เดินเล่นห้างลาฟาแยตต์

 

 

Galleries Lafayette เป็นห้างสรรพสินค้าที่มีชื่อเสียงและใหญ่ที่สุดในฝรั่งเศส มีสาขาตามเมืองใหญ่ ๆ ทั่วฝรั่งเศสและในหลาย ๆ ประเทศ แต่สาขาที่เป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวทั่วโลกโดยเฉพาะนักช้อปจากไทยแลนด์คือห้างลาฟาแยตต์ที่ตั้งอยู่บนถนนโฮสมานน์ (Boulevard Haussmann) กรุงปารีส





การไปเดินเล่นที่ห้างลาฟาแยตต์ของผมกับครูดารินทร์ครั้งนี้ไม่ต้องวางแผนทำการบ้านให้วุ่นวายเหมือนกับการไปยังที่อื่น ๆ เพราะนั่งรถใต้ดินหรือเมโทรสาย 9 ที่ผ่านหน้าโรงแรมที่ผมพักย่าน Voltaire ต่อเดียวก็ถึง ไปลงที่สถานี Chaussee d'Antin La Fayette ซึ่งเคยนั่ง(ยืน)ผ่านไปผ่านมาหลายรอบ







พอโผล่ขึ้นมาจากสถานีเมโทรเดินข้ามถนนสงสัยว่าทำไมถนนโล่งจัง มองไปมองมาจึงได้รู้ว่าเจอม้อบฝรั่งปิดถนนเข้าแล้ว  แต่ผมไม่แปลกใจเท่าไหร่เพราะช่วงนั้น (ปลายตุลาคม 2554) ผมเห็นข่าวจากทีวีทั้งอังกฤษและฝรั่งเศสมีเหตุการณ์ชุมนุมประท้วงเกี่ยวกับนโยบายเศรษกิจของรัฐบาลเกิดขึ้นหลายต่อหลายจุด






ผมนึกในใจว่านี่ถ้าเป็นประเทศด้อยพัฒนาบางประเทศคงได้เจอดีหรอก เพราะรัฐบาลจะต้องส่งทหารเข้ามากระชับพื้นที่ด้วยกระสุนจริงจัดการไปแล้ว แต่ในวันนั้นผมเห็นมีแต่ชายชุดดำ เอ้ย..ไม่ใช่ ตำรวจชุดดำยืนรักษาการด้วยมือเปล่า(แต่ซ่อนอะไรไว้ในเสื้อหรือเปล่าก็ไม่รู้) ชาวบ้านเดินไปเดินมาตามปกติ ผมอยากเข้าไปดูม้อบฝรั่งใกล้ ๆ เพื่อเปรียบเทียบกับม้อบบ้านเราเหมือนกันแต่ครูดารินทร์ห้ามไว้






อีกมุมหนึ่ง






เมื่อมีการปิดถนนจึงทำให้การจราจรวุ่นวายพอสมควร แต่ตอนขากลับออกมาจากห้างก็เข้าสู่ภาวะปกติ ม้อบสลายไปแล้ว






หน้าห้างคนเดินกันเต็มเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น






ก่อนเข้าไปเดินเล่นภายในห้างมาชมบรรยากาศทั่ว ๆ ไปข้างนอกเป็นการอุ่นเครื่องก่อน






ถนนโฮสมานน์ (Boulevard Haussmann) หน้าห้างลาฟาแยตต์ อาคารซ้ายมือคือด้านหลังของโรงโอเปร่าการ์นิเยร์ (Opera Ganier) ซึ่งเป็นโปรแกรมต่อไปของผมหลังจากเดินเล่นที่ห้างลาฟาแยตต์นี้แล้ว






ผมอยากลองนั่งรถชะโงกทัวร์แบบนี้เหมือนกัน คงได้มุมมองและความรู้สึกอีกแบบ





บริเวณทางเท้าหน้าห้างมีซุ้มขายของเรียงรายโดยตลอด สินค้าส่วนใหญ่นอกจากของที่ระลึกแล้วก็มีสินค้าประเภทน้ำหอมยี่ห้อโนเนมราคาถูกกว่ายี่ห้อแบรนด์เนมในห้างเยอะ







ข้างหลังซุ้มขายของซึ่งเป็นผนังของห้างมีภาพลายเส้นผสมกับภาพถ่ายอยู่ในกรอบขนาดใหญ่เป็น Window Display ง่าย ๆ แต่ไอเดียไม่เลว







มีหลายช่องแต่ละช่องก็มีลีลาแตกต่างกันออกไป







ถนนโฮสมานน์ เป็นถนนสายช้อปปิ้งที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งของกรุงปารีส เพราะนอกจากห้างลาฟาแยตต์ซึ่งมีตั้งเรียงรายถึง 3 อาคารแล้ว ถัดไปยังมีห้างดังอีกห้างหนึ่งคือห้างแพร็งตองป์ (Au Printemps) ซึ่งตัวอาคารภายนอกสวยเด่นเป็นสง่ากว่าห้างลาฟาแยตต์







อาคารของห้างลาฟาแยตต์ดูภายนอกธรรมดามากโดยเฉพาะตอนกลางวัน ในภาพที่ผมถ่ายมานี้เห็นแต่โครงเหล็กซึ่งคงใช้เป็นที่ประดับโคมไฟตกแต่งในช่วงคริสต์มาสปีใหม่หรือในเทศกาลสำคัญ ถ้าเป็นช่วงนั้นในเวลาค่ำคืนแสงไฟคงแพรวพราวระยิบระยับแบบภาพล่าง

(เครดิตภาพ : http://momentsoflifestyle.wordpress.com/2010/11/21/galeries-lafayette/)

 

 

 

 

แต่จุดเด่นอันเป็นสัญลักษณ์ของห้างลาฟาแยตต์อยู่ภายในอาคารตรงโถงโดมแก้วขนาดใหญ่ที่มีระเบียงโค้งโดยรอบ ซึ่งผมอยากจะมาเห็นกับตาว่ามันจะอลังการงานสร้างเหมือนกับที่เห็นในรูปหรือไม่






และไม่ใช่กะเหรียงอย่างผมคนเดียวที่มาแหงนดูโดมแก้วเป็นบ้านนอกเข้ากรุง ผมเห็นนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ที่เข้ามาในนี้ทั้งมาเดี่ยวและมากับกรุ้ปทัวร์ต่างก็ทำท่าบ้านนอกเข้ากรุงแบบผม พร้อมกับชูกล้องแหงนถ่ายกันยกใหญ่ ทำให้ผมซึ่งตอนแรกยังวางฟอร์มไม่ค่อยกล้ายกกล้องถ่ายอย่างเป็นเรื่องเป็นราวมากนัก พอเห็นดังนั้นก็ไม่ต้องกระมิดกระเมี้ยนกันละยกขึ้นกดอย่างสง่าผ่าเผยทันที และเท่าที่สังเกตุทางห้างก็ปล่อยให้ถ่ายได้อย่างเต็มที่ไม่มีรปภ.มาสะกิดเหมือนกับบางแห่ง คงถือว่าตรงนี้คือจุดขายที่สำคัญของห้าง






พูดถึงบ้านนอกเข้ากรุง ผมขอออกนอกเรื่องนิดหนึ่งเพราะนึกถึงโจ้กย้อนยุคเรื่องนี้ขึ้นมาได้ เรื่องมีอยู่ว่า กรุงเทพของเราแต่เก่าก่อนมีตึกสูงที่สุดคือตึก 7 ชั้นที่เยาวราช สมัยนั้นใครต่อใครมากรุงเทพต้องมาชมตึก 7 ชั้นแห่งนี้เป็นขวัญตาไม่งั้นถือว่ายังไม่ถึงกรุงเทพ ทีนี้มีคุณลุงจากต่างจังหวัดคนหนึ่งเข้ามาเที่ยวกรุงเทพก็ต้องมาดูตึกนี้ตามสูตร แกยืนแหงนคอดูสักพักก็มีหนุ่มนักต้มตุ๋นคนหนึ่งคงเห็นลุงแกเป็นคนบ้านนอกเข้ากรุง จึงมาสะกิดบอกว่า "ตึกนี้ห้ามดูฟรี ใครจะดูต้องเสียเงิน ค่าดูชั้นละบาท ลุงดูไปกี่ชั้น" สมัยนั้นเงินบาทหนึ่งก็ถือว่ามีค่ามากพอ ๆ กับเงินร้อยในสมัยนี้ คุณลุงได้ยินดังนั้นก็คิดสักพักแล้วตอบไปว่า "ลุงดูแค่ห้าชั้นเอง" จึงจ่ายไปห้าบาท พอคุณลุงแกกลับไปบ้านนอกก็เล่าเรื่องนี้ให้ลูกหลานฟังพร้อมกับคุยฟุ้งว่า "ไอ้คนกรุงเทพมันโง่ถูกลุงหลอกว่าลุงดูแค่ห้าชั้น ที่จริงลุงดูไปแล้วตั้งเจ็ดชั้น...555"

ในวันนั้นถ้ามีคนของห้างลาฟาแยตต์มาสะกิดถามผมว่าดูไปกี่ชั้น ผมก็จะตอบไปว่า "ลุงดูแค่สองชั้นเท่านั้นนะมองสิเออร์...."






ห้างแกเลอรี่ลาฟาแยตต์เปิดขายมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1895 โดยตอนแรกเป็นร้านขายเสื้อผ้าเล็ก ๆ ที่หัวมุมถนน La Fayette ส่วนอาคารโดมแก้วนี้สร้างในปี ค.ศ. 1912







ลักษณะโดมเป็นโครงเหล็กประดับกระจกสี (Stain Glass) ลวดลายสไตล์อาร์ตนูโว (Art Nouveau) อันเป็นศิลปะตกแต่งที่นิยมกันในฝรั่งเศสช่วงปลายคริสต์ศตวรรษที่ 18 ถึงต้นคริสต์ศวรรษที่ 19







การตกแต่งอาคารโดยรอบ เช่น ลวดลายปูนปั้นและราวระเบียงโค้งก็เป็นสไตล์อาร์ตนูโวเช่นเดียวกัน

(ติดตามรายละเอียดได้ที่ http://www.arty4you.net/)







บริเวณโถงใต้โดมเป็นแหล่งรวมของบูธขายเครื่องสำอางค์แบรนด์เนม มองจากข้างบนลงมาจะเห็นว่าแต่ละบูธต่างใช้มุมมองนี้ให้เป็นประโยชน์ โดยนำโลโก้ของตนเองมาออกแบบให้เป็นที่สะดุดตา






และที่สำค้ญการตกแต่งบูธของเครื่องสำอางค์แบรนด์เนมเหล่านี้ มีการออกแบบจัดแสงจัดเงาแข่งขันกันอย่างสุดฤทธิ์ ซึ่งผมได้เก็บภาพมาเยอะพอสมควร เพื่อนำมาฝากผู้สนใจศิลปะด้านนี้โดยนำลงใน arty4you.net ตามลิ้งค์นี้ไปครับ Display at Galleries Lafayette







คราวนี้มาดูการตกแต่งในส่วนอื่น ๆ บ้าง ผมขอคัดมาลงบางส่วน ภาพนี้เป็นแผนกรองเท้า






ตอนแรกผมคิดว่ารองเท้าข้างนี้เป็นของลูกค้านำมาวางเพื่อคิดเงิน แต่เดินกลับมาอีกครั้งรองเท้าข้างนี้ก็ยังวางอยู่ที่เดิม แสดงว่าจงใจนำมาวางเป็นพร้อพประกอบแคชเชียร์ที่เก๋ไก๋ไม่เบา






ครูดารินทร์พอเห็นราคานาฬิกาที่โชว์คูณออกมาเป็นเงินบาทแล้วรีบหันหลังเดินหนีทันที






บูธร้านเพชรชื่อดัง สงสัยเจ้าหน้าที่แอบดูจากกล้องวงจรปิดเห็นกะเหรี่ยงสองคนนี้มายืนด้อม ๆ มอง ๆ ดูพฤติกรรมไม่น่าไว้วางใจ จึงเปิดประตูออกมาดูให้เห็นชัด ๆ ครูดารินทร์เห็นหน้าตาท่าทางแล้วรีบดุนหลังผมออกมา







แผนกเสื้อผ้า







ผมชอบไอเดียการเขียนรูปบนแผงกั้นบริเวณปิดปรับปรุงทำให้ดูไม่น่าเกลียดเหมือนเป็นการตกแต่งไปในตัว แทนที่จะตีไม้อัดปิดเฉย ๆ






ไม่แน่ใจว่าสาว สาว สาว วงนี้โชว์เครื่องดนตรีหรือโชว์เสื้อผ้า






นี่เป็นชั้นบนสุดขายสินค้าจับฉ่ายทั่วไปตกแต่งด้วยโทนสีแดงทั้งชั้น






แผนกสินค้าพระเจ้าหลุยส์







ดังที่ผมเคยเล่าไว้ในเรื่อง เดินเล่นถนนชองป์เอลิเซ่ เกี่ยวกับความยากลำบากในการซื้อสินค้าแบรนด์เนมยี่ห้อนี้มาครอบครองโดยอ้างอิงเหตุการณ์ที่ห้างลาฟาแยตต์ื จึงขอนำภาพดังกล่าวมาลงเป็นหลักฐานว่าคิวยาวอย่างนี้จริง ๆ






ขอปิดท้ายด้วยภาพ รปภ.ร่างใหญ่หน้าตาบอกบุญไม่รับที่ยืนกุมเป้าอยู่ด้านขวาของภาพ พอเหลือบมาเห็นผมกำลังยกกล้องถ่ายรูปขึ้นถ่าย รีบยกไม้ยกมือบอกว่าว่าห้ามถ่ายนะจ้ะ ยังดีที่ผมถ่ายไว้ก่อนแล้ว


 

 

 

 

 

แก้ไขล่าสุด ใน มี.ค.132012

"กินและเที่ยวเรื่อยไปตามใจฉัน"

Wat*ka*Darin Contact

watkadarin Guest

เรามี 312 บุคคลทั่วไป ออนไลน์

 

ขออภัย เนื่องจากถูก spam คุกคาม

จึงของดลงทะเบียนสมาชิกชั่วคราว

ลงทะเบียน