Dog's Wheel Chair Model 2 (4 WD)



รถสำหรับสุนัขพิการคันนี้ เป็นคันที่ 2 หลังจากเคยทำไปก่อนหน้านี้คันหนึ่ง ดังนำลงในเหัวข้อ  Dog's Wheel Chair สำหรับคันนี้ผมเรียกให้โก้ ๆ ว่าเป็นรถสำหรับสุนัขพิการชนิดขับเคลื่อนสี่ล้อหรือ 4WD Dog Wheel Chair เพราะมี 4 ล้อ ที่จริงควรจะเรียกเต็ม ๆ ว่า 4WD + 2 Feet


เรื่องของเรื่องก็มีอยู่ว่าหลายเดือนมาแล้ว น้องสาวผมไปรับสุนัขมาเลื้ยงตัวหนึ่ง จากสถานอุปการะสุนัขบนถนนสันทราย - แม่โจ้ ซึ่งมีฝรั่งใจบุญชาวอเมริกันเป็นเจ้าของ สถานที่นี้อุปการะสุนัขไม่มีเจ้าของหรือสุนัขไร้บ้านไว้เยอะเลย มีทั้งสุนัขพันธ์ไทย พันธ์เทศ พันทาง รวมทั้งสุนัขพิการด้วย เลี้ยงในบ้านที่มีบริเวณกว้างขวาง มีสระน้ำให้สุนัขว่ายเล่นด้วย จ้างคนดูแลเป็นอย่างดี มีสัตว์แพทย์ประจำ หมาแต่ละตัวสะอาด อ้วนท้วนสมบูรณ์

และหากมีใครต้องการรับสุนัขที่นี่ไปอุปการะต่อ เขาจะไม่ให้ไปง่าย ๆ จะต้องดูความเหมาะสมของผู้ที่จะรับไปเลี้ยง และจะขอไปดูสภาพสถานที่เลี้ยงด้วย ทำยังกับไปขอรับเด็กกำพร้ามาเลี้ยงยังไงยังงั้น ถ้าดูแล้วไม่เหมาะสมเขาก็ไม่ให้ แต่ถ้ารับไปเลี้ยงแล้ว บังเอิญมีปัญหาบางประการหรือเข้ากันไม่ได้ มีการรับประกันนำมาคืน หรือเปลี่ยนตัวได้


น้องสาวผมไปเลือกไว้สองตัว ตัวใหญ่ตัวหนึ่งและตัวเล็กอีกตัวหนึ่ง แต่เมื่อฝรั่งคนนี้ไปดูที่บ้านแล้ว เห็นว่ามีลาบาดอร์ตัวใหญ่ชื่อลำใยอยู่แล้วตัวหนึ่ง ถ้าให้มาทั้งสองตัวแล้วจะคับบ้านไป และอีกประการหนึ่ง ดูทีท่าแล้วอีกตัวที่เลือกไว้คงเข้ากับนังลำใยไม่ได้แน่ จึงให้ตัวเล็กนี้มาตัวเดียว โดยเจ้าของจะเป็นผู้นำมาส่งด้วยตนเองพร้อมกับปฐมนิเทศน์ด้วย

สุนัขตัวนี้มีชื่อว่าคุ้กกี้ ตอนเอามานั้นมีสภาพสมบูรณ์ทุกประการ ตัวเล็กกว่านี้มาก เป็นหมาขี้อ้อน แสนรู้ ร่าเริง เล่นหัวกับนังลำใยราวกับว่ามันเป็นลูก


นังคุ้กกี้นี้แม้จะเป็นสุนัขตัวเมี่ย แต่มีนิสัยเสียชอบออกไปเที่ยวนอกบ้าน ทำให้วันหนึ่ง เมื่อต้นเดือนสิงหาคมนี้ มันถูกรถมอเตอร์ไซค์ชนข้ากลางลำตัว น้องสาวผมต้องนำไปแอดมิท ที่โรงพยาบาลสัตว์เล็ก มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ อยู่หลายคืน ถึงแม้ไม่มีบาดแผลภายนอก แต่เนื่องจากถูกชนที่กระดูกสันหลัง ทำให้ช่วงขาหลัง ตั้งแต่เอวลงมาหมดความรู้สึก นังคุ้กกี้จึงกลายเป็นหมาพิการตั้งแต่บัดนั้น


เนื่องจากขาหลังใช้การไม่ได้เวลาเคลื่อนตัวไปมาต้องใช้ขาหน้าลากตัวไป ผลที่ตามมาคือ ก้นทั้งสองข้าง เกิดเป็นแผลลึก ต้องรักษากันอีก และด้วยสภาพแบบนี้มันก็หมดสิทธิ์ไปเดินเที่ยวเล่นเหมือนเคย ต้องถูไถ วนไปวนมาอยู่ภายในกรงแค่นี้เอง จึงเป็นที่มาของ Dog Wheel Chair คันที่ 2



 

 

ก่อนอื่นต้องวัดสัดส่วนตามระเบียบ มันก็ยืนให้วัดโดยดีไม่เดินหนีไปไหน ใช้วิธีดิจิตอลผสมอนาล็ก เหมือนครั้งที่แล้ว คือกล้องดิจตอลกับตลับเมตร วัดไปถ่ายไปไม่ต้องจดให้เสียเวลา และเวลาสงสัย ไม่แน่ใจตรงไหนก็สามารถนำมาดูให้เห็นภาพได้






จากการศึกษารถสุนัขพิการจากเว็บทั้งหลาย ก็เห็นว่ามีโครงสร้างหลักเหมือน ๆ กัน คือประกอบด้วยลูกล้อ ทำหน้าที่แทนขาหลัง มีแท่งขึ้นไปรับคาน ที่วางยาวตลอดลำตัว  บนคานนี้ก็จะมีที่รองรับส่วนบั้นท้าย ส่วนปลายด้านหน้า ก็จะมีที่โยงยึดกับส่วนคอ หลังและหน้าอก เพื่อลากลูกล้อให้เคลื่อนที่ตามไปได้ ส่วนประกอบปลีกย่อยก็จะมีที่ยึดกับเท้าหลังไม่ให้เรี่ยกับพื้น นอกนั้นก็แตกต่างกันในด้านการออกแบบกับวัสดุ และลักษณะความพิการของสุนัข


แต่ก่อนอื่นต้องแก้ปัญหาการเคลื่อนที่ขณะอยู่ในกรงหรือขณะล่ามโซ่ คือทำอย่างไรไม่ให้ก้นมันต้องถูไปมา ไม่งั้นแผลที่ก้นก็ไม่หายสักที นึกถึงขอทานพิการที่ร่างกายส่วนล่าง ตั้งแต่สะโพกลงไปด้วน ที่เคยพบเห็นตามตลาดหรือบนสะพานลอย เขาจะนั่งบนแท่นไม้สี่เหลี่ยมขนาดพอดีตัว ข้างใต้มีลูกล้อหมุนได้รอบตัว มือหนึ่งถือกระป๋องอลูมิเนียม อีกมือหนึ่งถือท่อนไม้รองมือ ตะกุยพื้นเคลื่อนตัวไปมา จึงปิ้งไอเดียตรงนี้


ไปซื้อลูกล้อชนิดหมุนได้รอบตัวขนาดประมาณ 3 นิ้ว เห็นเขียนว่ารับน้ำหนักได้ตัวละเป็นสิบกิโลมา 4 ตัว ๆ ละ 45 บาท ส่วนเหล็กฉาก 6 หุน และอื่น ๆ มีเศษเหลืออยู่แล้ว


เชื่อมเหล็กฉากเป็นโครงสี่เหลี่ยมสามด้านรับลูกล้อ และแผงพื้น ด้านหน้าเปิดโล่งเพื่อจะได้ไม่ติดขา เพราะระดับพื้นจะต่ำกว่าระดับฐานลูกล้อ


 


 

เชื่อมแผงพื้นแยกชิ้นต่างหาก เพื่อถอดเข้าออกได้ โดยแผงพื้นเมื่อนำมาเกี่ยวบนฐานล้อ ระดับแผงพื้นสูงกว่าระดับพื้นทั่วไปไม่มากนัก เมื่อนำสุนัขมาวางบนนี้แล้วจะได้ระดับใกล้เคียงกับพื้นจริง หลังจากนั้นก็ไปงัดระแนงไม้สัก รั้วต้นไม้ในสวนสองซี่ มากรุบนโครงเหล็กแผงพื้น ยึดด้วยรีเว็ท กรุเว้นช่องให้โปร่ง






ก็เป็นอันจบสำหรับแท่นวางบั้นท้ายนังคุ้กกี้ เมื่อนำมาวางอยู่บนนี้มันก็สามารถเคลื่อนไหวไปมาได้โดยก้นไม่ต้องถูลากไปกับพื้น และแผงพื้นไม้โปร่งนี้สามารถยกออกไปล้างทำความสะอาดได้ เพราะจะต้องเปื้อนฉี่เปื้อนอึของมันแน่นอน (ตอนนำไปทดลองครั้งแรก พอนำบั้นท้ายนังคุ้กกี้มาวาง มันฉี่และอึอทันที หลังจากนั้นก็ออกวิ่งไป โดยไม่ทันได้ถ่ายรูป มันคงงงว่า เฮ้ย..ทำไมชั้นวิ่งได้ไงนี่)


เสร็จจากพื้นเลื่อนแล้ว กะว่าจะทำเฉพาะรถอึกต่างหาก แต่พอเห็นนังคุั้กกี้พาวิ่งไปแล้ว จึงคิดว่าน่าจะทำเป็น Wheel Chair ซะเลย ให้มันเป็น 2 In One โดยตั้งอยู่บนแนวคิดว่า ส่วนของรถต้องถอดออกได้ เวลาไม่ใช้งาน จึงใช้เหล็กกล่อง 1 นิ้วทำเป็นฐานรับขา โดยขาเป็นเหล็กกล่อง 6 หุน ซึ่งสามารถเสียบลงในเบ้าฐานเหล็กกล่อง 1 นิ้วได้พอดี


พร้อมกับเชื่อมเหล็กกล่อง 6 หุน ทำเป็นคานทาบลำตัวสุนัข ตอนท้ายเผื่อเหล็กยื่นออกไปหน่อย เอาไว่สำหรับคล้องสายผูกขาหลัง


เสียบขาเข้ากับฐาน ยึดคานทาบลำตัวกับขาด้วยน้อต เพราะจุดนี้จะต้องสวิงขึ้นลงได้ เพื่อความยืดหยุ่น ขณะสุนัขเคลื่อนไหว เพราะฐานรถมีสี่ส้อ ไม่สามารถโยกขึ้นลงได้เหมือนกับรถที่มีสองล้อ


นำไปทดลองเพื่อหาจุดยึดที่เหมาะสม


นังคุ้กกี้มันก็ยินยอมให้ผูกให้รั้ง ดึงโน่นปรับนี่ โดยไม่บิดพริ้ว ไม่บ่นซักคำ



นำมาปรับปรุงแก้ไข เอียงเสามาข้างหน้าอีกหน่อย เพื่อให้ช่วงระหว่างเท้าหน้ากับลูกล้อห่างกันมากที่สุด เวลาก้าวขาจะได้ไม่ไปชนกัน พอเอียงแล้วก็ดูซิ่งขึ้น ปลายคานหน้าก็หักลงมาหน่อย จะได้รับกับหัวไหล่ และทำให้เส้นสายโดยรวมดีขึ้น


ดัดเหล็กทำเป็นโครงรับขาหลังทั้งสองข้าง จุดนี้เป็นจุดสำคัญ เพราะเป็นจุดรับน้ำหนักของบั้นท้ายที่ไม่มีความรู้สึกทั้งหมด


นำมาวางบนคานด้านหลัง โครงส่วนนี้ต้องนำไปหุ้มวัสดุให้นิ่มอีกครั้ง


หลังจากนั้นก็หาวัสดุ และวิธีติดตั้งจุดยืดสายรัดลำคอ หัวไหล่ หน้าอก สุนัข  ไปเดินหาไอเดียจากแผงขายของสารพัด ตั้งแต่เข็มหมุดยันสากกระเบือ ซึ่งเดี๋ยวนี้มาตั้งขายตามตลาดสด และชุมชนทั่วไป ใต้ห้างก๊ยังมี ซึ่งจะตั้งราคาสินค้าเป็นกลุ่ม ๆ  ตั้งแต่ 5, 10, 19, 29, 39,.......บาท


ไปได้ห่วงเหล็กชุบโครเมี่ยมสำรับแขวนของทั่วไป อันละ 5 บาท และปลอกคอสุนัข เส้นละ 10 บาท


นำห่วงเชื่อมติดทำเป็นห่วง สำหรับคล้องสายรัด ลำคอ หน้าอก หัวไหล่


อีกสองอันติดที่ฐานเสา เป็นห่วงสำหรับคล้องสายยึดตัวสุนัข เวลาใช้เฉพาะแผงพื้น


ตัดปลอกคอออกเป็นสองส่วน ยึดกับห่วงด้วยหมุดตอกเข็มขัด ซื้อจากร้านอุปกรณ์เครื่องหนัง ถุงหนึ่งมีร้อยตัว 25 บาท ใช้ความรู้สมัยวัยรุ่นเพราะเคยทำเข็มขัดขาย



 

 

เก็บรายละเอียดให้เรียบร้อย ก็เป็นอันเสร็จสมบูรณ์ ทุกชิ้นสามารถถอดได้หมด นำมาถ่ายคู่กับนางไทเกอร์ อเมริกันพิทบูลที่ชอบนอนอ้าซ่าอาบแดด







แล้วก็ได้เวลานำไปใช้จริง พออุ้มใส่รถครั้งแรก ยังมีอาการเกร็ง สั่น แต่ก็ยินยอมโดยดี


ลากไปลากมาสักครู่ ก็เริ่มผ่อนคลาย


ลำตัวผอมกว่าที่คิดไว้มาก ต้องปรับสายรัดใหม่ให้กระชับขึ้น ส่วนเหล็กที่รับขาหลังนั้นต้องเอาผ้ามาพันให้นุ่ม แม้ว่าส่วนนี้มันจะไม่มีความรู้สึกใด ๆ ก็ตาม ขนาดหมอทดลองเอาคีมบีบมันยังไม่เจ็บเลย แต่ทำให้นุ่มเข้าไว้ดีกว่า กันผิวหนังถลอกปอกเปิกได้


นึกถึงตัวเองตอนขาหัก หมอให้ใช้ไม้เท้าแบบหนีบรักแร้สองข้าง ครั้งแรกยังใช้ไม่เป็น ไม่กล้าออกเดิน กลัวตกบ้าง กลัวไม้เท้าจะรับน้ำหนักไม่ไหวบ้าง ต้องใช้เวลาฝึกสักพัก ตอนหลังเดินตัวปลิวเลย คิดว่านังคุ้กกี้นี้ก็คงรู้สึกเหมือนกัน ตอนนี้ยังยืนตัวเกร็ง ไม่กล้าเดิน คงต้องใช้เวลาเหมือนกัน


นี่ไงครับแผลที่ก้นทั้งสองข้าง ลึกน่ากลัว ถ้าไม่จับมาแขวนผึ่งอย่างนี้คงหายยาก น้องสาวบอกว่าพอทายาเสร็จ มันถูไถแป้บเดียวยาก็หลุดออกหมดแล้ว


ชักจะเริ่มคุ้นเคย เริ่มก้าวขาได้บ้าง ระหว่างทดลองครั้งแรกนี้ ก็พบจุดบกพร่องบางจุดเหมือนกัน แต่ให้ลองใช้ไปซักพักหนึ่งก่อน เพื่อหาผลสรุปโดยรวม แล้วค่อยนำมาปรับปรุงทีเดียว แต่ตอนนี้ได้ไอเดียใหม่แล้ว กะว่าจะสร้างขึ้นใหม่ เป็นเวอร์ชั่น 2 หรือ รุ่นไมเนอร์เช้นจ์ อีกคันหนึ่ง ตอนนี้ขอเวลาไปค้นหาวัสดุแถวลานขยะรีไซเคิ้ลและร้านเศษเหล็กก่อน


ขอจบด้วยภาพแม่ลำใยสีดำ ค่อย ๆ คลานเข้ามาทักทาย เพราะวันนี้ได้เห็นนังคุ้กกี้ออกมายืดเส้นยืดสายนอกกรงอย่างเต็มตัว เป็นครั้งแรก




 

คอยพบกับ Dog's Wheel Chair Model 2 (4 WD)

รุ่น Minor Change และ Model Change เร็ว ๆ นี้...




แก้ไขล่าสุด ใน ส.ค.082011

"กินและเที่ยวเรื่อยไปตามใจฉัน"

Wat*ka*Darin Contact

watkadarin Guest

เรามี 505 บุคคลทั่วไป ออนไลน์

 

ขออภัย เนื่องจากถูก spam คุกคาม

จึงของดลงทะเบียนสมาชิกชั่วคราว

ลงทะเบียน