Kachi Kachi Yama (かちかち山)



วันนี้ขึ้นรถกระเช้าชมวิวภูเขาไฟฟูจิในมุมสูงบนเขาเท็นโจและ ฟังนิทานพื้นบ้านญี่ปุ่น “คาชิ คาชิ ยามา”



ก่อนขึ้นกระเช้า มาฟังนิทานพื้นบ้านญี่ปุ่นเรื่อง “คาชิ คาชิ ยามา”  หรือ “กระต่ายกับทานุกิ” กันก่อนเพราะเมื่อขึ้นไปบนโน้นแล้วจะได้อินกับตัวการ์ตูนสองตัวนี้





เนื่องจากบนจุดชมวิวเขา คาชิ คาชิ หรือเขาเท็นโจ จะมีตัวการ์ตูนกระต่ายและตัวทานุกิถูกนำมาประดับตกแต่งทั่วบริเวณ




นิทานเรื่องนี้มีอยู่ว่า มีทานุกินิสัยไม่ดีตัวหนึ่งชอบมาขโมยพืชผักในสวนคุณตายายเป็นประจำ จนวันหนึ่งถูกคุณตาจับได้ จึงจับมัดมือมัดเท้านำมาแขวนไว้ในบ้าน เพื่อเก็บไว้ทำเป็นอาหารภายหลัง

(ทานุกิ : สัตว์ประเภทแรคคูน ชาวญี่ปุ่นเชื่อว่า เป็นปีศาจที่สามารถแปลงร่างได้)




เมื่อคุณตาไม่อยู่บ้านเจ้าทานุกิเจ้าเล่ห์ก็อ้อนวอนกับคุณยายว่า หากคุณยายปล่อยมันให้เป็นอิสระมันจะกลับเนื้อกลับตัวใหม่โดยไม่มาขโมยพืชผักและจะช่วยคุณยายตำข้าวด้วย จนคุณยายใจอ่อนแก้มัดปล่อยมันลงมา แต่ปรากฏว่าเมื่อได้รับอิสระ ตัวทานุกิกลับใช้สากตำข้าวตีหัวคุณยายจนเสียชีวิต และเอาคุณยายมาทำซุปพร้อมกับแปลงร่างเป็นคุณยาย นั่งรอคุณตากลับมาเพื่อจะเสิร์ฟซุปคุณยายให้คุณตารับประทาน เลือดเย็นไม่ใช่เล่น






หลังจากคุณตารู้เข้าก็โศกเศร้าเสียใจเป็นอันมาก ร้อนถึงกระต่ายซึ่งเป็นเพื่อนคุณตาคุณยาย ได้ขันอาสาช่วยแก้แค้นให้ แผนแรกก็คือทำทีไปตีสนิทกับเจ้าทานุกิ ออกอุบายว่าไปตั้งแคมป์ไฟกัน  โดยให้ทานุกิช่วยกันขนฟางแห้ง ในระหว่างทานุกิกำลังแบกฟางอยู่นั้น กระต่ายที่แอบเดินตามหลังก็ใช้หินไฟมาต่อยกันจนเกิดประกายไฟจุดฟางบนหลังทานุกิทำให้ไฟไหม้หลังเจ้าทานุกิจนเกิดเป็นแผล

(เสียงหินไฟกระทบกันญี่ปุ่นออกเสียงเป็น “คะชิ คะชิ” คงเป็นที่มาของชื่อนิทาน Kachi Kachi Yama และชื่อภูเขา Mt.Kachi Kachi)





แผนต่อไปกระต่ายทำตัวเป็นผู้หวังดีแต่ประสงค์ร้ายโดยบอกทานุกิว่าจะช่วยรักษาแผลไฟไหม้ให้  กระต่ายจึงนำยาซึ่งทำจากพริกกะเกลือผสมกันทาไปที่แผลเจ้าทานุกิ


 


เอาพริกกะเกลือทาแผลจะไปเหลืออะไร  เจ้าทานุกิก็ร้องจ้าdปวดแสบปวดร้อนน้ำตาไหลออกมาเป็นฟองฟอด

 

 

 

แค่นั้นยังไม่สาสมกับความผิดที่ทานุกิทำไว้กับคุณยาย  มาถึงแผนขั้นเด็ดขาด กระต่ายท้าทายทานุกิให้มาแข่งขันกันพายเรือข้ามทะเลสาบ โดยกระต่ายต่อเรือของตนเองด้วยไม้ ส่วนเรือทานุกิให้เอาดินเหนียวมาปั้น ทานุกิก็ทำตาม แสดงว่าทานุกิเจ้าเล่ห์ถนัดแต่ใช้กำลังสะหมงสมองไม่ค่อยมี





เมื่อพายออกไปกลางทะเลสาบ  เรือของทานุกิซึ่งเป็นดินเหนียวเมื่อถูกน้ำก็ละลายค่อย ๆ จมลง  ทานุกิร้องขอความช่วยเหลือจากกระต่าย แต่กระต่ายยืนกระต่ายสองขาพร้อมกับแสดงตนว่า ข้านี้แหละคือเพื่อนซี้ของคุณตาและคุณยายที่แกฆ่าไปทำซุป  นี่คือปฏิบัติการล้างแค้นการกระทำที่เหี้ยมโหดของแก  เมื่อไม่มีใครช่วยทานุกิจึงจมน้ำตายในที่สุด  เรื่องนี้ถ้าเป็นนิทานไทยต้องจบด้วยประโยค “นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า.....(เติมเองครับ)......”.



นิทานจบแล้วได้เวลาขิ้นกระเช้าลอยฟ้าไปชมวิวข้างบนกัน โดยใช้ตั๋ว R – coupon ซึ่งซื้อจากสถานีรถไฟ เป็นตั๋วเหมาไช้นั่งรถเมล์รอบทะเลสาบกี่เที่ยวก็ได้ภายในสองวัน และขึ้นกระเช้ากับลงเรือล่องทะเลสาบอีกหนึ่งรอบ





ทางขึ้นรถกระเช้า






พนักงานต้อนรับตรงทางขึ้น ถ่ายกี่ช็อต ๆ ก็ยังเป็นผู้มองโลกแคบทุกช็อต แต่น่ารัก





วิวระหว่างทาง





วอลล์เปเปอร์ปิดผนังรถกระเช้าเป็นรูปกระต่าย ไม่มีรูปทานุกิแสดงว่ากระต่ายเป็นพระเอก





กระต่ายบนหลังคารถคันที่ขึ้นมา ส่วนอีกคันเป็นตัวทานุกิ





ป้ายยินดีต้อนรับแสดงให้เห็นว่าได้เข้าสู่อาณาจักร แห่งตัวการ์ตูนกระต่ายกับทานุกิแล้ว





นี่เป็นภาพจากป้ายโฆษณาต่าง ๆ บนนี้

 




แม้แต่ป้ายห้องน้ำก็ยังเป็นรูปเจ้าสองตัวนี้


 


แผนผังจุดท่องเที่ยวทำเป็นการ์ตูนน่ารัก เห็นสื่อประชาสัมพันธ์หลายแห่งในญี่ปุ่นมักใช้ตัวการ์ตูนเป็นพรีเซ็นเตอร์ และทำได้ดีมาก

 

 

 

 



วันนี้โชคไม่ดีเห็นภูเขาไฟฟูจิยอดด้วน ปลอบใจตนเองว่าเดี๋ยวเมฆกลุ่มนี้ก็ผ่านไปน่า อุตส่าห์เดินทำกิจกรรมโน่นนี่เพื่อถ่วงเวลาก็ไม่เป็นผล เมฆไหลติดต่อกันเป็นพืด



 




ว่ากันว่าถ้าใครได้มาชมภูเขาไฟฟูจิ ถ้าได้เห็นเต็มใบโดยไม่มีเมฆบังถือว่าเป็นคนโชคดีมาก ช่วงที่ไปวันนั้น ให้เวลาตั้งสองวันได้ภาพดีที่สุดได้แค่นี้ มีอยู่ช่วงหนึ่งนั่งรถผ่านเห็นทั้งใบแต่พองัดกล้องออกมาถ่ายเมฆเคลื่อนตัวบังเสียแล้ว แว้บเดียวไม่กี่วินาทีเอง สรุปว่าเห็นแค่นี้ก็ถือว่าโชคดีแล้วถึงไม่เต็มร้อย  แต่ก็ยังดีกว่าหลายคนเห็นว่ามาแล้วมองไม่เห็นเลยเป็นฝ้าขาวไปหมดไม่รู้ว่าภูอยู่ตรงใหนด้วยซ้ำ





วิวด้านทะเลสาบ Kawaguchiko ซึ่งตั๋วเรือนำมาใช้ล่องทะเลสาบแห่งนี้






อีกด้านหนึ่งเห็นสวนสนุก Fuji Q เห็นว่ามีเครื่องเล่นที่หวาดเสียวสุดสุดแห่งหนึ่ง หนุ่มสาวชอบไปทดสอบความเสียวแต่วัย สว.แล้วไม่คุ้มกับหัวใจวาย





มุมนี้คล้ายกับศาลเจ้าแต่ภายในศาลเป็นรูปปั้นกระต่ายหมอบ





เชื่อว่าการไปสักการะด้วยการลูบกระต่ายถือเป็นสิริมงคลยิ่งนัก





มีกระต่ายนั่งกับกระต่ายหมอบเป็นยามเฝ้าศาล





ศาลเจ้าทุกแห่งจะมีตู้บริจาคตั้งอยู่ข้างหน้า





เส้นทางเดินชมธรรมชาติ มี ป้ายบอกว่าเป็นทางไปเขา Mitsutoge ใช้เวลาเดินไปกลับ 6 ชั่วโมง ใครจะไปคำนวนเวลาให้ดี





ที่จุดชมวิวบนยอดเขาเทนโจ นอกจากจะมีวิวภูเขาไฟฟูจิกับตัวการ์ตูนกระต่ายกับทานุกิเป็นจุดขายแล้ว ยังมีกระดิ่งรูปหัวใจแห่งเขาเทนโจ (The Bell of Tenjo) เป็นจุดขายสำคัญอีกแห่ง





และตามธรรมเนียมญี่ปุ่นก็สร้างตำนานขึ้นตามระเบียบว่า หากใครได้มาสั่นกระดิ่งโดยสามารถมองเห็นภูเขาไฟฟูจิเป็นแบ้คกราวด์ผ่านกรอบรูปหัวใจ พร้อมกับอธิษฐานสิ่งใดโดยเฉพาะเรื่องความรักก็จะสมหวังทุกประการ  ภาพนี้ครบองค์ประกอบตามตำนานเป๊ะแม้ภูเขาไฟฟูจิมีเมฆบังไปหน่อยน่าจะพออนุโลม เอ๋...อธิษฐานว่าอะไรลืมไปแล้ว ภาพนี้ให้ช่างภาพที่บริการอยู่บนนี้ถ่าย แต่กว่าจะได้วิวโล่งแบบนี้ต้องรอคิวอยู่พอสมควร





ตรงขอบล่างของภาพเป็นซุ้มบริการถ่ายภาพกับวิวภูเขาไฟฟูจิ ไม่ทราบว่าฟรีหรือเสียตังค์ เท่าที่ดูไม่เห็นมีลูกค้ามาใช้บริการ คงเป็นเพราะวันนี้ฟูจิซํงขี้อาย ไม่ค่อยสวย





เมื่อไม่มีลูกค้าทำให้ช่างภาพมีเวลาว่าง จึงไปถ่ายภาพรูปผมกับครูดารินทร์คู่กับระฆังรูปหัวใจอย่างเต็มที่ พูดถึงเรื่องนี้มีความรู้สึกว่าหลายครั้งที่ไหว้วานให้คนญี่ปุ่นที่ผ่านไปผ่านมาถ่ายรูปคู่ให้ แต่ละคนจะถ่ายให้อย่างเต็มอกเต็มใจยิ้มแย้มแจ่มใส มีบางครั้งกำลังยักแย่ยักยันตั้งกล้องถ่ายตัวเอง ก็จะมีคนที่เห็นเข้าขออาสาถ่ายให้เอง และหลายครั้งพอถ่ายเสร็จยังไม่ไปใหน บอกให้เช็คดูภาพที่ถ่ายก่อนว่าพอใจหรือไม่ถ้าไม่พอใจจะถ่ายให้ใหม่ ทั้ง ๆ ที่พูดกันไม่ค่อยจะรู้เรื่อง เป็นความรู้สึกที่ดีมาก ๆ





บริเวณอีกด้านใกล้กับทางลง มีจุดขายอีกจุดหนึ่ง จุดนี้เสียเงินนิดหน่อย





เป็นลานมีเชือกทำเป็นห่วงให้โยนถ้วยกระเบื้องผ่านห่วงนี้ พร้อมกับมีตำนานแถมตามเคย





โดยก่อนถึงลาน มีชั้นวางถ้วยกระเบื้องกับตู้บริจาคเขียนว่า 2 ใบ 100 เยน (หรือตามกำลังศรัทธา เดาเอา) ที่ป้ายมีคนแปลไว้ความว่าถ้าโยนถ้วยลอดห่วงได้ก็จะโชคดี แต่ ถ้าไม่ได้ก็จะยังโชคดีอีกเช่นกัน  เรียกว่าได้ทั้งขึ้นทั้งล่อง





มันเหมือนท้าทายความสามารถหรือเล่นเกมส์อย่างหนึ่ง เมื่อโยนไม่เข้าเป้า ทำให้ต้องเสียเงินซื้อถ้วยมาโยนอีก นับว่าเป็นวิธีหาเงินที่แนบเนียนมาก หากเอากองกระเบื้องมาตีเป็นเงินคงไม่น้อยทีเดียว





ขึ้นมาชมวิวบนเขาเทนโจนอกจากกิจกรรมต่าง ๆ ดังกล่าวมาแล้ว มีอีกสิ่งหนึ่งต้องลองจึงจะครบถ้วนขบวนความ  เรียกว่าทุกอย่างบนนี้มีสตอรี่หมด






สิ่งนั้นก็คือการกินขนมฟูจิซังย่างไฟร้อน ๆ (ชื่อขนมผมตั้งเอง) รสชาติก็งั้น ๆ เหมือนข้าวหรือถั่วบดปั้นเป็นก้อนเคลือบน้ำตาลผสมซ้อสเหนียว ๆ  มีดีตรงปั้มรูปภูเขาไฟฟูจิ กินไปดูของจริงไป มันฟินตรงแหละ





ราคาไม้ละประมาณร้อยบาท ตกก้อนละตั้งสามสิบกว่าบาท





ร้าน Fujiyama Cookie ที่อยู่เชิงเข้าทางขึ้นสถานีขึ้นกระเช้า เห็นมีคนแนะนำว่ามีคุ้กกี้อร่อย ถ้าผ่านมาแถวนี้ควรลองดู แต่ตอนที่ไปร้านยังไม่เปิด





มาฟูจิทั้งทีอดเห็นภูเขาทั้งลูก จึงแก้แค้นด้วยการกินขนมฟูจิซังและน้ำตราภูขาไฟฟูจิเต็มใบ




แก้ไขล่าสุด ใน ก.ย.202015

"กินและเที่ยวเรื่อยไปตามใจฉัน"

Wat*ka*Darin Contact

watkadarin Guest

เรามี 441 บุคคลทั่วไป ออนไลน์

 

ขออภัย เนื่องจากถูก spam คุกคาม

จึงของดลงทะเบียนสมาชิกชั่วคราว

ลงทะเบียน