Fountain Trevi





น้ำพุเทรวี ( Fountain Trevi) เป็นน้ำพุศิลปะแบบบาโร้ค (Baroque) ที่ใหญ่ที่สุดในกรุงโรม (สูง 25.9 เมตร และกว้าง 19.8 เมตร) เป็นสถานที่ “The Must” ของนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกหากมาเยือนโรม ชื่อน้ำพุเทรวี่  มาจากชื่อของของเทพี Trivia คำว่า Trivia มีความหมายว่าแยกของถนนสามสายมาบรรจบกัน (Three ways) เทพี Trivia มี 3 เศียร 6 กร ทำหน้าที่เป็นเทพีผู้พิทักษ์ทางสามแพร่ง


ตามประวัติกล่าวว่าน้ำพุเทรวี่ตั้งอยู่บนถนนสามสายได้แก่ Trevi are Via De' Crocicchi, Via Poli และ Via Delle Muratte แต่ผมดูยังไงก็ดูไม่ออก เพราะบริเวณโดยรอบมีแต่ตึกแถว ทางเดินเข้ามาก็อยู่ระหว่างตึกเหล่านั้น ถนนก็ไม่กว้างนักเหมือนเป็นซอยมากกว่า






ถนนซึ่งออกมาจากน้ำพุเทรวี่






จากการได้เคยเห็นในรูปหรือในหนัง ผมมโนไว้เสียหรูเชียวว่า ตัวน้ำพุต้องตั้งอยู่อย่างเด่นเป็นสง่าในอาณาบริเวณกว้างขวาง พอมาเห็นเข้าจริงแอบอยู่ในซอยนี่เอง เหมือนอยู่หลังตึกแถวด้วยซ้ำ นี่ถ้าไม่มีป้ายบอกทางและฝูงชนนำหน้ามาเป็นขบวน คิดว่ามาผิดทางแน่ แต่พอใกล้จะถึงจะได้ยินเสียงน้ำตกดังโครมคราม ค่อยใจชื้นหน่อยว่ามาถูกทางแล้ว






ประติมากรรมที่เป็นประธานกลางน้ำพุเทรวีคือ Oceanus เทพแห่งมหาสมุทร ประทับยืนท่ามกลางเกลียวคลื่น ลมพัดผ้าผ่อนปลิวไสวสง่างามมาก






ตำนานเทพปกรณัมกรีก และโรมันเทพ Oceanus เป็นเทพแห่งท้องทะเล แม่น้ำลำธาร ห้วยหนองคลองบึงทั้งปวงในโลกเรียกว่าเป็น Father of the Waters กันเลยทีเดียว





เคราของเทพ Oceanus มีความหมายถึงปัญญาและความมีพลัง ส่วนคทาเล็ก สั้น บนมือขวานั้นผมเข้าใจว่าแสดงถึงอำนาจ เพราะคทาแบบนี้มักปรากฏอยู่บนมือของจักพรรดิ์โรมันตามรูปแกะสลักต่าง ๆ





บริวารซ้ายขวาที่ลุยน้ำต่อหน้าเทพ Oceanus คือ ไทรทัน (Triton) ลูกชายของเทพเจ้าอารมณ์แปรปรวน Nepjune (กรีกเรียก Poseidon)





ไทรทันหรือนายเงือก(Merman) เพราะมีท่อนบนเป็นคนท่อนล่างเป็นปลา ไทรทันองค์ซ้ายกำลังออกแอ้คชั่นฟัดเหวี่ยงกับม้าพยศเป็นพัลวัน





ส่วนไทรทันองค์ขวาชิล ๆ กับม้าเชื่อง งัดหอยสังข์ออกมาเป่าด้วยความสบายอารมณ์ เทพไทรทันทั้งสององค์นี้ เปรียบได้กับลักษณะของทะเลบางครั้งบ้าคลั่ง บางครั้งสงบเงียบ มีคนเปรียบทะเลกับอารมณ์สตรีเพศว่ามันก็ครือกันนั่นแหละ





เมื่อผมเดินทะลุซอยเข้าไปถึงลานน้ำพุ ก็เกิดอาการตลึงตะลานกับมวลหมู่นักท่องเที่ยวเต็มไปหมด อะไรมันจะเยอะขนาดนี้ โดยเฉพาะบริเวณหน้าน้ำพุ (ที่จริงตามสถานที่ท่องเที่ยวที่เป็น “The Must” ทุกแห่งในกรุงโรมก็แน่นทุกแห่งเป็นปกติ แต่นี่มันแน่นมาก)







พื้นที่ชั้น 1 ติดขอบน้ำพุถูกจับจองหมดแล้ว





กว่าจะเข้าไปถ่ายรูปถึงขอบน้ำพุนั่นได้ต้องใช้ความอดทนบวกวิชามารอย่างยิ่งยวด คือระหว่างถ่ายรูปอยู่ด้านบนก็จะแอบเล็งคนที่อยู่ขอบบ่อให้ดี พอเห็นทำท่าว่าจะมู้ฟออก ก็ให้ครูดารินท์รีบแทรกเข้าไปต่อคิวทันที





ธรรมเนียมปฏิบัติของผู้ไปยังน้ำพุเทรวีจะต้องโยนเหรียญพร้อมอธิษฐานลงไปในน้ำพุเทรวี โดยยืนหันหลังให้น้ำพุ ถือเหรียญด้วยมือขวาโยนผ่านไหล่ซ้าย ลงไป ว่ากันว่าคนที่โยนเหรียญลงน้ำพุเทรวีจะได้กลับไปที่โรมอีก  รายนี้พี่แกถึงกับจะโยนแบ้งค์เชียวรึ สงสัยอยากกลับไปมาก





มกับครูดารินทร์ก็ปฏิบัติเช่นเดียวกัน แต่พลาดตรงที่โยนผ่านไหล่ขวาแทนที่จะเป็นไหล่ซ้าย สงสัยอดไปแก้ตัวอีก





หรือไม่ก็โยนเหรียญเล็กไปหน่อย





บ้านเรามีความเชื่อว่าใครมีที่ตั้งอยู่บนทางสามแพร่งถือว่าเป็นทำเลไม่ดีหากทำมาค้าขายก็ไม่เจริญ แต่น้ำพุเทรวี่ซึ่งตั้งอยู่บนทางสามแพร่งนอกจากจะนำเงินเข้าประเทศอิตาลีไม่รู้กี่ล้านต่อกี่ล้านยูโรแล้ว ยังมีมีรายได้เหน่ง ๆ จากนักท่องเที่ยวที่โยนเงินทิ้งลงน้ำพุวันละไม่ต่ำกว่า 3,000 ยูโร คิดเป็นเงินไทยแสนกว่าบาทนะนั่น ซึ่งเงินเหล่านั้นทางการได้จัดสรรนำไปช่วยการกุศลแก่คนยากจนในกรุงโรม แต่ก็มีข่าวว่ามีคนแอบปีนเข้าไปเก็บเหรียญเหมือนกัน ก็น่าอยู่หรอก





น้ำพุเทรวีและการโยนเหรียญลงน้ำพุเป็นฉากหนึ่งของภาพยนตร์เรื่อง Three Coins in the Fountain ซึ่งเพลงนำเรื่องของภาพยนตร์เรื่องนี้ชื่อ Three Coins in the Fountain ร้องโดยแฟร้งค์ ซินาตร้า ได้รับรางวัลอ้อสการ์สาขาเพลงประกอบภาพยนตร์ ในปี ค.ศ.1954 เพื่อน ๆ.ที่เป็นวัยรุ่นมารุ่น ๆ กับผมต้องรู้จักและคุ้นหูเพลงนี้ดี ส่วนน้อง ๆ หนู ๆ ที่เกิดไม่ทันถามคุณปู่คุณตาก็แล้วกัน





เพื่อเข้ากับบรรยากาศ เชิญชม MV น้ำพุเทรวี่ประกอบเพลง Three Coins in the Fountain


JavaScript is disabled!
To display this content, you need a JavaScript capable browser.

แก้ไขล่าสุด ใน พ.ย.272015

"กินและเที่ยวเรื่อยไปตามใจฉัน"

Wat*ka*Darin Contact

watkadarin Guest

เรามี 651 บุคคลทั่วไป ออนไลน์

 

ขออภัย เนื่องจากถูก spam คุกคาม

จึงของดลงทะเบียนสมาชิกชั่วคราว

ลงทะเบียน