Elysee Montmartre

มี.ค.012012

 

เรื่องนี้เป็นตอนต่อของ มองต์มาตร์และปีกัลล์ : ปารีส

 

 

ความเดิมตอนที่แล้วจบลงที่เขามงต์มาตร์บริเวณทางขึ้นโบสถ์ซาเกรเกอร์ (Sacre Coeur)






แต่ผมจะยังไม่ขึ้นไปชมโบสถ์โดยจะปล่อยเรื่องนี้เป็นหน้าที่ของ arty4you.net แต่ก็จะให้ชมบรรยากาศกุ๊กกิ้กน่ารักอันเป็นสีสันของปารีส ซึ่งกล่าวกันว่าเป็นเมืองที่โรแมนติกแห่งหนึ่งในยุโรป






บริเวณหน้าโบสถ์ทั้งข้างล่างข้างบนโบสถ์ซาเกรเกอร์นอกจากคลาคล่ำไปด้วยนักท่องเที่ยวแล้ว สิ่งที่คู่กันเหมือนน้ำพึ่งเรือเสือพึ่งป่าก็คือผู้ที่ทำหากินกับนักท่องเที่ยว เท่าที่ผมเห็นส่วนใหญ่หรือแทบทั้งหมดจะเป็นคนผิวสี สินค้ายอดนิยมก็หนีไม่พ้นหอไอเฟล ถามราคาแล้วถูกกว่าตามร้านขายของที่ระลึกทั่วไป ผมแกล้งต่อราคาหอไอเฟลไซ้ส์ใหญ่สุดในราคาที่ต่ำกว่าราคากลางพอสมควรกับหนุ่มนักขายรูปซ้ายมือซึ่งดูหน้าตาท่าทางการพูดการจาพอคบได้ แกก็โอเคจึงต้องซื้อตามระเบียบตอนใส่ถุงแกยังขยุ้มพวงกุญแจหอไอเฟลแถมอีกหลายพวง ขอถ่ายรูปก็ให้ความร่วมมือด้วยดี

ต่างกับอีกรายหนึ่งซึ่งเป็นแผงแบกะดินขายของประเภทเครื่องหนังกระเป๋าถือผู้หญิง ครูดารินทร์ลองหยิบกระเป๋าถือใบหนึ่งมาดมด้วยความเคยชินว่าจะมีกลิ่นหนังแท้หรือเปล่า ปรากฎว่าคนขายรีบดึงกระเป๋าไปจากมือพร้อมพูดล้งเล้งเสียงดังแม้ฟังไม่รู้เรื่องก็รู้ว่าโดนด่าเข้าแล้ว ครูดารินทร์จึงคว้ามือผมที่กำลังจะถ่ายรูปเผ่นออกมาทันที






แผงขายของที่ระลึกกับม้าหมุนตรงลานด้านล่างสุดของโบสถ์ตรงข้ามกับย่าน Elysee Momtmartre






สินค้าก็หน้าเดิม






ผมเห็นม้าหมุนหรือ Merry Go Round แบบนี้ทำให้นึกถึงภาพคุ้นตาในหนังหลายฝรั่งเรื่องที่หมุนไปพร้อมกับเสียงดนตรีกุ้งกิ้งทำนองเดิม ๆ






ผมชอบการออกแบบลวดลายสีสัน ดูแล้วสวยงามลงตัวคือเห็นว่าคนออกแบบเขาเก็บรายละเอียดทุกจุดอย่างไม่ตกหล่นและเข้ากันได้ดี ต่างกับม้าหมุนแบบไทย ๆ ตามงานวัดซึ่งดูแข็ง ๆ กระโดกกระเดกยังไงก็ไม่รู้






ภาพทิวทัศน์ตกแต่งโดยรอบหลังคาเป็นภาพลำคลองในกรุงเวนิซ ดูกรอบและลวดลายเหมือนกับการตกแต่งรถสิบล้อตัวถังไม้บ้านเราสมัยก่อน ซึ่งเป็นกรอบลายดุนโลหะชุบโครเมี่ยม ภายในกรอบเขียนภาพทิวทัศน์ทะเลหรือทุ่งนามีภูเขาสองลูกกับกระต๊อบหลังหนึ่งเป็นแบ้คกราวด์ ด้านหน้าก็มีต้นมะพร้าวลำต้นเอนเข้าหากันสองต้น






ถนนซอยตรงข้ามกับโบสถ์ซาเกรเกอร์ซึ่งเป็นเส้นทางหลักของนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ที่จะขึ้นมาชมโบสถ์ ริมรั้วมีมนุษย์หุ่นแต่งตัวสีทองทั้งชุดกำลังเตรียมตัวแสดงหาเงิน ไม่รู้ว่าเล่นเป็นตัวอะไร






เบื้องหลังนักแสดง






สองข้างทางของถนนคนเดินเต็มไปด้วยร้านค้าเพื่อดูดเงินนักท่องที่ยว ผมดูแล้วร้านค้าหรือธุรกิจกิจบนถนนสายนี้แบ่งออกได้เป็นสามประเภทใหญ่ ๆ






ประเภทแรกผมขอเรียกว่าธุรกิจไพ่สามใบสิบแปดมงกุฎ คือให้เหยื่อทายว่าสิ่งของที่โชว์ให้ดูก่อนหน้านั้นซ่อนอยู่กองไหนในสามกอง ซึ่งผมเคยเขียนไว้ในคอลัมน์ สพานกุญแจแห่งรัก ธุรกิจนี้ตั้งอยู่กลางถนน มีหลายวงทีเดียว






ที่ยืนมุงอยู่เข้าใจว่าเป็นหน้าม้าทั้งนั้นสังเกตุพวกนี้จะยืนเอามือล้วงกระเป๋ากันทุกคน มีลูกค้าตัวจริงแทรกอยู่ประปรายส่วนมากชะโงกดูแล้วก็เดินผ่านไป แต่ผมว่าต้องมีเหยื่อหลงกลหยุดแทงบ้างไม่มากก็น้อย ไม่งั้นพวกนี้คงไม่ตั้งวงหากินอย่างเป็นล่ำเป็นสันพบเห็นได้ตามแหล่งท่องเที่ยวทั่วไป ในภาพนี้โปรดสังเกตุสาวใส่ชุดหนังสีดำยืนล้วงกระเป๋าตรงกลาง






พอผมเลียบเคียงเข้าไปเพื่อจะถ่ายภาพเจ้ามือ หล่อนจะค่อย ๆ ขยับมาปิดมุมไม่ให้ถ่ายได้ถนัดทั้ง ๆ ที่ยืนหันหลังแสดงว่ามีการส่งซิกจากพรรคพวกที่ยืนอยู่โดยรอบ






นี่ก็อีกวงหนึ่งยัยอ้วนที่ยืนหันหน้าหันหลังสองคนนี่ก็หน้าม้าชัวร์






หล่อนคนที่ยืนหันหลังทำท่าขยับมาปิดมุมเหมือนกัน แต่ช้าไปแล้ว ผมทำเนียนถ่ายแล้วรีบเผ่นทันที





ธุรกิจประเภทที่สองคือร้านขายของที่ระลึกมีตั้งแต่เสื้อผ้าของใช้ไปจนถึงของชิ้นเล็กชิ้นน้อยนานาชนิด



(คลิ้กที่รูปเพื่อดูภาพขยาย)


 





ป้ายจราจรภาพซ้ายพอเข้าใจได้ แต่ในภาพขวาเป็นงงเพราะห้ามทั้งรถยนต์ จักรยาน และคนเดิน





ธุรกิจประเภทที่สามคือร้านขายเสื้อผ้าลดราคาชื่อร้าน Sympa ถ้าเป็นบ้านเราก็คงประเภทสามตัวร้อย แต่ที่นี่ตัวเป็นร้อยก็ถือว่าถูกสุดแล้ว ฉนั้นจึงมีลูกค้าอุดหนุนกันคับคั่ง





ร้านนี้ขนเสื้อผ้ามากองหน้าร้านให้เลือกคุ้ยกันตามใจชอบ ส่วนภายในร้านซึ่งแคบมากก็มีราวเสื้อผ้าและลูกค้าเบียดกันเต็ม ใครเลือกได้ตัวไหนก็ต้องเอามาถือกอดไว้ไม่งั้นคนอื่นคว้าเอาไปกิน ห้องลองก็เล็กนิดเดียวมีคนรอกันเพียบ





กระบะนี้เป็นเสื้อผ้าประเภทชุดชั้นในคุณผู้หญิง ผมดูผ่าน ๆ แล้วเป็นประเภทไซ้ส์บิ๊ก คัพ D คัพ E ขึ้นไปทั้งนั้น





ครูดารินทร์บอกว่าเสื้อผ้าร้านนี้ถ้าฟลุ้ค ๆ ก็อาจเจอแบบและไซ้ส์ที่ต้องการซึ่งเปรียบเที่ยบคุณภาพกับราคาก็พอสมน้ำสมเนื้อ ถ้าเราคิดว่าซื้อมาใส่แก้ขัดแก้หนาวชั่วครั้งชั่วคราวก็พอคุ้ม แทนที่จะเสียเงินซื้อของแพง ๆ เพราะกลับเมืองไทยเสื้อผ้าพวกนี้ก็แทบไม่ได้ใช้





นอกจากนี้ก็ยังมีธุรกิจเล็ก ๆ พบเห็นได้ตามหัวมุมถนนคือคนขายลูกอะไรก็ไม่รู้เหมือนลูกเกาลัค โดยคั่วอยู่ในถาดแบนบนเตาถ่านวางอยู่ในรถเข็นที่ใช้ตามห้าง





สาวคนนี้สะพายกระเป๋าข้างหน้าเพื่อความปลอดภัยถูกต้องตามคำแนะนำในคู่มือท่องเที่ยวกรุงปารีสทุกประการ





พ่อค้าหนุ่มคนนี้ฉีกแนวขายข้าวโพดปิ้ง





ร้านนี้อั้พเกรดเป็นเรื่องเป็นราวดูดีมีมาตรฐานขึ้น ขายทั้งลูกไอ้นั่นกับข้าวโพดปิ้ง





ปลายอีกด้านหนึ่งของถนนสายสั้น ๆ เส้นนี้มาตัดกับถนน Rochechouart ตรงสถานีรถใต้ดิน Anvers





รูปแบบป้ายสถานี Anvers เป็นศิลปะสไตล์อาร์ตนูโว (Art Nouveau) อันเป็นรูปแบบศิลปะที่นิยมในฝรั่งเศสในระหว่าง ค.ศ. 1890 - 1905 ในปัจจุบัน กรุงปารีสมีป้ายรถใต้ดินศิลปะสไตล์อาร์ตนูโวแบบนี้เหลือไม่มาก




บริเวณจัตุรัสนี้เป็นที่ชุมนุมของนักท่องเที่ยวที่หลั่งไหลกันมา ผมเห็นรถทัวร์ขนาดใหญ่หลายคันจอดให้ผู้โดยสารลงที่นี่






ภาพกราฟิตตี้บนรถบรรทุกคันนี้เป็นการจงใจหรือว่ามีคนมือบอนแอบมาพ่น แต่อย่างไรก็ตามเป็นไอเดียที่สามารถนำไปต่อยอดได้




ถนน Rochechouart หรือ Boulevard de  Rochechouart เป็นถนนที่ต่อมาจาก Boulevard de Clichy ไปสิ้นสุดที่สถานี Barbes  Rochechouart อีกสิ่งหนึ่งที่พบเห็นได้ทั่วไปบนถนนในกรุงปารีสคือซุ้มขายหนังสือพิมพ์กับแท่งปิดป้ายโฆษณา ซึ่งมีเอกลักษณ์หลังคาเป็นรูปหัวจุกทาสีเขียวเข้ม รูปลักษณ์เข้ากับรูปทรงอาคารโดยรอบ ดูแล้วไม่ขัดหูขัดตา





เมื่อประมาณปี พ.ศ. 2513 - 2514 ผู้บริหารกรุงเทพ ฯ ในยุคนั้นคงได้ไอเดียแท่งปิดป้ายโฆษณาจากปารีสแบบนี้ จึงนำมาสร้างบ้างโดยได้สร้างริมถนนและตามที่สาธารณะใจกลางกรุงเทพ เช่น สวนหย่อมหัวมุมสนามหลวงด้านพระบรมมหาราชวังหน้ามหาวิทยาลัยศิลปากรก็มีอยู่แท่งหนึ่งแต่แท่งของกรุงเทพ ฯ ไม่สวยงามแบบนี้ ลักษณะของมันก็คือท่อปูนเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณเมตรครึ่งที่เขาใช้ฝังทำท่อระบายน้ำข้างถนน นำมาวางตามตั้งซ้อนกันสองสามใบส่วนยอดทำด้วยแผ่นสังกะสีดัดเป็นหลังคาโค้งเหมือนเก๋งจีนแต่ไม่สวยเท่าคือแอ่นขึ้นไปดื้อ ๆ แบบไม่มีที่มาที่ไป หลังคาทาสีเขียวส่วนแท่งปูนปล่อยโชว์พื้นผิวตามธรรมชาติไม่ทาสี 





ชาวกรุงเทพที่พบเห็นวัตถุประหลาดสิ่งนี้ต่างสงสัยว่ามันคืออะไร เดาไปต่าง ๆ นานา เพื่อนศิลปากรของผมยังเดาส่งว่ามันคือวัตถุ UFO จากมนุษย์ต่างดาว แม้หนังสือพิมพ์ยังเอาไปเขียนประชดเลยว่ามันคือศิวลึงค์แห่งยุครัตนโกสินทร์ ตอนหลังมีหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่งนำภาพต้นฉบับของจริงแบบนี้มาลงพร้อมบรรยายว่า ...เจอที่มาของแท่งนี้แล้ว.ฯ.. .เมื่อรู้ว่ามันคือแท่งปิดป้ายโฆษณา คราวนี้ก็สนุกกันใหญ่มีคนนำเอาโปสเตอร์ สิ่งพิมพ์ ใบปิดโฆษณาสารพัดมาปิดซ้อนทับกันเปรอะไม่รู้ชิ้นไหนเก่าชิ้นไหนใหม่ แท่งนี้จึงกลายเป็นสิ่งรกหูรกตาประจำเมืองหลวงไป อีกไม่นานวัตถุรูปร่างอัปลักษณ์ไร้รสนิยมนี้ก็สูญหายไป






ร้านค้าส่วนใหญ่บนถนนสายนี้ขายสินค้าราคาค่อนข้างถูกเพราะไม่ใช่สินค้าแบรนด์เนม รวมทั้งสินค้าเลหลังที่นำมากองขายบนทางเท้า ขาดไม่ได้คือร้าน  Sympa เจ้าเก่า







ร้านรองเท้ารูปทรงจื้ดจ้าดสีสันแสบตา ซึ่งมีหลายร้านทั้งของบุรุษและสตรี





เห็นร้านนี้คิดถึงร้านแก้วฟ้าบางลำพูสมัยก่อน





แบบนี้ตามตลาดนัดบ้านเราคงราคา 19 , 29 , 39 , 49...บาท แต่ที่นี่ต้องเอา 40 คูณ






ผมเดินชมร้านรวงมาเรื่อยมาจนสุดถนน Rochechouart เพื่อต่อรถที่สถานี Barbes Rochechouart ย่านนี้เป็นย่านที่มีคนอยู่หนาแน่นและส่วนมากก็เป็นคนผิวสี ดูบรรยากาศแล้วค่อนข้างอึดอัดไม่ค่อยน่าเดินเที่ยวเท่าไหร่ แม้แต่ถ่ายรูปยังไม่ค่อยกล้ายกกล้องขึ้นเล็งตรง ๆ





ข้างหน้าคือสถานี Barbes Rochechouart ช่วงนี้รถใต้ดินโผล่มาวิ่งบนดิน จากถนนใต้สะพานนี้ไปอีกไม่ไกลก็จะถึงสถานีสถานีการ์ดูนอร์ (Gare du Nord) ไหน ๆ ก็มาถึงตรงนี้แล้วขอพาแว้บไปชมสถานีการ์ดูนอร์ซักนิดหนึ่ง





สถานีการ์ดูนอร์ นอกจากจะเป็นสถานีรถใต้ดินแล้วยังเป็นชุมทางรถไฟสายเหนือของฝรั่งเศสและรถไฟระหว่างประเทศ ไปเบลเยี่ยม เนเธอร์แลนด์ เป็นต้น รวมทั้งรถไฟยูโรสตาร์ไปลอนดอน ฉนั้น จึงมีโรงแรมที่พักมากพอสมควร การพักแถวนี้จึงสะดวกในการเดินทางไปยังที่ต่าง ๆ






แต่เนื่องจากเป็นชุมทางการขนส่งคล้ายกับย่านหัวลำโพงหรือย่านสถานี บขส.บ้านเรา ก็อาจมีมิจฉาชีพปะปนให้ต้องระมัดระวังพอสมควร ผมขอนำภาพย่านสถานีการ์ดูนอร์มาลงปิดท้ายบทความนี้ เพื่อที่ผู้วางแผนมาพักแถวนี้จะได้พอมองภาพออก เพราะก่อนมานี้ผมพยายามหาภาพพวกนี้ประกอบการตัดสินใจก็หาไม่ได้ดังใจ


(คลิ้กที่รูปเพื่อดูภาพขยาย)



 

 

 

 

แก้ไขล่าสุด ใน มี.ค.022012

"กินและเที่ยวเรื่อยไปตามใจฉัน"

Wat*ka*Darin Contact

watkadarin Guest

เรามี 770 บุคคลทั่วไป ออนไลน์

 

ขออภัย เนื่องจากถูก spam คุกคาม

จึงของดลงทะเบียนสมาชิกชั่วคราว

ลงทะเบียน