พ.ย.122011

wat*ka*darin's Holiday ตอนที่ 1




ตัดสินใจ


เป็นอะไรที่ไม่มีปี่มีขลุ่ย จู่ ๆ เมื่อกลางเดือนสิงหาคม เอ่ยปากชวนครูดารินทร์ว่าปิดเทอมตุลาคมนี้เราไปเที่ยวยุโรปกันไม๊ เปลี่ยนบรรยากาศจากเดิมเสียบ้าง เพราะยามนี้พยายามนึกหาที่เที่ยวแถว ๆ  ในบ้านและรอบบ้านเรา ก็ไม่ปิ้งไอเดียที่ไหนเลย ครั้นจะนอนอยู่กับบ้านก็รู้สึกว่ามันขาดอะไรไปอย่าง จะพาลครั่นเนื้อครั่นตัวด้วยซ้ำไป แต่ถ้าจะไปไกลอีกหน่อยแถบเอเซีย ก็คิดว่าไหน ๆ โกอินเตอร์ทั้งที่ ไปให้มันสุด ๆ เลยดีกว่า ที่โน่นก็น่าจะมีภาพและเรื่องราวแปลกใหม่พอที่จะทำให้เว็บ watkadarin มีอะไรที่น่าสนใจเพิ่มขึ้นบ้าง


แต่จะว่าไม่มีที่มาก็ไม่เชิงนัก เพราะความคิดนี้กรุ่นอยู่ในใจมานานแล้ว ได้ซ้อมวางแผนมาบ้างเหมือนกัน ดูดข้อมูลที่เกี่ยวข้องจากเว็บไว้เพียบ แต่ติดตรงที่ก็ยังตกลงไม่ได้ว่าจะไปเมื่อไหร่  อย่างไร ซึ่งการไปทัวร์ต่างประเทศในความคิดของผมมีความเป็นไปได้อยู่ 4 กรณี คือ


1. ไปราชการ อันนี้รวมถึงหน่วยงานเอกชน รัฐวิสาหกิจด้วย

2. ไปกับบริษัททัวร์

3. มีสปอนเซอร์ ซึ่งความหมายก็คือมีผู้ออกทุนและดูแลให้เสร็จสรรพ ไม่ว่าเหตุผลทางธุรกิจ หรือจากเพื่อนฝูงวงศาคณาญาติ

4. ลุยไปเอง ถ้าเป็นระดับวัยหนุ่มสาวก็อาจเรียกว่าไปแบบแบ็คแพ้ค


สำรับการตัดสินใจของผมกะครูดารินทร์ครั้งนี้ ข้อที่ 1 ตัดทิ้งไปได้ทันที เพราะผมเกษียณอายุราชการมาสามปีแล้ว แต่ตอนรับราชการอยู่ก็ได้อาศัยกรณีนี้ไปหลายครั้งอยู่ ส่วนครูดารินทร์ ถ้าดูตามฐานะตำแหน่งแห่งหนของโรงเรียนต้นสังกัดแล้วก็คงยากถึงยากมาก


ข้อที่ 2 ไปกับบริษัททัวร์ เคยเอาโปรแกรมทัวร์มาพลิกดูเหมือนกัน ประเภทยุโรป 9 ประเทศ 9 วัน 99,999 บาท แต่ถ้านำมาพิจารณาโดยละเอียดแล้ว หักวันเดินทางออกสองวัน เฉลี่ยประเทศละไม่ถึงวัน ต้องลากกระเป๋าย้ายที่นอนวันละแห่ง ส่วนกระเป๋าก็โป่งขึ้นเรื่อย ๆ ก่อนนอนต้องท่องตัวเลขที่หัวหน้าทัวร์ให้ไว้ก็คือ 6 7 8 หรือ 7 8 9 หมายถึง 7 โมงเวลาตื่น 8 โมงอาหารเช้า 9 โมงออกเดินทาง ซึ่งผมก็เคยไปแบบนี้เหมือนกันตอนไปทัวร์ เอ้ย...ไปศึกษาดูงานกับทางราชการ ไปแบบนี้สบายดีไม่ต้องคิด ไม่ต้องวางแผนเท่าไหร่ เตรียมเงินช้อปปิ้งอย่างเดียว เดินตามธงหรือหมวกสีเดียวกันก็ใช้ได้ จากประสบการณ์และเคยคุยกับผู้ที่เคยไปแบบนี้แล้วต่างบอกว่าเหนื่อยมาก ข้อนี้จึงตัดทิ้งไป เพราะเสียเงินและเหนื่อยทั้งทีก็อยากให้มันคุ้มหน่อย ไม่ใช่ชะโงกทัวร์


ข้อที่ 3 มีสปอนเซอร์ ข้อนี้ก็ตัดทิ้งไปอีก เพราะมองโดยรอบตัว ทั้งบนทั้งล่างแล้ว ก็ไม่มีเห็นมีใครเซ่อซ่ามาเป็นสปอนเซอร์ออกสตางค์พาเราไปเที่ยว


ฉนั้นก็เหลือข้อ 4 อยู่ข้อเดียว ขอลุยเองดีกว่า แต่วัยนี้แล้วก็คงไม่แบ็คแพ้คแบบวัยรุ่นเค้าหรอก แต่ก็คงเป็นการผสมผสานให้เหมาะสมกับวัยมากกว่า




กำหนดการ


กว่าจะตัดสินใจได้ก็ใช้เวลาอภิปรายกันพอสมควร ต่อจากนั้นก็เป็นการกำหนดช่วงเวลาซึ่งก็จะอยู่ช่วงปิดเทอมของครูดารินทร์ เริ่มตั้งแต่ต้นเดือตุลาคม ระยะเวลาประมาณเดือนหนึ่ง ที่จริงครูดารินทร์เสนออีกทางเลือกหนึ่ง คือเปลี่ยนไปเป็นตอนปิดเทอมเดือนเมษายนปีหน้า ซึ่งมีวันหยุดยาวกว่านี้ แต่ผมเห็นว่ามันนานไป สังขารเราแก่ขึ้นอีกตั้งหกเดือน ไม่ควรรีรอขนาดนั้น ได้เวลาแค่นี้ก็พอแล้ว คราวหน้าคราวหลังค่อยว่ากันใหม่


ซึ่งนับว่าผมคิดถูกเพราะหลังกลับจากทัวร์ครั้งนี้รู้สึกได้เลยว่า ถ้าคิดจะลุยแบบนี้ร่างกายต้องฟิตสมบูรณ์จริง ๆ โดยเฉพาะกำลังขา เพราะต้องเดิน ๆ ๆ เดินจริง ๆ ไม่ว่าจะเดินเที่ยว ขึ้นรถเมล์ รถไฟบนดิน ใต้ดิน โดยเฉพาะรถไฟไต้ดินบางสถานีเดินไกลมากแถมต้องเดินขึ้นลงบันไดอีก แม้แต่ขับรถส่วนตัวเพราะที่จอดรถส่วนมากจะอยู่ไกลทั้ง ๆ ที่เสียเงินค่าจอดแสนแพง ที่พึ่งที่ดีที่สุดคือสองขาของเรานี่เอง ไปคราวนี้น้ำหนักผมกับครูดารินทร์ลดไปตั้งสามสี่โล หุ่นเฟิร์มขึ้นแยะ ฉนั้นอย่ารอช้าสังขารนี้ไม่เที่ยงหนอ





สำหรับกำหนดการท่องเที่ยวคร่าว ๆ คือ  เริ่มต้นที่ประเทศอังกฤษ ใช้ที่นั่นเป็นฐานเพราะมีน้องสาวลูกของน้าซึ่งเป็น UK Citizen มีบ้านอยู่ที่นั่น ช่วงแรกเที่ยวอังกฤษ ช่วงระหว่างกลางประมาณสิบวันก็จะแบ็คแพ้คไปฝรั่งเศษ แล้วกลับฐานที่มั่นอังกฤษ หากมีเวลาเหลือก็อาจไปประเทศยุโรปอื่นต่อ โดยการเดินทางจากลอนดอน - ปารีส จะใช้บริการรถไฟ Eurostar ส่วนที่อื่น ๆ ก็จะบินโดย easyJet สายการบินโลว์ค้อสท์ ซึ่งค่าโดยสารโลว์จริง ๆ ถ้าเลือกให้ถูกวันเวลาและจองล่วงหน้าหลายวัน


เมื่อกำหนดการแบบนี้ก็ต้องมีวีซ่าทั้งอังกฤษและวีซ่าเช็งเก้น ซึ่งจะกล่าวในลำดับถัดไป





เตรียมเอกสารยื่นวีซ่า


ต่อไปนี้ผมจะเล่าเรื่องการยื่นวีซ่าโดยเริ่มจากวีซ่าประเทศอังกฤษก่อน แต่ผมจะข้ามขั้นตอนการดำเนินการทั่ว ๆ ไป เพราะสามารถศึกษาข้อมูลจากเว็บต่าง ๆ ได้อยู่แล้ว ซึ่งในเบื้องต้นผมก็ใช้วิธีนี้แหละ ทำให้ได้ข้อมูลเยอะพอสมควร แต่ยิ่งรู้มากก็ยิ่งกังวลมาก คนโน้นว่าอย่างโน้น คนนี้ว่าอย่างนี้ ประเภทที่เรียกว่าสำลักข้อมูลนั่นแหละ แต่ในข้อมูลทั้งหลายที่เซฟไว้ ก็ยังไม่ตรงกับในกรณีของผมทีเดียวนัก ผมจึงจะตัดตอนเล่าเฉพาะส่วนที่เกี่ยวข้องโดยตรง เพราะอาจจะมีประโยชน์สำหรับผู้ที่อยู่ในกรณีคล้ายกันผม


ดังที่กล่าวตอนต้นแล้วว่าที่อังกฤษผมจะไปพักบ้านน้องสาวลูกของน้า จึงใช้แบบฟอร์ม VAF1B (Family Visitor) ถ้าเป็น Visitor ใช้เอกสาร VAF1A ซึ่งรายละอียดส่วนใหญ่ก็คล้ายกันแตกต่างกันในตอนท้าย ๆ เท่านั้น เอกสารดังกล่าวดาวน์โหลดมาจากเว็บ UK Border Agency

 

ผมขอข้าม Part ที่ 1 - 4 ซึ่งเป็นการกรอกข้อมูลส่วนตัว ไป Part ที่ 5 เลย เกี่ยวกับหน้าที่การงานและการเงิน

จากข้อมูลที่อ่านมาผู้ยื่นวีซ่าส่วนใหญ่ก็มีงานมีการทำกันทั้งนั้น ว่างงานอย่างผมยังหาไม่เจอ คนเกษียณอายุราชการแล้วต้องติ้กตรงหัวข้อ Retired แล้วข้ามไปกรอกหน้าที่การงานและสถานที่เคยทำงานตอนก่อนเกษียณอายุราชการ และต้องนำเอกสารรับรองจากต้นสังกัดแนบเป็นหลักฐานด้วยซึ่งส่วนมากจะมีแบบฟอร์มมาตรฐานอยู่แล้ว


ไปต่อที่ Part 8 เกี่ยวกับเรื่องที่พำนัก

ถ้าขอแบบ Visitors ก็ต้องมีเอกสารการจองโรงแรม ถ้าอยู่เป็นเดือนอย่างนี้เขาต้องประมาณค่าใช้จ่ายแต่ละวันวันคูณเข้าไป ทั้งนี้คงต้องสัมพันธ์กับจำนวนเงินค่าใช้จ่ายที่เราต้องกรอกด้วย ส่วน Family Visitors ก็เบาหน่อย แต่ใช้เอกสารข้างล่างนี้แทน


ตอนก่อนที่จะเลือกวีซ่าประเภทนี้ผมก็สงสัยอยู่เหมือนกันว่าในกรณีผมกับน้องสาวที่อยู่อังกฤษคนนี้ อยู่ในเงื่อนไขญาติหรือเปล่า เพราะไม่ได้เป็นญาติสายตรง ถ้าลำดับญาติกันแบบไทย ๆ เราก็เรียกว่าเป็นลูกพี่ลูกน้อง เพราะแม่เขาเป็นน้องแม่ผม หรือแม่ผมเป็นป้าเขา  ลำดับนี้ฝรั่งเขาจะเรียกว่าอย่างไร จึงไปเปิดดูคำจำกัดความของสถานะญาติซึ่งในเอกสารระบุไว้ ดังนี้ครับ

...your husband, wife, civil partner, father, mother, son, daughter, grandfather, grandmother, grandson, granddaughter, brother, sister, uncle, aunt, nephew,niece or first cousin (the son or daughter of your uncle or aunt)

กรณีของผมน่าจะเข้าเค้าอยู่ในเงื่อนไขลำดับท้ายสุดที่เป็นตัวหนาแม้จะไม่ตรงทีเดียวนัก เพิ่งรู้ว่าลูกพี่ลูกน้องเขาเรียก  first cousin (คำนี้ผมจำได้ขึ้นใจ เพราะใช้ตอบคำถาม เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองของอังกฤษซึ่งจะถามทุกครั้งตอนขาเข้า หลังจากที่เขาถามคำถามแรกว่ามีจุดประสงค์อันใดในการมาเยือนอังกฤษ ผมบอกว่ามาเยี่ยมญาติ ก็จะมีคำถามที่สองเป็นพิมพ์นิยมตามมาว่า แฟมิลี่ของยูนะ เป็นแฟมิลี่สายไหน....?)

สรุปว่ามีสถานะเป็นญาติกันแน่แล้ว ก็ต้องกรอกชื่อสกุลของญาติ ระบุว่าสถานภาพญาติ ที่อยู่โดยละเอียด เบอร์โทรศัพท์บ้าน มือถือ อีเมล์ พร้อมกับแนบหลักฐานเหล่านี้


1. จดหมายเชิญจากญาติ เป็นอีเมล์ก็ได้ ซึ่งข้อนี้น้องเค้าเชิญมาหลายครั้งแล้วเราไม่ไปซักที แต่คราวนี้ให้เขียนเชิญมาอีกที่ ระบุวันเวลาให้แน่นอน

2. หนังสือถึงผู้เกี่ยวข้องเรื่องรับรองการให้ที่พักและดูและเรื่องอาหารการกินไม่ให้อดอยากตลอดระยะเวลาที่อยู่ประเทศอังกฤษ ตามวันเวลาข้างบน

3. สำเนาพาสปอร์ต รวมทุกหน้าที่มีตราประทับ แต่น้องสาวถือพาสปอร์ตอังกฤษ จึงไม่มีตราประทับซักดวงเพราะเขาไช้วิธีสแกนแทน

4. หนังสือรับรองการทำงาน ส่วนหลักฐานทางการเงินไม่จำเป็นเพราะเค้าเป็น UK Citizen  ทางการสามารถเช็คได้สบายอยู่แล้ว

5. เอกสารที่แสดงว่าเป็นเจ้าบ้านที่ให้พำนัก และบ้านนั้นมีขนาดพอที่จะรับรองได้ ไม่ใช่บ้านขนาดเท่าแมวดิ้นตายมีห้องนอนเจ้าของบ้านเพียงห้องเดียว จะให้ญาติไปนอนที่ไหน ในข้อนี้ น้องสาวผมใช้เอกสารเสียภาษีที่เรียกว่า Council Tax Bill ซึ่งในนั้นระบุชื่อเจ้าของบ้าน ที่อยู่ รายการและจำนวนเงินที่เสียภาษีล่าสุด ซึ่งใบนี้ใบเดียวสามารถระบุสถานะภาพของบ้านที่อยู่อาศัยได้ครอบจักวาลเลยทีเดียว

6. หลักฐานการติดต่อเพื่อแสดงถึงความสัมพันธ์กันซึ่งกันและกัน เพราะอย่างน้อยเชิญญาติไปพักทั้งทีไม่เคยพบหน้าค่าตา ไม่เคยคุยเจาะแจ๊ะกันบ้างก็แปลกไปหน่อย เท่าที่อ่าน ๆ มาเขาบอกว่า ใช้อะไรก็ได้ เช่น จดหมาย อีเมล์ ใบเสร็จค่าโทรศัพท์ที่ใช้โทรติดต่อกัน หรือรูปถ่ายด้วยกันก็ได้ บังเอิญที่เรามีการติดต่ออีเมล์กันมาตลอดจึงใช้หลักฐานนี้ ถ้าไม่มีก็จะลองใช้รูปถ่ายรูปซ้ายมือข้างล่างนี้ ซึ่งเพิ่งถ่ายมาเมื่อห้าหกสิบปีนี่เอง  จะใช้ได้หรือเปล่าก็ไม่รู้ (ทายซิ ผมคนไหน ? อีกคนเป็นพี่ชายผม)





ที่จริงน้องเค้ามาเมืองไทยทุกปีและก็เจอกันเรื่อย ครั้งสุดท้ายเดีอนเมษาปีนี้เอง แต่ไม่เคยถ่ายรูปด้วยกันสักที ไปเจอกันคราวนี้เลยถ่ายรูปเป็นหลักฐานเพียบ เผื่อคราวหน้าคราวหลังอาจจะใช้เป็นประโยชน์บ้าง


ในตอนท้าย Part 8 นี้ยังมีช่องต้องกรอกอีกว่าเจอกันครั้งสุดท้ายที่ไหนเมื่อไหร่ อันนี้ก็คงตอบมั่วไม่ได้เพราะต้องยันกันกับหลักฐานในพาสปอร์ต


มีอีกข้อถามว่าในช่วงเวลาเดียวกันนอกจากญาติคนนี้แล้ว ยังให้ที่พักพิงญาติคนอื่นอีกไหม ซึ่งข้อนี้มันจะต้องไปสัมพันธ์กันกับจำนวนห้องนอนของบ้านพัก ถ้าบ้านมีสองห้องนอนแต่มีญาติไปพักพร้อมกันเป็นโขลงก็คงเป็นไปไม่ได้ ถ้าเป็นศูนย์อพยพหนีน้ำท่วมของ กทม.ก็ว่าไปอย่าง


อีกข้อหนึ่ง ถามว่าในช่วงสองปีมานี้ได้เคยให้ที่พักพิงใครที่เดินทางมาอังกฤษบ้างไหม กรณีนี้น้องสาวผมระมัดระวังมากไม่ยินยอมให้ใครมาพักส่งเดช และที่ผ่านมาก็ไม่เคยมีใครนอกจากญาติสายตรง เพราะเกิดให้พักแล้วญาติมิตรเกิดเบี้ยวไม่กลับประเทศ อยู่ล้างจานเป็นโรบินฮู้ดต่อ ก็จะเสียประวัติทันที


ส่วนหลักฐานเอกสารอื่น ๆ ก็เตรียมตามที่เขาต้องการ ขอเพิ่มเติมอีกนิดหนึ่ง ในข้อเอกสารการเงินที่ระบุไว้ว่า หลักฐานการเงินย้อนหลังอย่างน้อย 6 เดือน เช่น สมุดบัญชีเงินฝาก,หนังสือรับรองจากธนาคาร(ตัวจริงและสำเนา) ทำให้ผมเป็นกังวล เพราะสมุดเงินฝากธนาคารมีเงินจิ้ดเดียวเอง เพราะมีไว้ผ่านเงินเดือนเท่านั้น ถ้ามีแค่นี้วีซ่าไม่ผ่านแน่ เพราะเงินส่วนใหญ่แอบเอาไปฝากสหกรณ์ออมทรัพย์ครูเพราะดอกเบี้ยงามกว่าและยกเว้นภาษีด้วย จะให้ถอนมาโปะธนาคาร เดี๋ยวก็จะดูผิดปกติ เป็นการตกแต่งบัญชีหรือเปล่า แต่ข้อกังวลที่ว่าสมุดเงินฝากสหกรณ์จะใช้ได้หรือเปล่าก็หมดไป เมื่อไปสอบถามจากสหกรณ์ ฯ ได้ความว่าหลักฐานการเงินจากสหกรณ์ไม่ว่าสมุดเงินฝาก มูลค่าหุ้น ใช้ได้เหมือนธนาคารครับ ทางสหกรณ์จึงออกหนังสือรับรองเป็นภาษาอังกฤษให้อย่างดิบดี ฟรีด้วย ไม่เหมือนกับไปขอสเตทเม้นท์จากธนาคารเสียเงินตั้ง 100 บาท กับกระดาษ A4 ที่พิมพ์พรืดออกมาไม่กี่แผ่น




ได้เวลายื่นวีซ่า


ในตอนที่แล้วผมตกเรื่องสำคัญไปเรื่องหนึ่ง คือเรื่องใบจองตั๋วเครื่องบิน ซึ่งจะต้องแนบไปด้วย ในเรื่องนี้ผมก็ได้เเปิดเว็บค้นหาข้อมูลของสายการบินต่าง ๆ ที่บินไปลอนดอน ทั้งบินตรงและเปลี่ยนเครื่อง ประกอบด้วยสายการบินแขก (อินเดีย) แขก(อาหรับ) จีนไทเป ยกเว้นไทยแฮะ เล็งที่ถูกสเป็คไว้เหมือนกัน แต่ติดปัญหาตรงที่ต้องจองออนไลน์ ซึ่งผมไม่มีประสพการณ์เลย รู้สึกกลัว ๆ กล้า ๆ  จะจองผ่านเอเยนซี่ก็ไม่รู้เลือกบริษัทไหน และจะไว้ใจได้แค่ไหนก็ยังไม่รู้ พอดีนึกขึ้นได้ว่ามีเพื่อนร่วมรุ่น ป.โท โสต ฯ จุฬา ชื่อน้องกิ้กเป็นเจ้าของบริษัททัวร์แห่งหนึ่งอยู่แถวมักกะสัน ได้เคยให้นามบัตรไว้ในงานเลี้ยงรุ่นเมื่อสองเดือนที่ผ่านมา หลังจากต่อสายคุยกันแล้วก็ทำให้ปัญหานี้หมดไปทันที ทางบริษัทจัดการจองให้เรียบร้อยได้สายการบินที่บินตรงในราคาไปกลับที่นั่งละสามหมึ่นปลาย ๆ (แต่ตอนออกตั๋วได้โปรใหม่ถูกกว่าเดิมอีกหลายพัน)


นอกจากจัดการเรื่องตั๋วเครื่องบินแล้วบริษัทของน้องกิ้ก ยังได้ให้บริการเรื่องวีซ่าด้วยทำให้ผมเบาใจไปเยอะ โดยมอบหมายให้พนักงานชื่อคุณวรรณเป็นคนดูแลเรื่องนี้ ซึ่งทำหน้าที่ได้ประทับใจจริง ๆ ในการยื่นวีซ่านี้ตอนแรกผมกะจะทำเอง ซึ่งการขอวีซ่าอังกฤษปัจจุบันก็ไม่ยุ่งยากนัก โดยต้องยื่นผ่านบริษัทตัวแทน ซึ่งจะต้องกรอกข้อมูลออนไลน์ก่อน แล้วจึงจะนัดวันไปยื่นเอกสารด้วยตนเอง แต่ไม่ว่าจะทำเองหรือผ่านบริษัททัวร์ก็ต่องไปยื่นเอกสารตัวจริงด้วยตนเองทุกคน เพราะจะต้องสแกนลายนิ้วมือและถ่ายรูปด้วย ที่บอกว่าผมเบาใจเพราะผมอยู่ถึงเชียงใหม่จะได้ไม่ต้องเดินทางไปกลับ กทม.หลายรอบ เพราะหลังจากวีซ่าอังกฤษผ่านแล้วจะต้องไปยื่นวีซ่าเช็งเก้นเข้าฝรั่งเศษอีก ซึ่งก็ต้องยื่นผ่านบริษัทตัวแทนเช่นกันแต่ของฝรั่งเศษไม่ต้องยื่นเองก็ได้ และในขั้นนี้ก็จะต้องเตรียมใบจองโรงแรมและแผนเดินทางเข้าฝรั่งเศษ (หลอก) รวมทั้งซื้อประกันการเดินทางด้วย โดยบริษัทจะจัดการให้ทั้งหมด (เอาไว้เล่ารายละเอียดตอนหลัง) เมื่อมีเอเยนซี่รับทำให้จึงนับว่าสะดวกสำหรับผม แม้จะมีค่าบริการก็ถือว่าเป็นเรื่องธุรกิจ แต่คิดแล้วถูกกว่าเดินทางไปเองสองสามรอบ ที่สำคัญวางใจได้


เมื่อตกลงตามนั้นผมจึงเมล์ข้อมูลที่ได้ซ้อมกรอกไว้แล้ว รวมทั้งสำเนาเอกสารทั้งหลายให้เอเยนซี่ดำเนินการต่อ เพื่อนัดวันไปยื่นเอกสาร ซึ่งได้วันที่ 6 กันยายน เวลา 10.30 น.ก่อนวันเดินทางหนึ่งเดือนกับอีกไม่กี่วัน  คุณวรรณบอกว่าวีซ่าอังกฤษใช้เวลาประมาณสองอาทิตย์ ส่วนฝรั่งเศษอาทิตย์เดียว ผมคำนวนแล้วมีเวลาทันเหลือเฟือ (แต่..มันบ่แน่หรอกนาย.. ติดตามต่อไปก็แล้วกัน)


วันไปยื่นขอวีซ่ากับบริษัทตัวแทนซึ่งตั้งอยู่ที่อาคารรีเจ้นท์ ถนนราชดำริ ก็ไม่มีอะไรมาก คุณสมบัติเจ้าหน้าที่ด้านวีซ่าของเอเยนซี่เตรียมเอกสารทั้งหมดรวมทั้งแคชเชียร์เช็คค่าวีซ่าไว้รอแล้ว เราเพียงแต่นำพาสปอร์ตกับเอกสารตัวจริงไปประกบ แล้วคุณสมบัติก็พาขึ้นไปส่งที่ชั้นสอง มีคิวยาวพอสมควร แต่คุณสมบัติบอกว่าวันนี้ยังน้อยนะ ปกติคิวยาวไปถึงข้างนอก เมื่อถึงเวลานัดก็เข้าไปรับหมายเลขคิวและหมายช่องเพื่อยื่นเอกสาร ผ่านด่านแรกเข้าไปรอข้างในซึ่งก็มีคนนั่งรอกันเต็ม ที่เคาน์เตอร์ยื่นเอกสารมีหลายช่องตามหมายเลข ผมสังเกตุว่าผู้ที่เข้าไปยื่นเอกสารส่วนใหญ่ใช้เวลาไม่นานนัก แต่บางช่องใช้เวลานานมาก ถูกเจ้าหน้าที่ซักแล้วซักอีก หวังว่าเราคงไม่โดนแบบนี้นะ


แต่ที่ไหนได้พอถึงตาผมบ้าง เจ้าหน้าที่ (สาว) ถามจุดประสงค์การขอวีซ่า ผมก็บอกว่าไปเยี่ยมญาติ หล่อนก็พลิกดูเอกสารสักพักแล้วเงยหน้ามาบอกว่า กรณีนี้ไม่น่าจะใช่นะเพราะญาติจะต้องสายตรงเช่นพ่อแม่พี่น้องอะไรทำนองนั้น เอาละซิ งานเข้าแล้วซิเรา แต่ผมได้ศึกษาคำจำกัดความของญาติโดยละเอียดดังกล่าวมาแล้วข้างต้น จึงยืนยันว่าเป็น First Cousin  ใช้ได้จ้ะ ไม่เชื่อไปเปิดดูคำอธิบายได้ หล่อนก็ไปพลิกเอกสารไปมาอีกสักพักก็ประทับตราโป้งสองโป้ง แล้วถามว่าจะให้ใครมารับพาสปอร์ต ผมก็บอกว่าให้เอเยนซี่มารับ หล่อนก็บอกว่าให้ทำใบมอบอำนาจให้เรียบร้อย ก็เป็นอันเสร็จพิธี พร้อมกับยื่นเอกสารทั้งหมดซึ่งบรรจุในซองเฉพาะมาให้ รอคิวสแกนนิ้วมือต่อ


ผมกลับมาถามครูดารินทร์ซึ่งยื่นอีกช่องหนึ่งว่าโดนซักอะไรบ้าง ครูดารินทร์ก็บอกว่าไม่เห็นมีอะไรมากเขาถามว่าญาติที่อังกฤษเป็นอะไรกัน ก็ตอบว่าเป็นลูกพี่ลูกน้อง ตอนแรกเจ้าหน้าที่ทำหน้างง แต่สักพักก็พยักหน้า แค่นันเอง อย่างนี้มันสองมาตรฐานชัด ๆ


ช่วงเข้าไปสแกนนิ้วมือและถ่ายรูปกับกล้องบนเพดานก็ไม่มีอะไรใช้เวลาไม่นาน แต่ตอนเจ้าหน้าที่บอกให้ถอดแว่นออกแล้วหันหน้าไปมองกล้องบนเพดาน มาถึงตอนนี้ผมรู้สึกขำในใจเพราะไปนึกถึง Mr. Bean ในหนังเรื่อง  Mr. Bean's Holiday ขึ้นมาทันที รายนั้นเมื่อเจอกล้องวงจรปิดที่ไหน มักทำหน้าทะเล้นใส่กล้องทุกที่ ถ้าผมแกล้งทำอย่างนั้นบ้างไม่รู้เจ้าหน้าที่จะว่ายังไง กว่าจะเสร็จสิ้นกระบวนการทุกอย่างก็ประมาณเที่ยงกว่า ๆ ผมออกมายื่นใบรับพาสปอร์ตให้คุณสมบัติที่นั่งรออยู่ข้างนอก ถามว่าต้องทำใบมอบอำนาจด้วยหรือเปล่า คุณสมบัติบอกไม่ต้อง ผมจึงมอบเอกสารอื่น ๆ สำหรับยื่นวีซ่าฝรั่งเศษให้ดำเนินการต่อ ส่วนผมกับครูดารินทร์รีบขับรถกลับเชียงใหม่ทันที


ทั้งหมดคือประสพการณ์ในการขอวีซ่าเข้าประเทศอังกฤษครั้งแรกของผม หลังจากนั้นอีก 2 อาทิตย์พอดิบพอดี ทางเอเยนซี่โดยคุณวรรณก็โทรมารายงานว่าวีซ่าอังกฤษผ่านแล้ว กำลังจองคิววีซ่าเช็งเก้นเข้าฝรั่งเศษต่อไป




วีซ่าเป็นแบบ Mutiple คือเข้าออกหลายครั้งภายในเวลา 6 เดือน ถ้าเกิดได้แบบ Single ละก็เซ็งเลย แต่มีข้อสังเกตุว่าของผมเป็นวีซ่าประเภท Family Visit ส่วนของครูดารินทร์ประเภท Visit ทั้ง ๆ ที่เป็นนเอกสารชุดเดียวกัน สงสัยว่าสะไภ้เขาคงไม่นับเป็นญาติ



ไปต่อเรื่องวีซ่าเช็งเก้นและการเดินทางตามลิ้งค์นี้ครับ

http://www.watkadarin.com/index.php/2011-10-31-18-31-47/2011-11-17-18-53-57





แก้ไขล่าสุด ใน พ.ย.232011

"กินและเที่ยวเรื่อยไปตามใจฉัน"

Wat*ka*Darin Contact

watkadarin Guest

เรามี 751 บุคคลทั่วไป ออนไลน์

 

ขออภัย เนื่องจากถูก spam คุกคาม

จึงของดลงทะเบียนสมาชิกชั่วคราว

ลงทะเบียน