เดินเล่นถนนชองป์เอลิเซ่ : Paris I


อาเวอนูว์เดช็องเซลีเซ กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ได้รับการขนานนามว่าเป็นถนนที่สวยที่สุดในโลก สองข้างทางมีต้นเกาลัดที่ได้รับการตกแต่งอย่างสวยงามปลูกเรียงราย ชื่อ "ช็องเซลีเซ" มาจากคำว่า "ทุ่งเอลิเซียม" จากเทพปกรณัมกรีกในภาษาฝรั่งเศส ช็องเซลีเซ เดิมเป็นท้องทุ่งและสวน จนกระทั่งปี ค.ศ. 1616 เมื่อ มารี เดอ เมดิชิ สมเด็จพระราชินีนาถแห่งฝรั่งเศส ทรงขยายพื้นที่บริเวณสวนหย่อมของพระราชวังตุยเลอรี(Palais des Tuileries) เป็นถนนที่มีต้นไม้สองข้างทาง ในปี ค.ศ. 1724 ได้รับการขยยายไปเชื่อมกับจตุรัสชาร์ล เดอ โกลล์ไปจนถึงประตูชัย Arc de Triomphe (ข้อมูล : สารานุกรมวิกิพีเดีย)





ประตูชัย (Arc de Triomphe) ถนนซองป์เอลิเซ่และจตุรัสกงกอร์ด (Place de la Concorde) มองผ่านประตูชัยเล็กแห่งสวนตุยเลอรี่ (Jardin des Tuileries)





จุดเริ่มต้นของถนนซองป์เอลิเซ่ เริ่มจากจตุรัสกงกอร์ด ซึ่งมีเสาโอเบลิสก์ (Obelisque) สูง 23 เมตรตั้งเด่นอยู่กลางจตุรัสขนาดใหญ่





ผมยืนอยู่ริมจตุรัสกงกอร์ด ข้างหน้าคือหัวถนนซองป์เอลิเซ่ เห็นประตูชัยอยู่ลิบ ๆ ภาพนี้ผมถ่ายอีกวันก่อนหน้านี้ซึ่งมีแดดสดใส






เส้นทางจากจตุรัสกงกอร์ด ไปถึงประตูชัย จะผ่านสถานที่สำคัญหลายแห่งเริ่มจากจตุรัสชาร์ล เดอ โกลล์ ซึ่งหัวมุมถนนมีอนุสาวรีย์ชาร์ล เดอ โกลล์ ตั้งอยู่ อาคารที่อยู่ด้านหลังคือ กรองปาเล (Grand Palais)







กรองปาเล สร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1897 เพื่อเป็นสถานที่จัดงานแสดงสินค้ายูนิเวอร์แซลเอ็กโปซิชั่น ซึ่งจัดขึ้น ในปี ค.ศ. 1900






หลังคาอาคารทำด้วยโครงเหล็กกรุกระจกใส เพื่อให้เหมาะกับการแสดงสินค้าหรือจัดนิทรรศการภาพนี้ถ่ายจากสะพานอเล็กซานเดอร์ที่ 3 (Pont Alexander III) ไปยังจตุรัสชาร์ล เดอ โกลล์ สะพานอเล็กซานเดอร์ที่ 3 ถือกันว่าเป็นสพานที่สวยแห่งหนึ่งของกรุงปารีส (ติดตามเรื่องนี้ได้จาก http://www.arty4you.net/)






บนยอดอาคารทั้งสี่มุมประดับด้วยประติมากรรมทองแดงเป็นรูปม้ากำลังเผ่นโผนโจนทะยานอย่างมีชีวิตชีวา






หัวเสารายรอบอาคารสไตล์กรีกสไตล์แบบไอโอนิค (Ionic) คือปลายม้วนเป็นก้นหอย ปัจจุบันใช้เป็นสถานที่จัดแสดงนิทรรศการชั่วคราว วันที่ผมผ่านไปช่างกำลังรื้อถอนนิทรรศการที่ครบกำหนดจัดแสดงเมื่อวันที่ 23 ตุลาคม 2011







โปสเตอร์นิทรรศการรายการต่อไป








ตรงกันข้ามกับกรองปาเลมีอาคารหลังคารูปโดมคืออาคาร เปอติปาเล (Petit Palais) เป็นพิพิธภัณฑ์ศิลปะ แสดงศิลปะยุคกลางและยุคเรเนอซองส์ มุขด้านหน้าของอาคารเป็นหลังคาโค้ง (Arch) และเสาโดยรอบหัวเสาเป็นแบบไอโอนิค เช่นเดียวกับอาคารกรองปาเล






หลังคากระจกของอาคารกรองปาเล หลังคารูปโดมขวามือคืออาคารเปอติปาเล ถ่ายจากหอไอเฟล แนวต้นไม้ตรงกลางคือถนนชองป์เอลิเซ่






หากยืนอยู่บนถนนระหว่างอาคารกรองปาเลกับอาคาร เปอติปาเล มองไปสุดถนนข้ามสะพานอเล็กซานเดอร์ที่ 3 ไป ก็จะเห็นยอดโดมสีทองของอาคารโอแตลเดแซงวาลิด (Hotel des Invalides) ซึ่งภายใต้ยอดโดมเป็นสุสานจักรพรรดิ์นโปเลียนที่ 1






แต่วันนี้เป้าหมายเราไม่ได้อยู่ตรงนี้





เรากลับมาเดินเล่นบนถนนซองป์เอลิเซ่กันต่อดีกว่า ภาพนี้เป็นมุมมองจากจตุรัสชาร์ล เดอ โกลล์ ย้อนไปทางจตุรัสกงกอร์ด เห็นเสาโอเบลิสก์อยู่ลิบ ๆ เช้าวันนี้อากาศไม่ได้เรื่องเลย แถมฝนปรอยตลอดเวลา ต่างจากวันก่อนที่ผมไปจตุรัสกงกอร์ดลิบลับ แต่มาเที่ยวยุโรปหน้านี้ก็ต้องทำใจ






จราจรสาวชาวปารีเซี่ยน ดูหน้าตาไม่ค่อยโหดเท่าไหร่ แต่เป่านกหวีดไล่รถเป็นไฟเหมือนกัน ผมได้ยินเสียงนกหวีดปรี้ด ๆ สลับกับเสียงแตรรถ เผลอ ๆ นึกว่าอยู่กรุงเทพบ้านเรา







ไม่ใช่ดูเหมือนแค่สภาพการจราจรเท่านั้น หากสำรวจดูบรรยากาศรอบ ๆ จตุรัสชาร์ล เดอ โกลล์ ตามสองภาพบนนี้ จะเห็นว่าบริเวณเกาะกลางถนนซึ่งกว้างพอสมควร กำลังก่อสร้างอาคารชั่วคราว เหมือนกำลังจะจัดงานอะไรซักอย่าง ผมดูแล้วเหมือนกับถนนราชดำเนิน ช่วงใกล้จะถึงลานพระบรมรูปทรงม้าหรือแถวหน้าสวนอัมพร ตอนที่กำลังจัดงานกาชาดยังไงยังงั้น






แต่จะว่าไปแล้วถนนราชดำเนินของเรา พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าได้ทรงนำแบบอย่างมาจากถนนซองป์เอลิเซ่นี่แหละ แต่สุดถนนราชดำเนินบ้านเราเปลี่ยนจากประตูชัยเป็นพระที่นั่งอนันตสมาคม ซึ่งมียอดโดมคล้ายกับโดมของอาคารโอแตลเดแซงวาลิด (Hotel des Invalides) ตามภาพก่อนนี้ ลองนึกถึงภาพนี้ถ้าเอาประตูชัยออก แล้วนำพระที่นั่งอนันต์ ฯ  กับพระบรมรูปทรงม้า มาใส่แทน แล้วบอกว่าเป็นถนนราชดำเนินผมว่าใช่เลยนะครับ






ต้นไม้สองข้างทางก็คลับคล้ายคลับคลา แต่ของเราเป็นต้นมะขามของเขาเป็นต้นเกาลัด (วิกิพีเดียว่ายังงั้น) ตรงนี้คล้ายกับทางเท้าถนนราชดำเนินกลาง






สถานีรถใต้ดิน Grand Palais การมาเดินเที่ยวถนนซองป์เอลิเซ่ (หรือที่ไหนก็ตามในปารีส) วิธีสดวกที่สุดก็คือการใช้บริการรถใต้ดินหรือเมโทร ซึ่งมีสาย 1 วิ่งตลอดทางไปจนถึงสถานี La Defence ผมว่าเมโทรสาย 1 นี้ ทั้งตัวรถและสถานีดูใหม่และทันสมัยกว่าสายอื่น ๆ  ซึ่งค่อนข้างเก่าและสกปรก นอกจากนี้บรรยากาศก็ดูดีทำให้ผมกล้างัดกล้องออกมาถ่ายโดยไม่ต้องหวาดระแวงมากนัก






ตอนนี้ก็ได้เวลาเดินเล่นชมบรรยากาศสองข้างถนนซองป์เอลิเซ่ โดยเริ่มจากจตุรัสชาร์ล เดอ โกลล์ ไปจนถึงประตูชัย พร้อมกับเพื่อนร่วมทางอีกหลายคน






เที่ยวยุโรปหน้าีนี้บางวันท้องฟ้าอาจสีไม่สวย แต่ก็ชดเชยด้วยสีสันของใบไม้ที่กำลังเปลี่ยนสีแทน จากเขียวมาเหลืองและแดง บางแห่งมีสลับกันทั้งสามสี แต่บางแห่งเป็นสีเดียวหมด ไม่เหลืองก็แดงเต็มต้น ผมว่าสีเหลืองกับสีแดงที่นี่อยู่ร่วมกันได้ดีนะ







มีหลายสิ่งที่พบเห็นได้ตามข้างถนนเกือบทุกสายในกรุงปารีส สิ่งแรกก็คือซุ้มขายหนังสือพิมพ์ ของที่ระลึกกับของกระจุกกระจิกทั้งหลาย ซุ้มส่วนใหญ่ออกแบบคล้ายกันและทาสีเขียวเข้มเหมือนกันหมด และมีหัวจุกเป็นสัญลักษณ์ ด้านในเปิดขายของ ด้านติดถนนเป็นตู้ไฟโฆษณาสินค้า ออกแบบเป็นระเบียบเรียบร้อยดี






ของที่ระลึกที่วางขายส่วนใหญ่ก็คือภาพโปสการ์ดและภาพเขียน เป็นภาพสถานที่ยอดฮิทของปารีสซึ่งก็ซ้ำกันอยู่ไม่กี่แห่ง สำหรับภาพเขียนลายเส้นเหล่านี้ไม่รู้ว่าเป็นภาพต้นฉบับหรือเป็นภาพจากการพิมพ์ ผมไม่ได้เข้าไปดูอย่างใกล้ชิด เพราะดูฝีมือแล้วเด็กปวช.ปี 1 สายศิลปะบ้านเราเขียนสวยกว่านี้อีก






อีกอย่างหนึ่งที่ถือว่าเป็นสัญลักษณ์หรือเป็นเสน่ห็ของกรุงปารีสก็ว่าได้ คือร้านกาแฟซึ่งมีปรากฎทุกหัวมุมถนน แต่ละร้านออกแบบตกแต่งได้สวยงามน่านั่ง แต่ร้านกาแฟตามถนนทั่วไปส่วนมากยื่นออกมาบนทางเท้าไม่มาก ตั้งโต๊ะได้ไม่เกินสองแถว แต่ที่ถนนซองป์เอลิเซ่เนื่องจากทางเท้ากว้างขวาง ร้านกาแฟจึงยกมาตั้งกันกลางฟุตบาทกันอย่างเป็นล่ำเป็นสันเลยทีเดียว






ทำไมที่ปารีสร้านกาแฟจึงชอบมาตั้งกลางแจ้งนอกถนน เหตุผลหนึ่งในความคิดผม ๆ ว่าเพื่อจะมีที่สูบบุหรี่ได้สะดวกโยธิน เพราะเป็นที่อากาศถ่ายเทได้ดีกว่านั่งสูบในร้าน เพราะเท่าที่ผมสังเกตุคนฝรั่งเศสจะสูบบุหรี่จัด ถ้าเห็นเดินมาสิบคนทายได้เลยว่ากว่าครึ่งในมือต้องต้องคีบบุหรี่ เวลาเบียดกันในรถไฟใต้ดินจะได้กลิ่นบุหรี่หึ่งทีเดียวไม่เว้นสาวหน้าตาดีแต่งตัวทันสมัย เวลามายืนเบียดกับผม นึกว่าจะได้กลิ่นน้ำหอมฝรั่งเศสชั้นดีกลับได้กลิ่นบุหรี่ไปฉิบ ตามซอกตามมุมในสถานีรถใต้ดินหรือตามขอบทางเท้าจะเห็นก้นบุหรี่ทิ้งเกลื่อน ผมเห็นกับตาหลายครั้งพี่แกเล่นทิ้งลงพื้นและใช้เท้าขยี้เฉยเลย อากัปกริยาแบบนี้เป็นเรื่องปกติของนักสูบบหรี่ทั่วไป แต่เป็นสมัยเมื่อสามสี่สิบปีมาแล้ว ผมก็เคยทำแบบนี้ แต่ปัจจุบันผมแทบไม่เห็นพฤติกรรมแบบนี้ในเมืองไทย






ร้านนี้อยู่ในอาคารแต่ด้านหน้าเปิดโล่งรับอากาศบริสุทธิ์






ร้านกาแฟและขนมชื่อดังมีสาขาอยู่ทั่วไป แต่ละแห่งมีคนเข้าคิวซื้อตลอดเวลา ที่นี่ก็เช่นกัน






ที่ฝรั่งเศสไม่รู้ว่าเขากลัวไข้หวัดนกกันบ้างหรือเปล่า เพราะเห็นมีนกพิราบอยู่ทุกหนทุกแห่ง






ป้ายคัทเอ้าท์หน้าโรงหนังซึ่งมีอยู่หลายโรง หนัง Johnny English โดย Mr. Bean กำลังมาแรง เห็นขึ้นป้ายแทบทุกโรง






Lido โรงระบำที่มีชื่อเสียงแห่งถนนซองป์เอลิเซ่ เมืองไทยเอาชื่อนี้มาตั้งเป็นชื่อโรงหนังโรงหนึ่งแถวสยาม






อยากจะเข้าไปชมเป็นขวัญตาเหมือนกันแต่ค่าดูแพงไปหน่อย







ได้แค่ดูหนังตัวอย่างหน้าโรง







โชว์รูมรถหรู ก็ได้แต่มองเช่นกัน







รถสัญชาติฝรั่งเศสที่หายหน้าหายตาไปจากบ้านเราหลายปีแล้ว (ดูรายละเอียดของโชว์รูมเหล่านี้ได้ที่ http://www.arty4you.net/ )






มีม้ายาวให้นั่งพักเป็นระยะ แต่เต็มทุกที่นั่ง น่าจะเพิ่มจำนวนให้สัมพันธ์กับคนเดินหน่อย







ศิลปะตกแต่อาคารสไตล์ Art Nouveau






อาคารพระเจ้าหลุยส์ เอ้ย..ไม่ใช่ อาคารของสินค้าแบรนด์เนมชื่อดัง มีธงสัญลักษณ์ตัว V ปลิวไสวบนยอดตึก





เป็นอาคารสไตล์ Art Deco ซึ่งเป็นที่นิยมในยุโรปและอเมริกาในช่วงต้นคริสต์ศตวรรษที่ 19 อาคารส่วนใหญ่บนถนนชองป์เอลิเซ่ เป็นการผสมผสานระหว่างศิลปะ Art Deco กับการตกแต่งสไตล์ Art Nouveau


 



บนฟุตบาทหน้าร้านมีคนเข้าคิวยาวเหยียด แต่ผมไม่ตื่นเต้นหรือสงสัยว่าเขาแตกตื่นอะไรกันนักหนา เพราะเคยเห็นมาแล้วที่ห้าง Lafayette  ซึ่งมีคิวยาวแบบเดียวกันนี้ คราวนั้นผมตื่นเต้นมากเพราะได้เห็นกับตาเป็นครั้งแรก เพราะเคยได้ยินกิติศัพท์เกี่ยวกับแบรนด์นี้มาพอสมควร จึงแอบดูเพื่อศึกษาลู่ทางเผื่อไว้วันหน้าวันหลังนึกอยากจะสมัครเป็นสาวกบ้าง ทำให้รู้ว่ามีสตางค์อย่างเดียวไม่พอ ต้องมีความอดทนอย่างยิ่งยวดด้วยจึงจะได้สินค้าแบรนด์นี้มาครอบครอง เพราะด่านแรกต้องรอคิวเข้าร้านก่อน โดยจะมีรปภ.แต่งสูทผูกไท้ด์อย่างหล่อคอยจัดคิวอนุญาตให้เข้าไปเท่าจำนวนคนออก เมื่อเข้าไปแล้วต้องรีบไปหยิบสินค้า ผมเห็นส่วนใหญ่ไม่ต้องเสียเวลาเลือกพราะมีโพยในมือหรือมีอยู่ในใจอยู่แล้ว เมื่อได้สินค้าตามต้องการแล้วก็ต้องไปเข้าคิวจ่ายเงินอีกครั้ง






ผมนำเรื่องการเข้าคิวของสาวกพระเจ้าหลุยส์มาเล่าให้น้องสาวที่อังกฤษฟัง แกจึงเสริมต่ออีกว่าร้านแบรนด์เนมยี่ห้อนี้ที่อังกฤษ แม้จะมีเงินและความอดทนมุ่งมั่นก็มิอาจการันตีว่าจะซื้อได้ทุกคนไป หากลูกค้าผู้นั้นเป็นชาวเอเซียสัญชาติที่มีความเลื่องชื่อด้านการก้อปปี้ เขาอาจจะปฎิเสธการขาย ฉนั้น จึงมีการไหว้วานให้ผู้ถือหนังสือเดินทางชาติอื่นเป็นผู้ซื้อให้ ซึ่งบางครั้งก็มีปัญหาตามมา ตัวอย่างเช่น ลูกค้าคนนั้นเป็นฝรั่งแต่ดูหุ่นและบุคลิกแล้วไม่น่าจะซื้อสินค้าสไตล์นี้ หรือแกเล่นกว้านซื้อทุกแบบทุกสไตล์ละก็ เชื่อได้ว่ามีเจตนาอื่นแอบแฝงแน่ ในกรณีเช่นนี้ต้องชี้แจงกันยาว


มีอีกกรณีหนึ่ง สมมุติว่าลูกค้าคนหนึ่งมีคุณสมบัติครบถ้วนทุกประการเตรียมจะจ่ายเงินอยู่แล้ว แต่เมื่อทางร้านกดข้อมูลในคอมพิวเตอร์แล้วพบว่าลูกค้าคนนั้น มีอัตราการซื้อถี่ผิดปกติหรือซื้อสินค้าแบบเดียวกันไปแล้วหลายชิ้นแล้วก็อาจจะไม่ขายให้ก็ได้ ไม่ว่าจะเป็นเศรษฐีไฮโซแค่ไหนก็ตาม เพราะทางร้านมีข้อมูลออนไลน์ของลูกค้าทุกรายลิ้งค์กันได้ทุกสาขาทั่วโลก แต่เงื่อนไขทั้งหมดนี้มีข้อเว้นสำหรับลูกค้าเส้นใหญ่เหมือนกัน คงไม่ต้องบอกว่าหญ่ายยย...ระดับไหน ?







ไปต่อตอนที่ 2 ตามลิ้งค์นี้ครับ


เดินเล่นถนนชองป์เอลิเซ่ : Paris II





แก้ไขล่าสุด ใน ก.พ.092012

"กินและเที่ยวเรื่อยไปตามใจฉัน"

Wat*ka*Darin Contact

watkadarin Guest

เรามี 730 บุคคลทั่วไป ออนไลน์

 

ขออภัย เนื่องจากถูก spam คุกคาม

จึงของดลงทะเบียนสมาชิกชั่วคราว

ลงทะเบียน