Edinburgh

 

เป็นตอนต่อจาก Whitby - Saithes ความเดิมตอนที่แล้วจบลงตรงนี้

 


 

แล้วเราก็เดินทางมาถึงทางตันน้ำท่วมทางขาด ?..น้ำกำลังขึ้นลามมาเรื่อย ๆ

 

ทุกคนลงมาจากรถด้วยความประหลาดใจ มันเกิดอะไรขึ้น ?...คุณเท้งคนขับรถ (ขวาสุด) ทำหน้างง ๆ

 

มีเพื่อนร่วมชะตากรรมอีกสองคัน ยืนคอตกเชียว...

 

 


 

ความจริงเรื่องมันไม่เป็นอย่างที่เขียนมาข้างบนหรอกครับ ผมแกล้งอำให้มันตื่นเต้นเล่น เรื่องจริงเป็นอย่างนี้ครับ

 

 

 

ตามโปรแกรมเราจะข้ามไป Holy Island ซึ่งเป็นเกาะอยู่กลางทะเลนอกชายฝั่งเมือง Berwick-Upon-Tweed เมืองชายแดนอังกฤษติดต่อกับสก๊อตแลนด์ โดยมีถนนข้ามทะเลไประยะทาง 3 ไมล์กว่า การที่จะต้องขับรถข้ามทะเล ทางการจึงเตือนนักเตือนหนาว่าต้องเช็คเวลาน้ำขึ้นน้ำลงให้ดีโดยเช็คได้จากเว็บไซ้ต์  วันนั้นคุณเท้งเช็คแล้วว่าน้ำขึ้นประมาณบ่าย 3 โมงให้เราทำเวลาหน่อย แต่เรามัวโอ้เอ้แวะโน่นแวะนี่ไปเรื่อยจึงมาถึงชายฝั่งหลัง 3 โมงไปแล้ว จึงเจอภาพอย่างที่เห็นนี่แหละครับ ที่จริงก็ไม่ตื่นเต้นอะไรอย่างที่ผมดรามาไว้แต่แรก รู้อยู่แล้วว่ายังไงก็ไม่ทันแต่ขอมาดูให้เห็นกับตาหน่อยก็ยังดี


 

 

ถ้าไม่ตรวจสอบเวลาให้ดีคุณอาจเจอแบบนี้ นี่เป็นป้ายเตือนและตารางน้ำขึ้นน้ำลงประจำเดือนเมษายน ที่ติดไว้บริเวณนั้น วันที่ผมไปคือวันที่ 13

 

 

 

ป้ายเตือนแล้วเตือนอีก

 

 

 

ที่จริงก็เสียดายเหมือนกันที่ไม่สามารถข้ามไปเที่ยว เพราะบนเกาะนี้ก็มีสิ่งที่น่าสนใจหลายอย่างโดยเฉพาะถนนข้ามทะเลแบบนี้ ถนนเส้นนี้เคยเป็นฉากหนังเรื่องหนึ่งผมจำชื่อไม่ได้แล้ว ไปยืนอยู่ตรงนั้นเห็นน้ำกำลังลามขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัดถ้าไม่ถอยรถออกมามีสิทธิ์ท่วมรถแน่ ผมสงสัยว่าถนนเส้นนี้ถูกน้ำท่วมวันละสองรอบทั้งปีทำไมจึงยังคงสภาพอยู่ได้ และสงสัยไปถึงตอนสร้างด้วยว่าเจอน้ำขึ้นน้ำลงอย่างตลอดเวลาเขามีวิธีสร้างยังไงหรือตอนนั้นน้ำยังไม่ท่วมอย่างนี้ ?

 

 


 

 

พอเข้าเขตสก๊อตแลนด์รู้สึกได้เลยว่าลมแรงและอากาศก็หนาวมากบรรยากาศขมุกขมัวเหมือนมีละอองฝนตลอด ทำให้ภาพหลังจากนี้ไม่ใสเอาเสียเลย ถ้าไม่ได้โฟโต้ช็อปช่วยจะแย่ยิ่งกว่านี้อีก





ผมมออกมายืนถ่ายรูปนอกรถยังแทบปลิวขนาดตัวไม่เบาเท่าไหร่





บ้านหลังนี้ผมถ่ายจากถนนลงไป ปลูกอยู่โดดเดี่ยวริมทะเลตรงสีฟ้าก็คือทะเล

 

 

ภาพนี้ดูเหมือนบ้านจำลองบนกระบะทราย มีรถจอดอยู่ด้วยอยากเห็นเหมือนกันว่ามันลงไปได้ยังไง รั้วก็ไม่มีถ้าเจ้าของบ้านเป็นคนขี้ละเมอมีสิทธิ์เดินละเมอตกทะเลได้นะเนี่ย


 

 

จากบริเวณบ้านเดินไม่กี่ก้าวก็ถึงหน้าผาแล้วละครับ..หวาดเสียว  และที่โล่งอย่างนี้ลมก็แรงมากเจ้าของบ้านใจถึงจริง ๆ


 

 

ชมมุมกว้างให้เห็นชัด ๆ ว่าอ้างว้างโดดเดี่ยวขนาดไหน

 


 


 

Dunbar เมืองชายทะเลทางตอนใต้ของสก๊อตแลนด์ ห่างจาก Edinburgh ประมาณ 28 ไมล์


 

 

ท่าเรือและซากปราสาทที่หลงเหลืออยู่ ตรงนี้เคยเป็นป้อมปราการป้องกันข้าศึกศัตรูเข้ามารุกรานในสมัยก่อน

 

 

บนเนินนี้ทั้งลมทั้งหนาวกะเหรี่ยงอย่างเราออกมาชมวิว(ถ่ายรูป)ได้แป้บเดียวต้องรีบวิ่งเข้าไปหลบในรถ เรียกว่ามาไวเคลมไว

 

 

ต่างกับหนูน้อยน่ารักคนนี้เดินเล่นท้าลมหนาวเฉยเลย

 

 

ปราสาทอีกแห่งหนึ่งระหว่างทางก่อนถึง Edinburgh และเกาะรูปทรงแปลกเห็นตะคุ่มอยู่ท่ามกลางหมอกห่างจากชายฝั่งไม่มากนัก แต่อากาศปิดอย่างนี้ประกอบกับเป็นเวลาเย็นมากแล้วจึงได้แต่ผ่าน

 

 

ในที่สุดก็ถึง  Edinburgh เสียที่เมื่อเวลาเกือบสองทุ่ม ขนาดครึ้มฟ้าครึ้มฝนก็ยังสว่างโร่

 

 

ที่พักคืนนี้เป็นแบบเกสท์เฮ้าส์อยู่กลางเมืองชื่อ Edinburgh House มีป้ายการันตีจาก ททท.สก๊อตว่าเป็นเกสท์เฮ้าส์ ระดับสี่ดาว

 


เป็นเกสต์เฮาส์ขนาดเล็กมี 4 ห้องนอน เจ้าของคือมิสซิสรูนี่ย์ โดยแกทำหน้าที่ทุกอย่างตั้งแต่ผู้จัดการพนักงานต้อนรับแคชเชียร์กุ๊กแม่บ้านทำอยู่คนเดียวจริง ๆ โดยแกมีห้องพักอยู่ข้างล่าง

 

 

อะไร ๆ ก็ดีหรอกครับแต่แกพูดไม่ค่อยรู้เรื่อง คือภาษาอังกฤษสำเนียงสก๊อตของแกทั้งเร็วและสำเนียงแปลก ๆ ขนาดลูกทัวร์ของเราก็ถือว่าเอ็กซ์เปิร์ตภาษาอังกฤษพอสมควรยังฟังไม่ค่อยออก อีกอย่างหนึ่งลักษณะท่าทางแกโผงผางลุย ๆ เวลาเดินงี้พื้นห้องแทบสะเทือน ดีที่มีพรมลายสก๊อตหนานุ่มรองอยู่นอกจากนี้แกยังเป็นคนระเบียบจัดมาก ตัวอย่างเช่นพอขึ้นมาเห็นเราวางกระเป๋าเกะกะหน้าห้องโถงทางเดินเพราะยังขนมาจากรถไม่หมด ถึงกับโวยวายชี้โบ้ชี้เบ้บอกให้เอาไปเก็บในห้องให้หมดห้ามวางแถวนี้

 

 

ห้องอาหารอยู่ชั้นล่าง ตอนเจ้รูนี่ย์ยืนปฐมนิเทศอยู่ตรงหัวบันไดแนะนำว่าห้องอาหารลงบันไดนี้ไป ผมทำท่าจะลงไปสำรวจเจ้แกขึ้นเสียงห้ามทันทีบอกว่ายังลงไปตอนนี้ไม่ได้ ถึงเวลาอาหารเช้าโน่นจึงจะอนุญาตให้ลงไป

 

 

แต่ทุกอย่างโดยรวมถือว่าอยู่ในระดับดีมากทั้งห้องนอนห้องน้ำอุปกรณ์ใช้สอยทั้งหมดรวมทั้งความสะอาดเทียบท่าโรงแรมชั้นหนึ่งทีเดียว แม้กระทั่งพลาสเตอร์ปิดแผลยังมีอยู่ในห้องน้ำเลย ห้องนี้เป็นห้องนอนของผมมีเตียงคู่กับเตียงเดี่ยวพักได้สามคน ส่วนห้องฝ่ายหญิงอีกสามคนมีขนาดใหญ่และหรูกว่านี้

 

 

เจ้รูนี่ย์เห็นโผงผางจริงจังหน้าไม่ค่อยยิ้มอย่างนั้น แต่แกทำหน้าที่บริการได้เยี่ยมอย่างมืออาชีพ นี่เป็นโต๊ะอาหารมื้อเช้าซึ่งจัดอย่างเนี้ยบผมได้ยินเสียงแกตื่นมาทำก้อก ๆ แก้ก ๆ แต่เช้ามืด

 

 

Scottish Breakfast ฝีมือเจ้รูนี่ย์ทำเองเสร์ฟเอง เมื่อตอนเข้าพักวานนี้เจ้แกวางเมนูอาหารเช้าให้เลือกไว้บนเตียงพร้อมกุญแจห้องอย่างเรียบร้อยทุกห้อง แต่เรามัวจัดข้าวจัดของอาบน้ำอาบท่า พอแกมาทวงเมนูคืนเห็นว่าเรายังเลือกไม่ครบทุกคนแกหน้างอทันที เราเลยบอกงั้นยูเลือกให้แทนก็แล้วกันเอาที่คิดว่าเจ๋งที่สุดเหมือนกันหมดทุกคน แต่กว่าจะสื่อสารรู้เรื่องตามนี้ก็ใช้เวลาพอสมควร

 

 

ผมอยากถ่ายรูปเจ้รูนี่ย์ไว้เป็นที่ระลึกเหมือนกันแต่ไม่กล้ากลัวแกวีนแตก แต่อย่างไรก็ตาม Edinburgh House เป็นเกสต์เฮ้าส์ที่น่าพักอีกแห่งหนึ่งผมขอแนะนำ การจองผมจองทางเน็ทตัดบัตรเครดิตเป็นประกันส่วนค่าห้องทั้งหมดจ่ายเป็นเงินสดตอนเข้าพัก ถ้าผมมีโอกาสไป Edinburgh อีกผมก็จะพักที่นี่แหละจะได้ถามให้หายสงสัยว่าแกเป็นอะไรกับไอ้หมูบินเวย์น รูนีย์ ศูนย์หน้าทีมแมนยู

 

 


 

 

ยังไม่จบครับ..ระหว่างนี้ฟังปี่สก๊อตไปพลางก่อนนะครับ....







แก้ไขล่าสุด ใน มิ.ย.152013

"กินและเที่ยวเรื่อยไปตามใจฉัน"

Wat*ka*Darin Contact

watkadarin Guest

เรามี 1375 บุคคลทั่วไป ออนไลน์

 

ขออภัย เนื่องจากถูก spam คุกคาม

จึงของดลงทะเบียนสมาชิกชั่วคราว

ลงทะเบียน