ซุ้มประตูโขงวัดไหล่หิน

 

(บทความนี้ย้ายมาจาก arty4you.net)

 

....


ความหมายของคำว่า “โขง”


พจนานุกรมศัพท์ศิลปกรรม :  โขง ใช้เรียกโค้งครึ่งวงกลมและส่วนประกอบเมื่อเป็นประตูวัด เรียกทั้งซุ้มประตูว่าซุ้มประตูโขง

พจนานุกรมภาษาถิ่นล้านนาไทย โดย มณี พยอมยงค์  :   โขง หมายถึงซุ้มประตูวัด และหมายถึง อาณาเขต

พจนานุกรมฉบับแม่ฟ้าหลวง โดย ศาสตราจารย์อุดม รุ่งเรืองศรี   :   โขง คือ อาณาเขต, ซุ้ม, สิ่งที่ทำให้โค้งอย่างซุ้ม ประตูซุ้ม และ “โขงประตู“ หมายถึงประตูใหญ่

 

วัดขนาดเล็กแห่งหนึ่ง ตั้งอยู่ที่ อ.เกาะคา จ.ลำปาง ห่างจากวัดลำปางหลวงประมาณ ๘ ก.ม. มีชื่อเรียกหลายชื่อ คือ

วัดเสลารัตนปัพพตาราม , วัดไหล่หินแก้วช้างยืน , วัดไหล่หินหลวง แต่นิยมเรียกกันทั่วไปว่าวัดไหล่หิน

เป็นสถาปัตยกรรมศิลปะล้านนาที่มีคุณค่าแห่งหนึ่ง ทั้งรูปแบบสถาปัตยกรรม และประติมากรรมตกแต่งที่มีเอกลักษณ์ แต่ในปัจจุบันตัววิหารที่เป็นแบบดั้งเดิมซึ่งมีจารึกบนท้องขื่อของวิหารว่า สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. ๒๒๒๖ ได้มีการบูรณะปฏิสังขรณ์ โดยเปลี่ยนเครื่องบนหลังคาใหม่หมด เหลือแต่โครงสร้างภายใน หน้าบันและซุ้มประตูโขง

ในโอกาสนี้ arty4you.net ขอนำศิลปะของประตูโขงวัดไหล่หิน ที่ยังคงสภาพเดิมอยู่ มาบันทึกไว้ก่อนที่จะปรักหักพังไปตามกาลเวลา หรือมีการเปลี่ยนแปลงไปจากสภาพเดิม

วิหารวัดไหล่หินหลวงหลังเดิม (ภาพจาก http://www.lampang.go.th/)



 


ซุ้มประตูโขงวัดไหล่หิน ตามประวัติกล่าวว่าพระมหาเกษรปัญโญ เป็นประธานก่อสร้างในปี จ.ศ.๑๐๔๕ (พ.ศ. ๒๒๒๖) ก่อด้วยอิฐถือปูน มีลักษณะคล้ายกับซุ้มประตูโขงวัดพระธาตุลำปางหลวง แต่มีขนาดเล็กกว่าและรายละเอียดก็แตกต่างกันพอสมควร

อันที่จริงจากหลักฐานที่ปรากฎสันนิษฐานว่าวัดไหล่หินสร้างก่อนวัดลำปางหลวงหรืออาจเป็นต้นแบบของวัดพระธาตุลำปางหลวงก็ว่าได้ ลักษณะซุ้มเป็นหลังคาทรงปราสาทซ้อนเป็นชั้น ๆ ประดับตกแต่งด้วยลวดลายปูนปั้น แต่ที่สำคัญคือลวดลายที่ประดับส่วนใหญ่ทำด้วยเครื่องเคลือบดินเผา



....

ประตูโขงในอีกความหมายหนึ่ง


ประตูโขงนั้นพัฒนามาจากทวารโตรณะ (Drava Trorana) ของอินเดีย ซึ่งเป็นเครื่องหมายบอกทางบอกทางเข้าบริเวณพุทธสถานได้สร้างขึ้นเป็นแห่งแรกบริเวณสถูปสาญจีซึ่งทำเป็นเสาหินสองต้น มีคานหินพาดหลายชั้น แกะสลักสวยงาม ประตูโตรณะที่อยู่ติดกับผนังมักทำตอนบนเป็นรูปโค้งครึ่งวงกลมเรียกว่าโค้งกุฑุ (Kudu) ซึ่งเป็นที่มาของการทำประตูโขง ซุ้มโขง และโขงพระเจ้าในสถาปัตยกรรมล้านนา...

(น.ณ ปากน้ำ : ศิลปกรรมแห่งนครลำปาง , วารสารเมืองโบราณ)

 

เปรียบเทียบขนาดของซุ้มประตูโขงวัดไหล่หิน (ซ้าย) และซุ้มประตูโขงวัดพระธาตุลำปางหลวง (ขวา)

ภาพวัดไหล่หินด้านซ้าย ถ่ายเมื่อประมาณปี พ.ศ. ๒๕๔๐ จากหนังสือ "ประติมากรรมเทวดาและกินนรแห่งล้านนา" โดย ศ.นพ.เฉลียว ปิยะชน



ถึงแม้ว่าซุ้มประตูโขงวัดไหล่หินและซุ้มประตูโขงวัดพระธาตุลำปางหลวงจะมีลักษณะคล้ายกัน แต่ด้วยขนาดที่เล็กกว่ากันมาก ทำให้เราสามารถเข้าไปชมรายละเอียดได้อย่างใกล้ชิด ต่างกับซุ้มประตูโขงวัดพระธาตุลำปางหลวงซึ่งจะต้องแหงนดูในระยะห่าง อาจกล่าวได้ว่าซุ้มประตูโขงวัดพระธาตุลำปางหลวงเป็นงานศิลปะที่สร้างขึ้นเพื่อเน้นความยิ่งใหญ่ด้วยขนาดและตำแหน่งซึ่งตั้งอยู่บนที่สูง

ส่วนซุ้มประตูโขงวัดไหล่หินนั้นเป็นงานศิลปะที่สร้างขึ้นเพื่อให้ชาวบ้านได้สัมผัส ชื่นชมความงามอย่างเป็นกันเองมากกว่า และจากการที่ได้สัมผัสซุ้มประตูโขงวัดไหล่หินอย่างใกล้ชิด ก็จะพบว่าผลงานเหล่านั้นเป็นการแสดงออกถึงฝีมือ และอารมณ์ศิลปินท้องถิ่นได้อย่างมีคุณค่าทางศิลปะเช่นเดียวกับซุ้มประตูโขงวัดพระธาตุลำปางหลวง



 

 


ซุ้มประตูโขงวัดไหล่หินและกำแพงแก้วทำหน้าที่แบ่งเขตพุทธาวาสและสังฆาวาสออกจากกัน




สองข้างซุ้มประตูทั้งด้านหน้าและด้านหลังประดับด้วยประติมากรรมนูนสูงรูปกินนร อยู่ในอิริยาบทฟ้อนรำ หางกินนรมีขนาดใหญ่ เป็นรูปแบบกนกเหงาล้านนา




ฐานของซุ้มประตูโขงทั้งด้านหน้าและด้านหลัง เป็นฐานย่อมุมหรือย่อเก็จประดับลายปูนปั้นประกอบดัวย ลายบัวคอเสื้อ ลายประจำยามและบัวเชิงล่าง การประดับลวดลายปูนปั้น ช่วยลดทอนความแข็งกระด้างของความเป็นเหลี่ยมของฐานย่อเก็จทำให้เกิดเส้นสายที่อ่อนช้อยขึ้น




ซุ้มโค้งครึ่งวงกลมประดับลวดลายโค้งเว้าหยัก ลายพันธุ์พฤกษาแบบล้านนา เหนือแนวโค้งประดับด้วยหงส์เกาะเรียงรายเป็นลำดับไปจนถึงยอดโค้ง




ถัดรูปกินนรขึ้นไปตรงมุมย่อเก็จเป็นรูปมังกรคายนาค ๓ เศียร ทอดลำตัวไปตามโค้งเหนือแถวหงส์ขึ้นไปทั้งสองข้าง ไปบรรจบกันตรงยอด โดยหางพันเกี่ยวกันชูแหลมสูง ตรงสันลำตัวนาคมีใบระกาประดับเป็นระยะ




เหนือหลังคาทรงปราสาทขึ้นไปเป็นฐานย่อเก็จสามชั้น แต่ละชั้นมีซุ้มจตุรทิศลักษณะลายกระจังขนาดใหญ่คล้ายกับใบเสมา




ลายกระจังทำด้วยเครื่องเคลือบดินเผา แต่ละซุ้มมีลวดลายไม่ซ้ำกันเลย




ช่วงมุมบรรจบของหลังคาหลังคาปราสาทชั้นแรก ทำเป็นตัวมกรชูเศียร ทอดลำตัวไปตามแนวสันหลังคาทั้ง ๔ มุม




สุดปลายหางพญานาคมีประติมากรรมรูปเทวดาลอยตัวนั่งคุกเข่าประคองอัญชลีอยู่ทั้ง ๔ ทิศ รูปเทวดาที่เป็นองค์ประกอบซุ้มประตูโขงนี้ อาจถือได้ว่าเป็นสัญลักษณ์ของเทพที่มาบูชาพระพุทธเจ้า เช่นเดียวกับรูปเทพชุมนุมในจิตรกรรมฝาผนังของไทย




มุมด้านนอกของฐานย่อเก็จจะประดับด้วยกลีบขนุนดินเผาเคลือบทุกมุม ลวดลายภายในกลีบขนุนเป็นลายก้านขด เดินเส้นกรอบโดยรอบ เหมือนกับลวดลายของหางกินนร




ซุ้มประตูโขงด้านข้าง (ด้านทิศใต้) มีประติมากรรมรูปมังกรคายนาค ๒ ตัว โดยลำตัวทอดขึ้นไปเกี่ยวกระหวัดข้างบน เช่นเดียวกับทางด้านหน้าและด้านหลัง




(ลูกหลานมังกร..?)




ประดับตกแต่งด้วยลายปูนปั้น มีทั้งลายพันธุ์พฤกษาและรูปสัตว์หิมพานต์




ซุ้มประตูโขงด้านตรงกันข้าม (ด้านทิศใต้) มีลักษณะคล้ายกัน แต่ด้านนี้ชำรุดทรุดโทรมกว่า




เหนือโค้งทางเข้าภายในซุ้มประตู (ซ้าย) ด้านหน้า (ขวา) ด้านหลัง มีประติมากรรมนูนทาสีทับทำให้ดูลวดลายไม่ค่อยชัดเจน เข้าใจว่าการเขียนสีนี้น่าจะเขียนขึ้นมาภายหลัง

 

..

ลวดลายบนซุ้มประตูโขง


การตกแต่งบนซุ้มประตูโขงด้วยลวดลายของพรรณพืช มนุษย์ อมนุษย์รวมทั้งสัตว์ทั้งหลาย ในรูปแบบที่ไม่มีจริงในธรรมชาติ มาจากคติที่ว่า พุทธสถานเปรียบเสมือนดินแดนศักดิ์สิทธิ์ เป็นอีกโลกหนึ่งต่างจากโลกมนุษย์ปกติ และระหว่างโลกมนุษย์กับดินแดนศักดิ์สิทธิ์นั้น จะมีสถานที่หนึ่งเรียกว่าป่าหิมพานต์ ซึ่งสถานที่แห่งนี้ เต็มไปด้วยความอุดมสมบูรณ์ของพืชพันธุ์และสิ่งมีชีวิตทั้งหลาย แต่สิ่งต่าง ๆ เหล่านั้นมีลักษณะพิเศษ ไม่เหมือนในโลกมนุษย์ ซุ้มประตูโขงจึงเป็นเหมือนหน้าด่าน หรือเป็นเขตแดนระหว่างโลกมนุษย์กับดินแดนศักดิ์สิทธิ์ เป็นสัญลักษณ์ของป่าหิมพานต์ ฉนั้นลวดลายตกแต่งซุ้มประตูโขงจึงออกมาในรูปของป่าหิมพานต์ หรือป่าในจินตนาการของศิลปิน

..

 


รายละเอียดลวดลายซุ้มประตูโขงวัดไหล่หิน


แก้ไขล่าสุด ใน ต.ค.062013

"กินและเที่ยวเรื่อยไปตามใจฉัน"

Wat*ka*Darin Contact

watkadarin Guest

เรามี 682 บุคคลทั่วไป ออนไลน์

 

ขออภัย เนื่องจากถูก spam คุกคาม

จึงของดลงทะเบียนสมาชิกชั่วคราว

ลงทะเบียน