ผ้าซิ่นตีนจกเมืองลอง

ก.พ.062011

(บทความนี้เขียนครั้งแรกเมื่อเดีอนกุมภาพันธ์ 2011)



อำเภอลอง.เป็นอำเภอหนึ่งในจังหวัดแพร่ มีชื่อคล้ายกับอีกอำเภอหนึ่งของจังหวัดแพร่เหมือนกัน  ต่างกันแค่อักษรตัวหน้า และยังเป็นตัวอักษรที่คล้ายกันมากอีกคือ จาก ล.ลิง เป็น ส.เสือ คืออำเภอสอง ฉนั้นถ้ามีธุระปะปังเกี่ยวข้องกับสองอำเภอนี้ เช็คดูให้ละเอียดหน่อย  ถ้าผิดแล้วจะไปคนละทิศละทางทีเดียว  ทำให้มีเรื่องโจ้กเกี่ยวกับสองอำเภอนี้พอสมควร





 

 

จากหลักฐานทางโบราณคดี อำเภอลองหรือเมืองลอง สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในสมัยอยุธยา ตามตำนานกล่าวว่าพระนางจามเทวีพระราชธิดาของกษัตริย์เมืองละโว้หรือลพบุรี ได้เสด็จขึ้นมาครองเมืองลำพูน  ระหว่างการเดินทาง เกิดความไม่แน่ใจในเส้นทาง จึงให้ลองเดินทางขึ้นไป จนถึงบริเวณหนองอ้อ การที่ได้ลองเส้นทางดังกล่าวมาถึงเมืองนี้ ทำให้ได้ชื่อเมืองว่า เมืองลอง




 

คำขวัญของอำเภอลอง : งามพระธาตุล้ำค่า ส้มพุทรารสเลิศ แหล่งกำเนิดผ้าจก มรดกสวนหิน ถิ่นชาวเมืองลอง

จากการศึกษาจากผ้าทอโบราณ ภาพเจ้านายฝ่ายหญิงในอดีตของเมืองแพร่ และจากจิตรกรรมฝาผนังที่วัดเวียงต้า อำเภอลอง แสดงให้เห็นว่า ผ้าตีนจกเมืองลองมีประวัติมายาวนานมากว่า 150 ปี



 

"ผ้าตีนจก" คือผ้าทอมือที่ทอขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อนำไปเป็นเชิงผ้าถุง หรือที่ชาวบ้านภาคเหนือเรียกว่า “ซิ่น” ผ้าตีนจกมีลวดลายสวยงาม ทำให้ผู้สวมใส่ดูดี มีฐานะ ผ้าซิ่นที่ต่อเชิงด้วยผ้าทอตีนจก จึงมีชื่อเรียกว่า “ซิ่นตีนจก”


คำว่า "ตีนจก"  เป็นการรวมสองคำเข้าด้วยกัน คือคำว่า  "ตีน"  และคำว่า “จก” คำว่า ตีน มาจาก ตีนซิ่น หมายถึงเชิงของผ้าถุง คำว่า จก เป็นคำกิริยาในภาษาเหนือและภาษาไทยยวน หมายถึง การล้วง เพราะในการทอผ้าชนิดนี้ของชาวไทยยวน  จะมีวิธีการทอลวดลายโดยใช้ขนเม่น หรือไม้แหลม จก หรือล้วงเส้นด้ายสีต่าง ๆ ให้เป็นลวดลายตามที่กำหนด ผ้าทอที่เกิดขึ้นโดยวิธีนี้จึงมีชื่อว่า “ผ้าจก” เมื่อนำผ้าจกไปต่อเชิงผ้าถุงหรือผ้าซิ่น จึงมีชื่อว่า ผ้าตืนจก หรือ ผ้าซิ่นตีนจก

(สุรางค์รัตน์ ช้างค้ำ , ผ้าทอตีนจกเมืองลอง : http://lib.doe.go.th/ , 2545)



 


ผู้สืบทอดงานทอผ้าตีนจกเมืองลอง รุ่นสุดท้ายก่อนที่จะสูญหายไป มีชื่อว่านางยวง อุปถัมภ์ ชาวบ้านนามน ตำบลหังทุ่ง และนางสี ใจดี ชาวบ้านร่องบอน ตำบลปากกาง บุคคลทั้งสองนี้ เป็นผู้ที่มีความรู้ความสามารถในการทอผ้าด้วยเทคนิคการจกแบบโบราณของเมืองลองที่ยังเหลืออยู่ในขณะนั้น แม้ว่าตอนนั้นความต้องการผ้าตีนจกลดน้อยลง ทำให้ขายได้น้อยแต่ทั้งสองยังคงประกอบอาชีพทอผ้าออกจำหน่ายอย่างต่อเนื่อง




 

โดยเฉพาะนางยวง อุปภัมภ์ เป็นช่างทอผ้าตีนจกที่มีความสามารถสูง โชคดีที่มีหลานคือนางประนอม ทาแปง ที่มีความสนใจในเทคนิควิธีการทอผ้าตีนจก ได้แอบดูและทดลองฝึกหัดด้วยตนเอง ในที่สุดนางยวง อุปถัมภ์ ได้ถ่ายทอดความรู้ให้ก่อนที่จะเสียชีวิต

(สุรางค์รัตน์ ช้างค้ำ , ผ้าทอตีนจกเมืองลอง : http://lib.doe.go.th/ , 2545)




 


 

ต่อไปนี้เป็นบทสัมภาษณ์คุณประนอม ทาแปง ซึ่งผมได้บันทึกไว้เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2553  ถอดความจากคำเมืองหรือภาษาเหนือของคุณประนอม กล่าวถึงเหตการณ์ในสมัยเด็ก โดยคุณประนอมได้เกริ่นว่า รุ่นยาย รุ่นแม่ของคุณประนอมทอผ้าทั่วไป ประเภทหัวผ้าห่ม หัวผ้าปูที่นอน ทอถุงย่าม และผ้าผ้าสำหรับทำที่นอน มีแต่นางยวงป้าคุณประนอมเท่านั้นที่ทอผ้าตีนจก




.”..เมื่อตอนเป็นเด็ก ชอบไปนั่งเฝ้าดูป้าที่กำลังทอผ้าจก แอบดูว่าเขาทอกันอย่างไร เขาขึ้นลายอย่างไร ใส่อะไรบ้าง พอป้าลุกจากกี่ไปรับประทานอาหารกลางวัน ก็แอบขึ้นไปนั่งบนกี่ทอผ้า ลักทอผ้าของป้า พอป้าลงมาก็จะถามว่าทำอย่างนี้ถูกไหมค่ะ...และจะคอยดูว่ากี่ทอผ้าจะว่างเมื่อไหร่ ถ้าว่างก็จะขึ้นไปแอบทอผ้าทุกครั้ง แต่ก่อนอากาศหนาว สักสองสามโมง ผู้ใหญ่ก็จะไปอาบน้ำไว้ก่อน ตอนนี้ก็จะเป็นโอกาสดีที่จะไปแอบทอผ้าของป้า...”

“....พอทอได้หลาย ๆ เส้นก็เริ่มเป็น ตอนนี้ก็เริ่มขึ้นรูปของตนเอง ลองผิดลองถูกไปเรื่อย อันใหนผิดก็จำไว้เป็นครู ตอนแรกใช้เวลานานกว่าจะจกได้ทีละดอก....”




 





หลังจากนั้นคุณประนอม ได้ประกอบอาชีพทอผ้าตีนจก เป็นอาชีพเสริมจากการทำนา ทำสวน คุณประนอมเป็นผู้ที่มีความสามารถ ได้พัฒนาลวดลายทอแบบโบราณที่มีไม่กี่ลายสีสันไม่งดงาม มาประยุกต์เพิ่มเติมให้มีลวดลายและความงดงามเพิ่มขึ้น นอกจากนี้คุณประนอมยังเป็นผู้ที่มีความเชื่อมั่นในตนเอง มีความกล้าหาญและภาคภูมิใจในผลงานตนเอง มีความปรารถนาอันแรงกล้าที่จะนำผ้าทอตีนจกฝีมือตนเอง ทูลเกล้าถวายสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ ซึ่งเหตุการณ์ตอนนี้นับว่าเป็นจุดเริ่มต้นของการฟื้นฟูและพัฒนาผ้าตีนจกของเมืองลองอย่างแท้จริง  โดยคุณประนอมได้เล่าไว้ดังนี้ครับ




“...หลังจากทอเป็นแล้ว รู้ข่าวว่าพระราชินีจะเสด็จพระราชทานธงลูกเสือชาวบ้านที่จังหวัดแพร่   (ในปี พ.ศ. 2522)  มีความภูมิใจว่าอยากจะนำผ้าที่ทอเองนั้นไปถวาย ใครต่อใครก็ห้ามไว้ บอกว่าการถวายของต้องแจ้งล่วงหน้าเป็นเดือน ๆ ก็ไม่ฟัง นำผ้าใส่ถุง พร้อมกับห่อข้าวไปด้วยรอถวาย โชคดีที่ไปอยู่ตรงที่คนอื่นเขาถวายของพอดี แม่ไปด้วย ถามเขาว่าลูกสาวนำผ้าทอมา จะถวายได้หรือไม่ เจ้าหน้าที่สำนักงานพระราชวังบอกว่าได้ ก็จดชื่อ ที่อยู่ไว้ ให้นั่งรอที่นี่ห้ามไปไหน เดี๋ยวพระองค์จะเสด็จมาทางนี้....”

“.....เมื่อท่านเสด็จมาก็ได้ถวาย ท่านทรงโปรดมาก ถามว่าทอเองหรือ ใครเป็นคนสอน ชอบทอไหม จะส่งลายสวย ๆ มาให้...”

“....หลังจากนั้นสิบห้าวัน เจ้าหน้าที่พระราชวังก็มาโดยรถตู้ สมัยนั้นที่นี่ (อ.ลอง) ยังไม่เจริญ ถนนยังเป็นลูกรัง ฝุ่นคลุ้ง เด็ก ๆ พอเห็นรถตู้วิ่งมาก็วิ่งตามกันเป็นขบวน (คุณประนอมอู้คำเมืองว่า “...ก็หกตามมากันลุ้ม ๆ ...”)




“...เจ้าหน้าที่เล่าให้ฟังว่าได้ติดต่อกันมาเป็นทอด ๆ จากอำเภอ นายอำเภอก็ติดต่อผ่านมาทางกำนัน กำนันก็พามาบ้านผู้ใหญ่บ้าน มาตามหาเจ้าของผ้าที่ถวายโดยนำผ้าผืนนั้นมาด้วย พอเจอตัวท่านผู้หญิงที่มากับรถตู้ ถามว่าผ้าผืนนี้ประนอมถวายท่านใช่ไหม ? พร้อมกับบอกว่า สมเด็จตรัสว่าให้ทอขื้นอีกเยอะ ๆ ท่านจะรับซื้อ โดยมอบเงินให้ผู้ใหญ่บ้านไว้สองพัน ผู้ใหญ่บ้านก็นำเงินสองพันนั้นมาตั้งกลุ่มทอผ้าขึ้น ถ้าใครสนใจทอผ้าก็มาร่วมกลุ่มกัน โดยให้ประนอมเป็นคนสอน ถ้าทอเสร็จแล้วพระราชินีจะรับซื้อ จุดนั้นจึงเป็นจุดเริ่มต้นของกลุ่มทอผ้าของอำเภอลอง...”

“...เมื่อทอเสร็จเป็นผืนแล้วก็ส่งนำขึ้นถวาย ผ่านสำนักงานพัฒนาชุมชน แล้วทางสำนักงานพระราชวังก็ส่งเงินลงมา  เมื่อชาวบ้านได้รับเงินพระราชทานก็ต่างพากันดีใจ เพราะสมัยนั้นไม่มีรายได้จากไหนเลย....” (ตรงนี้ขอนำประโยคคำเมืองของคุณประนอมมาลงจะได้เห็นภาพชัดเจน  “...ชาวบ้านบ่มีรายได้หยัง หาขุดเขียดขุดปู๋ เก็บผักเก็บไม้  ต๋ามห้วย ต๋ามฮ่อง ชาวบ้านยากจ๋น...”)




“...หลังจากนั้นใครต่อใคร ก็ต่างมาเรียนทอผ้า (กับคุณประนอม) กันใหญ่ ใครมีลูกมีหลานก็ส่งมาเรียน ก็สอนจนจบไปเป็นรุ่น ๆ โดยมีทางการคือพัฒนาชุมชนเข้ามาช่วยสนับสนุน....ต่อมาสำนักพระราชวังแจ้งมาว่า ทอผ้าเก่งแล้วจะส่งไปเรียนทอไหม นำรถตู้มารับไปเรียนที่ตำหนักภูพิงค์ราชนิเวศน์ในช่วงเสด็จแปรพระราชฐาน ครั้งละประมาณสามเดือน แล้วเอามาถ่ายทอด สอนชาวบ้านต่อ ผ้าที่ทอเสร็จแล้วทางสำนักพระราชวังก็นำไปจำหน่าย มีออกงานที่ไหนก็นำไปแสดง....”

“...ทำให้ชาวบ้านมีเงินส่งลูกส่งหลานเข้าไปเรียนหนังสือต่อ...คือช่วงนั้นถ้าไม่ส่งเข้าไปขายในวัง ถ้าขายเองก็จะได้ผืนละห้าสิบบาทเท่านั้น....”

“....ช่วงปิดเทอมเอาเด็ก ๆ (ตั้งแต่อายุ 9 ขวบ – มัธยม) มาเรียนฟรี ๆ ไม่มีค่าใช้จ่าย โดยสอนตั้งแต่เริ่มแรก โดยมีรางวัลเป็นแรงจุงใจ เช่น ถ้าหีบฝ้ายเป็นแล้ว ก็นำมาชั่ง ทำได้หนึ่งกิโล ก็ได้ยี่สิบบาท ...”





คุณประนอมบอกว่าขั้นตอนการทอผ้ามีทั้งหมดประมาณ 10 ขั้นตอน ถ้าใครตั้งใจเรียนจนจบก็จะมีรายได้ 100 บาท และถ้าใครทอเสร็จเป็นผืนก็จะมีรางวัลอีก โดยคุณประนอมควักกระเป๋าจ่ายเอง ทำให้เด็ก ๆมีกำลังใจ เวลามีงานด้านวัฒนธรรมของจังหวัด ก็นำเด็กเหล่านี้ไปแสดง การหีบฝ้าย ปั่นด้าย ทอผ้าโชว์ ซึ่งลูกศิษย์คุณประนอมที่มีความสามารถก็แยกไปตั้งกลุ่มเองบ้าง ตั้งร้านขายเองบ้าง ก็หลายคน ในตอนท้ายคุณประนอมได้ให้สัมภาษณ์ว่า


“...ภูมิใจที่ได้ถ่ายทอดวัฒนธรรมของท้องถิ่น พร้อมกับปลุกจิตสำนึกให้ช่วยกันรักษาของดีบ้านเราไว้ ช่วยกันอนุรักษ์ไว้ ช่วงนี้ ใครมีโอกาสก็รีบมาตักตวง เอาความรู้ (จากคุณประนอม) ในขณะยังแข็งแรงอยู่...”




 



 


“บ้านประนอม” ที่ตำบลหัวทุ่ง อำเภอลอง ซึ่งเป็นทั้งแหล่งผลิตและจำหน่าย วันที่ผมไปเยี่ยมชมนั้น ค่อนข้างเงียบเหงา ผมขับรถวนหาตั้งสองรอบ คิดว่าส่วนหนึ่งน่าจะมาจากสถานที่ตั้งอยู่บนถนนสายเก่าอ้อมผ่านเข้าตัวอำเภอ แต่ปัจจุบันมีถนนเลี่ยงเมืองซึ่งตรงกว่า ทำให้รถส่วนใหญ่ไม่อ้อมผ่านเส้นเก่าแล้ว จะเห็นว่าร้านขายผ้าซิ่นเมืองลองรุ่นใหม่ ๆ ออกไปตั้งอยู่บนถนนเส้นนั้นกันหมด





ส่วนหนึ่งของร้านค้าริมถนนสายอ้อมเมือง



วันนั้น (5 ธันวาคม 2553) ผมกะครูดารินทร์อาจจะไปถึงเช้าไปหน่อย ร้านบ้านประนอมยังไม่เปิด แต่คุณประนอมก็รีบมาเปิดด้วยอัธยาศัยอันดียิ่ง พร้อมกับบอกว่าตอนนี้ผ้าที่ร้านน้อยไปหน่อย เพราะนำไปจำหน่างในงานเทศกาลของขวัญ ที่เชียงไหม่




พร้อมกับพาขึ้นไปชมพิพิธภัณฑ์ส่วนตัวชั้นบนซึ่งแสดงผลงานผ้าตีนจกของคุณประนอม พร้อมกับห้องแสดงภาพข่าวและเกียรติบัตรที่คุณประนอมได้รับ รวมทั้งมีห้องจัดแสดงผ้าทอมือจากแหล่งต่าง ๆ ในประเทศไทย





ส่วนหนึ่งของรางวัลจากผลงานสร้างสรรค์ของคุณประนอม

"ผ้าซิ่่นต๋าหมู่เหลืองต่อตีนจก ชิงดำแดง ลายนกกินน้ำร่วมต้น"

ได้รับรางวัลพระราชทานดีเด่น การประกวดผ้าประเภทที่ 2 ตีนจก วันที่ 12 สิงหาคม 2536 ณ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย มีความพิเศษคือ ทอและจกด้วยเส้นฝ้ายย้อมสีธรรมชาติ และจกด้วยลายโบราณ




"ผ้าซิ่นตีนจกลายคะฉิ่น"

รางวัลชนะเลิศอันดับ 1 จากการประกวดผลิตภัณฑ์หัตถกรรมลายพื้นบ้าน ณ ศูนย์ศิลปาชีพบางไทร ครั้งที่ 11 วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2538 แนวคิดจากการนำผ้าโบราณของเผ่าคะฉิ่น ที่มีความละเอียดสวยงามและทอยาก นำมาผสมกับลายข้าวพันก้อน




"ผ้าซิ่นตีนจกลายขอหักใหญ่"

รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ประเภทผ้าฝ้ายทอพื้นเมือง  ณ ศูนย์ศิลปาชีพบางไทร ครั้งที่ 13 วันที่ 28 มกราคม - 1 กุมภาพันธ์ 2541 แนวคิดจากการนำลายโบราณมรดกทางวัฒนธรรมอำเภอลอง ประยุกต์รูปทรงเรขาคณิตกับรูปสัตว์



ต่อไปนี้ผมจะนำเสนอผลงานที่มีคุณค่าของคุณประนอม ทาแปง ที่ได้สะสมไว้ แต่ก่อนอื่นจะขอแนะนำโครงสร้างลวดลายของผ้าตีนจกเมืองลองก่อน โดยโครงสร้างของลวดลายมี 2 กลุ่มใหญ่ ๆ คือ ลายหลักและลายประกอบ ซึ่งแต่ละกลุ่มจะมีชื่อเรียกเป็นภาษาเหนือ  เช่น


ลายหลัก : ลายดอกเซีย ลายกาบดอกแก้ว  ลายโก้งเก้งซ้อนเซีย ลายหักนกคู่ ลายขอไล่ ลายขอหัก ลายสำเภาลอยน้ำ ลายหม่าขนัด ลายหัวใจ ลายขามดแดง ลายกาบ ลายโก้งเก้ง ลายโก้งเก้งซ้อนนกคู่ ลายหักหงส์คู่ ลายขอผักกูด ลายกาบซ้อนหัก ลายโคมและช่อน้อยตุงชัย ลายจันแปดกลีบ ลายข้าวพันก้อน

ลายประกอบ : ลายดอกตะล่อม  ลายขอ   ลายขอประแจ  ลายผักกูด   ลายสะเปา   ลายหงษ์คู่   ลายงูห้อยซ้าว  ลายนกเข้าโฮ้ง  ลายขอนกเรียง ลายดอกตะล่อมเครือ ลายขอเหลียว ลายงวงน้ำคุ ลายผักแว่น ลายมะลิเลื้อย ลายนกคู่กินน้ำฮ่วมต้น ลายกาบหมาก ลายขอดาว ลายขากำปุ้ง




ลวดลายผ้าตีนจกเมืองลองในปัจจุบัน มีการนำลายพื้นฐานต่าง ๆ  จากลายผ้าตีนจกแบบโบราณ มาผสมผสานกับลวดลายที่ประดิษฐ์คิดค้นขึ้นมาพร้อมกับเพิ่มเติมสีสันให้มีลักษณะที่เป็นเอกลักษณ์ของตนเอง แต่เป็นที่น่าเสียดายว่าชื่อของลวดลายต่าง ๆ ไม่ได้มีการบันทึกไว้เป็นลายลักษณ์อักษร (ภาพประกอบข้างล่างเป็นผลงานของกลุ่มทอผ้่าคุณประนอม)





เพราะการทอผ้าของไทยส่วนใหญ่ อาศัยหลักของความจำและความชำนาญเป็นสำคัญ ผู้ทอต้องอาศัยวิธีจดจำเป็นหลักไม่มีการจดบันทึกเป็นเอกสารไว้เลย การเรียกชื่อของลวดลายต่าง ๆ จึงเป็นการเรียกต่อ ๆ กันมา ซึ่งอาจทำให้ผิดเพี้ยนไปได้





ตัวอย่างส่วนหนึ่งของลวดลายและชื่อคำเมือง ของลายหลักและลายประกอบผ้าซิ่นตีนจกเมืองลอง

(ดูคำแปลในภาคผนวก)






 

 


 


ส่วนหนึ่งผลงานการสร้างสรรค์ของคุณประนอม ทาแปง ที่สะสมไว้ในพิพิธภัณฑ์ส่วนตัว "บ้านประนอม" ตำบลหัวทุ่ง อำเภอลอง จังหวัดแพร่ ผมขออนุญาตนำมาบันทึกไว้ด้วยความชื่นชมในฝีมือ ความสามารถในการสืบสาน อนุรักษ์ภูมิปัญญาท้องถิ่น ดังคำพูดของคุณประนอม ที่ผมได้บันทึกไว้เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2553....


“...ภูมิใจที่ได้ถ่ายทอดวัฒนธรรมของท้องถิ่น

พร้อมกับปลุกจิตสำนึกให้ช่วยกันรักษาของดีบ้านเราไว้ ช่วยกันอนุรักษ์ไว้ ......”


 


 


ชื่อ : ผ้าซิ่นต๋าหมู่เหลืองต่อจก

ลายหลัก : หงส์คู่

ลายประกอบ : นกกินน้ำร่วมต้น , หางสะเปาขอน้ำคุ

คำอธิบาย : การทอลวดลายนี้เกิดจากการนำลวดลายโบราณ มาทอต่อกับซิ่นต๋าหมู่ ลักษณะเป็นดอกสลับกับขาลายไปตลอดความยาวของผ้าตีนจก ภายในเป็นรูปนกหันหน้าเข้าหากัน ที่ได้รูปแบบจากสัตว์




ชื่อ : ผ้าซิ่นต๋าหมู่เขียวต่อจก

ลายหลัก : หงส์คู่

ลายประกอบ : งวงน้ำคุ ขากำปุ้ง , นกกินน้ำร่วมต้น , หางสะเปาขอน้ำคุ

คำอธิบาย : การทอลวดลายนี้เกิดจากการนำลวดลายโบราณ มาทอต่อกับซิ่นต๋าหมู่ ลักษณะเป็นดอกสลับกับขาลายไปตลอดความยาวของผ้าตีนจก ภายในเป็นรูปนกหันหน้าเข้าหากัน ที่ได้รูปแบบจากสัตว์




ชื่อ : ผ้าซิ่นต๋าหมู่แดงต่อจก

ลายหลัก : หงส์คู่

ลายประกอบ : นกกินน้ำร่วมต้น , งูห้อยส้าว , หางสะเปาขอน้ำคุ

คำอธิบาย : การทอลวดลายนี้เกิดจากการนำลวดลายโบราณ มาทอต่อกับซิ่นต๋าหมู่ ลักษณะเป็นดอกสลับกับขาลายไปตลอดความยาวของผ้าตีนจก ภายในเป็นรูปนกหันหน้าเข้าหากัน รูปแบบได้จากสัตว์




ชื่อ : ผ้าซิ่นต๋าต่อมเหลืองต่อจก

ลายหลัก : หม่าขนัด

ลายประกอบ :  หางสะเปาต้นสน

คำอธิบาย : การทอลวดลายนี้เกิดจากการนำลวดลายโบราณ มาทอต่อกับซิ่นต๋าหมู่ ลักษณะเป็นดอกสลับกับขาลายไปตลอดความยาวของผ้าตีนจก  รูปแบบได้จากพืช




ชื่อ : ผ้าซิ่นต๋าหมู่แดงต่อจก

ลายหลัก : หงส์คู่

ลายประกอบ : นกกินน้ำร่วมต้น , งูห้อยส้าว , หางสะเปาขอน้ำคุ

คำอธิบาย : การทอลวดลายนี้เกิดจากการนำลวดลายโบราณ มาทอต่อกับซิ่นต๋าหมู่ ลักษณะเป็นดอกสลับกับขาลายไปตลอดความยาวของผ้าตีนจก ภายในเป็นรูปนกหันหน้าเข้าหากัน รูปแบบได้จากสัตว์



ชื่อ : ผ้าซิ่นต๋าหมู่เหลืองต่อจก

ลายหลัก : สำเภาลอยน้ำ

ลายประกอบ : ดอกต่อม , งูห้อยส้าว , หางสะเปาขอน้ำคุ

คำอธิบาย : การทอลวดลายนี้เกิดจากการนำลวดลายโบราณ มาทอต่อกับซิ่นต๋าหมู่ ลักษณะเป็นดอกสลับกับขาลายไปตลอดความยาวของผ้าตีนจก รูปแบบได้จากการประยุกต์ผสมรูปสัตว์




ชื่อ : ผ้าซิ่นต๋าหมู่แดงชมพูต่อจก

ลายหลัก : หัวใจ

ลายประกอบ : นกเข้าโฮง , นกกินน้ำร่วมต้น , ฟันปลา , หางสะเปาขอน้ำคุ

คำอธิบาย : การทอลวดลายนี้เกิดจากการนำลวดลายโบราณ มาทอต่อกับซิ่นต๋าหมู่ ซึ่งเป็นลวดลายเอกลักษณ์ของชาวไทยยวน




ชื่อ : ผ้าซิ่นต๋าหมู่เขียวต่อจก

ลายหลัก : สร้อยกาบหมาก

ลายประกอบ : ดอกต่อม

คำอธิบาย : การทอลวดลายนี้เกิดจากการนำลวดลายโบราณ มาทอต่อกับซิ่นต๋าหมู่เหลือง ลักษณะเป็นดอกสลับกับขาลายไปตลอด รูปแบบจากการประยุกต์จากรูปพืชผสมรูปสัตว์




ชื่อ : ผ้าซิ่นต๋าหมู่เขียวต่อจก

ลายหลัก : สำเภาลอยน้ำ

ลายประกอบ : นกกินน้ำร่วมต้น , งูห้อยส้าว , ดอกต่อม , หางสะเปาขอน้ำคุ

คำอธิบาย : การทอลวดลายนี้เกิดจากการนำลวดลายโบราณ มาทอต่อกับซิ่นต๋าหมู่ ลักษณะเป็นดอกสลับกับขาลายไปตลอดความยาวของผ้าตีนจก รูปแบได้จากการประยุกต์ผสมรูปสัตว์

 




ชื่อ : ผ้าซิ่นต๋าหมู่แดงต่อจก

ลายหลัก : หงส์คู่

ลายประกอบ : งวงขอน้ำคุ ,  ดอกต่อม , นกคู่ , ดอกเข็ม , หางสะเปาขอน้ำคุ

คำอธิบาย : การทอลวดลายนี้เกิดจากการนำลวดลายโบราณ มาทอต่อกับซิ่นต๋าหมู่ ลักษณะเป็นดอกสลับกับขาลายไปตลอดความยาวของผ้าตีนจก ภายในเป็นรูปนกหันหน้าเข้าหากัน รูปแบบได้จากสัตว์

 





ชื่อ : ผ้าซิ่นตีนจกย้อมสีคราม

ลายหลัก : ดอกดาว

ลายประกอบ : หัวใจ , นกคู่ , ขอเหลียว , ขันละกอน , หางสะเปานกคู่

คำอธิบาย : ใช้เทคนิคการทอด้วยฝ้ายแกมไหม จกแบบมุกเมืองลองที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะ ทำให้ผ้าทอดูโดดเด่นและสวยงาม




ชื่อ : ผ้าซิ่นตีนจกย้อมสีคราม

ลายหลัก : ดอกต๋า

ลายประกอบ : ดอกต่อม , นกกินน้ำร่วมต้น , ขอเหลียว , ขันละกอน , หางสะเปาขอน้ำคุ

คำอธิบาย : ใช้เทคนิคการทอด้วยฝ้ายแกมไหม จกแบบมุกเมืองลองที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะ ทำให้ผ้าทอดูโดดเด่นและสวยงาม




ชื่อ : ผ้าซิ่นต๋าหมู่เขียวต่อจก

ลายหลัก : นกกินน้ำร่วมต้น

ลายประกอบ : ขันดอก , หางสะเปานก

คำอธิบาย : การทอลวดลายนี้เกิดจากการนำลวดลายโบราณ มาทอต่อกับซิ่นต๋าหมู่ รูปแบบได้จากการประยุกต์ผสมรูปสัตว์





ชื่อ : โคมช่อน้อยตุงชัย

ลายหลัก : โคมช่อน้อยตุงชัย

ลายประกอบ : หางสะเปาขอ

คำอธิบาย : การทอลวดลายนี้เกิดจากการนำลวดลายโบราณ มาทอต่อกับซิ่นต๋าหมู่ ได้แนวคิดมาจากสิ่งแวดล้อมที่ใกล้ตัว คือรูปโคม และตุงรวมกับจินตนาการของผู้ทอเอง ลักษณะเด่นคือมีลายต่ออายุ




ชื่อ : ผ้าซิ่นต๋าหมู่เหลืองต่อจก

ลายหลัก : กาบป้าว

ลายประกอบ : นกกินน้ำร่วมต้น , หางสะเปาขอน้ำคุ

คำอธิบาย : การทอลวดลายนี้เกิดจากการนำลวดลายโบราณ มาทอต่อกับซิ่นต๋าหมู่เหลือง มีลักษณะโปร่งไปตามแนวระหว่างเส้นขนาน ที่มุมของเส้นมีหยัก รูปคล้ายใบไม้ รูปแบบจากพืช ลักษณะเด่นคือมีลายต่ออายุ




ชื่อ : ผ้าซิ่นต๋าหมู่เหลืองต่อจก

ลายหลัก : ดอกดาว

ลายประกอบ : หัวใจงวงน้ำคุ , นกเหลียว , หางสะเปาขอ

คำอธิบาย : การทอลวดลายนี้เกิดจากการนำลวดลายโบราณ มาทอต่อกับซิ่นต๋าหมู่ ได้รูปแบบมาจากธรรมชาติที่มองเห็น ดวงดาวลักษณะเป็นดอกแปดแฉก สลับกับขาลายไปตลอดความยาวของผ้า รูปแบบได้จากการประยุกต์ผสมรูปเรขาคณิต





ชื่อ : ผ้าซิ่นต๋าหมู่แดงต่อจก

ลายหลัก : จิ๊บะโอ

ลายประกอบ : หางสะเปาขอน้ำคุ

คำอธิบาย : การทอลวดลายนี้เกิดจากการนำลวดลายโบราณ มาทอต่อกับซิ่นต๋าหมู่ ได้รูปแบบมาจากพืชที่อยู่ใกล้ตัวมาประยุกต์ ทำเป็นลวกลายใหม่ที่สวยงามขึ้น




ชื่อ : ผ้าซิ่นต๋าหมู่เหลืองต่อจก

ลายหลัก : ขอผักกูด

ลายประกอบ : เครือกาบหมาก , นกกันน้ำร่วมต้นในสระ , หางสะเปาขอน้ำคุ

คำอธิบาย : การทอลวดลายนี้เกิดจากการนำลวดลายโบราณ มาทอต่อกับซิ่นต๋าหมู่ ลักษณะเป็นดอกสลับกับขาลายไปตลอดความยาวของผ้าตีนจก รูปแบบมาจากพืชผสมรูปสัตว์




ชื่อ : ผ้าซิ่นต๋าหมู่เหลืองต่อจก

ลายหลัก : ขอกุญแจ

ลายประกอบ : ดอกต่อม , ดอกมุก , หางสะเปาขอน้ำคุ

คำอธิบาย : การทอลวดลายนี้เกิดจากการนำลวดลายโบราณ มาทอต่อกับซิ่นต๋าหมู่ ซึ่งลวดลายเป็นเอกลักษณ์ของชาวไทยยวน




ชื่อ : ผ้าซิ่นต๋าหมู่น้ำตาลต่อจก

ลายหลัก : นกคุ้ม

ลายประกอบ : นกกันน้ำร่วมต้นในสระ , งูห้อยส้าว , หางสะเปาขอน้ำคุ

คำอธิบาย : การทอลวดลายนี้เกิดจากการนำลวดลายโบราณ มาทอต่อกับซิ่นต๋าหมู่ รูปแบบจากการประยุกต์ผสมกับรูปสัตว์




ชื่อ : ผ้าซิ่นต๋าหมู่เหลืองต่อจก (รางวัลรองชนะเลิศอันดับที่ 2 จากศูนย์ศิลปาชีพที่บางไทร)

ลายหลัก : นกแยงเงา

ลายประกอบ : หางสะเปานกคู่ , กาบหมาก , หางสะเปานก

คำอธิบาย : การทอลวดลายนี้เกิดจากการนำลวดลายโบราณ มาทอต่อกับซิ่นต๋าหมู่เหลือง ลักษณะเป็นดอกสลับกับขาลายไปตลอดความยาวของผ้าตีนจก รูปแบบมาจากสัตว์



ชื่อ : ผ้าซิ่นต๋าหมู่ดำต่อจก

ลายหลัก : นกเหลียว

ลายประกอบ : นกกันน้ำร่วมต้นในสระ , ดอกต่อม , นก

คำอธิบาย : การทอลวดลายนี้เกิดจากการนำลวดลายโบราณ มาทอต่อกับซิ่นต๋าหมู่ แนวคิดมาจากการนำลายมาต่อกันเต็มผืน เพื่อให้เกิดลวดลายใหม่ขึ้น




ชื่อ : ผ้าซิ่นต๋าหมู่เหลืองต่อจก

ลายหลัก : นาคคาบแก้ว

ลายประกอบ : นกกินน้ำร่วมต้น , หางสะเปาขอ

คำอธิบาย : การทอลวดลายนี้เกิดจากการนำลวดลายโบราณ มาทอต่อกับซิ่นต๋าหมู่ ลักษณะเป็นรูปเส้นหยักฟันปลา เส้นหยักที่แตกคล้ายศีรษะนาค สลับกับรูปนกต่อเนื่องกันเป็นแถบลายขนาดใหญ่ รูปแบบเรขาคณิตผสมรูปสัตว์




ชื่อ : ผ้าซิ่นตีนจกย้อมสีคราม

ลายหลัก : เขี้ยวหมา

ลายประกอบ : นกกินน้ำร่วมต้น , งูห้อยส้าว , ดอกต่อม

คำอธิบาย : ใช้เทคนิคการทอจกเต็มตัวทั้งผืน ผสมกับลวดลายเอกลักษณ์เมืองลอง ทำให้ได้ผ้าทอที่สวยงามและเป็นเอกลักษณ์เฉเพาะ




ชื่อ : ผ้าซิ่นดำเต็มตัว

ลายหลัก : นกกินน้ำร่วมต้น

ลายประกอบ : ดอกต่อม , ดอกมะลิหลวง , ขอดอก , ดอกมุก

คำอธิบาย : ใช้เทคนิคการทอจกเต็มตัวทั้งผืน ผสมกับลวดลายเอกลักษณ์เมืองลอง ทำให้ได้ผ้าทอที่สวยงามและเป็นเอกลักษณ์เฉเพาะ




ชื่อ : ผ้าซิ่นตีนจกย้อมสีคราม

ลายหลัก : โคมช่อน้อยตุงชัย

ลายประกอบ , ดอกต่อม , หางสะเปาขอน้ำคุ

คำอธิบาย : การผสมลวดลายระหว่างกาบหมากกับโคมช่อน้อยตุงชัย ผลิตจากฝ้ายปั่นมือ ใช้เทคนิคการทอแบบแนวตั้ง เพื่อเน้นสัดส่วนผู้สวมใส่






 

ภาคผนวก : ผมขอแปลภาษาภาษาคำเมืองบางคำ ซึ่งเป็นชื่อลวดลายของผ้าซิ่นตีนจกเมืองลอง เพื่อให้ท่านที่ไม่เข้าใจจะได้ทราบว่าแต่ละชื่อนั้นนั้นมีความหมายอย่างไร ? แต่ขอออกตัวว่าคำแปลของผมไม่ได้อ้างอิงพจนานุกรมใด ๆ ทั้งสิ้น เป็นความเข้าใจของผมจากประสบการณ์ในฐานะคนเหนือคนหนึ่ง ไม่ใช่นักภาษาศาสตร์ ผิดเพี้ยนไปก็ขออภัย

คำเรียกชื่อลวดลายเหล่านี้ ตอนแรกผมก็งงเหมือนกันว่ามันหมายถึงอะไร คิดว่าเป็นคำเฉพาะ แต่พออ่านเป็นสำเนียงภาษาเหนือแล้วก็เข้าใจได้ทันที เป็นคำง่าย ๆ แต่สื่อความได้ดีที่สุด ทำให้ผมทึ่งในภูมิปัญญาคนโบราณว่าช่างมีจินตนาการล้ำลึก นำสิ่งที่พบเห็นรอบตัวมาประยุกต์เข้ากับชื่อลวดลายได้อย่างตรงไปตรงมา

 

 

หางสะเปาขอน้ำคุ

สะเปา = กระทง อีกความหมายหนึ่งอาจมีที่มาจากคำว่า (เรือ)สำเภา หางสะเปา ถ้าดูจากลวดลายผ้า เหมือนกับกระทงที่มีเทียนจุดล่องลอยอยู่ในน้ำ มองเห็นแสงเทียนสะท้อนเป็นสายพริ้วลงในน้ำ เหมือนเป็นหางของสะเปา



 


น้ำคุ = ถังน้ำมีหูหิ้วโค้ง ๆ มีปลายม้วนงอสอดเข้ากับตัวถังน้ำส่วนนี้เรียกว่า ขอน้ำคุ ส่วนหูหิ้วเรียกว่า งวงน้ำคุ ในลวดลายบนผ้าก็คือส่วนหยักเหมือนตะขออยู่บนหางสะเป



 


ขากำปุ้ง

กำปุ้ง = แมงมุม 


 

 

งูห้อยส้าว

ส้าว = ไม้ไผ่ ลำไม่โตนัก สำหรับสอยผลไม้ หรือวางพาดไว้ตากอะไรก็ได้ เรียกเต็ม ๆ ว่า ไม้ส้าว ลักษณะลาย งูห้อยส้าว เหมือนกับงูเลื้อยพันอยู่กับลำไม้ไผ่ ที่วางพาดอยู่ในแนวนอนมีลำตัวงูหย่อนห้อยลงมาเป็นระยะ หรืออีกความหมายหนึ่ง "ส้าว" คือคำสร้อยที่หมายถึงมากันอย่างเซ็งแซ่ คึกคัก ในที่นี้อาจหมายถึงลักษณะงูที่มากันเป็นขบวนแขวนห้อยระย้า



 


จิ๊บะโอ

บะโอ = แตงโม จิ๊ หรือ ซิ๊ หมายถึงการสอย (ด้วยไม้ส้าว) จิ๊บะโอ ก็คือการสอยส้มโอ

หม่าขนัด = สับปะรด

ผ้าซิ่นต๋าเหลือง......

ต๋า = ตา ลวดลาย ผ้าซิ่นต๋าเหลือง หมายถึง ผ้าซิ่นที่มีลายเป็นตา ๆ สีเหลือง



 


นกเหลียว

เหลียว = กริยาการหันไปมอง (ซ้าย ขวา หน้า หลัง)  นกเหลียว ในลวดลายจะเห็นว่านกสองตัวหันหน้าไปคนละทาง

ต่อม...

ต่อม = ดวง เป็นดอกเป็นดวง เป็นเม็ดคล้ายกับกระดุม ผมนึกได้อีกคำหนึ่ง (ไม่เกี่ยวกับลายผ้า) บะต่อมแต๊บ หมายถึงกระดุมแป๊ะ



 


นกแยงเงา

แยงเงา = ส่องกระจก

กาบป้าว

ป้าว , บะป้าว = มะพร้าว



 


ขอกุญแจ

ขอ = ในที่นี้ไม่ใช่ การขอ แต่หมายถึง ปลายวัตถุที่งอเป็นขอ สำหรับเกี่ยวสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ขอกุญแจ คือ ส่วนงอของกุญแจสำหรับคล้องเข้ากับสายยู

โคมช่อน้อยตุงชัย

ตุง = ธง



 

 

 

แก้ไขล่าสุด ใน ต.ค.062013

"กินและเที่ยวเรื่อยไปตามใจฉัน"

Wat*ka*Darin Contact

watkadarin Guest

เรามี 684 บุคคลทั่วไป ออนไลน์

 

ขออภัย เนื่องจากถูก spam คุกคาม

จึงของดลงทะเบียนสมาชิกชั่วคราว

ลงทะเบียน