนเดินทาง เห็นราคาที่โชว์แล้วบ้านเราพักโรงแรมสี่ดาวห้าดาวได้อย่างสบาย






ถึงแม้จะเป็นสถานที่จอดพักรถแต่จอดฟรีได้แค่ 2 ชั่วโมง นานกว่านั้นเสียเงินครับแพงด้วย ไม่มีที่ไหนใจดีเหมือนพี่ไทยอีกแล้ว






ไปต่อครับตอนนี้ฝนหายแล้วค่อยใจชื้นขึ้นมาหน่อย






ขอนำลงจุดยิงกระต่ายอีกซักแห่ง ไม่ว่าที่ไหนจะมีรถจอดเต็มไปหมด แสดงว่าคนท้องถิ่นเขาเดินทางกันอย่างเป็นล่ำเป็นสันจริง ๆ






โฆษณาโรงเตี้ยมอีกแล้วเป็นเครือเดียวกันกับข้างบน ในราคานี้ผมว่าเป็นทางเลือกที่ดีถ้าเรามีรถเองเพราะถูกกว่าที่พักในเมืองเยอะ






ร้านค้าก็เป็นเครือเดียวกัน แต่ตัวอาคารต่างคนต่างออกแบบ เห็นไหมครับเมืองอังกฤษมืด ๆ ทึม ๆ ช่างไม่มีสีสันเอาเสียเลย






ผมว่าภาพนี้มันดูโล่ง ขาดอะไรไปนะ...อ้อ..รถเข็นไก่ย่างส้มตำกะร่ม

 

 




แล้วน้องหมาจะปีนขึ้นไปอึได้อย่างไรนี่ ทำสูงซะอย่างนี้



 

 






ที่พักคืนแรกทียอร์คเป็นแบบโฮสเทลชื่อ YHA Hostel ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่พักแบบนี้แต่หลังจากนี้ได้พักอีกหลายแห่ง ซึ่งเป็นประสบการณ์ที่แปลกไหม่ดีเหมือนกันที่มีโอกาสได้นอนบ้านพักเยาวชนเมื่ออายุปูนนี้






บริเวณต้อนรับภาพนี้ผมลงมาถ่ายตอนเช้ามืดจึงไม่เห็นใครสักคน พนักงานที่นี่เป็นหนุ่มสาวทั้งนั้น ดูแล้วน่าจะอยู่ในวัยกำลังศึกษาในมหาวิทยาลัย มีกันไม่กี่คนแต่ทุกคนทำอย่างกระฉับกระเฉงคล่องแคล่วมาก ก่อนเดินทางผมได้ปริ้นท์เอกสารการจองที่พักทุกแห่ง แห่งไหนปริ้นท์ไม่ทันก็จดหมายเลขการจองไว้คิดว่าต้องใช้ในตอนเช็คอิน แต่ปรากฎว่าเกือบทุกที่ไม่ได้ใช้เลยเพียงแค่แจ้งชื่อเท่านั้น ทุกแห่งได้เตรียมปริ้นท์เอกสารการจองในวันนั้นออกมารอไว้แล้ว หรือไม่ก็กดคอมแป้บเดียวก็เรียบร้อย ส่วนพาสปอร์ตบางแห่งก็เรียกดูแค่ของผมคนเดียว บางแห่งก็เรียกดูทั้งกรุ้ป แต่บางแห่งก็ไม่เรียกดูเลย






หลังจากเช็คอินเรียบร้อยก็ได้การ์ดเสียบประตูมาคนละใบ (ต้องคืนตอนเช็คเอ้าท์) หนุ่มพนักงานก็บอกทางคร่าว ๆ ทำนองนี้สุภาพบุรุษขึ้นบันไดแล้วเลี้ยวขวาตามป้ายไปเรื่อย ๆ ส่วนสุภาพสตรีให้ตรงไปแล้วเลี้ยวซ้าย....โดยให้ลากกระเป๋าไปเองนะจ้ะ ลักษณะบ้านพักที่นี่เป็นอาคารเก่าโบราณ แต่มีการออกแบบตกแต่ภายในใหม่หมด (กลิ่นสียังคลุ้งอยู่เลย) โดยพยายามใช้พื้นที่ทุกตารางนิ้วให้เป็นประโยชน์ ซึ่งผมขอติว่าแคบไปนิดหนึ่งขนาดเราคนไทยยังรู้สึกอึดอัด ฝรั่งตัวโต ๆ ไม่อึดอัดกว่าเราหรือ ทางเดินก็แคบและก็ขึ้นๆ ลงๆ วกไปวนมา วันนั้นกว่าฝ่ายสุภาพบุรุษจะหาห้องพักเจอก็ต้องเดินวนเป็นหนูติดจั่นอยู่หลายรอบ เพราะลืมสังเกตป้ายบอกทางไปจุดหนึ่ง






ผมจองห้องแบบสี่เตียงสำหรับผู้ชายรวมคุณเท้งคนขับรถด้วย และห้องสามเตียงสำหรับสุภาพสตรี ภาพนี้เป็นห้องฝ่ายชายครับ ห้องฝ่ายหญิงผมไม่ได้เข้าไปถ่ายแต่ครูดารินทร์บอกว่าก็เป็นแบบนี้แหละ เห็นไหมครับว่าแคบขนาดไหนลำพังเตียงพอได้ แต่พื้นที่ห้องแคบมาก มีพื้นที่เหลือสองข้างเตียงและท้ายเตียงอีกไม่ถึงเมตร ดีนะที่แบ่งเสื้อผ้าใส่กระเป๋าเล็กทิ้งกระเป๋าใหญ่ไว้ในรถไม่งั้นเต็มทางเดินแน่






ตอนเรียนมหาวิทยาลัยผมก็ไม่เคยอยู่หอพัก นี่จึงเป็นครั้งแรกในชีวิตที่ได้นอนเตียงสองชั้น แต่ผมไม่ซีเรียสกับเรื่องนี้ ผมกลับมองว่ามันคุ้มค่ามากกับการนอนพักไม่กี่ชั่วโมงเช้าวันรุ่งขึ้นก็เผ่นแล้ว เพราะวันนั้นกว่าจะเข้านอนได้ก็ดึกประกอบกับเพลียมาทั้งวันหัวถึงหมอนก็หลับแล้ว ส่วนวันไหนจะพักหลายวันหรือต้องการสิ่งอำนวยความสะดวกอื่น ๆ นอกเหนือจากการนอนก็ค่อยว่ากันอีกที

 





แต่ถึงแม้จะแคบแต่ก็ออกแบบได้อย่างลงตัวทั้งเฟอร์นิเจอร์และอุปกรณ์อำนวยความสะดวกอย่างเช่นไฟหัวเตียงมีปลั้กไฟพร้อมแท่นวางเล็ก ๆ จัดเป็นชุด  ผมว่ามนุษย์ยุคนี้เป็นโรคขาดปลั้กไฟไม่ได้ไม่งั้นกล้องถ่ายรูปเอย เครื่องมือสื่อสารเอยเดี้ยงแน่ ๆ ถ้าไม่มีที่เสียบเครื่องชาร์ต ที่นี่คงเข้าใจดีจึงจัดให้อย่างเหลือเฟือ






เมื่อขนาดห้องเล็กอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องจึงต้องเล็กไปด้วยดูก้อกน้ำจะใหญ่กว่าอ่างล้างหน้าด้วยซ้ำ แต่ที่ผมชอบอีกอย่างหนึ่งระบบไฟฟ้าแสงสว่างโดยตามทางเดินและในห้องน้ามีระบบเซ็นเซอร์เปิดปิดโดยอัตโนมัติเมื่อมีคนเดินผ่านหรือเข้าไปใช้งานทั้งนี้รวมทั้งระบบน้ำด้วย ฉนั้นการบริหารที่นี่จึงใช้บุคลากรน้อย (โฮสเทลบางแห่งให้ผู้เข้าพักเก็บผ้าปูที่นอนปลอกหมอนไปลงตะกร้าเองด้วยซ้ำ ซึ่งผมจะเล่าในภายหลัง)





ลงมาดูล้อบบี้บ้าง ส่วนนี้ผมว่าเป็นส่วนต่อเติมใหม่จึงกว้างขวางและทันสมัย






ราคาที่พักนี้รวมอาหารเช้าด้วย เด็กหนุ่มที่ตักอาหารกับให้บริการที่เคาน์เตอร์เมื่อวานเป็นคนเดียวกันแสดงว่าใช้คุ้ม





English Breakfast


 




บรรยากาศในห้องอาหาร


 




ตอนแรกพี่ชายผมเห็นว่าเป็นบ้านพักเยาวชนผู้เข้าพักคงเป็นหนุ่มสาววัยเอาะ ส่วนเราเป็นประเภท สว.กลัวจะอายเด็ก แต่พอเห็นของจริงเข้าก็พวกเดียวกันทั้งน้าน ทำให้ต้องแอบเก็บความผิดหวังเล็ก ๆ ไว้ในใจ






รถของผู้เข้าพักจอดกันเต็มพวกผมมาทีหลังเกือบไม่มีที่จอด



 

 


 

 


ยอร์คมินสเตอร์ (York Minster) เป็นวิหารที่ใหญ่ที่สุดในอังกฤษ เป็นศิลปะแบบโกธิคผสมแองโกล-แซกซอน ใช้เวลาสร้างนานกว่า 250 ปี (ค.ศ.1220 - 1472)






สถาปัตยกรรมสไตล์โกธิคจะมีลักษณะสูงชลูดมีหลังคาแบบโค้งยอดแหลมถ่ายน้ำหนักลงตามเสาไม่ใช้กำแพงรับน้ำหนัก และแต่ละเสาแทนที่จะเป็นเสาใหญ่แท่งเดียวซึ่งจะทำให้ดูเทอะทะ ก็ทำเป็นลอนเหมือนมีเสาเล็กหลายเสามัดรวมกัน ทำให้เกิดแสงเงาดูเบาไม่แน่นทึบ






และผนังระหว่างเสานิยมตกแต่งด้วยกระจกสี (Stain Glass) เพื่อให้แสงลอดผ่านเข้ามาได้จึงทำให้อาคารโดยรวมโปร่งไม่ทึบตัน กล่าวกันว่าหน้าต่างกระจกสีของวิหารมืนสเตอร์มีความสวยงามมากแห่งหนึ่ง โดยเฉพาะ Rose Window






แต่เสียดายผมไม่มีภาพมาลงเพราะผมไปถึงวิหารค่อนข้างเย็น และดูเหมือนวันนั้นจะมีพิธีอะไรสักอย่าง จึงยืนถ่ายได้แถวประตูทางเข้า แต่แค่แหงนดูเพดานก็รู้สึกได้ถึงความอลังการงานสร้าง



 

 




สถานที่น่าสนใจอีกแห่งหนึ่งของเมืองยอร์ค คือ คลิฟฟอร์ดทาวเวอร์ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของปราสาทยอร์คที่ยังหลงเหลืออยู่ สร้างโดยพระเจ้าวิลเลี่ยมกษัตริย์ในยุคกลาง






คลิฟฟอร์ดทาวเวอร์ ตั้งอยู่บนเนินสูงถ้ามีแรงปีนขึ้นไปถึงข้างบนก็สามารถเห็นตัวเมืองยอร์คในมุมกว้าง แต่พักหลังนี้ผมเป็นโรถแพ้บันไดสูง ๆ นี่แหละหนาเที่ยวเมื่อยามอายุ(เหลือ)น้อย ทำในทริปยุโรปครั้งนี้ผมอดขึ้นไปชมวิวสวย ๆ งาม ๆ หลายแห่ง






จึงได้แต่ใช้เครื่องทุ่นแรงซูมเอาจากข้างล่าง คลิฟฟอร์ดทาวเวอร์นี้เคยเป็นที่คุมขังนักโทษมาก่อน







 

 

ยอร์คเป็นเมืองที่รุ่งเรืองมาตั้งแต่ ค.ศ. 71 โดยชาวโรมันจึงมีป้อมปราการ ประตูเมือง หอคอยและแนวกำแพงเมืองโดยรอบ และปัจจุบันยังคงสภาพที่สมบูรณ์ อย่างกำแพงเมืองที่รอบตัวเมืองยอร์ค สามารถเดินขึ้นไปชมทิวทัศน์ของเมืองตามแนวกำแพงได้ จัดเป็นจุดที่ท่องเที่ยวที่สำคัญอีกแห่งหนึ่ง

 

 

 

 

แต่วันนั้นผมมีเวลาน้อยเนื่องจากจะต้องไปอีกไกลถึง Edinburgh และยังต้องแวะเที่ยวอีกสองสามเมือง จึงให้คุณเท้งขับรถโฉบดูโดยรอบก็พอ


 


 

 



 




สภาพตัวเมืองส่วนใหญ่ยังคงสภาพเดิมหลงเหลือมาจากในยุคกลาง อาคารบ้านเรือนเป็นแบบทิวดอร์คือผสมระหว่างอิฐปูนกับท่อนซุง






ถนนมีขนาดไม่กว้างมากนัก






ตามข้างถนนหรือจตุรัสในเมืองท่องเที่ยวเกือบทุกแห่งในยุโรป จะพบเห็นนักดนตรีข้างถนนแบบนี้เยอะมากมีทั้งศิลปินเดี่ยวและเป็นกลุ่ม และแต่ละคนแต่ละคณะต่างก็มีฝีมือไม่เลวถือเป็นมืออาชีพได้เลย ซึ่งไม่แปลกที่จะพบว่าจะมีซีดีเพลงของเจ้าตัววางขายควบไปด้วย ผมลองซื้อมาเหมือนกันถือว่าใช้ได้






ศิลปินคนนี้เล่นเพลงยุค '60 น้ำเสียงสุดยอด โปรดดูอารมณ์แกซิครับฟิลมาก ๆ เสียดายไม่ได้ถ่ายเป็นวิดีโอ






เสน่ห์ของเมืองยอร์คอีกอย่างก็คือตรอกซอยแคบคดเคี้ยว พื้นปูด้วยหินก้อนใหญ่ อาคารสองข้างทางมีสภาพโย้เย้ได้โย้เย้ดี แต่เขาก็ยังคงรักษาสภาพนี้ไว้ เป็นบางประเทศก็ทุบทิ้งสร้างตึกแถวให้เช่าไปแล้ว





 

ความต่างวัยที่มาอยู่ร่วมสมัยกันได้ระหว่างอาคารรุ่นโบราณกับ Audi TT รุ่นปัจจุบัน




 

แต่มีตรอกหนึ่งที่นักท่องเที่ยวต่างมุ่งมาสัมผัสตามกระแสหนังสือแฮรี่พอร์ตเตอร์ในชื่อตรอกไดแอกกอน คือตรอก Little Shambles นี่ละครับ ผมก็เอากะเขามั่ง เหมือนกับตอนนี้ที่นักท่องเที่ยวชาวจีนแห่มาเที่ยวเชียงใหม่เพื่อตามรอยหนังจีนที่ดังระเบิดระเบ้อเรื่อง Lost in Thailand นั่นแหละครับ






นอกจากอาคารบ้านเรือโย้เย้เหมือนจะพังมีพังแหล่อันมีเสน่ห์นี้แล้ว ที่ผมชอบอีกอย่างคือป้ายร้านค้าผับบาร์ที่ยื่นออกมาจากอาคาร แต่ละป้ายมีความสวยงามมีเอกลักษณ์เฉพาะ ซึ่งไม่เฉพาะที่นี่เท่านั้น หลาย ๆ เมืองในยุโรปที่ผมได้สัมผัสต่างก็เน้นเรื่องป้ายในลักษณะนี้เช่นกัน ซึ่งผมก็ถ่ายเก็บมาเยอะพอสมควร





ป้ายนี้เก่าแก่พอกับอาคาร ภาพลายเส้นในป้ายทำให้นึกถึงบรรยากาศในสมัยนั้นช่างน่ารักเสียจริง






กาย ฟอคส์ ที่กลุ่มการเมืองหลากสีในบ้านเราตอนนี้ (มิ.ย.2556) จับหน้ากากมาเป็นเครื่องมือฟาดฟันกันทางการเมือง แอบมาเปิดโรงเตี้ยมอยู่ที่เมืองยอร์คนี่เอง



 

 




สถานที่อีกแห่งหนึ่งที่นักท่องเที่ยวขึ้นบัญชีไว้ถ้ามีโอกาสมาเมืองยอร์คก็คือต้องมานั่งจิบ Afternoon Tea ที่ร้านเบตตี้แห่งนี้ให้จงได้






สำหรับรายการนี้ผมซึ่งไม่ใช่คอชากาแฟแต่กระเดียดไปทางคอสก๊อต.. ก็งั้น ๆ แต่ไหน ๆ มาแล้วขอเก็บภาพมาฝากเสียหน่อยจะได้ไม่เสียเที่ยว






แต่ถึงเป็นคอชากาแฟก็คงต้องผิดหวังเพราะผมมาเช้าไปหน่อยร้านยังไม่เปิด




 

 

จึงได้แต่ Window Shopping มายั่วกิเลสผู้สนใจ







อีกสักสองภาพ






มีชุดชาขายด้วย แต่ราคาโหดพอสมควร






มีอีกรายการหนึ่งคือทัวร์ตามล่าหาปีศาจแห่งยอร์ค ซึ่งทัวร์รายการนี้เขาคุยว่าได้รับรางวัลยอดเยี่ยมจาก ททท.ยอร์คเชียวนะ ลักษณะทัวร์ก็คือให้ลูกทัวร์มารวมตัวกันที่ป้ายนี้เวลาทุ่มครึ่ง จะมีหัวหน้าทัวร์แต่งตัวแบบในรูป พาเดินไปตามตรอกซอกซอยเหล่านี้พร้อมกับเล่าเรื่องผีฝรั่งให้ฟัง จะสยองสู้พี่มากพระโขนงของเราได้หรือเปล่าก็ไม่รู้ เพราะไม่ได้มาใช้บริการ แต่ถ้าใครมีเด็ก ๆ มาด้วยก็น่าจะลองดู


 


 



 

ตลาดนัดพืชผักผลไม้และดอกไม้รวมทั้งรองเท้าเสื้อผ้าและของจิปาถะอื่น ๆ ย่าน Newgate Market

 

 





ดอกไม้หลากสีสวยดีอย่างกับของปลอม ผมว่าพวกผลไม้ดอกไม้ก็พอจะน่าสนใจบ้างแต่พวกเสื้อผ้ารองเท้าสู้ประตูน้ำไม่ได้เด็ดขาดแถมบ้านเราถูกกว่าเยอะ






เป็นที่น่าสังเกตุว่าคนขายดอกไม้มีแต่ผู้ชาย




 

 



เปลี่ยนจากชมของเก่าเปลี่ยนมาดูของใหม่บ้าง รายการนี้เป็นไฟ้ท์บังคับโดยมีเสียงสำทับของคนแถวนี้ว่าห้ามพลาดเด็ดขาด




York Designer Outlet จัดว่าเป็นเอ้าท์เล็ทที่ใหญ่แห่งหนึ่งพอ ๆ กับเอ้าท์เล็ทดัง Bicester Village






ถ้าเปรียบเทียบสินค้ากันผมว่าที่นี่มีสินค้าหลากหลายประเภทมากกว่าที่บิชสเตอร์เพราะที่นั่นเน้นประเภทเสื้อผ้าเครื่องแต่งกายเป็นส่วนใหญ่ ส่วนประเภทเสื้อผ้าเครื่องแต่งกายของ York Designer Outlet มีแบรนด์ดังน้อยกว่าพอสมควร






ร้านประเภทเครื่องครัวร้านนี้ผมชอบมาก ถ้าไม่เกี่ยงเรื่องน้ำหนักจะขนมาให้เต็มกระเป๋าเลย



 

 




แก้ไขล่าสุด ใน มิ.ย.082013

"กินและเที่ยวเรื่อยไปตามใจฉัน"

Wat*ka*Darin Contact

watkadarin Guest

เรามี 423 บุคคลทั่วไป ออนไลน์

 

ขออภัย เนื่องจากถูก spam คุกคาม

จึงของดลงทะเบียนสมาชิกชั่วคราว

ลงทะเบียน