ศูนย์ปริทรรศน์ราชมงคล

ก.ย.042009



บังเอิญไปเจอฟิล์มถ่ายรูปที่ล้างแล้ว 2 ม้วน เอามาคลี่ดูปรากฎว่าเป็นฟิล์มที่หามานานแล้ว คิดว่าถ้าเกิดหายไปจริง ๆ คงเสียดายแย่ เพราะมันมีเรื่องราวที่น่าสนใจซ่อนอยู่ เป้นเหตุการณ์หนึ่งของสองข้างทางที่ผ่านมา จึงรีบเอาไปสแกนออกมาเป็นไฟล์ดิจิตอลทันที ไม่ต้องเสียเวลาเอาไปอัดเป็นรูปก่อนแล้วจึงเอามานั่งสแกนทีละรูปสองรูปทีหลัง เหมือนกับยุคแรก ๆ ของดิจิตอล


ไฟล์ภาพดังกล่าวคือภาพของศูนย์ปริทรรศน์ราชมงคล มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี คลองหก ถนนรังสิต นครนายก ขณะนั้นยังเป็นสถาบันเทคโนโลยีราชมงคล เป็นผลงานที่ผมได้ออกแบบตกแต่งและดำเนินการ เมื่อปี 2542 ซึ่งขณะนั้นผมดำรงตำแหน่งหัวหน้าศูนย์ ฯ ทีเป็นศูนย์ ซีโร่ จริง ๆ  ทำจนสำเร็จลุล่วงเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมา แต่ปัจจุบัน ปี 2552 สถานที่แห่งนี้ไม่เหลือซากให้เห็นแล้ว กลับกลายเป็นศูนย์เหมือนเดิม เพราะถูกรื้อทิ้งเปลี่ยนเป็นห้องตั้งโต๊ะคอมพิวเตอร์ไปหมดแล้ว ฉนั้น ภาพเหล่านี้จึงนับว่าเป็นภาพแห่งความหลังที่หาไม่ได้อีกแล้ว จึงขอนำมารำลึกไว้ ณ ที่นี้





ศูนย์ปริทรรศน์ราชมงคลเป็นสถานที่แสดงนิทรรศการถาวร นำเสนอประวัติความเป็นมาของสถาบันเทคโนโลยีราชมงคล  เป็นสถานที่เก็บจัดแสดงหลักฐาน เอกสารสำคัญที่เกี่ยวข้องกับสถาบันเทคโนโลยีราชมงคล





เมื่อผ่านประตูเข้าไป จะพบกับผนังโค้งสำหรับแสดงนิทรรศการชั่วคราว ซึ่งจะปรับเปลี่ยนเนื้อหาได้ตลอดเวลา แล้วแต่เหตุการณ์ หรือวาระสำคัญในขณะนั้น ภาพที่ปรากฎนี้เป็นนิทรรศการแรกในวันเปิดอย่างเป็นทางการ ตัวเลข 18 คือปีพ.ศ. 2518 ปีสถาปนาในชื่อเริ่มแรก "วิทยาลัยเทคโนโลยีและอาชีวศึกษา" 42 คือปี พ.ศ. 2542 ปีที่เปิดศูนย์ ฯ ซึ่งได้เปลี่ยนเป็นชื่อพระราชทาน "ราชมงคล" แล้ว ภาพที่นำมาติดเป็นภาพในอดีตตั้งแต่ก่อตั้ง เท่าที่จะรวบรวมมาได้





มองจากมุมตรงกันข้าม จอคอมพิวเตอร์ที่วางอยู่บนแท่นเป็นจอชนิดสัมผัส (Touch Screen)  สำหรับผู้ชมคลิ้กเข้าไปค้นหาข้อมูลจากคอมพิวเตอร์ ซึ่งขณะนั้นถือว่านำสมัยมาก เฉพาะจอ 15 นิ้วราคาประมาณ 5 หมื่นบาท





ห้อง "บุคคลเกียรติยศแห่งราชมงคล" เป้นภาพเขียนอธิการบดี ตั้งแต่คนแรก ถึงคนปัจจุบัน ฝีมืออาจารย์นิรันด์ ไกรสรลักษณ์ แห่งเพาะช่าง ผมเตรียมช่องสำรองไว้อีก 1 ช่อง ซ้ายมือ ไว้รออธิการบดีอีก 1 คน อย่างกับเป็นลางบอกเหตุว่าศูนย์นี้จะมีอายุได้อีกไม่เกิน 1 สมัยอธิการบดีเท่านั้น เพราะหลังจากนั้นก็ได้เพิ่มอธิการบดีคนใหม่อีก 1 คน ครบช่องที่เตรียมไว้พอดี อีกไม่นาน สถานที่แห่งนี้ก็ถูกรื้อทิ้งเรียบร้อย





ส่วนแสดงภาพแห่งประวัติศาสตร์ ที่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาสยามบรมราชกุมารี เสด็จวางศิลาฤกษ์ศูนย์กลางสถาบัน คือสถานที่ปัจจุบันนี้ ภาพแบ้คกราวด์ข้างหลังเป็นฝีมือถ่ายภาพของอาจารย์วัฒนา ผลทวี จากราชมงคลตาก สมัยนั้นไม่มีการพิมพ์บนแผ่นไวนีลขนาดใหญ่ดังเช่นปัจจุบัน ภาพที่ติดเต็มผนังนั้น พิมพ์ด้วยกระดาษ A3 แล้วเอามาติดเรียงต่อกัน





เกรียงที่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาสยามบรมราชกุมารี ทรงใช้ประกอบพิธีวางศิลาฤกษ์ จัดแสดงไว้ในตู้





ขวามือเป็นบล้อคที่วางเรียงต่อกัน นำเสนอขอบข่ายของสถาบัน ฯ ที่มีคณะ วิทยาเขต สถาบันวิจัย กระจายอยู่ทั่วประเทศ





แต่ละบล้อคสามารถ เพิ่ม ลด ปรับเปลี่ยนได้ตลอดเวลา





นี่คือป้ายหินอ่อนชั่วคราว ที่สมเด็จพระสังฆราช ฯ ทรงเจิม ณ ศูนย์กลางสถาบัน ฯ ป้ายนี้ อาจารย์กนกพล ผอ.กองพัฒนาอาคารสถานที่ขณะนั้น เป็นผู้พบขณะหมกอยู่หลังอาคารแห่งหนึ่งโดยไมมีใครเหลียวแล




ทางเข้าราชมงคลเธียร์เตอร์ ห้องประชุมขนาดเล็ก จุคนได้ประมาณ 40 คน




ห้องนี้ผมตั้งเป้าไว้เป้นสถานที่สำหรับผู้เข้ามาเยี่ยมชมได้เข้ามาดู สื่อมัลติมีเดีย หรือการบรรยายสรุป เพื่อให้เข้าใจในภาพรวมก่อน แล้วจึงปล่อยออกไปชมนิทรรศการ





มีการติดตั้งอุปกรณ์การนำเสนอ แสง สี เสียง คอมพิวเตอร์ ครบชุด ตอนนั้นห้องนี้จัดว่าทันสมัยที่สุดของราชมงคลก็ว่าได้ มีผู้มาขอใช้จัดประชุมสัมนากลุ่มเล็ก ๆ รวมทั้งใช้เป็นห้องเรียนที่ต้องการใช้สื่อประกอบการสอน เป้นประจำ




เนื่องจากผมเป็นคนชอบดูหนัง ฟังเพลง จึงตั้งใจไว้ว่า จะทำเป็นโรงหนังหรือ Mini Theatre ด้วย เพราะติดตั้งจอถึง 200 นิ้ว ระบบเสียงรอบทิศทาง ในช่วงพักกลางวันจะเอาหนังมาฉาย ให้นักศึกษาหรือผู้สนใจเข้ามาชมฟรี โดยจะฉายจากแผ่น LD หรือ Laser Disc ซึ่งถือว่าชัดที่สุดแล้ว เพราะตอนนั้น ดีวีดี ยังไม่เกิด





ซ้ายมือเป็นตู้จัดแสดงของสำคัญที่เกียวข้องกับราชมงคล ด้านขวามือเป้นตู้จัดแสดงตราสัญลักษณ์ของสถาบัน ฯ และวิวัฒนาการของชุดครุย




ชุดครุยรุ่นแรกผ้าทึบสีดำ แถบเป็นสีแสด หรือ "บัวแสด" อันเป็นสีของวิทยาลัยเทคโนโลยีและอาชีวศึกษา ก่อนเปลี่ยนมาเป็นครุยผ้าโปร่ง และสีสัญลักษณ์ก็เปลี่ยนเป็นสีน้ำเงิน เนื่องด้วยชื่อ "ราชมงคล" เป็นชื่อพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว





ตู้แสดงของที่ระลึก จากบุคคลสำคัญที่มอบให้ราชมงคล รวมทั้งของที่ระลึกที่อธิการบดีได้รับ จากการแลกเปลี่ยนกับสถาบันต่าง ๆ ในต่างประเทศ





ตู้จัดแสดงประวัติและความหมายของตราสัญลักษณ์ ซึ่งออกแบบโดยอาจารย์มนัส ณ เชียงใหม่





ห้องเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่เสด็จพระราชทานปริญญาบัตรแก่สถาบัน ถึง 3 ครั้ง และหลังจากนั้นก็ทรงโปรด ฯ ให้สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาสยามบรมราชกุมารี เสด็จแทนพระองค์ทุกครั้ง





ตู้เก็บเอกสารที่ทรงคุณค่า คือ สำเนาพระปรมาภิไธย ในการเสด็จพระราชทานปริญญาบัตร ทุกครั้ง พร้อมปากกาที่ทรงใช้






ห้อง "ทุ่งรังสิตในจิตสำนึกราชมงคล" แสดงวิถีชีวิตชาวรังสิต ที่ราชมงคลได้มาตั้งอยู่ ณ ทุ่งรังสิตแห่งนี้ เป็นภาพเขียนบนผนังขนาดใหญ่ ฝีมือนักศึกษาคณะศิลปกรรม โดยการควบคุมของอาจารย์ชัยพร ระวีศิริ





บูธแสดงผลิตภัณฑ์ หรือผลงานวิจัยดีเด่น  ที่แสดงอยู่นี้เป็นผลงานวิจัยเรื่องเสื้อเกราะกันกระสุนของ รศ.รุจิระ ขอจิตเมตต์ ซึ่งถ้าจะนำเสนอเป็นวิชาการล้วน ๆ จะน่าเบื่อ ไม่น่าสนใจ ผมจึง        กำหนดธีมให้เป็นหนังบู๊ สมัยมิตร เพชราเสียเลย รูปแบ้คกราวด์ก็พิมพ์บนกระดาษ A3 มาต่อกันเช่นเคย ภาพมิตร เพชราก็พิมพ์แปะบนไม้อัดฉลุเป็นคัทเอ้าท์ของแท้




ผังการเดินชมผมกำหนดให้เดินทางเดียว มาถึงตรงนี้เป้นผนังโค้งใกล้ทางออก แขวนภาพประติมากรรมนูนสูง เนื้อหาเกี่ยวกับพระราชกรณียกิจที่สำคัญของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  จำนวน 12 ตอน เป็นงานต้นแบบที่สถาบันสร้างถวาย ฯ




อีกซีกหนึ่งของศูนย์ปริทรรศน์ราชมงคล จัดเป็นหอเอกสารราชมงคล





เป็นห้องเก็บเอกสารสำคัญ ผลงานทางวิชาการ งานวิจัย  รวมทั้งภาพ สื่อในรูปแบบต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องและมีความสำคัญสำหรับราชมงคล เปิดให้ผู้สนใจเข้ามาศึกษาค้นคว้าได้ โดยจัดระเบียบสืบค้น ยืมคืน ตามมาตรฐานห้องสมุด





ตอนนั้นอยู่ในระยะเริ่มแรกอาจดูโหรงเหรงไปหน่อย





เคาน์เตอร์บาร์ ตอนผมไปชมพิพิธภัณฑ์ในต่างประเทศ หลายแห่ง ส่วนมากจะมีมุมขายอาหาร เครื่องดื่ม และที่นั่งพักผ่อนยืดแข้งยืดขา ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็น ผมจึงอยากทำอย่างนั้นบ้าง แต่คงไม่ใช่ขายก๋วยเตี่ยว ข้าวแกงหรอก คงจะเป็นลักษณะสแน็คบาร์มากกว่า ต่อไปอาจมีตู้เครื่องดื่มหยอดเรียญก็ได้ จึงกันที่ส่วนหนึ่งออกแบบเป็นแพนทรี่เล็ก ๆ  มีเคาน์เตอร์ยาว ข้างหลังมีซิ้งค์กับตู้แขวน แต่ด้วยระเบียบทางราชการ ที่มีเงื่อนไขจุกจิกหลายข้อ ครั้นจะให้เด็ก ๆ ทำขายกันเอง ยิ่งไม่ได้ใหญ่ จึงชลอไว้ก่อน





ตรงนี้ไงครับ ตรงช่องว่างตรงกลางอาคาร มีหลังคาโปร่งแสง พื้นที่ต่อเนื่องจากเคาน์เตอร์บาร์ ทำเป็นลานนั่งพักผ่อน ตอนนั้นผมสอนคณะคหกรรมศาสตร์ด้วย จึงซื้อผ้ามาให้ให้นักศึกษาสาขาผ้าและเครื่องแต่งกาย ตัดผ้าเป็นธงทิว แขวนบนตระแกรงเหล็กสำเร็จรูปขนาดสองหุน ที่เขามีไว้เสริมพื้นคอนกรีต ผมซื้อมาม้วนหนึ่ง ตัดแบ่งได้หลายแผง พื้นตัวหนอนนั่ก็ปูกันเอง ออกแบบลวดลายสลับสีด้วยนะ จะบอกให้





ขอนำภาพทีมงานมาลงไว้เป็นเกียรติประวัติกันหน่อย ซึ่งตอนนี้กระจัดกระจายไปสอนตามคณะต่าง ๆ จากซ้าย กอล์ฟ เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีและงานไอที ถัดมา น้องนก เชี่ยวชาญด้านเอกสาร ห้องสมุด คนกลาง เชี่ยวชาญการนำสากกระเบือไปยันเรือรบ ถัดมา หนูน้อย เลขาคู่ใจ ทำได้สารพัดขอให้บอกเถอะ ขวาสุด ต๋อง เงียบ ๆ ไม่ค่อยพูด แต่เชี่ยวชาญด้านอาร์ททั้งหลาย

เวทีที่นั่งอยู่นี้ตั้งอยู่ในบริเวณลานพักผ่อน ผมเตรียมไว้สำหรับ นักศึกษาที่ต้องการแสดงออก เช่น ร้อง เล่น เต้น โดยกำหนดวัน เวลาที่เหมาะสมให้ หรือใช้เป็นเวทีแสดง Mini Concert เป็นครั้งคราว






ประตูทางเข้าเป็นบานเลื่อนปิด เปิด ที่นำมาลงนี้เพื่อที่จะเล่ามุขหนึ่งในงานวันเปิดอย่างเป็นทางการ คือว่าในพิธีเปิด ที่นิยมกันมีหลายแบบ ง่ายที่สุดก็ตัดริบบิ้น ตอนหลังนิยมตีฆ้อง หรือวิธีต่าง ๆ นา ๆ ที่เข้ากับเนื้อหาของงาน ผมก็คิดหาวิธีที่ไม่ซ้ำใคร

จำคอมพิวเตอร์ชนิดจอสัมผัสในรูปที่ 3 ได้ไหมครับ ในจอจะมีรูปมืออยู่ นั่นแหละครับ ผมยกมาไว้หน้าประตูนี้ ให้ประธานเปิดงาน คืออดีตอธิการบดี ใช้ฝ่ามือทาบลงไปบนหน้าจอตรงรูปมือนั้น เมื่อทาบลงไป หน้าจอก็จะเกิดแสงวูบวาบ พร้อมกับประตูที่อยู่ข้างหน้าค่อย ๆ เลื่อนออกไปทางซ้าย ระหว่างนั้นวงดุริยางค์บรรเลงเพลง มีดรายไอ้ซ์พ่นออกมาคลุ้ง และมียิงพลุกระดาษสีออกมาจากหลืบขวามือ เสียงพลุดังเป็นที่น่าตื่นตาตื่นใจยิ่งนัก งานนี้สะเก็ดข่าวของช่องเจ็ดนำไปออกอากาศด้วย ผมยังอัดเทปไว้เลย ถ้าหาเจอจะเอามาให้ดูกัน

ทำไมพิธีเปิดธรรมดาจึงออกสะเก็ดข่าวได้ แน่นอนถ้าธรรมดาไม่ได้ออกหรอก มันต้องมีมุข ดังนี้ครับ ก่อนวันงานผมคุยกับอาจารย์ขณิษฐา ซึ่งเป็นผอ.กองประชาสัมพันธ์ขณะนั้น ให้เชิญสะเก็ดข่าวของช่อง 7 มาถ่ายทำข่าว รับรองถ้าได้ฟังมุขนี้แล้วต้องมาแน่ พร้อมกับเล่ามุขให้ฟังว่า พิธีเปิดที่ดูไฮเทคดังกล่าว ถ้าดูจากด้านนอก ใคร ๆ ก็จะเห็นประธานเอามือทาบจอคอมพิวเตอร์ ซึ่งคิดว่ามันคงส่งสัญญาณไปยังประตูซึ่งมีตัวรับสัญญาณเลื่อนออกโดยอัตโนมัติ

แต่เบื้องหลัง คือเจ้าก้อล์ฟกำลังใช้ระบบแมนน่วล ออกแรงลากลวดสลิงให้ประตูเลื่อนออก ซึ่งทุกอย่างก็เป็นไปตามแผน ระบบนี้ผมคิดอยู่ตั้งนาน เพราะถ้าประตูเลื่อนธรรมดา ก็ไม่ยุ่งยากอะไร จับลากตรงไหนก็ได้ แต่ประตูนี้เวลาเลื่อนออกไปแล้วมันจะหายเข้าไปฝังอยู่ในหลืบ ไม่มีแง่มุมที่จะจับเลย ต้องใช้วิธีติดลูกรอกโยงกลับไปกลับมา ซึ่งมันจะทำให้กินแรงด้วย จึงต้องซักซ้อมกันอยู่นานทีเดียว

------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

Update หลังจากแก้ไขครั้งสุดท้ายเมื่อ พฤศจิกายน 2009

วันนี้ กุมภาพันธ์ 2011 ผมค้นเจอ วิดีโอ สะเก็ดข่าวพิธีเปิด ตามที่ได้กล่าวไว้ข้างบนแล้ว ภาพตอนท้ายซึ่งเป็นตอนสำคัญเทปเสียนิดหน่อย แต่พอดูได้

เชิญชมครับ

JavaScript is disabled!
To display this content, you need a JavaScript capable browser.


------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------


อัลบั้มภาพศูนย์ปริทัศน์ราชมงคล ที่ปัจจุบันกลายเป็นศูนย์ (0) ไปแล้ว

แก้ไขล่าสุด ใน ส.ค.082011

"กินและเที่ยวเรื่อยไปตามใจฉัน"

Wat*ka*Darin Contact

watkadarin Guest

เรามี 267 บุคคลทั่วไป ออนไลน์

 

ขออภัย เนื่องจากถูก spam คุกคาม

จึงของดลงทะเบียนสมาชิกชั่วคราว

ลงทะเบียน