ไปช็อปกันที่บิชสเตอร์วิลเลจ

ม.ค.302012

 

Bicester Vilage เป็นเอ้าท์เล็ทช็อปปิ้งขนาดใหญ่แห่งหนึ่งของอังกฤษ อยู่ห่างจากกรุงลอนดอนไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือประมาณ 60 ไมล์ แต่การเดินทางไปช็อปเอ้าทเล็ทที่เมือง Bicester ของผมกับครูดารินทร์และน้องสาวกับสามีครั้งนี้ เราขับรถจากเมือง Eastbourne เป็นระยะทางประมาณ 130 ไมล์






วันนี้มีฝนตกลงมาเป็นระยะทำให้บรรยากาศชุ่มฉ่ำ ช่วงเดือนตุลาคมใบไม้กำลังเปลี่ยนสีแม้อากาศจะทึม ๆ แต่ก็สวยไปอีกแบบ

 

 

 

 

 

เมื่อขับรถมาใกล้จะถึงปรากฎว่าเจอรถติดหนึบขยับไปทีละนิด ทำอย่างกับกรุงเทพแน่ น้องสาวผมประหลาดใจมากเพราะไม่เคยเป็นอย่างนี้เลย สงสัยต้องมีอะไรผิดปกติแน่








แต่ไม่มีอะไรหรอกครับ ขบวนรถเหล่านี้ต่างแห่กันมาช้อปที่ Bicester Village เช่นเดียวกับเรานั่นแหละ คงเป็นเพราะัวันนี้เป็นวันอาทิตย์จึงมีรถมากผิดปกติ

 

 

 

 

 

ที่นี่ก็มีการปักป้ายโฆษณาข้างถนนเหมือนกันแต่ป้ายไม่ใหญ่นัก ขวามือเป็นป้ายบอกชื่อเมืองคู่แฝดกับเมือง Bicester สามเมือง แต่วิกิพีเดียบอกว่ามีที่อิตาลีอีกเมืองหนึ่ง ตามที่ผมขออนุญาตก้อปมาลงต่อไปนี้








ร้านอาหารหรือผับรูปแบบดั้งเดิมของคนอังกฤษ ตั้งอยู่ใกล้กับทางเข้า ผมชอบโลโก้และชื่อที่อยู่ใต้โลโก้เข้าท่าดี Hungry Horse





มีป้ายโปรโมชั่นเรียกลูกค้าด้วย





ที่จอดรถหน้า Bicester Village มีพื้นที่กว้างขวางแต่วันนี้เต็มเอี้ยด กว่าจะหาที่จอดได้ต้องขับวนหลายรอบ คนขับรถคันอื่นเห็นเราป้วนเปี้ยนอยู่ที่รถ ก็จะชลอและทำไม้ทำมือหรือไม่ก็ตะโกนถามว่ายูกำลังจะออกหรือเปล่าไอจะได้เสียบแทน แสดงว่าที่จอดรถหายากจริง ๆ





ในบรรดารถที่จอดทั้งหมด ผมชอบคันสีแดงบาดใจนี้ครับ (วันที่เขียนบทความนี้ 1 กุมภาพันธ์ 2555 เห็นข่าวทีวี ศุลกากรไทยจับกุมของหนีภาษีได้หลายรายการ มีรถเฟอรารี่ 2 สองคัน ๆ หนึ่งสีแดงหน้าตาคล้ายรุ่นนี้ ตามข่าวบอกว่าราคาคันละ 25 ล้านบาท)





พาหนะที่ขับไปวันนั้นเป็น Ford Fiesta ที่ผมเช่าไว้วันก่อนและยังมีเวลาเหลืออีกหนึ่งวันก่อนส่งคืนเช้าวันพรุ่งนี้ ตามที่เล่าไว้ใน "....สู่ Stonehenge..." กองทัพเดินด้วยท้อง ก่อนออกแรงช็อปปิ้งก็เติมพลังสไตล์ไทย ๆ ด้วยไก่ผัดพริกขิง ไส้อั่ว น้ำพริกตาแดง กับข้าวสวยร้อน ๆ ที่เตรียมใส่กระติกอุ่นไปในรถ พร้อมน้ำชากาแฟเสร็จสรรพ





หมู่บ้านบิชสเตอร์ (Bicester Village) มีลักษณะเป็นช้อปปิ้งอาเขตประกอบด้วยกลุ่มอาคารสร้างด้วยไม้ความสูงไม่เกินสองชั้นสไตล์วินเทจ (Vintage Style) สร้างแบบเรือนแถวบ้าง บ้านเดี่ยวบ้าง หันหน้าเข้าหากันมีทางเดินระหว่างกลาง บ้านแต่ละหลังขายสินค้าแบรนด์เนมของตนเอง




แผนผังร้านค้าต่าง ๆ ในหมู่บ้านบิชสเตอร์ ภาพจาก http://www.bicestervillage.com/






ที่ตั้งเด่นตรงถนนหลักของหมู่บ้านหน้าร้านโปโลก็คือรูปปั้นหมีตัวใหญ่ชื่อว่า Porridge ไม่รู้ว่าชื่อนี้เกี่ยวข้องกับนิทานเก่าแก่ของอังกฤษเรื่องหมีสามตัว (The Story of the Three Bears) ซึ่งแต่ละตัวมีชามข้าว (Porridge Bolw) ของตนเองที่หนูน้อย Goldilocks ไปแอบชิมหรือเปล่า





ป้ายติดไว้ที่แท่นข้างล่างขู่ไม่ให้คนขึ้นไปปีนป่ายเล่น





บริเวณกลางหมู่บ้านยังมีหมีอีกสองตัวนั่งเล่นอยู่ในสวนหย่อม คงเป็นหมีตัวแม่กับตัวลูกของหมีตัวพ่อข้างบน





และก็มีป้ายหลอกเด็กเช่นเคย





ตู้โทรศัพท์สีแดงคู่นี้ก็ถือเป็นแลนด์มาร์คอีกจุดหนึ่งของบิชสเตอร์วิลเลจ





น้องสาวผมเล่าว่าตอนนี้บิชสเตอร์วิลเลจ เป็นสถานที่สำคัญที่บริษัททัวร์ส่วนใหญ่จะนำลูกทัวร์มาลงแทนที่จะพาไปช้อปแถวถนนอ้อกซฟอร์ดเหมือนเมื่อก่อนนี้ เพราะที่นี่สินค้าราคาถูกกว่า และมีแบรนด์ดังให้เลือกเยอะพอสมควรถึงแม้จะขาดแบรนด์ดังบางยี่ห้อหรือสินค้าจะตกรุ่นไปบ้าง แต่เทียบกับราคาแล้วน่าซื้อกว่ากันมาก ก็น่าจะเป็นจริงตามนั้นเพราะแม้แต่ฝรั่งเจ้าถิ่นยังแห่มากันตรึม วันนั้นผมเห็นนักท่องเที่ยวโดยเฉพาะชาวจีนเยอะมาก แอบเห็นคนไทยสองสามราย





ภายในร้านรองเท้าแบรนด์เนมชื่อดังยี่ห้อหนึ่งมีนักท่องเที่ยวชาวเอเซียอยู่เต็มร้าน ส่วนหนึ่งวุ่นวายอยู่กับการเลือกรองเท้ามาลองสวม อีกส่วนหนึ่งก็เข้าคิวเพื่อจ่ายสตางค์กันแถวยาว ชั้นรองเท้าร้านนี้จะจัดวางรองเท้าแบบต่าง ๆ เป็นกลุ่มตามเบอ์รองเท้า ผมสังเกตุว่าชั้นวางรองเท้าเบอร์ที่เหมาะสำหรับชาวเอเซียค่อนข้างว่าง แบบสวย ๆ ไม่ค่อยมี แต่ในชั้นไซ้ส์ฝรั่งยังวางอยู่เต็ม





ที่ร้านกระเป๋าแบรนด์เนมของผู้หญิงอีกยี่ห้อหนึ่งครูดารินทร์รอจ่ายเงินนานมาก เพราะแค้ชเชียร์ติดลูกค้ารายหนึ่งอยู่ ที่รอนานเพราะลูกค้ารายนี้ซึ่งเป็นผู้ชายหน้าตาคล้ายคนจีน พี่แกเล่นซื้อเกือบทุกแบบแต่แบบละหนึ่งชิ้นเท่านั้น น้องสาวผมสะกิดให้ดูตั้งข้อสงสัยว่าแกซื้อไปก้อปหรือเปล่า ? เออ..เข้าเค้าแฮะ





ร้านอาหารไทยบุสบา เสียดายอิ่มมาก่อนแล้วกับข้าวผัดพริกขิง เลยไม่ได้เข้าไปลองชิม





โปรแกรมช็อปที่ Bicester Vilage เป็นรายการที่ผมไม่ถนัดที่สุด ฉนั้นจึงไม่มีเรื่องราวให้เขียนมากนัก จึงมีแต่ภาพบรรยากาศทั่วไป เชิญชมครับ

 

 

 

 

 

แก้ไขล่าสุด ใน ก.พ.032012

"กินและเที่ยวเรื่อยไปตามใจฉัน"

Wat*ka*Darin Contact

watkadarin Guest

เรามี 763 บุคคลทั่วไป ออนไลน์

 

ขออภัย เนื่องจากถูก spam คุกคาม

จึงของดลงทะเบียนสมาชิกชั่วคราว

ลงทะเบียน