Departure & Arirval..



ก่อนที่จะมามีรูปยิ้มแฉ่งหน้าแป้นแล้นปรากฎอยู่ในภาพไตเติ้ลรายการในหน้าแรกนั้น มีเบื้องหลังที่สับสนวุ่นวายต้องลุ้นกันแทบนหัวใจจะวายกันหลายรอบ ผมจึงจะขอนำมาเล่าเป็นการเกริ่นนำหรือภาษาครูเขาเรียกว่าการนำเข้าสู่บทเรียน เพื่อให้เห็นภาพโดยรวมหรือที่มาที่ไปของทริปนี้ก่อน






อันที่จริงรายการทัวร์ Summer Holiday ปี 2013 ของผมนี้ น่าจะราบรื่นไร้ปัญหาไม่มีอะไรให้วุ่นวายเลย คือแรกเริ่มเดิมที่นั้นวางแผนจะไปกับทัวร์ แต่เป็นทัวร์ฝรั่ง คือผมได้ติดตามแพ็กเก็จทัวร์จากเว็บบริษัททัวร์ของอังกฤษบริษัทหนึ่งมาพอสมควร  ไปปิ้งกับโปรแกรม Ultimate Europe 26 วัน 16 ประเทศ เดินทางโดยรถโค้ช ค่าทัวร์คนละ 1,499 ปอนด์ เริ่มต้นและสิ้นสุดที่ลอนดอน โดยลูกทัวร์ต้องหาทางไปกลับลอนดอนเอง แต่บริษัทจะออกเอกสารรายละเอียดการเดินทางหรือ Tour Itinerary เพื่อประกอบการขอวีซ่าให้


เหตุผลที่ผมเลือกไปกับทัวร์แทนที่จะวางแผนไปเองเหมือนครั้ง Europe 2011 คืออยากจะลองเที่ยวแบบมีคนวางแผนให้เสร็จ ขี้เกียจทำการบ้านทั้งก่อนไปและระหว่างทาง และเมื่อดูเส้นทางผ่านประเทศต่าง ๆ (ตามแผนที่ข้างล่าง) กับจำนวนวันและราคาแล้วก็เห็นว่าเหมาะสมดี แม้จะยังไม่รวมค่าเครื่องบินก็ตาม ผมอ่านคอมเม้นท์ของผู้ที่เคยไปกับทัวร์รายการนี้ผลโดยรวมก็ออกไปทางบวก

 






และเพื่อความชัวร์ผมได้ไปตั้งกระทู้ถามถึงทัวร์บริษัทนี้ในห้องบลูแพลเน็ทเว็บพันทิป ก็ได้ทราบว่ามีคนไทยเคยใช้บริการทัวร์ของบริษัทนี้มาแล้วแต่คนละโปรแกรม และท่านนั้นได้เข้ามาเล่าประสบการณ์ครั้งนั้นพร้อมกับให้ข้อมูลเพิ่มเติมที่เป็นประโยชน์ ขออนุญาตเอ่ยนามคือผู้ใช้ล้อคอินว่า I forgive ,just not forget ผมขอขอบคุณมา ณ โอกาสนี้ ผมนำเรื่องจะไปเที่ยวยุโรปกับทัวร์นี้ไปชวนน้องสาวกับพี่ชายร่วมไปด้วยจะได้เป็นชนกลุ่มใหญ่หน่อยหนึ่ง ซึ่งทั้งสองเห็นรายละเอียดแล้วก็ตกลงเพราะมีความตั้งใจไปเที่ยวยุโรปเป็นทุนเดิมอยู่แล้วรอแค่มีใครมาจุดประเด็นเท่านั้น ฉนั้นทริป Euro 2013 ครั้งนี้จึงเป็น watkadarni + Brother & Sister เมื่อรวมกับสะใภ้และเขยแล้วก็เป็นสามคู่ 6 คน (ในรูปขาดน้องเขยไปคนหนึ่ง นี่เป็นรูปก่อนขึ้นรถไปสุวรรณภูมื)






ที่ผมบอกว่าทุกอย่างน่าจะฉลุยไม่มีอะไรให้ต้องคิดมาก เพราะภาระกิจทั้งหลายที่เกี่ยวข้องกับการเดินทางครั้งนี้ ผมยกให้เป็นภาระของบริษัททัวร์เพื่อนผมคือคุณกิ๊กสรณะ ชื่อบริษัทริกโก้สตาร์ที่ผมเคยใช้บริการเมื่อไปอังกฤษและยุโรปครั้งที่แล้ว ใช้บริการตั้งแต่เรื่องตั๋วเครื่องบิน การทำวีซ่า และที่สำคัญคือขอให้ช่วยดำเนินการติดต่อทั้งหลายทั้งปวงกับบริษัททัวร์ที่อังกฤษ เป็นบริการเสริมซึ่งเพื่อนบริการให้ฟรีโดยไม่คิดสตางค์ โดยบริษัทได้มอบหมายให้คุณวรรณดีหรือคุณวรรณเป็นผู้ดูแลเรื่องนี้ทั้งหมดเหมือนเดิม (ซึ่งทำให้คุณวรรณต้องมาล่มหัวจมท้ายลุ้นจนไมเกรนแทบขึ้นเหมือนคราวก่อนอีกครั้ง)






กำหนดการเดิมที่วางไว้คือ ไปเที่ยวลอนดอนล่วงหน้าก่อน 3 วัน แล้วจึงไปกับทัวร์ 26 วัน กลับมาเก็บตกลอนดอนต่ออีก 2 วัน ก่อนกลับกรุงเทพ ดังนี้

8 Apr 2013                 Bangkok – London

9 - 11 Apr 2013           London

12 Apr - 7 May  2013   Ultimate Europe

8 – 9  May  2013         London

10 May 2013               London - Bangkok


เมื่อมอบภาระที่เกี่ยวข้องทุกอย่างให้บริษัทเพื่อนผมแบกรับแทนแล้ว ฝ่ายผมมีหน้าที่แค่เตรียมข้อมูลและเอกสารส่วนตัว และไปโชว์ตัวพิมพ์มือตอนยื่นวีซ่าเท่านั้น อ้อ เตรียมสตางค์ด้วย ซึ่งขั้นตอนทุกอย่างก็ดำเนินไปอย่างตลอดปลอดโปร่งโดยไม่มีเค้ว่าจะเกิดมรสุมซักนิดเดียว ตั้งแต่จองทัวร์ ตั๋วเครื่องบิน โอนเงินมัดจำ ยื่นวีซ่าอังกฤษก็ผ่านเรียบร้อย ต่อจากนั้นก็โอนเงินค่าทัวร์เต็มจำนวนเพื่อเอาเอกสารการเดินทางและที่พักมาประกอบการยื่นวีซ่าเช็งเก้น ซึ่งในระหว่างนั้นค่าเงินปอนด์ก็ตกลงเรื่อย ๆ พวกเราต่างพากันดีใจกันเพราะคำนวนเป็นเงินบาทแล้วกำไรกว่าที่ประมาณการไว้แต่แรกหลายพัน หารู้ไม่ว่าหลังจากนั้นโลกไม่ได้สวยอย่างที่คิด


การยื่นวีซ่าเช็งเก้นสำหรับทัวร์ยุโรปครั้งนี้ต้องยื่นที่สถานทูตอิตาลีเพราะพักที่อิตาลี่นานกว่าเพื่อน หลังจากยกขบวนลูกทัวร์จากเชียงใหม่ (รอบที่สอง) ไปโชว์ตัวละเซ็นชื่อที่ VFS ตัวแทนการยื่นวีซ่าอิตาลี เรียบร้อยแล้วก็หมดภาระกิจ รอวันเดินทางอย่างเดียว วีซ่าไม่น่ามีปัญหาเพราะคุณสมบัติเจ้าหน้าที่บริษัทที่ดำเนินการให้บอกว่าหลักฐานแน่นปึ๊กขนาดนั้น  ตอนนั้นผมยังคุยกับครูดารินทร์เลยว่าไปเที่ยวคราวนี้ทำไมมันช่างง่ายดายไม่มีอะไรยุ่งยากเหมือนคราวที่แล้วเลย..

 

ระหว่างนี้ลูกทัวร์ทั้งหลายต่างกระดี้กระด้า วางแผนไปโน่นไปนี่ในวันฟรีเดย์ซึ่งมีอยู่หลายวัน เตรียมข้าวของเดินทางกันอย่างสนุกสนาน โดยเฉพาะสะเบียง เพราะคุณ I forgive ,just not forget บรรยายสรรพคุณอาหารของทัวร์ฝรั่งอย่างเห็นภาพ ฉนั้น เพื่อความอยู่รอด จึงต้องเตรียมสะเบียงแบบไทย ๆ ไปอย่างเต็มอัตราศึก (ทำให้ข้าวสวยสำเร็จรูปยี่ห้อโรซ่าถูกคนตระกูลนี้ทั้ง 6 คน กว้านซื้อไปจนหมดห้างโลตัสทุกสาขาในเชียงใหม่) นอกจากอาหารแล้วช่วงนั้นจากการติดตามข่าวลมฟ้าอากาศรวมทั้งสอบถามญาติที่อังกฤษ ทราบว่าอากาศที่โน่นยังหนาวอยู่ บางวันมีหิมะด้วย ทำให้ต้องเตรียมเครื่องกันหนาวเพิ่มขึ้นอีก แต่ไม่เป็นไร ยินดีเสมอ เพราะตอนนั้นโลกยังสวยอยู่นี่

 



ยื่นวีซ่าอิตาลี่ไปตอนปลายเดือนกุมภาพันธ์ เดินทาง 8 เมษายน ดูระยะเวลาแล้วทันถมเถ (ยังไม่รู้ฤทธิ์วิซ่าอิตาลีซะแล้ว) แต่แล้ว....ต้นเดือนมีนาคม เมฆดำทะมึนเคลื่อนตัวมาแล้ว ไม่ใช่แค่เมฆต้องฟ้าผ่าถึงจะถูก...คุณวรรณโทรมาบอกว่า บริษัททัวร์ที่อังกฤษได้แจ้งยกเลิกโปรแกรมทัวร์ที่เราจองเสียแล้ว โดยจะคืนเงินให้เต็มจำนวน พร้อมกับพร้อมกับปลอบใจเสนอโปรแกรมทัวร์ที่มีลักษณะและระยะเวลาใกล้เคียงกับโปรแกรมเดิมอีกสองรายการและมีราคาถูกกว่าด้วยให้เลือกแทน  ถ้าตกลงอันใดอันหนึ่งก็จะจะคืนส่วนต่างให้ หรือไม่พอใจสองรายการที่เสนอมาจะเลือกโปรแกรมอื่น ๆ ก็สามารถทำได้ พอทราบข่าวนี้เข้าทุกคนมึนกันไปหมด เหมือนลูกโป่งพองลมเต็มที่ถูกเข็มจิ้มเข้าไปเหี่ยวฟอดลงทันที ไอ้ที่กระดี้กระด้าอยู่หายซ่าไปเลย


แต่ The Show Must Go On ต้องเดินหน้าต่อไป ทำให้ตอนนี้มีทางเลือกอยู่ 2 ทาง คือ

  1. โปรแกรมอังกฤษยังเหมือนเดิม เพราะวีซ่าผ่านแล้ว  แต่ยกเลิกทัวร์ยุโรป เอาเงินคืนทั้งหมด โปรแกรมยุโรปค่อยวางแผน
  2. เลือกโปรแกรมอื่นที่เสนอมาแทน ถึงแม้รายการจะน้อยกว่าเพราะตัดประเทศและวันออกไปหลายวัน แต่ก็ยังพอครอบคลุมประเทศที่ต้องการ แถมได้เงินคืนเป็นพ้อกเก็ทมันนี่อีกเป็นหมึ่น

ที่ประชุมเลือกข้อ 2 เพราะข้อ 1 ไม่รู้จะจัดโปรแกรมยุโรปยังไงเพราะไม่ได้เตรียมตัวเตรียมใจเผื่อไว้สักนิดเดียว เวลาเดือนนิด ๆ กับโปรแกรมยี่สิบกว่าวันจะต้องนับหนึ่งใหม่คงไม่ไหว เคยอ่านจากที่โพสท์กันในเว็บขนาดหนุ่ม ๆ สาวๆ จัดโปรแกรมเที่ยวเองแค่เจ็ดวันสิบวันไม่กี่ประเทศยังใช้เวลาตั้งหลายเดือน เป็นปีก็ยังมี บางรายถึงขนาดหาซื้อดีวีดีเกี่ยวกับสถานที่จะไปมาดูด้วยซ้ำ และเหตุผลที่สำคัญก็คือตอนนั้นไม่มีกะจิตกะใจวางแผนอะไรแล้วเพราะใจทุ่มไปทางโน้นหมดเลย (ไม่อยากทำการบ้านอีกแล้ว) โปรแกรมใหม่ที่เสนอมาให้เลือกถึงแม้น้อยประเทศน้อยวันไปหน่อยไม่เป็นไร วันที่เหลือค่อยวางแผนไปเที่ยวเองซึ่งก็ยังเบากว่าจัดเองทั้งโปรแกรม


 




เมื่อเลือกข้อ 2 จึงมาพิจารณารายละเอียดว่ารายการทัวร์ที่เสนอมาโปรแกรมไหนเหมาะสมที่สุด รายการแรก Best of Europe ออกเดินทางเร็วกว่าเดิม คือวันที่ 9 เมษา วันรุ่งขึ้นหลังจากเดินทางถึงลอนดอน แต่ก็กลับเร็วกว่าและจำนวนวันน้อยกว่า 4 วันทำให้มีเวลาเหลือช่วงท้ายหลายวัน ก็กะวางแผนเที่ยวทางเหนืออังกฤษไปจนถึงสก๊อตแลนด์ โปรแกรมนี้ก็น่าลงตัวที่สุด แต่....ปัญหาก็คือ อพาร์ทเม้นท์ในลอนดอนที่จองไว้ 8 – 11 เมษา จะทำยังไง จ่ายเงินแล้ว ถ้าตามนี้พักได้แค่คืนเดียวเอง จึงติดต่อขอเลื่อนอีกสามวันที่เหลือไปไว้ช่วงท้ายตอนขากลับ ซึ่งเลื่อนได้ แต่..อีกแล้ว...วันที่เราต้องการดันเต็มเสียอีกไปว่างเอาโน่นอีกเดือนหนึ่ง จึงจำเป็นต้องตัดรายการนี้ออกไปก่อน






หันมาพิจารณาโปรกรมที่ 2 Europe Explorer 9 ประเทศ 18 วัน น้อยไปเยอะแต่ค่าทัวร์ก็ลดลงไปโขเหมือนกันเกือบ 600 ปอนด์ เอาเงินส่วนต่างและเวลาที่เหลือมาจัดโปรแกรมชดเชยได้หลายประเทศเหมือนกัน และช่วงเวลาก็ไม่กระทบกับที่พักที่จองไว้ จึงตัดสินใจเอาโปรแกรมนี้ แต่...อีกแล้ว...อีกแล้ว...เนื่องจากเราใช้เวลาติดต่อเลื่อนที่พักในตอนแรกไปหลายวัน พอตัดสินใจจองปรากฎว่าเหลือเพียง 4 ที่นั่งไม่ครบ 6 จึงแห้วไปตามระเบียบ ครั้นจะหันกลับไปเอาโปรแกรมแรกโดยกัดฟันยอมทิ้งค่าที่พัก 3 คืน ก็ปรากฎว่าสายเสียแล้ว เหลือที่นั่งไม่ครบ 6 คนเหมือนกัน ฉนั้น คำพังเพยที่ว่าช้า ๆ ได้พร้าเล่มงามเอามาใช้กับกรณีนี้ไม่ได้



 




ทีนี้เอาไงดี  ลองเชิร์ชหาบริษัททัวร์ลักษณะนี้ที่อังกฤษซึ่งมีเจ้าดังอยู่สองสามราย ดูโปรแกรมแล้วก็น่าสนใจอยู่หรอก แต่วันเดินทางไม่ลงล้อคกับช่วงเวลาของเรา และที่สำคัญราคาแพงกว่ามาก ใจตอนนั้นยังอยากไปกับทัวร์อยู่นั่นแหละยังไม่อยากคิดเอง จึงต้องย้อนมาหาทัวร์เจ้าเก่าพยายามเค้นหารายการทัวร์อื่น ๆ ที่พอจะลงล้อคได้ ก็มาเจอรายการตามภาพบน Absolute Europe ซึ่งมีเส้นทางและระยะเวลาคล้ายกับรายการทัวร์เราที่ถูกยกเลิกไปแถมราคาถูกกว่าแยะด้วย ที่ไม่เลือกแต่แรกเพราะเงื่อนไขที่อยู่ซ้ายมือบนระบุว่าสำหรับคนวัย 18 - 38 ขวบเท่านั้น แต่สมาชิกของเรา 60 Up ถึง 4 คน 60 Down อีก 2 คน ไม่เข้าเงื่อนไขนี้ แต่เมื่อไม่มีทางเลือกจึงขอต่อรองว่า เมื่อยูสร้างปัญหากับไอก็ควรจะลดเงื่อนไขนี้ให้ไอ ซึ่งเขายอมครับ โปรแกรมนี้ออกเดินทางระหว่าง 18 เมษา - 11 พฤษภา จะบินกลับกรุงเทพได้ต้องอีกวันหนึ่งคือวันที่ 12 เลยกำหนดเดิมซึ่งจองตั๋วเที่ยวกลับไว้วันที่ 10 พฤษภาคม แต่ไม่เป็นไร คุณวรรณจัดการเลื่อนตั๋วกลับเป็นวันที่ 12 พฤษภาได้ ช่วงว่างระหว่าง 12-17 เมษา ย้ายโปรแกรมสก๊อตแลนด์มาอยู่ในช่วงนี้เลย


 

 




เรื่องวุ่น ๆ ทั้งหลายก็น่าจะจบลงที่ตรงนี้ กำลังจะจองทัวร์รายการนี้อยู่ทีเดียว ดันนึกขึ้นได้ว่าใน Tour Itinerary เพื่อประกอบการยื่นวีซ่าอิตาลี่ระบุว่าเข้ายุโรปตั้งแต่วันที่ 12 เมษายน – 7 พฤษภาคม รวม 26 วัน แต่โปรแกรมทัวร์ใหม่นี้ออกจากยุโรปหรือประเทศกลุ่มเช็งเก้นวันที่ 11 พฤษภา เกินที่ยื่นขอไว้ตั้ง 4 วัน และทราบมาว่าวีซ่าอีตาลีจะให้พอดีตามวันที่ขอไม่เผื่อเหลือเผื่อขาดแม้แต่วันเดียว ซึ่งจากประสบการณ์ของคุณสมบัติผู้ประสานานวีซ่าบอกว่าที่ผ่านมามีทั้งเป๊ะ ๆ ตามที่ขอยืดหยุ่นไม่ได้ กับเป๊ะตามวันที่ขอแต่อยู่ภายในระยะเวลาหนึ่ง ฉนั้น เมื่อไม่แน่ใจอย่างนี้ เพื่อความชัวร์จึงคิดว่ารอวีซ่าออกมาก่อนค่อยจองทัวร์ อีกไม่กี่วันเอง ทำให้เรื่องที่ว่าจะจบง่าย ๆ กลายเป็นหนังเรื่องยาวเสียแล้ว


 



ขณะนั้นยื่นวีซ่าอิตาลีไว้แล้วประมาณ 1 อาทิตย์กว่า ๆ  ซึ่งเจ้าหน้าที่ VFS ที่รับเรื่องรวมทั้งป้ายกระดาษ A4 แปะไว้หน้าเคาน์เตอร์ระบุว่าใช้เวลาไม่เกิน 2 อาทิตย์ ฉนั้นจึงขอต่อรองทัวร์อังกฤษให้รอคอนเฟิร์มอีก 1 อาทิตย์ เพื่อรอผลวีซ่า ซึ่งทางโน้นก็ตอบโอเค เมื่อเห็นว่าทุกอย่างน่าจะลงล้อคแล้ว ก็ทำการวางแผนทัวร์ตอนเหนือของอังกฤษตามที่ตั้งใจไว้โดยจาก London ขึ้นทาง York เลียบชายฝั่งไปจนถึง Edinburgh วนลงอีกด้านหนึ่งฝั่ง Liverpool โดยวิธีเช่ารถมินิแวนขนาดใหญ่พร้อมกับจองที่พักระหว่าง 12 – 16 พฤษภาคม เว้นวันที่ 17 อยู่ลอนดอนหนึ่งวันเพื่อเตรียมตัวซักผ้าซักผ่อนเก็บข้าวเก็บของเพื่อไปกับทัวร์ หรือใครมีอะไรติดค้างลอนดอนอยู่ก็ไปเก็บตกให้เรียบร้อยซะวันนี้เพราะขากลับไม่มีเวลาแล้ว







ใครที่รู้ฤทธิ์เดชของการขอวีซ่าอิตาลีมาอ่านเจอตรงนี้เข้าก็คงหัวเราะแทบกรามหัก ว่ามันเป็นไปไม่ได้หรอก 2 อาทิตย์น่ะ อิมพอสสิเบิ้ลมาก ๆ เพราะตั้งแต่ต้นปีนี้เป็นต้นมาทางสถานทูตอิตาลียึดนโยบายอย่างเหนียวแน่นว่า “ไม่ว่าคุณจะยื่นขอวีซ่าล่วงหน้านานกี่เดือนก็ตาม เราจะอนุมัติให้ท่านก่อนวันเดินทางไม่เกิน 1 วัน บีบคั้นหัวใจท่านเล่น ฮ่า ฮ่า ฮ่า...”






ซึ่งก็แน่นอน ครบ 2 อาทิตย์แล้ว ยังไม่ทราบผลวีซ่า ขณะเดียวกันทางทัวร์ยุโรปแจ้งมาว่าเรารอคุณไม่ไหวแล้วนะ ขอยกเลิกการจองทั้งหลาย และจะคืนเงินทั้งหมดโดยเร็วที่สุด อีกเรื่องหนึ่งคือเรื่องตั๋วเครื่องบิน ถึงตอนนี้คุณวรรณบอกว่าจำเป็นต้องออกตั๋วแล้วเพราะดึงได้สุดฤทธิ์แค่นี้ ถ้าไม่รีบออกตั๋วก็จะหลุดมือไป ซึ่งเดือนเมษาเป็นช่วงที่หาตั๋วยากเย็นที่สุด (แพงด้วย) จึงต้องออกตั๋วโดยยืนยันกลับวันที่ 12 พฤษภาคม เผื่อเหลือเผื่อขาด





 

ขณะนั้นล่วงมาถึงกลางเดือนมีนาคม เหลือเวลาอีกแค่ไม่ถึง 3 อาทิตย์ ก็จะเดินทางแล้ว ตอนนี้ที่มีอยู่ในมือแน่ ๆ ก็คือตั๋วเครื่องบินไปกลับลอนดอน วีซ่าอังกฤษ 6 เดือน กับโปรแกรมทัวร์สก๊อตถึงวันที่ 16 พฤษภาคม ส่วนหลังจากนั้นกับโปรแกรมยุโรปยังว่างเปล่า





คงเคยเห็นเวลาไฟไหม้คนเราสามารถแบกตุ่มวิ่งหนีเฉยเลยทั้งที่ปกติต้องแบกถึงสามคนสี่คน อาการผมตอนนั้นก็คงอยู่ในลักษณะเดียวกัน คงจำได้ที่ผมได้พูดไว้ตอนต้นว่าไม่มีกะจิตกะใจ ไม่อยากคิดไม่อยากทำอะไรแล้วโดยเฉพาะการจัดโปรแกรมทัวร์ยุโรปด้วยตนเอง แต่เหตุการณ์ขณะนี้มันไม่มีทางเลือก จะว่าเลือดเข้าตาก็ว่าได้ มันจึงเกิดความฮึดขึ้นมามีเรี่ยวมีแรงอีกครั้ง อะไรที่คิดว่าทำไม่ได้ต้องได้แม้เวลาจะเหลือไม่มากก็ตาม ที่สำคัญลูกทัวร์ทั้งหลายก็พร้อมใจกันมอบหน้าที่ผู้จัดการทัวร์นี้ให้ผมในฐานะที่พอมีประสบการณ์มาบ้าง (หรือเป็นตัวตั้งตัวตีมาแต่ต้นก็ไม่รู้)


ผมจึงตรงไปร้านซี-เอ็ดหาซื้อหนังสือประเภทใคร ๆ ก็ไปเที่ยวโดยไม่ง้อทัวร์ทั้งหลาย แต่ที่สำคัญมี 3 เล่มคือ ยุโรปตะวันออก สวิตเซอร์แลนด์ อิตาลี มาเริ่มต้นอ่านร่วมกับข้อมูลที่ผมเซพจากเว็บ (ซึ่งพอเอาเข้าจริง ๆ หาไม่ค่อยเจอไม่รู้ไปซ่อนอยู่ที่ไหน) อ่านไปวางโปรแกรมไปจนหมดกระดาษ A4 ไปเป็นปึก จึงพอเป็นรูปเป็นร่าง (ขอขอบคุณผู้เขียนหนังสือดังกล่าวด้วยใจจริง ขอยืนยันว่าข้อมูลในหนังสือละเอียดถูกต้องและใช้ได้จริงครับ ขอบคุณอีกสิ่งหนึ่งคือ Google Earth ครับ)







ในเบื้องต้นกำหนดระยะเวลาก่อนโดยกำหนดหลังจากกลับจากทัวร์สก๊อตเพราะทุกอย่างจองไว้หมดแล้ว คือ ระหว่าง 18 เมษายน – 10 พฤษภาคม ถ้าวีซ่าเช็งเก้นได้แค่วันที่ 7 ก็จะร่นขึ้นมา ส่วนประเทศที่จะไปก็ล้อจากโปรแกรมทัวร์ที่ถูกยกเลิก เพราะใจมันบินไปรออยู่ที่โน่นแล้ว แต่ตัดบางประเทศออกไปเพื่อความเหมาะสมกับเวลาและจะได้มีเวลาอยู่แต่ละแห่งหลายวัน จะไม่เป็นชะโงกทัวร์เกินไป จึงได้โปรแกรมวนเป้นวงกลม ดังนี้ ลอนดอน - อัมสเตอร์ดัม - ปร้า้ก - สวิตเซอร์แลนด์ - อิตาลี - ปารีส - ลอนดอน






โปรแกรมที่ปรับใหม่

8 Apr 2013                  Bangkok – London

9 - 11 Apr 2013            London

12 - 16 Apr 2013          London - Scothland - London

17 Apr 2013                 London

18 Apr - 10 May  2013   London - Europe - London

11 May  2013               London

12 May 2013                London - Bangkok






ต่อไปก็กำหนดรูปแบบการเดินทาง ทีแรกกะเดินทางด้วยสายการบิบโลว์ค้อสต์ เช่น EasyJet ผสมกับรถไฟท้องถิ่น แต่เจอปัญหาสัมภาระ ซึ้งหิ้วขึ้นเครื่องได้จำกัด ครั้นจะฝากบางส่วนไว้ที่ลอนดอน ก็ไม่รู้จะฝากใคร ญาติมิตรที่มีอยู่กลับมาสงกรานต์เมืองไทยหมด หรือถ้าฝากได้แต่ลำพังแค่กระเป๋าขึ้นเครื่องใบเล็กแค่นั้นคงไม่พอ เพราะเดินทางตั้งยี่สิบกว่าวัน จึงมาลงเอยที่ ”ตลุยยุโรปโดยรถไฟ” โดยศึกษาเส้นทางจากเว็บ Raileurope ตอนแรกคิดจะซื้อตั๋วประเภท Eurail Pass แต่เช็คราคาแล้วตั๋วระยะเวลายี่สิบกว่าวันแพงมาก จึงเปลี่ยนเป็นซื้อเฉพาะจุดแบบ Poit to Point ดีกว่า






การเดินทางโดยรถไฟแต่ละจุดมีดังนี้

Amsterdam – Prague N

Prague – Zurich N

Zurich – Venice

Venice – Rome

Rome – Florence

Florence – Paris N

Paris – London (Eurostar)

(N คือรถไฟเที่ยวกลางคืนหรือ Night Train)





 

ส่วน London – Amsterdam เดินทางโดยรถโค้ช Euroline เที่ยวกลางคืน (ทำให้เมื่อรวมกับรถไฟกลางคืนแล้วทำให้ทุ่นค่าที่พักไปได้ 4 คืน) สำหรับที่พักในยุโรปผมเลือกผสมกันระหว่าง โฮสเทล บีแอนด์บี โรงแรม อพาร์ทเม้นท์  แล้วแต่ความสะดวกและราคา แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเรื่องตั๋วโดยสารรถไฟถึงแม้กำหนดค่อนข้างลงตัวแล้ว แต่ยังไม่สามารถทำการจองให้เป็นเรื่องเป็นราวได้  มันติดขัดที่ตรงไหนหรือ ?...


ติดตรงวีซ่าครับ ที่ผมพูดไว้ตอนต้นว่าหลักฐานแน่นปึ๊กนั้นชักไม่แน่เสียแล้ว เพราะฉุกคิดได้ว่า Tour Itinerary จากบริษัททัวร์ในอังกฤษเพื่อประกอบการยื่นวีซ่าอิตาลี่นั้น เป็นรายการทัวร์ที่ยกเลิกไปแล้ว ฉนั้น ถ้าเกิดทางสถานทูตติดต่อเช็คกับบริษัททัวร์หรือโรงแรมที่พัก ทราบว่าได้ถูกยกเลิกไปแล้วอาจมีผลทำให้วีซ่าไม่ผ่านก็ได้  จึงยังทำอะไรไม่ได้ กลัวเสียเงินฟรี จะแก้ไขตอนนี้ก็ไม่ทันแล้ว ได้แต Wait and See






ช่วงวันท้าย ๆ ของเดือนมีนาคม ต่อกับอาทิตย์แรกของเดือนเมษายน เป็นช่วงเวลาที่บีบคั้นชีวิตจิตใจมาก ทำอะไรไม่ได้จริง ๆ ได้แต่โทรกระหน่ำซัมเมอร์เซลล์ติดตามตามทั้งคุณวรรณ คุณสมบัติ  VFS (ติดยากมากกก) สถานทูตอิตาลี (ไม่เคยติด)ระหว่างนั้นก็ได้แต่โพสท์ปรับทุกข์กันระหว่างผู้อยู่ในในหัวอกเดียวกันที่ห้องบลูแพลเน็ทเว็บพันทิปแก้เซ็ง  ทำให้ได้ทราบว่าไม่ได้มีแต่เราเท่านั้นที่กำลังประสาทจะแดรก ยังมีผู้ร่วมชะตากรรมอีกไม่น้อย







เรื่องวีซ่ายังพอทนยังพอรู้ว่ายังไงมันต้องมีวันสิ้นสุด แต่ยังมีอีกเรื่องหนึ่งสร้างความกังวลมากกว่าก็คือเรื่องคืนเงินค่าทัวร์จากเมืองนอก เรื่องนี้คุณวรรณตามแล้วตามอีกทั้งโทรศัพท์ทั้งเมล์ก็ยังไม่โอนกลับมาสักที โยนไปแผนกโน้นแผนกนี้ จนชักเริ่มวิตกว่าจะถูกโกงหรือเปล่า เงินจำนวนไม่น้อย ถ้าไม่ได้คืนมาจะเอาเงินที่ไหนเที่ยว จะควักกระเป๋าอีกก็ไม่ควรจะเป็นเช่นนั้น ยิ่งคิดยิ่งกลุ้ม ไอ้โลกสวย ๆ แต่แรกชักหม่นหมองแล้ว เสื้อผ้าข้าวของกระจายเต็มบ้านไม่มีอารมณ์จัดเจิดมันละกระเป๋า


กำหนดการผมบินวันจันทร์ที่ 8 เมษายน ฉนั้นภายในวันศุกร์ที่ 5 ทุกอย่างต้องเรียบร้อยทั้งเงินทั้งวีซ่าเพราะติดเสาร์อาทิตย์ ถ้าวันศุกร์พาสปอร์ตออกมาไม่ทันก็อดบิน ความรู้สึกตอนนั้นวีซ่าเช็งก้นเช็งเก้นไม่สนมันละ ขอให้พาสปอร์ตออกมาเป็นพอ ยังไงลุยเกาะอังกฤษให้ครบเดือนยังไหว วันนั้นเป็นวันพุธที่ 3 แล้วทุกอย่างยังเงียบฉี่สมองมันเบลอไปหมด ครูดารินทร์ชวนไปทำบุญปล่อยนกปล่อยปลาสะเดาะเคราะห์ให้สบายอกสบายใจเสียบ้างผมก็ยินยอมง่าย ๆ ทั้ง ๆ ที่ก่อนนี้ เฉย ๆ จึงไปปล่อยนกปล่อยปลา(ไหล)ลงแม่น้ำปิงที่ท่าน้ำวัดไชยมงคล เดินเล่นเรื่อยเปื่อยรอเสียงโทรศัพท์ จนเลยห้าโมงเย็นยังไม่มีข่าวคืบหน้า เป็นอันว่าวันนี้ฟาล์วไปอีกวัน เหลืออีกแค่สองวัน ไม่รู้ว่าจะออกหัวหรือออกก้อย






ตอนสายวันพฤหัสบดีที่ 4 ครูดารินทร์ถือโทรศัพท์ร้องเสียงหลงออกมาจากห้องนอน “..วีซ่าออกแล้ว...วีซ่าออกแล้ว...ขอรายชื่อที่เหลือด้วย” ยื่นโทรศัพท์ให้ผมพูดต่อ ผมก็บอกรายชื่อไปทีละคน ปรากฎว่าวีซ่าออกมาครบ 6 คน (เรื่องมีอยู่ว่าครูดารินทร์แอบโทรไปที่ VFS พูดกับเครื่องจักรก่อนแล้วรอเป็นชั่วโมงจนเกือบวางหูแล้วจึงมีเสียงมนุษย์มารับสาย จึงถามถึงวีซ่าของตนเองก่อน) ตอนบ่าย ๆ คุณวรรณโทรมาบอกว่าไปรับเล่มพาสปอร์ตมาแล้ว วีซ่าผ่านฉลุย ได้มา 26 วันเป๊ะตาม Tour Itinerrary แต่ยืดหยุ่นได้ในเวลา 1 เดือน ซึ่งคลอบคลุมการเดินทางตามแผน แสดงว่าทางสถานทูตเช็คตามหลักฐานเอกสารเท่านั้น ไม่สาวไปถึงต้นตอตามที่กังวล ฉนั้นเดินตามแผนที่วางไว้ได้ทันที


ใครเคยเป็นแบบนี้ไหม อะไรพอมันจะดีก็ดี๊ดีไปหมด หลังจากทราบข่าวดีเมื่อเย็นวานแล้ว ตอนเช้าวันศุกร์ก็ได้รับข่าวดีจากคุณวรรณอีกว่ามีเงินโอนจากอังกฤษเข้ามาแล้วแต่จำนวนหายไปหลายบาทพอสมควร เนื่องจากจากค่าโอนและอัตราแลกเปลี่ยนกลับไปกลับมา ซึ่งเงินปอนด์ถูกลงกว่าตอนโอนไป ฉนั้นที่หลงดีอกดีใจแต่แรกว่าได้กำไรนั้นกลับตรงกันข้ามเสียแล้ว แต่อย่างไรก็ตาม  “กำKleeดีกว่ากำtos” 5555 หัวเราะออกแล้ว ทั้งนี้เป็นผลจากการไปทำบุญปล่อยนกปล่อยปลาหรือเปล่าก็ไม่ทราบได้ แต่ทุกอย่างหลังจากนี้ผ่านราบรื่นฉลุยไปจนจบทริป เรียกว่าต้นร้ายปลายดีก็ว่าได้ นี่แหละน้าคนโบราณเขาถึงกล่าวไว้ว่า  "ไม่เชื่ออย่าลบหลู่" และเพื่อยืนยันในข้อนี้ผมขอเล่าเหตุการณ์สำคัญอีกเรื่องหนึ่ง ซึ่งตอนแรกทำท่าว่าจะจบไม่สวยอีกแต่กลับลุล่วงไปได้แบบไม่น่าเชื่อเลยก็ว่าได้ เรื่องเป็นดังนี้ครับ


 



คือหลังจากทราบผลวีซ่าผมก็เริ่มภาระกิจจองตั๋วรถไฟก่อนอื่น ในการนี้ผมเช็คราคาจากเว็บ Raileurope พร้อมกับติดต่อตัวแทนจำหน่ายในประเทศไทย ซึ่งมีสามสี่บริษัทควบคู่กันไปด้วย บางบริษัทส่งเมล์ไปก็เงียบเฉย บางบริษัทคิดราคาเวอร์มาก ทั้งค่าออกตั๋วและค่าจองที่นั่ง จริง ๆ แล้วผมอยากจองตั๋วกับเอเยนต์เมืองไทยมากกว่าจองทางออนไลน์ ยังเข็ดไม่หายกับการโอนค่าทัวร์  เพราะราคาค่าตั๋วทั้งทริปลองคำนวนแล้วตั้งแสนกว่าบาท จ่ายสดยื่นหมูยื่นแมวกันไปเลยดีกว่า อีกประการหนึ่งในการจองออนไลน์ที่ผมทดลองจองส่วนใหญ่เป็นตั๋ว Paper Ticket ส่งทาง Dilivery วิธีเดียวเท่านั้น (คิดค่าส่งด้วย) ไม่มี Print @ the Station หรือ Print @ Home ให้เลือกเลย แบบนี้จะให้ส่งไปให้แมวที่ไหนทัน อีกสามวันก็ออกเดินทางแล้ว


โชคดีมีอยู่บริษัทหนึ่งคือ GM Tour & Travel หลังจากที่ผมติดต่อไปวันศุกร์เช้า ตอนบ่ายก็ได้รับเมล์ขอให้ส่งรายละเอียดการเดินทางไปให้ ผมกลับมาเปิดอ่านเมล์อีกครั้งก็หลัง 5 โมงเย็นเพราะมัวออกไปเบิกเงินแลกเงิน เมล์ที่ตอบกลับมานั้นแสดงราคาและรายละเอียดครบทุกเส้นทางที่ต้องการ พร้อมกับบอกว่าถ้าโอเคตามนั้นให้ส่งรายชื่อผู้โดยสารทั้งหมดไป ผมเช็คดูแล้วบางเส้นทางถูกกว่าจองทางเน็ท แต่บางเส้นทางก็แพงกว่าแต่ไม่มาก โดยสรุปยอดค่าโดยสารรวมค่าบริการแล้วพอ ๆ กัน ก็ตกลงตามนั้น แต่ติดปัญหา (อีกแล้ว) ว่าตอนนั้นเลิกงานแล้ว พรุ่งนี้มะรืนนี้ก็เป็นวันหยุดเสาร์อาทิตย์ วันจันทร์ต้องเดินทางแล้ว จะติดต่อบริษัทเพื่อจ่ายเงินและออกตั๋วได้ยังไง แต่อย่างไรก็ตามผมส่งรายชื่อพร้อมกับบอกปัญหานี้กลับไป ในใจผมตอนนั้นแทบไม่ได้หวังเลยว่ามันจะสำเร็จเพราะดันมาเจอวันหยุดแบบนี้ คงฟาล์วอีกตามเคย (จากปัญหาหลาย ๆ เรื่องดังกล่าวทำให้ผมได้คิดว่าต่อไปนี้หากกำหนดวันเดินทางได้อย่าให้อยู่หลังวันหยุด อย่างน้อยขอให้มีวันธรรมดาอยู่ข้างหน้าสักวันก็ยังดี ฉุกเฉินยังพอมีทางแก้)

 

 




จากที่คิดว่าฟาวล์ไปอีกรายการแล้ว แต่ที่ไหนได้ ประมาณสองทุ่มผมได้รับเมล์ตอบกลับมาผู้ตอบชื่อคุณฝ้าย บอกว่าถ้ายืนยันตามนี้ พรุ่งนี้เช้าคุณฝ้ายจะไปเปิดบริษัทซึ่งตั้งอยู่ที่สาทรให้เป็นพิเศษเพื่อออกตั๋วโดยชำระเป็นเงินสด พร้อมทั้งบอกเบอร์มือถือสำหรับกรณีเร่งด่วน ทีนี้มีปัญหาอยู่ว่าผมอยู่ถึงเชียงใหม่จะไปสาทรทันได้ยังไง แต่ไม่มีปัญหาเพราะบังเอิญพี่ชายผมลงกรุงเทพล่วงหน้าไปก่อน จึงมอบภาระนี้ให้แกเป็นคนจัดการ ซึ่งทุกอย่างก็ลุล่วงไปด้วยดีได้ตั๋วตัวจริงมีเบอร์ที่นั่งเรียบร้อยพร้อมใช้ขึ้นรถได้เลยโดยไม่ต้องไป Validate เห็นไหมครับอะไรมันจะสำเร็จก็ลื่นไหลไปได้เหมือนกับปลาไหล อ้อ...ตอนเช้าวันเสาร์ระหว่างขับรถไปกรุงเทพ ผมยังโทรไปต่อรองกับคุณฝ้ายว่าให้คิดราคาตามเรทเงินยูโรวันนี้ได้ไหม เพราะเงินบาทแข็งขึ้นทุกวันคุณฝ้ายก็โอเค ลดให้อีกประมาณสิบสตางค์ต่อ 1 ยูโร หลายร้อยบาทเหมือนกัน






เมื่อได้ตั๋วรถไฟอยู่ในกำมือแล้ว ต่อไปนี้ทุกอย่างก็เข้าที่เข้าทางลงตัว สามารถเดินตามกรอบวันเวลาสถานที่ตามตารางรถไฟได้เลย ไม่ว่าการจองที่พัก การจัดโปรแกรมในแต่ละวัน ฯลฯ ซึ่งเรื่องราวต่าง ๆ เหล่านี้ผมจะทะยอยนำลงเป็นลำดับต่อไป โดยเฉพาะประสบการณ์การโดยสารรถไฟยุโรปซึ่งมีทั้งเปรี้ยวหวานเผ็ดโหดมันฮาครบทุกรส แค่เรื่องลากกระเป๋าไซ้ส์ 26 นิ้ว น้ำหนัก 20 ก.ก. ขึ้นลงรถไฟนับครั้งไม่ถ้วนยังไม่พอ บางครั้งยังลากขึ้นลงใต้ดินเพื่อเปลี่ยนไปอีกสี่ชานชาลาให้ทันภายในสองนาที ก็ดูไม่จืดแล้วละครับ







ที่จริงผมอยากตั้งชื่อรายการทัวร์คณะนี้ว่า “EURO 375” เพราะนับอายุรวมกันแล้วได้ 375 อัพ นี่ยังดีที่มี Under Senior อีก 2 คน ช่วยดึงตัวเลขลงมาบ้างไม่งั้นจะสูงกว่านี้ จากปัญหาและอุปสรรคที่ผมเล่ามาตั้งแต่ต้น จนทำให้โปรแกรมเที่ยวกับทัวร์กลายเป็นเที่ยว(เองก็ได้)โดยไม่ง้อทัวร์ แต่หลังจากจบโปรแกรมกลับถึงเชียงใหม่โดยสวัสดิภาพแล้ว ลูกทัวร์ทุกคนต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า “โชคดีแล้วที่บริษัททัวร์อังกฤษมันยกเลิกโปรแกรมทัวร์ของเรา ที่จริงควรจะขอบใจมันด้วยซ้ำ”


โชคดียังไงโปรดติดตาม ครับ....




แก้ไขล่าสุด ใน พ.ค.302013

"กินและเที่ยวเรื่อยไปตามใจฉัน"

Wat*ka*Darin Contact

watkadarin Guest

เรามี 789 บุคคลทั่วไป ออนไลน์

 

ขออภัย เนื่องจากถูก spam คุกคาม

จึงของดลงทะเบียนสมาชิกชั่วคราว

ลงทะเบียน