เรื่องพื้น ๆ

 

ผมกับครูดารินทร์เป็นนักเที่ยวประเภทเที่ยวเองเดินเองหลงเอง ฉะนั้นสิ่งที่เห็นผ่านหูผ่านตาระหว่างเดินท่อม ๆ ไปโน่นไปนี่ นอกจากสิ่งรอบข้างก็คือภาพพื้น ๆ ไม่ว่าจะเป็นพื้นทางเท้า พื้นถนน พื้นสถานีรถไฟ เป็นต้น







คิดว่าผู้บริหารของเมืองในหลายประเทศต้องเห็นความสำคัญในมุมมองพื้น ๆ แบบนี้  จึงใช้ตรงนี้ให้เป็นประโยชน์ในการสื่อสาร ทั้งในด้านการประชาสัมพันธ์และการให้ข้อมูลข่าวสาร  และหนึ่งในประเทศเหล่านั้นก็คือญี่ปุ่น เพราะจากการที่ได้สัมผัสมีความรู้สึกว่า เป็นประเทศที่ให้ความสำคัญในเรื่องนี้มาก ดังภาพที่จะได้โพสท์ต่อไปนี้







เริ่มจาก ฝาท่อระบายน้ำหรือฝาท่ออื่น ๆ ซึ่งอยู่ในระดับพื้นถนนหรือพื้นทางเท้า   แต่ละเมืองพยายามดึงเอาจุดเด่นของเมืองผ่านกระบวนการออกแบบหล่อฝาท่อให้กลายเป็นสื่อประชาสัมพันธ์ชั้นดี  แทบไม่ต้องลงทุนเพิ่มเพราะฝาท่อส่วนมากจะต้องทำแป็นลายไม่อย่างใดก็อย่างหนึ่งอยู่แล้ว (ดังภาพถัดไป)  เรียกว่ายิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว อย่างภาพนี้ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเป็นสัญลักษณ์ของเมืองที่มีภูเขาไฟฟูจิเป็นจุดขาย







แบบนี้เข้าท่ากว่าการประชาสัมพันธ์โดยขึ้นป้ายไวนิลคำขวัญจังหวัดประกอบรูปเห่ย ๆ ติดตั้งให้รกหูรกตาตามแยกต่าง ๆ (ไม่นับรวมป้ายค่านิยมพื้นฐาน  (กี่) ประการ ป้ายใบหน้านักการเมืองท้องถิ่นทุกระดับและป้ายโฆษณาบ้านคอนโดอีกเต็มไปหมด ใครนึกไม่ออกว่าป้ายเหล่านี้สร้างมลพิษทางสายตายังไงโปรดมาดูตามแยกถนนตรอกซอกซอยทั่วเมืองเชียงใหม่ได้ครับ)







ภาพภูเขาไฟฟูจิกับสะพานข้ามทะเลสาบ Kawaguchiko ตอนล่องเรือผมถ่ายไปเรื่อย แต่พอนำรูปนี้มาเที่ยบกับฝาท่อ อ้าว..มุมเดียวกันอย่างฟลุ๊ก เสียแต่ของผมฟูจิยอดด้วนไปหน่อย  ส่วนดอกไม้ที่ล้อมรอบคงเป็นดอกไม้ชนิดหนึ่งที่ขิ้นอยู่ริมทะเลสาบ








ฝาท่ออีกแห่งหนึ่งรอบทะเลสาบ Kawaguchiko  ก็ออกแบบเกี่ยวกับภูเขาไฟฟูจิ แต่คราวนี้ทำเป็นดวงเล็ก ๆ อยู่ตรงกลางล้อมรอบด้วยดอกซากุระ




 



ช่วงผมไปช้าไปประมาณอาทิตย์เดียวอาทิตย์ ดอกซากุระร่วงโรยหมดแล้ว (ที่จริงก็ไม่ช้าหรอกแต่ปีนี้ดอกซากุระดันบานเร็วเอง) ทำให้ภาพนี้แทนที่จะมีดอกซากุระเป็นโฟร์กราวด์กลับเป็นเป็นใบเขียวแทน อีกทั้งเมฆก้อนนั้นดันเคลื่อนมาบังยอดดอยเสียอีก และอ้อยอิ่งอยู่อย่างนี้จนผมกลับ







ฝาท่อของเมืองซัปโปโร เมืองศูนย์กลางของเกาะฮอกไกโดหล่อเป็นรูปหอนาฬิกาโบราณ และปลาที่ล้อมรอบ คงสื่อให้เห็นว่าฮอกไกโด มีชื่อในเรื่องของปลาที่สด และรสชาติดีที่สุดแห่งหนึ่งของโลก







หอนาฬิกาซัปโปโร (Sapporo Clock Tower ) สัญลักษณ์ของเมืองซัปโปโร สร้างเมื่อปี ค.ศ.1878 ปัจจุบันเป็นพิพิธภัณฑ์







หิมะเป็นจุดขายอีกอย่างหนึ่งของเมืองซัปโปโร เมืองนี้จะจัดเทศกาลหิมะและน้ำแข็งระดับโลกทุกปี นอกจากนี้เคยเป็นเจ้าภาพกีฬาโอลิมปิคฤดูหนาวมาครั้งหนึ่ง ฝาท่ออีกแบบหนึ่งจึงทำเป็นรูปสัญลักษณ์เกล็ดหิมะ







พูดถึงหิมะเมืองซัปโปโร ในฤดูหนาวจะมีหิมะปกคลุมไปทั้งเมือง ทางการจึงสร้างทางเดินใต้ดินยาวเป็นกิโล ๆ ตั้งแต่สถานีรถไฟไปจนถึงย่าน Susukino ซึ่งเป็นย่านดาวน์ทาวน์ของเมือง และระหว่างทางเดินก็จะมีศูนย์การค้าใต้ดินให้ช้อปปิ้ง  เรียกว่าหิมะไม่เป็นอุปสรรคว่างั้นเถอะ  (ผมขอเก็บไว้โพสท์ต่างหากภายหลังครับ)







วันนี้มาพูดเรื่องพื้น ๆ ดีกว่า  คือทางเดินบางช่วงของทางใต้ดินนี้จะมีรูปนกพร้อมชื่อแปะอยู่เป็นระยะ นับว่าเป็นสื่อความรู้ที่น่าสนใจดี







รวมทั้งการไล่โทนสีของกระเบื้องปูพื้นก็ดูดี








ฝาท่อของเมืองโอตารุ เมืองท่องเที่ยวสำคัญอีกเมืองหนึ่งของเกาะฮอกไกโด  ไม่ทราบว่าที่นอนกอดกันสองตัวนั้นคือหมีหรือแมวน้ำเพราะทั้งหมีสีน้ำตาลและแมวน้ำต่างก็เป็นจุดขายของเกาะฮอกไกโดทั้งสองตัว แต่ไม่ว่าเป็นตัวอะไรก็ถือว่าฝาท่อระบายน้ำได้ทำหน้าที่เป็นสื่อประชาสัมพันธ์อย่างดียิ่ง







เรื่องพื้น ๆ บนทางเท้าหน้าสถานีรถไฟโอตารุมีสัญลักษณ์แบบนี้ ผมเดาเอาว่าเป็นสัญลักษณ์ เตือนให้หยุดมองซ้ายมองขวาก่อน เพราะข้างหน้าเป็นทางรถเข้าออก







ไปต่อที่ฝาท่อของเมืองฮาโกดาเตะ ฝาท่อเมืองนี้มีทั้งแบบเป็นแผ่นเหล็กธรรมดาแบบนี้กับแบบระบายสี







นี่คือฝาท่อแบบระบายสีผมอยากทราบเหลือเกินว่าใช้สีอะไรจึงทนต่อดินฟ้าอากาศและการเหยียบย่ำเพราะดูยังมีความสดใสอย่างกับเพิ่งทา  ฝาท่อเมืองฮาโกดาเตะเป็นรูปศาลาประชาคมฮาโกดาเตะ (Old Hakodate Public Hall) สร้างในปี ค.ศ.1907







และรูปดาวห้าแฉกที่ล้อมรอบสื่อให้เห็นถึงสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ของเมืองคือ Fort Goryokaku ซึ่งเป็นสวนสาธารณะและหอคอยรูปดาวห้าแฉก







ฝาท่อเมืองฮาโกดาเตะอีกแบบหนึ่งทำเป็นรูปปลาหมึกสามตัว สื่อให้เห็นว่าเมืองนี้เป็นเมืองชายทะเลที่มีตลาดปลา (Hakodate Asaichi) เป็นจุดขายสำคัญอีกแห่งหนึ่ง







เห็นปลาหมึกบนฝาท่อเมืองฮาโกดาเตะ ทำให้ผมนึกถึงปลาหมึกแพ็คที่ซื้อไปแกล้มเบียร์ตอนเดินเที่ยวตลาดเช้า ว่าหน้าตาช่างละม้ายคล้ายคลึงกันเหลือเกิน เพียงแต่ไม่มีลูกตากับหนวด ที่แท้เป็นปลาหมึกประจำเมืองนี่เอง







เมืองฮาโกดาเตะยังใช้พื้นที่พื้น ๆ ให้เป็นประโยชน์ด้านให้ข้อมูลข่าวสารอย่างเช่นทำเป็นป้ายบอกทางไปยังสถานที่ท่องเที่ยว ทำให้ผมเดินตามลูกศรชี้ไปขึ้นรถกะเช้าโดยไม่หลงครับ







รูปนี้เป็นฝาท่อเมือง Shiogama เมืองชายทะเลที่มีตลาดปลาที่สำคัญอีกเมืองหนึ่ง







แต่สัญลักษณ์ไม่เกี่ยวกับทะเลแต่เป็นรูปดอกไม้ประจำเมืองคือดอกซากุระพันธุ์หนึ่งที่มีชื่อว่า Shiogama Sakura ในเดือนเมษายนช่วงซากุระบาน เมืองนี้มีเทศกาลดอกไม้ที่สำคัญชื่อว่า  Hana Matsuri (Flower Festival)







อย่างที่พูดไว้ในตอนต้นว่าปีนี้ดอกซากุระบานเร็วกว่าทุกปี ทำให้ผมกลับครูดารินทร์พลาดชมดอกซากุระจากที่วางแผนไว้สองแห่ง  หนึ่งในนั้นก็ที่เมือง Shiogama   นี่เองทำให้อดชมซากุระที่ลานวัด Shiogama แต่ได้ไปกินซีฟู้ดที่ตลาดปลา ก็คุ้มแล้วครับ (เก็บไว้โพสท์ทีหลัง)







ถึงแม้พลาดที่ Shiogama แต่ก็บังเอิญไปเจอ Shiogama Sakura แบบฟลุ้ค ๆ หน่อยหนึ่งที่ทะเลสาบ Kawaguchicko ทั้งสีขาวและสีชมพู ซากุระพันธุ์นี้จะมีกลีบซ้อนกันเป็นช่อ ต่างกับดอกซากุระที่คุ้นเคย








สีชมพูเจออยู่ต้นหนึ่ง







มาชมฝาท่อในเมืองหลวงโตเกียวมั่ง ฝาท่อรูปดอกซากุระพันธุ์มาตรฐาน ฝาท่อลายนี้พบเห็นได้ทั่ว ฝานี้ผมถ่ายที่ย่าน Ikebukuro







ฝาท่อนี้ที่ตลาด Ameyoko ถนนสายช้อปปิ้งยอดฮิตใกล้กับสถานีรถไฟ Ueno แหล่งช้อปปิ้งแห่งนี้ขายตั้งแต่เสื้อผ้ากระเป๋ารองเท้าเครื่องสำอางค์ของกินของใช้เรียกว่าสากกระเบือยันเรือรบ ในราคาไม่แพง







ฝาท่อทองเหลืองนี้ถ่ายแถวตลาด Ameyoko เช่นกัน ถูกคนเหยียบย่ำเสียจนมันแผลบ รูปตรงกลางเป็นดอกไม้แต่ไม่ทราบว่าดอกอะไร ฝาท่อทองเหลืองนี้ถ่ายแถวตลาด Ameyoko เช่นกัน ถูกคนเหยียบย่ำเสียจนมันแผลบ รูปตรงกลางเป็นดอกไม้แต่ไม่ทราบว่าดอกอะไร ฝาทองเหลืองชั้นดีแบบนี้ถ้าเป็นบ้านเราถูกซาเล้งงัดไปขายเรียบร้อย






คราวนี้มาชมภาพพื้น ๆ ที่ไม่ใช่ฝาท่อบ้าง เป็นภาพพื้น ๆ ประเภทให้ข้อมูลข่าวสาร







ตำแหน่งของป้ายสื่อกันตรง ๆ เลยว่าตรงนี้ห้ามนะ







ป้ายบอกเส้นทางหลบภัยสึนามิที่เมือง Matsushima ซึ่งประสพภัยสึนามิล่าครั้งล่าสุดเมื่อไม่กี่ปีมานี้







ป้ายเตือนภัยสึนามิคล้ายกันนี้ ผมเคยเห็นแถวชายหาดเมืองภูเก็ตหลังประสบภัยสึนามิ ไม่ทราบว่าปัจจุบันนี้ยังอยู่ดีหรือเปล่า







ศิลปะบนทางเท้าที่ที่เมือง Matsushima เช่นกัน เมืองนี้อยู่ติดทะเล







ต่อไปนี้เป็นภาพพื้น ๆ ที่สถานีรถไฟ  ภาพนี้ที่สถานีรถไฟชิงกันเชนเมือง Sendai







รู้สึกว่าผู้เกี่ยวข้องจะสนุกสนานกับการแปะสติ๊กเกอร์ลงบนพื้นมาก







ออกแบบใด้ใหญ่สะใจดี ใครมองไม่เห็นไม่รู้จะว่ายังไงแล้ว







เกี่ยวกับป้ายลูกศรที่พื้น โรงพยาบาลบ้านเราเคยนำมาเล่นพักหนึ่ง โดยตามทางเดินจะทำเป็นเส้นหลากสี มีลูกศรนำไปยังห้องนั้น ๆ เช่นห้องเจาะเลือดเป็นเส้นสีแดงเป็นต้น แต่ปัจจุบันไม่ค่อยเห็น คงเบื่อเลิกเล่นไปแล้ว







ขึ้นบันไดเลื่อนมาดูเรื่องพื้น ๆ บนชานชาลาต่อเนื่องกับภาพที่แล้ว โผล่มาก็เจอกับสติ๊กเกอร์แผ่นใหญ่ที่พื้นบอกขบวนรถจำนวนโบกี้และตำแหน่ง







ตำแหน่งของตู้โบกี้กับป้ายที่พื้นตรงกันเป๊ะ พร้อมตีเส้นให้เข้าแถวตามระเบียบ แต่ถึงแม้ไม่มีเส้นก็ไม่เห็นมีใครแซงคิว







คำนวนการจอดได้เป๊ะเวอร์







ข้อมูลเกี่ยวกับขบวนรถไฟนอกจากปรากฎที่พื้นแล้วยังมีป้ายไฟอีกด้วยซึ่งที่ป้ายไฟนี้เป็นข้ออมูลที่อัพเดทตรงกับในตั๋ว มีป้ายบอกละเอียดทุกช่องทางขนาดนี้ถ้ายังหลงอีกก็ช่วยไม่ได้แล้ว







รถไฟอะไรหน้าตาประหลาดอัปลักษณ์เสียไม่มี สู้รถไฟบางประเทศไม่ได้ยังคงอนุรักษ์ใช้ของเดิม ๆ ที่ผมนั่งครั้งแรกเมื่อ50 ปีก่อนไว้ได้ คลาสสิคดีออกจะตายไป







ไม่ใช่มีแค่กะเหรียงสองคนที่เดินเพ่นพ่านถ่ายรูปรถไฟหน้าตาประหลาดไปทั่วชานชาลา  สาวญี่ปุ่นคนนี้ก็ยังเอาอย่างกะเหรี่ยงเหมือนกัน







เปรียบเทียบการใช้เวลาว่างของคนสองเจเนอเรชั่น







ตู้ขายของจิปาถะขายของพื้น ๆ ที่จำเป็นต่อการเดินทาง







หนังสือพื้น ๆ ที่วางขายบนแผงอย่างสง่าผ่าเผย







ผมจึงขอศึกษาดูว่ามันมีเนื้อหาวิชาการอะไรบ้าง เปิดดูแล้วภายในเล่มมีแต่ภาพพื้น ๆ ทั้งนั้น โชว์อย่างเปิดเผยไม่ปิดบังอะไรทั้งสิ้นไม่มีการเบลอด้วย ผมเปิดไปเจอยัง

เขินเลยต้องเบลอเอง




แก้ไขล่าสุด ใน ต.ค.012015

"กินและเที่ยวเรื่อยไปตามใจฉัน"

Wat*ka*Darin Contact

watkadarin Guest

เรามี 444 บุคคลทั่วไป ออนไลน์

 

ขออภัย เนื่องจากถูก spam คุกคาม

จึงของดลงทะเบียนสมาชิกชั่วคราว

ลงทะเบียน