วัดจอมสวรรค์

ธ.ค.192010

 


วัดจอมสวรรค์ อำเภอเมือง จังหวัดแพร่  เป็นสถาปัตยกรรมแบบอย่าง (Style) ศิลปะไทยใหญ่ ที่ยังคงมีสภาพสมบูรณ์ที่สุด กรมศิลปากรได้ขึ้นทะเบียนโบราณสถานไว้ เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2523 ร่วมกันเจดีย์ที่อยู่ในบริเวณเดียวกันอีก 1 องค์





วัดจอมสวรรค์เดิมเป็นวัดที่สร้างอยู่ในป่าทึบ ยังไม่มีหมู่บ้านและผู้คนอาศัยอยู่เลย โดยชาวไทยใหญ่ ซึ่งมีถิ่นฐานอยู่ในพม่า และเดินทางมาค้าขายที่เมืองแพร่ เมื่อเกิดเหตุการณ์เงี้ยวปล้นเมืองแพร่ วัดจึงถูกปล่อยให้ทรุดโทรม






ต่อมาในราวปีพ.ศ. 2443 - 2455  ตรงกับสมัยของเจ้าพิมพิสาร (เจ้าหลวงขาเค) เจ้าผู้ครองนครแพร่ได้มีคหบดีชาวไทยใหญ่ชื่อ "จองนันตา" ที่เข้ามาค้าขายในเมืองแพร่ ได้ร่วมแรงร่วมใจกับชาวไทยใหญ่ที่เป็นพ่อค้าและเป็นลูกจ้างของบริษัทอีสต์เอเชียติคซึ่งได้สัมปทานป่าไม้ในพื้นที่จังหวัดแพร่ ทำการบูรณะซ่อมแซม และก่อสร้างเพิ่มเติม  จนเป็นรูปแบบที่ปรากฏในปัจจุบัน นับแต่นั้นมาชาวไทยใหญ่ ก็ได้อพยพมาสร้างที่อยู่อาศัยบริเวณโดยรอบของวัดมากมาย จนกลายเป็นหมู่บ้านขึ้น เรียกว่า “หมู่บ้านใหม่” จนทุกวันนี้





นอกจากวัดจอมสวรรค์หรือวัดจองเหนือแล้ว ในสมัยนั้น ชาวไทยใหญ่หรือเรียกว่าชาวเงี้ยว ยังได้มีจิตศรัทธาร่วมกันสร้างวัดในพระพุทธศาสนาไว้ที่เมืองแพร่อีก 2 วัด ด้วยกันคือ วัดจองใต้ (วัดต้นธง) และวัดจองกลาง (สระบ่อแก้ว) แต่ทั้ง 2 วัดนี้ มีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบดั้งเดิมไปมาก มีเพียงวัดจอมสวรรค์เท่านั้น ที่ยังคงรักษารูปแบบทางสถาปัตยกรรมศิลปะไทยใหญ่ไว้ได้ค่อนข้างมาก  






ในรูปลักษณ์ที่ปรากฎในปัจจุบัน วัดจอมสวรรค์ได้ถูกบูรณะซ่อมแซมขึ้นมาใหม่หมดทั้งหลัง โดยกรมศิลปากรเมื่อไม่นานมานี้เอง หลังจากปล่อยให้ทรุดโทรมมาเป็นเวลาพอสมควร เปรียบเที่ยบกับสภาพเดิมที่ผมได้บันทึกภาพไว้เมื่อเดือนเมษายน พ.ศ. 2550 (ดูภาพเปรียบเที่ยบทั้งหมดจากอัลบั้มท้ายคอลัมน์นี้)







วัดจอมสวรรค์ เป็นอาคารทางศาสนาพุทธที่ทำหน้าที่เอนกประสงค์ทั้ง วิหาร อุโบสถ ศาลาการเปรียญ และกุฏิในหลังเดียวกัน






โครงสร้างทำด้วยไม้สักทั้งหลัง  เป็นอาคารยกพื้นสูงไม่มากนัก มีบันไดขึ้นด้านหน้าสองข้าง ถัดจากบันไดเป็นระเบียงโปร่ง







มีเฉพาะส่วนบันไดเท่านั้นก่อด้วยอิฐฉาบปูน ตกแต่งหัวเสาและกำแพงชานพักบันไดด้วยลายปูนปั้น โดยส่วนขอบหน้ากระดานเหมือนแกะเป็นร่องลึกลงไปทำให้ผิวหน้าเรียบ






ส่วนท้องไม้หรือราวบันไดทึบเป็นลายปูนปั้นนูนสูง






ซุ้มบันไดทางขึ้นเป็นหลังคาซ้อนลดหลั่นกัน 6 ชั้น ยอดซุ้มมีลักษณะคล้ายกับส่วนยอดของเจดีย์ในศิลปะพม่า ยอดฉัตรทำด้วยแผ่นโลหะฉลุลาย ซุ้มบันไดสองซุ้มนี้ ถือว่าเป็นเอกลักษณ์และเป็นจุดเด่นของวัดจอมสวรรค์






ระหว่างชั้นของซุ้ม ประดับด้วยกรอบลายย่อมุมไม้สิบสอง ดิดลายดาวรูปดอกไม้ตรงกลาง






ภายใต้ซุ้มบันไดทางขึ้น ระหว่างช่วงเสาทุกด้านและเพดาน มีลวดลายไม้ฉลุประดับ






แต่ของเดิมก่อนบูรณะลวดลายตกแต่งด้านหน้าซุ้ม ทำด้วยโลหะฉลุลาย ซึ่งศิลปะลักษณะนี้ช่างชาวพม่ามีความชำนาญ จึงมีปรากฎตามวัดพม่าทั่วไปในแถบล้านนานี้ แต่ปัจจุบันตรงหน้ามุขนี้เปลี่ยนเป็นไม้ฉลุ





มุมมองจากบันไดลงไป สังเกตว่ามีลวดลายไม้ฉลุ ติดต่อเนื่องสัมพันธ์กันตลอดทั้งอาคาร





ระเบียงก่อนเข้าสู่ตัวอาคาร ลูกกรงระเบียงเป็นไม้กลึงกลมลูกมะหวด





ลูกกรงของเดิมก่อนบูรณะจัดวางถี่กว่าในปัจจุบัน แต่หลุดหายไปหลายซี่ ตอนบูรณะคงเอาที่เหลือมาเฉลี่ย





ระเบียงหน้าอุโบสถ มีประตูบานเฟี้ยมเปิดโล่งเพื่อประโยชน์ในการสัญจร





ผนังไม้กระดานด้านขวาของประตูทางเข้าอุโบสถ เจาะเป็นช่องรูปไข่เล็ก ๆ กรอบด้านนอกตกแต่งด้วยไม้ฉลุ น่ารัก ลงตัว 




ด้านในมีบานหน้าต่างปิดเปิดได้ คงมีไว้เพื่อดูแขกยามวิกาล เพราะอุโบสถนี้ใช้เป็นกุฏิสงฆ์ด้วย ช่างที่สร้างวัดนี้ไม่ได้ละเลยรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ เลย แม้แต่สันของคร่าวฝายังแกะสลักปิดทอง




และลักษณะการตีฝา แทนที่จะตีเหมือน ๆ กันหมด กลับมีลูกเล่น มีทั้งตีตามนอนและตีเฉียงสลับกันเป็นรูปก้างปลา





ราวลูกกรงระเบียงด้านซ้ายและด้านขวานี้ มีรูปแบบต่างจากลูกกรงซี่ลูกมะหวดตรงกลาง คือเป็นซี่รูปข้าวหลามตัดวางซ้อนกัน ตรงกลางติดไม้แกะสลักประดับกระจก






ลูกกรงตรงนอกชานก็เป็นอีกแบบหนึ่ง ผมว่าตอนสร้างวัดจอมสวรรค์นี้ ช่างแต่ละคนคงแสดงฝีมือการออกแบบอย่างเต็มที่ตามถนัดของตน แต่ยังคงรักษาองค์ประกอบโดยรวมไว้ได้





สภาพเมื่อปี 2550 ก่อนบูรณะ อาคารด้านขวามือคงเป็นโรงครัวหรือที่เตรียมสำรับอาหาร เวลาญาติโยมมาทำบุญ เพราะเป็นอาคารโล่งและมีหลังคา 2 ชั้นเพื่อระบายอากาศ 






ด้านซ้ายมือของอาคารก่อนบูรณะ เปิดโล่งแต่มีหลังคาคลุม เป็นที่สะสมและจัดแสดงเครื่องใช้ไม้สอยของชาวบ้านในอดีต  





แต่ในปัจจุบันเปิดเป็นนอกชานโล่งไม่มีหลังค สัณนิษฐานว่าดั้งเดิมน่าจะเปิดโล่งาเช่นนี้ แต่คงจะมีการต่อเติมเพิ่มหลังคาเข้าไปภายหลัง 





หลังคาอาคารอุโบสถวางตามขวางของบันไดทางขึ้น เป็นหลังคาซ้อนกันสามชั้น ชั้นบนสุดรูปจั่วทรงสูงปลายปั้นลมมีตัวเหงา คล้ายกับหลังคาเรือนไทยภาคกลาง ผนังใต้ชายคาประดับตกแต่งเช่นเดียวกันกับซุ้มบันได







ถัดออกมาด้านหน้า มีอาคารหลังคาจั่วทรงป้านเตี้ยกว่าอาคารจั่วด้านหลัง ระดับพื้นลดต่ำลงมา 2 ระดับ อาคารโถงนี้นอกจากเป็นส่วนหนึ่งของอุโบสถแล้ว คงทำหน้าที่ศาลาการเปรียญด้วย




ลวดลายแกะไม้ประดับกระจกหน้าจั่วมีความวิจิตรงดงาม รูปแบบสอดคล้องกับลวดลายหลังคาโดยรวม ตรงแกนกลางแนวตั้งมีลายฉลุโลหะประกอบด้วย






อาคารด้านซ้ายสุด ตรงกลางหลังคาทรงปั้นหยา มีหลังคาจั่วเล็ก ๆ ซ้อนกันขึ้นไป 3 ชั้น ส่วนนี้คงใช้เป็นกุฏิสงฆ์





ปลายปั้นลมปิดหน้าจั่ว มีตัวเหงารูปกนก ต่างจากตัวเหงาหลังคาอุโบสถ แต่ลวดลายตกแต่งผนังใต้ชายคาคล้ายกัน






ในอาคารหลังนี้ เดิมใช้เป็นที่จัดแสดงเครื่องใช้ไม้สอยในอดีตและวัตถุมีค่าเก่าแก่ที่เป็นศิลปะแบบพม่า อาทิเช่น หลวงพ่อสาน เป็นพระพุทธรูปที่สร้างโดยใช้ไม้ไผ่สานเป็นองค์ลงรักปิดทองพระพุทธรูปงาช้าง คัมภีร์งาช้างซึ่งทำจากงาช้างมาบดแล้วอัดเป็นแผ่นบาง ๆ เขียนตัวอักษรด้วยรักสีแดงเป็นภาษาพม่า เป็นต้น แต่เดี๋ยวนี้ไม่มีแล้ว ได้สอบถามจากหลวงตาซึ่งมีอยู่องค์เดียวบอกว่า วัตถุโบราณเหล่านั้นได้นำไปเก็บไว้ในสถานที่อีกแห่งหนึ่ง เพื่อความปลอดภัย





เข้ามาดูการตกแต่งภายในบ้าง ส่วนโถงหน้าอุโบสถ ทำหน้าที่ศาลาการเปรียญ เสารับน้ำหนักเป็นเสาเหลี่ยม ลงรักปิดทองประดับกระจก





 

มีช่องลมเหนือผนังและประตูโดยรอบ ทำด้วยไม้กระดานฉลุเป็นช่องง่าย ๆ  แต่พอนำมาจัดวางเรียงกันแล้วมีความประสานสัมพันธ์กันอย่างน่าทึ่ง





เพดานในส่วนนี้ประดับด้วยกระจกสีจัดทำเป็นลวดลายต่างๆ







ส่วนของอาคารที่ถูกกำหนดหน้าที่เป็นโบสถ์ ยกพื้นสูงขึ้นมาสองระดับ ด้านในสุดประดิษฐานพระพุทธรูปบนฐานชุกชี เป็นฐานย่อเก็จประดับกระจกสี





เสาส่วนนี้เป็นเสากลมลงรักปิดทอง ตกแต่งลวดลายด้วยลายน้ำทอง เป็นลายที่เรียกกันว่าลายเครือ มีการเขียนภาษาพม่า จารึกรอบเสาจำนวน 35 ต้น





เพดานเฉียงรับกับชายคาซึ่งเป็นรอยต่อของอาคารทั้งสองส่วน 





ภายในบริเวณวัดทางด้านทิศตะวันออกเฉียงเหนือมีเจดีย์แบบศิลปะพม่า ซึ่งได้ขึ้นทะเบียนโบราณสถานเช่นเดียวกัน





ขอจบลงด้วยภาพหลวงตาที่มีอยู่เพียงองค์เดียวในวัด



ชมอัลบั้มภาพวัดจอมสวรรค์เปรียบเทียบก่อนและ หลังปรับปรุง





แก้ไขล่าสุด ใน ต.ค.052013

"กินและเที่ยวเรื่อยไปตามใจฉัน"

Wat*ka*Darin Contact

watkadarin Guest

เรามี 1203 บุคคลทั่วไป ออนไลน์

 

ขออภัย เนื่องจากถูก spam คุกคาม

จึงของดลงทะเบียนสมาชิกชั่วคราว

ลงทะเบียน