เปิดท้ายขายของที่เมือง Battle

 

Battle เมืองเล็ก ๆ ทางตอนเหนือของ Hastings ที่นี่เคยเป็นสมรภูมิการสู้รบระหว่างกษัตริย์แฮโรลด์ที่ 2 แห่งอังกฤษกับดยุควิลเลี่ยมแห่งนอมังดี เมื่อเดือนตุลาคมปี ค.ศ. 1906 สงครามครั้งนี้เรียกว่า The Battle of Hastings อันเป็นประวัติศาสตร์ที่สำคัญหน้าหนึ่งของประเทศอังกฤษ




 

กลางเดือนตุลาคมของทุกปีเมืองนี้จึงมีกิจกรรมรำลึกถึงสงครามครั้งนั้น มีการจำลองเหตุการณ์การสู้รบในแบบเสมือนจริงและจัดในสถานที่จริง ถือว่าเป็นกิจกรรมการท่องเที่ยวที่สำคัญรายการหนึ่ง 

 





แต่บทความเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับเรื่องสงคราม  The Battle of Hastings แต่อย่างใดเพียงแต่ยืมชื่อมาตั้งให้มันดูตื่นเต้นเอาไว้เรียกแขกแค่นั้นเอง แต่จะเป็นเรื่องเก็บตกเรื่อยเปื่อยตามแบบฉบับ watkadarin โดยจะไปจบลงที่ตลาดนัดเปิดท้ายขายของ






วันที่ผมกับครูดารินทร์ไปนั้นอยู่ในช่วงเวลานั้นพอดี ทั้งเมืองคึกคักไปด้วยนักท่องเที่ยวและนักแสดงแต่งกายนักรบเต็มยศเดินเพ่นพ่านไปทั่ว เห็นแล้วนึกถึงหนังจักร์ ๆ วงศ์ ๆ ของฝรั่ง จึงขอถ่ายรูปตามระเบียบ จากการสัมผัสนักรบฝรั่งโบราณอย่างใกล้ชิดจึงได้รู้ว่า 1. เสื้อเกราะะที่เห็นนั้นใช้โซ่โลหะจริง ๆ ถัก ผมลองจับชายเสื้อยกดูมีน้ำหนักพอสมควรถ้าทั้งตัวจะหนักแค่ไหน 2. ดาบที่ผมถือนั้นก็หนักมาก..ก..ขนาดถือเฉย ๆ ยังไม่ได้กวัดแกว่งประดาบกับใครยังหนักขนาดนี้ นี่ยังไม่รวมเครื่องแต่งกายและอัฐบริขารอื่น ๆ เช่นโล่กับขวานที่เหน็บเอว แสดงว่านักรบในสมัยนั้นต้องมีข้อลำและร่างกายที่แข็งแรงมาก






ตัวเลข 1066 ซึ่งเป็นปีที่เกิดสงครามคงมีความหมายกับเมืองนี้พอสมควร


 

 



นอกจากโบสถ์และสนามรบอันเป็นมรดกทางประวัติศาสตร์ของอังกฤษแล้ว ตึกรามบ้านช่องทั่ว ๆ ไปในเมือง Battle ยังมีความน่าสนใจไม่แพ้กันเพราะยังคงรักษารูปแบบดั้งเดิม โดยเฉพาะสไตล์ English Tudor






ร้านเบียร์เก่าแก่เยื้องกับหน้าโบสถ์ผมเห็นมีคนชุมนุมส่งเสียงเฮฮากันอย่างสนุกสนาน ด้วยความสงสัยจึงเข้าไปดูว่าเขาทำอะไรกัน






จึงถูกฝรั่งแต่งกายโบราณคงเป้นหนึ่งในนักแสดงรายการนี้ ยื่นจอกที่ทำด้วยเขาสัตว์พร้อมกับเทเบียร์ในแก้วลงไปเชิญชวนให้ดื่ม ดีเหมือนกันแฮะการดื่มเมรัยจากเขาสัตว์แบบนี้เคยเห็นแต่ในหนัง เสียดายจุได้น้อยไปหน่อย







นักแสดงรายนี้ยังชวนครูดารินทร์ดื่มด้วยแต่เจ้านี้ไม่ดื่มได้แต่ยิ้ม ๆ ส่วนสาเหตุที่ฝรั่งพวกนี้มายืนดื่มเบียร์อออยู่หน้าร้านไม่ใช่อะไรหรอก คนพันธุ์นี้ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนเจอแสงแดดเป็นไม่ได้ ต้องออกมาตากแดดอยู่ร่ำไป และการที่เขาเฮฮาเสียงดังนั้นก็เป็นธรรมดาของพวกที่กรึ่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์เข้าไปได้ที่แล้ว


 



 

สองข้างทางถนนสายหลัก อาคารรุ่นเก่าก่อสร้างด้วยอิฐกับไม้ซุงเป็นท่อน ๆ ตามสไตล์ทิวดอร์






ผสมผสานกับอาคารรุ่นใหม่ แต่สไตล์โดยรวมเข้ากันได้






อาคารหลังนี้ติดป้ายบอกว่าสร้างมาตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 15






โรงเตี้ยมนี้น่าจะสร้างในยุคเดียวกัน ภายในถ้ายังอยู่ในสภาพเดิมคงคลาสสิคปนขนลุกไม่เบา






ตัดกันกับร้านดอกไม้น่ารัก






ร้านนี้คงเป็นร้านคนเสื้อแดงใน UK


 

 



ครูดารินทร์สงสัยลูกสีเขียวอ่อนรูปพรรณสันฐานเป็นหัวเหมือนกะหล่ำดอกบ้านเราแต่ดอกเป็นยอดเล็ก ๆ เรียงหมุนวนเป็นก้นหอยจากเล็กมาใหญ่เป็นระเบียบสวยงาม ปักป้ายว่าชื่อ Romanesque น่าจะเป็นพืชผักเชื้อสายอิตาเลี่ยน ขายราคาหัวละ 1.20 ปอนด์ (วันหลังจากนั้นครูดารินทร์ลองซื้อจากซุปเปอร์มาผัดน้ำมันหอยปรากฎว่ารสชาติหวานกรอบอร่อยมาก)






ภาพนี้แสดงถึงความใส่ใจของหน่วยงานท้องถิ่นที่ดูแลทุกข์สุขของชาวบ้าน แม้สิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ เช่น เป็นห่วงว่าแสงไฟจากโคมไฟสาธารณะข้างถนนจะเข้าไปแยงตาผู้อยู่อาศัยข้างเคียงในเวลาค่ำคืน จึงติดตั้งโป๊ะไฟบังไว้ด้านหลังดวงโคม เปรียบเทียบกับภาพขวาล่างซึ่งเป็นดวงโคมตั้งอยู่ค่อนข้างห่างจากบ้านเรือนจะไม่มีโป๊ะบังด้านหลัง






ตรงลานหน้าโบสถ์วันนี้มีตลาดนัดเกษตรกร ผมกับครูดารินทร์มีหรือจะพลาด เพราะไปทั่ไหนเห็นตลาดชาวบ้านข้างทางที่ไรเป็นต้องแวะทุกที วันนี้จึงเป็นโอกาสดีจะได้สำรวจตลาดนัดฝรั่งเปรียบเทียบกับตลาดนัดสันทรายบ้านผม



 


ดูสินค้าและคนขายแล้วเจ้าของฟาร์มน่าจะขนลูกขนหลานมาขายเอง






อย่างคุณลุงหน้าแดงคนนี้ (คงแดงธรรมชาติไม่ใช่แดงเพราะไวน์) เห็นผมเลียบ ๆ เคียง ๆ ก็บอกว่าชิมได้นะ ผมจึงสนองความปราถนาดีไปหลายรส ด้วยความเกรงใจจึงอุดหนุนไปขวดหนึ่ง






ผลไม้หลากหลายร้านนี้ใหม่สด ถุงเบ้อเริ่ม 50 บาท






น้ำผึ้งแท้จากฟาร์มฝรั่งคงไม่หลอก ผมชอบไม้ตักน้ำผึ้งออกแบบใช้งานได้ดี ขอซื้อไม่ขายแต่ถ้าซื้อน้ำผึ้งแถมฟรี






เกือบทุกร้านจะมีสินค้าตัวอย่างให้ชิมฟรี

 





กะเหรียงรายนี้จึงชิมดะทุกร้าน






แต่เป็นดุ้นนี้ยังไม่สุกชิมไม่ได้ ร้านนี้มีไส้กรอกนานาชนิดน่ากินทั้งนั้นไม่แพงด้วย ครูดารินทร์จึงซื้อมา 3 แพ็คต่างชนิดกัน ปรากฎว่ามีอยู่แพ็คหนึ่งหลังจากสุกแล้วหน้าตารสชาติเหมือนไส้กรอกอีสานบ้านเฮาเด๊ะ ถ้ามีพริกขี้หนู ขิง กะหล่ำปลีพร้อมผักชีเป็นเครื่องเคียงละก็ยังไงยังงั้นทีเดียว กินแกล้มกับไวน์ของคุณลุงข้างบนลงตัวดีนักแล







พืชผัก ขนมปังมีครบ แต่ไม่ยักมีข้าวเหนียวหมูปิ้งเหมือนที่ตลาดสันทราย






ลูกค้าที่เดินช้อปเดินชิมส่วนใหญ่ค่อนข้างมีอายุ (กะเหรียงจากเมืองไทยไม่เกี่ยว)






ออกจากตลาดนัดเกษตรกรมาช้อปตลาดคลองถม เอ้ย..ตลาดนัดเปิดท้ายขายของกันต่อ






ที่ถูกน่าจะเป็นเปิดข้างขายของมากกว่า เพราะรถส่วนใหญ่เป็นรถแวนเปิดข้าง ตามไปดูจากอัลบั้มข้างล่างว่าคลองถมบ้านเขามีอะไรขายบ้าง






แต่ไม่ว่าจะมีอะไรก็ตามอย่างน้อยก็มีน้ำปลาตราปลาหมึกขาย ว่าจะแกล้งไปถามคุณยายคนขายเสียหน่อยว่าขวดนี้คืออะไร ไม่รู้จัก....?


 


 

เปิดท้าย(ข้าง)ขายของที่เมือง Battle

 

 

 

 

 

แก้ไขล่าสุด ใน พ.ย.152012

"กินและเที่ยวเรื่อยไปตามใจฉัน"

Wat*ka*Darin Contact

watkadarin Guest

เรามี 697 บุคคลทั่วไป ออนไลน์

 

ขออภัย เนื่องจากถูก spam คุกคาม

จึงของดลงทะเบียนสมาชิกชั่วคราว

ลงทะเบียน