(ผม)ทำท่าจะเล่นดนตรีเป็นแล้ว

 

เป็นตอนที่ 3 ของ "ทำท่าจะเล่นดนตรีเมื่ออายุ 65....."





การเรียนครั้งที่ 14 ซึ่งผมถือว่าเป็นการขึ้นชั้นอนุบาล 2 ถูกรับน้องด้วยเพลง Get Back ของ The Beatles เพลงนี้ผมไม่เคยร้องได้เต็มเพลงสักทีเพราะอ่านเนื้อไม่ทัน ภาษาอังกฤษไม่แข็งแรง ได้แต่ขึ้นต้น...."โจ โจ ว้อส อะ แม้น ฮู้ว์........" ต่อจากนั้นก็เริ่มมั่วดำน้ำไปโผล่อีกทีตรงคำว่า ...Get Back...Get Back....โดยโผล่มาร้องอย่างเสียงดังฟังชัดทีเดียวแต่หลังจากคำนี้ก็ลงไปดำน้ำต่อ ทำให้นึกถึงตอนเป็นวัยสะรุ่นถ้ากำลังดิ้นอยู่กลางฟลอร์ เมื่อวงดนตรีเล่นเพลง Get Back มาถึงท่อนฮุคนี้ วัยรุ่นซึ่งกำลังดิ้นพล่านอยู่นั้นต่างชูกำปั้นขึ้นมาโบกเป็นจังหวะโดยไม่ได้นัดหมาย พร้อมกับร้อง(เรียกว่าแหกปากดีกว่า)ขึ้นอย่างสะใจว่า...เก๊ตแบ๊ค...เก๊ตแบ๊ค...ราวกับว่ากำลังชุมนุมขับไล่รัฐบาลอยู่หน้าทำเนียบยังงั้นแหละ นึก ๆ คงอารมณ์เดียวกับวัยรุ่นกับเพลงคาราบาวสมัยนี้มั้ง


เพลงนี้ความจริงก็ไม่ยากเท่าไหร่เพราะใช้โน๊ตตัวซ้ำกันเป็นส่วนใหญ่ และคอร์ดก็มีเพียงสองคอร์ด แต่ยากตรงที่บางโน๊ตต้องเล่นพร้อมกันสองตัวและเพลงจังหวะค่อนข้างเร็ว แต่ดังที่เคยเล่าไว้ในตอนท้ายของตอนที่สองแล้วว่า พักหลังนี่เริ่มมีอะไรแปลกประหลาดเกิดขึ้น คือผมรู้สึกว่าจำโน๊ตได้เร็วขึ้น ทำให้ในชั่วโมงสามารถต่อเมโลดี้ได้จนจบเพลง ทำให้การประเมินผลได้เต็มเป็นครั้งที่สอง


Get Back

JavaScript is disabled!
To display this content, you need a JavaScript capable browser.



 

การเรียนครั้งที่ 15 คราวนี้เจองานหิน Rock Around The Clock เพลงที่ผมเคยพยายามร้องแต่ไม่เคยสำเร็จสักทีเหตุผลเดียวกับเพลง Get Back แต่ผมขอแอบคุยสักนิดหนึ่งคือว่า ตอนยังทำงานอยู่นั้นเวลามีงานที่จะต้องขึ้นเวทีร้องคาราโอเกะตามธรรมเนียมที่ดีของงานเลี้ยงในสมัยนี้ ผมต้องถูกจองคิวให้ร้องเพลงสากลยุค '60s เสมอ ส่วนใหญ่เป็นเพลงของ Elvis และนักร้องร่วมสมัยในยุคนั้น แต่เพลงพวกนี้ที่ผมร้องไม่เคยจบก็คือเพลงประเภทร้อคทั้งหลายเช่น Jailhouse Rock ของ Elvis เพลง Rock Around The Clock ของ Bill Halley ก็อยู่ในจำนวนนั้น เพราะร้องยังไงก็สะกดเนื้อตามไม่ทันถ้าไม่มั่วดำน้ำ กรณีนี้รวมถึงการเต้นรำจังหวะร้อคซึ่งผมก็เต้นได้มั่วพอกัน แต่ผมชอบดูคู่ที่เต้นเป็นโดยเฉพาะเต้นกับเพลง Rock Around The Clock ผมว่าร้อคนี้มีจังหวะลีลาที่สวยสง่าคึกคัก ผมชอบท่าที่เกี่ยวมีือดึงกันเข้าออก การเปลี่ยนมือสลับตำแหน่ง การหมุนตัว เท้าที่ขยับไปตามสเต็ปสัมพันธ์กัน อันที่จริงผมก็น่าจะเต้นรำจังหวะร้อคได้เป็นกับเขาเหมือนกัน เรื่องมีอยู่ว่าน้องกิ้กคนที่จับมือผมเรียนกัต้าร์ดังเล่าไว้ในตอนที่ 1 ซึ่งเธอเต้นรำจังหวะต่าง ๆ ได้ดีพอสมควร จับไม้จุงมือผมสอนเต้นร้อคก็พอได้หลายสเต็ป (ก่อนที่จะจบด้วยจังหวะสโลว์ซบ) แต่ที่เรียนไม่จบหลักสูตรเพราะมีกิ้กตัวแม่คอยมารบกวนเสมอ (หมือนการเรียนกีต้าร์) ไม่งั้นผมคงเต้นร้อคได้พริ้วพร้อมกับการเล่นกีต้าร์เก่งไปนานแล้ว

หมายเหตุ : กิ้กตัวแม่ในที่นี้ยังใม่ใช่ครูดารินทร์นะครับ เพราะครูดารินทร์ยังยืนต่อคิวอีกยาว...แฮ่ ๆ พูดเล่น..


เพลง Rock Around The Clock ที่ผมว่าหินก็เพราะทั้งโน๊ต ทั้งจังหวะ ทั้งความเร็ว ทั้งเครื่องหมายวรรคตอนต่าง ๆ แพรวพราวขึ้น แรก ๆ ผมเล่นตามโน๊ตตามครู โดยยังจับทิศทางไมได้ ถึงแม้ว่าจะคุ้นกับทำนองดี แต่ยังหาที่จะลงตัวกับกับโน๊ตและจังหวะไม่ได้ ครูจึงแนะให้ลองร้องเนื้อตามอาจจะช่วยได้ ซึ่งผมลองแล้วเห็นว่าใช้ได้ดีทีเดียวเพราะเนื้อร้องจะไปช่วยล้อคจังหวะให้ลงตัว แต่ก็มีปัญหาอยู่บ้างดังที่กล่าวไว้ตอนต้นคือเนื้อร้องเพลงนี้ผมยังมั่วเลย ฉนั้นจึงต้องค่อย ๆ แกะเนื้อร้องพร้อมกันไปด้วย แต่อย่างไรก็ตามพอจบชั่วโมงก็สามารถจับทำนองและจังหวะ(อย่างที่อ ๆ)ได้เกือบครึ่งเพลง พอกลับถึงบ้านก็ตลุยซ้อมต่อ พอซ้อมไปเรื่อย ๆ ทำนองและจังหวะที่เล่นใหม่กับที่คุ้นฝังอยู่ในหัวเริ่มทะยอยออกมาซ้อนทับกันได้ ทำให้เอื้อซึ่งกันและกันและพอได้อารมณ์บ้าง ในเย็นวันถัดมาผมก็สามารถเข็ญได้จนจบเพลง และผลพลอยได้ที่ตามมาอีกอย่างก็คือ ตอนนี้ผมพอจะร้องตามเนื้อเพลงได้โดยไม่ต้องดำน้ำ แต่ยังไม่ลื่น ต้องซ้อมอีกหลายยกและถ้าลื่นแล้วก็คงต้องขึ้นบัญชีคาราโอเกะเพลงนี้อีกเพลงหนึ่ง


การบ้านเพลง Rock Around The Clock ใน Tempo ที่ช้ากว่าปกติ ตอนนี้กำลังซ้อมให้คล่องพร้อมกับเพิ่ม Tempo ให้เร็วขึ้น ก่อนที่จะนำไปส่งครูในการเรียนครั้งหน้า

JavaScript is disabled!
To display this content, you need a JavaScript capable browser.

 

หลังจากส่งครูแล้วแก้ไขอีกนิดหนึ่งพร้อมกับปรับ Tempo ให้ได้ตามที่กำหนดไว้ ผลจึงออกมาดังคลิปต่อไปนี้ แต่กว่าจะเล่นจบก็ทำเอาลิ้นห้อยหอบแฮ่ก ๆ ไปเหมือนกัน ดีที่เพลงนี้มีแค่ 3 คอร์ดแค่นั้นเอง

JavaScript is disabled!
To display this content, you need a JavaScript capable browser.

 

การเรียนครั้งที่ 16 ครูเอาเพลงช้ามาสลับฉากคือเพลง Imagine ของ The Beatles แหม..อย่างกะรู้ใจว่าเราเป็นโก๋ยุค '60s เมื่อตี 3 เช้ามืดวันนี้ (28 ก.ค.54) ดูถ่ายทอดพิธีเปิดโอลิมปิค London 2012 ในพิธีช่วงท้าย ๆ วงดนตรีเล่นเพลง  Hey Jude เพลงฮิทเพลงหนึ่งของ The Beatles เพลงซึ่งมีความยาวมากเกือบสิบนาที่ได้มั้ง ทั้ง ๆ ที่เนื้อร้องก็ไม่มีอะไรมากโดยเฉพาะท่อน ..."...หน่า นา  นา น้านาน้านา..น้านาน้านา..เฮ้.จูด...หน่า..นา..ฯลฯ..." ร้องซ้ำแล้วซ้ำอีก พอได้ยินเพลงนี้ทำให้ระลึกชาติได้ทีเดียว ตั้งใจว่าในการเรียนคราวหน้าจะขอให้ครูเอาเพลงนี้มาเล่นอีกสักเพลงดีกว่า





สำหรับเพลง Imagine นี้ก็เช่นกันดนตรีก็มีไม่กี่ท่ิอนซ้ำ ๆ กัน และคอร์ดก็มี 3-4  คอร์ดง่าย ๆ ฉนั้นเมื่อจบชั่วโมงจึงต่อได้เกือบจบเพลง ในการเรียนดนตรีของผมครั้งนี้ถือว่าเป็นครั้งแรกในชีวิต ผมไม่เคยเรียนทั้งในสถาบันและเป็นการส่วนตัวที่ใดมาก่อน ฉนั้นผมจึงไม่รู้ว่าวิธีการสอนของที่อื่น ๆ และเทคนิคการสอนของครูคนอื่น ๆ เป็นอย่างไร แต่สำหรับผมจากการเรียนมาจนถึงวันนี้ ผมว่าแนวทางที่เรียนมานี้ เหมาะกับผมที่สุด ดังที่ได้เล่าในตอนเรียนชั่วโมงแรกแล้วว่า ไม่ต้องอารัมภบทเรื่องทฤษฎีการดนตรีให้ยืดยาว ลงมือบรรเลงกันเลยทีเดียว โดยครูเป็นผู้แนะนำความรู้ เทคนิค และอื่น ๆ ผ่านบทเพลงเพราะทั้งหลายทั้งปวงเหล่านั้นมีปรากฎอยู่ในเพลงแต่ละเพลงอยู่แล้ว ทำให้ความรู้และทักษะการเล่นค่อย ๆ ซึมซับเข้าทีละนิดโดยไม่รู้ตัว อีกประการหนึ่ง การเล่นเป็นเพลงไปเลยผมว่ามันเป็นแรงจุงใจที่ดีที่สุดเพราะเห็นผลทันตา เหมือนกับการปั้นหรือเขียนรูปสำเร็จออกมาเป็นตัวเป็นตน จะผิดสัดส่วนหรือไม่สวยงามลงตัวอย่างไรค่อยมาแก้ไปทีละเปลาะ สำหรับผมถ้าจับมานั่งเรียนทฤษฎีท่องโน๊ตตัวดำตัวขาว ฯลฯ. นั่งเคาะ โด เร มี...หรือตีคอร์ดอย่างเดียวซ้ำไปซ้ำมาเป็นชั่วโมง ๆ คงไม่มีความอดทนพอ คนแก่ใจร้อน ไม่แน่อาจจะถอดใจไปนานแล้วก็ได้ เพราะแต่ไหนแต่ไรมาแล้วการเรียนทฤษฎีทั้งหลายเป็นยาขมสำหรับผมแต่ถ้าลงมือปฎิบัติแล้วถึงไหนถึงกัน (เอาตัวรอดมาได้ยังไงก็ไม่รู้)  แต่วิธีดังกล่าวหรือวิธีการอื่นใดนอกเหนือจากนี้ก็ต้องมีความเหมาะสมกับแต่ละสถานการณ์ซึ่งขึ้นอยู่กับตัวแปรอีกมากมายนัก ในกรณีที่เล่ามาเสียยืดยาวนี้นี้เป็นบันทึกประสบการณ์ตรงที่ผมได้รับเท่านั้น


Imagine

JavaScript is disabled!
To display this content, you need a JavaScript capable browser.


เนื่องจากอาทิตย์ถัดมาเป็นวันหยุดยาววันอาสาฬหะบูชาและวันเข้าพรรษา ผมกับครูดารินทร์มีภาระกิจต้องไปออกทริปกินและเที่ยวเล็ก ๆ ตามธรรมเนียม ทำให้ต้องขอลาครูอีกหนึ่งครั้ง และเพื่อไม่ให้ขาดตอนไม่งั้นจะเข้าตำรา "เจ็ดวันเว้นดีดซ้อมดนตรี...." จึงหาเพลงจากเน็ทมาซ้อมเล่นอีกเพลงหนึ่งคือเพลงอมตะ Arrive Derci, Roma เพลงที่ผมชอบร้องในสมัยเรียนโรงเรียนช่างศิลป์


ขอฝอยความหลังอีกสักนิดอย่าว่ากัน คือในชั้นเรียนช่างศิลป์รุ่นผมจะมีมิตรรักนักเพลงแยกกันออกเป็นสองกลุ่มใหญ่ ๆ คือกลุ่มเพลงไทยและเพลงฝรั่ง เพลงไทยตอนนั้นยังไม่มีการแยกออกเป็นลูกทุ่ง ลูกกรุง เพลงที่เพื่อน ๆ นำมาร้อก็จะเป็นเพลงตั้งแต่รุ่นเดอะมาจนถึงจนถึงร่วมสมัย เช่น สมยศ ทัศนพันธ์ ชาญ เย็นแ สุนทราภรณ์ ชรินทร์ สุเทพ สวลี ธานินทร์ ทูล ทองใจ เป็นต้น ผมยังจำเพื่อนคนหนึ่งชื่อชัยณรงค์ คนนี้ร้องเพลงของชรินทร์ได้เพราะและเหมือนมาก นอกจากนี้แกยังไว้ทรงผมเหมือนชรินทร์ด้วย (เสียดายที่เขาเสียชีวิตหลังจากจบจากช่างศิลป์ไม่นาน) มิตรรักนักเพลงอีกกลุ่มหนึ่งคือพวกชอบร้องเพลงฝรั่งเพลงที่นำมาร้องก็ตั้งแต่รุ่นเก๋าเช่นเดียวกับเพลงไทยตั้งแต่ แน้ท คิง โคล มาจนถึง เอลวิส คลิ้ฟ เดอะ บีเทิ้ล ผมจำได้ว่าเนื้อเพลงสากลเก่า ๆ ที่นำมาร้องกันนั้นมีรวมอยู่ในหนังสือเพลงปกแข็งชื่อว่า Unforgetable Song ซึ่งโฆษณาขายในรายการเพลงทางวิทยุ จัดโดยหลุยส์ ธุระวนิชย์ หรือ เล็ก วงศ์สว่าง ไม่แน่ใจ ในช่วงนั้นมีหนังเรื่อง The Sound of Music มาฉายครั้งแรกที่โรงหนังกรุงเกษม พวกผมกลุ่มนี้ไปดูกันคนละหลายรอบ จนนำเพลงในเรื่องมาแหกปากร้องกันในห้องเรียนเพ้นท์เรียนปั้น โดยเฉพาะเจ้าเปาะ อิทธิไชย (เสียชีวิตแล้วเช่นกัน) ชอบร้องเพลงThe Sound of Music เป็นประจำ แต่แปลกที่พวกเราสองกลุ่มที่ชอบเพลงคนละสไตล์กลับไม่มีความหมั่นไส้ซึ่งกันและกัน ต่างก็ก้มหน้าก้มตาร้องเพลงของใครของมัน ว่าง ๆ ก็มาแจมหรือแซวกันเล็ก ๆ เสียที


Arrive Derci, Roma

JavaScript is disabled!
To display this content, you need a JavaScript capable browser.




การเรียนครั้งที่ 17 ลังจากหยุดเรียนไป 1 อาทิตย์ การเรียนครั้งนี้รู้สึกว่าตะกุกตะกักยังไงพิกล ผลการเรียนจึงตกมาหน่อยหนึ่ง การเรียนครั้งนี้ครูให้เพลงที่มีคอร์ดใหม่เพิ่มขึ้น คือเพลง (There's No Place Like) Home For The Holidays เป็นเพลงที่ไม่รู้จัก แต่พอครูเปิดคลิปให้ฟังรู้สึกชอบขึ้นมาทันที ยิ่งเป็นเสียงร้องของ Perry Como ด้วยแล้วหวานและซึ้งอย่าบอกใคร โดยเฉพาะตอนท้ายที่เสียงไล่ต่ำลงเรื่อย ๆ แต่โน้ตที่ให้เล่นนี้มีแค่ท่อนเดียว ลองฟังดูครับ


(There's No Place Like) Home For The Holidays

JavaScript is disabled!
To display this content, you need a JavaScript capable browser.


ผมขอแถมอีกเพลง Can't Help Falling In Love เป็นเพลงของเอลวิส จากหนังเรื่อง บลู ฮาวาย เพลงที่ผมชอบร้องเพลงหนึ่ง ชอบเพราะทำนองมันช้า ๆ ซึ้ง ๆ ดี ขณะร้องถ้านึกถึงหน้าสาวคนใดคนหนึ่งจะได้อารมณ์ยิ่งขึ้น เพลงนี้ผมแอบซุ่มซ้อมมาหลายวัน เพราะเปลี่ยนคอร์ดถี่มาก เปลียนแทบทุกตัวโน๊ตก็ว่าได้ ดีที่ทำนองคุ้นหูและเป็นเพลงช้าจึงรอดตัวไปได้


Can't Help Falling In Love

JavaScript is disabled!
To display this content, you need a JavaScript capable browser.


อัพเด็ท 20 ส.ค. 55 : ขณะเข้าเว็บนี้ จู่ ๆ ได้ยินเสียงเพลง Can't Help Falling In Love จาก ทีวี เงยหน้าขึ้นดู ปรากฎว่าเป็นเพลงประกอบสป็อตโฆษณารถเก๋งยี่ห้อหนึ่งที่มีโลโก้รูปสามห่วง เห็นดังนั้นจึงนึกในใจว่า เดี๋ยวเถอะเพลงนี้จะกลับมาฮิทอยู่ในกระแสอีก เช่นเดียวกับเพลง Que Sera Sera ซึ่งเป็นเพลงโบร่ำโบราณ รุ่นคุณแม่ร้องให้ผมฟังตอนเป็นเด็ก แต่กลับมาดังระเบิดเถิดเทิงเมื่อบริษัทประกันชีวิตนำมาใช้ในสป็อตโฆษณาเมื่อไม่นานมานี้ โดยสังคมออนไลน์กล่าวขวัญซาบซึ้งกันจนน้ำหูน้ำตาไหล





อัพเด็ท 24 ก.ย. 55 : ว่างเว้นไปหลายอาทิตย์ วันนี้ขอรวบยอดรายงานการเรียนรวดเดียว 4 ครั้ง คือครั้งที่ 18 - 21 ได้ความชำนาญ เทคนิควิธีการ คอร์ด และเพลงเพิ่มขึ้นมาอีกหลายเพลง การประเมินผลก็มีขึ้น ๆ ลง ๆ อยู่ในระดับ ดีมากกับดี หวังว่าจะมีแรงรักษาระดับนี้ไว้เรื่อย ๆ  สู้ สู้...





เพลงที่ครูนำมาเป็นแบบฝึกหัดก็มีทั้งเพลงสากล เพลงไทยมีตั้งแต่รุ่นคุณแม่ยังวัยรุ่นคือเพลงหนึ่งในร้อย มาถึงเพลงใกล้ร่วมสมัยคือเพลงแพ้ใจ พอเล่นเพลงรุ่นใหม่ ๆ ทำให้รู้สึกคึกคักกว่าเพลงรุ่นโบร่ำโบราณทั้งหลาย จึงขอให้ครูหาเพลงทำนองนี้มาเล่นบ้างจะได้กระชุ่มกระชวยขึ้น


ลองฟังตัวอย่างเป็นหลักฐานสัก 3 เพลง


หนึ่งในร้อย

JavaScript is disabled!
To display this content, you need a JavaScript capable browser.



แพ้ใจ

JavaScript is disabled!
To display this content, you need a JavaScript capable browser.



And I Love Her

JavaScript is disabled!
To display this content, you need a JavaScript capable browser.



Update วันตรุษจีน 10 กุมภาพันธ์ 2556

ว่างเว้นการรายงานผลการเรียนมาจนข้ามปี แต่ยังไม่เลิกเรียนหรอกครับ ยังไปเรียนสม่ำเสมอ มีหยุดบ้างตามสถานการณ์ ที่ไม่ได้อัพเดทเพราะรอถ่ายคลิปแต่ไม่ได้จังหวะสักที จึงขอรายงานคร่าว ๆ ด้วยการบันทึกเฉพาะชื่อเพลง เพราะกิจกรรมการเรียนลืมไปแล้ว


ครั้งที่ 22 : 1 ต.ค. 2555

- เพลง I Can See Clearly Now


ครั้งที่ 23 : 29 ต.ค. 2555

- เพลง Loving You


ครั้งที่ 24 : 5 พ.ย.. 2555

- เพลง Moon River


ครั้งที่ 25 : 16 พ.ย.. 2555

- เพลง La Vie En' Rose




ครั้งที่ 26 : 26 พ.ย.. 2555

- เพลง I Have A Dream


ครั้งที่ 27 : 30 พ.ย.. 2555

- เพลง Scarborough Fair (ทบทวนเพราะเคยแอบเล่นไปก่อนแล้ว)

- เพลง Mrs. Robinson


ครั้งที่ 28 : 7 ธ.ค. 2555

- เพลง พรปีใหม่


ครั้งที่ 29 : 17 ธ.ค. 2555

- เพลง ลมหนาว


ครั้งที่ 30 : 21 ธ.ค. 2555

- เพลง สายฝน




ช่วงวันหยุดปลายปีทั้งครูและนักเรียนก็พลอยหยุดไปหลายวัน แต่ได้เพลงพรปีใหม่ และเพลงลมหนาวไปเล่นหากินเข้ากับบรรยากาศในช่วงนั้นพอดี


ครั้งที่ 31 : 14 ม.ค. 2556

- เพลง Perfidia


ครั้งที่ 32 : 18 ม.ค. 2556

- เพลง Wonderful Tonight


ครั้งที่ 33 : 25 ม.ค. 2556

- เพลง Ob - La - Di , Ob - La Da





ครั้งที่ 34 : 8 ก.พ. 2556

- เพลง Sailing




โปรดติดตามต่อไปครับ....


แก้ไขล่าสุด ใน ก.พ.102013

"กินและเที่ยวเรื่อยไปตามใจฉัน"

Wat*ka*Darin Contact

watkadarin Guest

เรามี 755 บุคคลทั่วไป ออนไลน์

 

ขออภัย เนื่องจากถูก spam คุกคาม

จึงของดลงทะเบียนสมาชิกชั่วคราว

ลงทะเบียน