Fujifilm Finepix HS10 review

 

จากประสบการณ์ที่ผ่านมาเวลาออกทริปไปที่ต่าง ๆ  ผมต้องหิ้วกล้องขึ้นรถลงรถ จอดแวะถ่ายตามสถานที่ต่าง ๆ ตลอดเส้นทาง เป็นประจำ ปกติใช้กล้อง DSLR ซึ่งต้องเปลี่ยนเลนส์เข้าออกตลอดเวลา บางครั้งไม่ค่อยคล่องตัวนักเพราะต้องทำเวลา จึงอยากได้กล้องเล็ก ๆ อีกสักตัวเพื่อเป็นตัวเสริม โดยจะต้องเป็นกล้องประเภทกล้องเดียวเที่ยวทั่วไทย คือมีเลนส์ที่สามารถถ่ายภาพได้ทุกขนาด ตั้งแต่กว้างสุด ไปจนถึงซูมได้ลึกสุด ๆ โดยไม่ต้องเปลี่ยนเลนส์ และถ้าจะซื้อเลนส์ครอบจักรวาลสำหรับ DSLR ก็แพงเกินจำเป็นไปหน่อย นอกจากนั้นก็สามารถถ่ายคลิปวิดีโอได้บ้าง และประการสำคัญก็คือคุณภาพของภาพก็ไม่ควรขี้ริ้วขี้เหร่ จนเกินไปนัก จึงมาลงเอยกับ Fujifilm Finepix HS10 กล้อง DSLR Like

คุณสมบัติโดยย่อของ Fujifilm Finepix HS10

เซนเซอร์ CMOS ความละเอียด 10 ล้านพิกเซล

เลนส์มุมกว้าง 24mm ซูม 30 เท่า 24-720mm โดยใช้ซูมแบบมือหมุนรวมทั้งโฟกัสมือหมุนด้วย ให้ความรู้สึกแบบกล้อง DSLR

ระบบกันสั่นไหว 3 ชั้น (sensor shift, ISO, Digital IS)

จอปรับเอียงได้ขนาด 3 นิ้ว 230,000 พิกเซล

บันทึกวีดีโอความละเอียด Full HD (1080p) พร้อมเสียงสเตอริโอ

บันทึกวีดีโอความเร็วสูง Super high speed movie capture 1000 fps

นอกจากนั้นก็มีลูกเล่นอื่น ๆ อีกพอสมควร

 

ประเดิมเปิดกล้องที่สวนเฉลิมพระเกียรติ ฯ หน้าสนามกีฬา 700 ปี เชียงใหม่ เพราะงานอัศจรรย์ดอกไม้บาน ครั้งที่ 2 ยังจัดแสดงอยู่ เพื่อจะลองเปรียบเทียบกับผลงานของกล้อง DSLR ที่เคยไปถ่ายมาแล้วเมื่อเดือนก่อน (เชิญติดตามได้ที่ลิ้งค์นี้ครับ)

http://watkadarin.com/index.php/2009-08-28-06-41-39/207-2010-12-25-05-57-20

การรีวิวของผมครั้งนี้คงเป็นการนำผลงานของกล้อง Fujifilm Finepix HS10 มาให้ชมมากกว่า การรีวิวข้อมูลทางเทคนิคเพราะผมก็เพิ่งได้สัมผัส เอาไว้ถ้าได้ใช้อย่างจริงจังแล้ว คงพอมีข้อมูลลึกซึ้งกว่านี้

 


เนื่องจากเป็นมือใหม่ DSLR Like จึงใช้โหมดออโต้ทั้งหมด





วันนี้กลางแจ้งแดดจ้ามาก ช่องมองภาพจึงมีประโยชน์มาก เพราะจอ LCD มองไม่ค่อยเห็นเลย





กว่าจะชินกับวิวไฟเดอร์อิเล็กทรอนิคส์ ที่มีขนาดเล็กก็ใช้เวลาพอสมควร ถ่ายมั่วไปหลายภาพ





โหมดออัตโนมัติใช้หมดทั้ง ออโต้ P Scene(Landscape , Flower)





แต่ดูผลที่ออกมาแล้วพอ ๆ กัน แต่โหมด Landscape ดูภาพมีน้ำหนักกว่าเพื่อน (ภาพบน)





ผมเก็บภาพสวนที่อยู่รอบ ๆ นอกโรงเรือนดอกทิวลิปเป็นการอุ่นเครื่องก่อน จะได้มีเวลาเรียนรู้ Function ต่าง ๆ ของกล้อง จะได้ไม่มีคนมอง...เขิน





ผึ้งตัวนี้กว่าจะได้ หมดไปหลายช้อต





กล้อง DSLR ผมไม่มีมาโคร เวลาถ่ายดอกไม้ก็ใช้แต่เลนส์ซูม คราวนี้จึงได้ลองมาโครอย่างจริงจัง ใช้มาโครอย่างเดียวบ้าง ผสมกับซูมบ้าง ซูมอย่างเดียวบ้าง แต่กว่าจะได้แต่ละภาพ ต้องยึกยักอยู่หลายที





ตอนนี้เข้าไปในโรงเรือนดอกทิวลิปแล้ว มีคนดูไหลเวียนตลอดเวลา ผมพอจะใช้กล้องคล่องแล้ว พอยืดวางมาดได้ ไม่เก้ ๆ กัง ๆ เกะกะคนอื่นเขา





โรงเรือนมีหลังคาพลาสติกคลุม ทำให้แสงซ้อฟท์เกลี่ยทั่วบริเวณ ผมถ่ายมาเยอะเหมือนกัน แต่ผมว่าภาพออกมามันดูแบน ๆ จึงใช้ได้นิดเดียว





ดูดอกกุหลาบแบน ๆ นี้อีกดอก





รูปนี้พอมีแสงบ้าง





ดอกอะไรก็ไม่รู้ ? ที่จริงกล้อง HS10 สามารถอัดเสียงใส่ข้อมูลลงไปในรูปได้ เมื่อคืนลองดูเหมือนกัน เห็นว่ามีประโยชน์ดี กะว่าจะลองบันทึกชื่อดอกไม้ไว้เหมือนกัน แต่พอเอาจริง ไม่ได้มีเวลาละเอียดและอารมณ์ขนาดนั้น





นี่ก็ดอกอะไรก็ไม่รู้ ดูไปเรื่อย ๆ ก่อนนะครับ








ไปถ่ายโรงเรือนแล็ก ๆ อีกโรง ที่อยู่ถัดไปดีกว่า ที่นี่ไม่ค่อยมีคนเข้าไปดูเท่าไหร่





ภาพข้างบนได้ลองเลนส์ไวด์ ทำให้สามารถเก็บภาพได้หมด เพราะโรงนี้ไม่กว้างเท่าโรงแรก แต่โรงนี้มีแสงแดดลอดเข้ามาให้เล่น





ภาพจึงมีมิติกว่าเยอะเลย






ลองมาโครบ้าง





จากภาพบน ผมเพิ่งเห็นว่าดอกทิวลิปสีเหลือง มีสีแดงเข้ามาแซม แต่ดอกแดงนี้ไม่รู้ว่ามีสีเหลืองย้ายพรรคเข้ามา เฮ้ย...ไม่ใช่ มีสีเหลืองมาแซมบ้างหรือเปล่า ไม่ได้สังเกต แต่ที่โคนมีเหลืองนิด ๆ





------------------------------------------------------------------------------------------------------

รีวิวการใช้งานครั้งที่ 2 ของกล้อง Fuji HS10 แต่เป็นการใช้อย่างเป็นเรื่องเป็นราวครั้งแรก

เป็นภาพจากทริปไปเรื่อยเปื่อย เชียงใหม่ ลำปาง แพร่ น่าน เชียงราย เชียงใหม่ เมื่อ 21 - 23 มกราคม 2554

เริ่มจากภาพสีสันลวดลายของผ้าทอมือ หัตถกรรมที่มีชื่อเสียงของ อ.ลอง





ถือโอกาสทดลองมาโคร ให้เห็นความละเอียดซับซ้อนของการทอ




แสงแดดยามเย็นลอดผ่านฝ้าไม้ไผ่ และลูกกรงไม้ฉลุ ระเบียงบ้านพักกลางหมู่บ้านกิตตินันท์ อ.นาน้อย จ.น่าน




กลางคืน ชาวบ้านมาเล่น สล้อ ซึง และซอล่องน่านกลางข่วง (ลาน)

ขอแทรก : โดยทั่วไปมักจะเรียกวงดนตรีพื้นเมืองภาคเหนือว่าวงสล้อ ซอ ซึง ทำให้เข้าใจว่า ซอ คือเครื่องดนตรีชนิดหนึ่ง เช่นเดียวกับซอด้วง ซออู้ ของทางภาคกลาง แต่ "ซอ" ในที่นี้ ทางเหนือเป็นคำกริยา หมายถึงการร้อง "ช่างซอ" ก็คือ "นักร้อง" ฉนั้น ถ้าจะพูดว่าเล่นซอจึงไม่ถูกต้อง แต่ถ้าเล่นช่างซอ ก็พออนุโลม




ผมใช้โหมดออโต้ ไม่ใช้แฟลชและขาตั้งกล้องเพราะขากล้องไม่ว่างกำลังใช้ถ่ายวิดีโอ ให้กล้องคำนวนแสงออกมาเอง

ภาพบน ISO 3200 ส่วนภาพล่าง ISO 800 แสงสว่างในบริเวณเป็นแสงฟลูออเร็สเซ่น 60 วัตต์  ติดอยู่รอบ 3-4 หลอด




ตอนเช้าตื่นตั้งแต่ตี 5 ขับรถไปดูดวงอาทิตย์ขึ้นและทะเลหมอกที่ผาชู้ อุทยานแห่งชาติศรีน่าน ไปถึงเช้าไปหน่อย ดวงอาทิตย์ยังเดินทางมาไม่ถึง แต่ได้ภาพดวงจันทร์ก่อนที่ลับผาชู้ ภาพนี้เป็นภาพซูมสุด ๆ เต็มเฟรมโดยไม่ได้ Crop เห็นกิ่งไม้บนยอดผาชู้เป็นโฟร์กราวนด์

(คำว่า "ผาชู้" ผู้รู้กล่าวว่าเพี้ยนมาจากคำว่า "ผาจู้" ซึ่งเป็นภาษาเหนือ หมายถึงภูเขาหรือหน้าผาสองลูกมาชนกัน หรือ "มาจู้กั๋น" แต่ผมว่าถ้าเรียกว่าผาจู้ คงไม่ดังเท่าผาชู้ เพราะคำว่า ผาชู้ มันดูเหมือนอีโรติกหน่อย ๆ)




ขอบฟ้าเริ่มแดง ภาพตอนเช้ามืดนี้ ผมใช้โหมด Scene -Sunset จริง ๆ แล้ว การใช้กล้องระดับนี้ ซึ่งคงไม่ต้องการผลงานระดับโปรนัก เพื่อความรวดเร็วคล่องตัว ผมว่าเล่นออโต้ดีที่สุด ไม่ต้องไปปรับอะไรให้มันวุ่นวาย เผลอ ๆ โปรแกรมที่เขาเซ็ทมาดีกว่าปรับเองด้วยซ้ำ




ดวงอาทิตย์เดินทางมาถึงแล้ว ภาพนี้ก็ซูมสุด ๆ ไม่ได้ Crop เหมือนกัน




เปรียบเทียบกับตอน Wide สุด




โผล่ขึ้นมาเต็มดวงแล้ว ถ้ามีแม่มดขี่ไม้กวาดตัดหน้าดวงอาทิตย์เป็นภาพ Silhouette ก็สวย





แป้บเดียวสว่างโร่แล้ว





แพนกล้องไปทางซ้าย เพื่อถ่ายทะเลหมอก




เสียดายวันนี้ไม่เป็นทะเลหมอก เป็นแค่แม่น้ำลำธารหมอก





หันหลังกลับ ถ่ายภาพมุมกว้างสุดของผาชู้ บนยอดผาตรงลูกศรชี้ มีเสาธงตั้งอยู่ ธงชาติไทยปลิวไสว เพราะที่นี่ลมแรงมาก แต่ยังน้อยกว่าบนภูเสมอดาวที่อยู่ถัดลงไปอีกหน่อย




ช้พลังซูม  X 30 ไปที่ธงชาติ คงอย่างนี้มั้ง คนเขาถึงค่อนว่า  HS 10 แค่กล้องถ่ายรูปที่มีกล้องส่องทางไกลติดมาด้วย

(เจอเจ้าหน้าที่อุทยานเขาบอกว่าตอนนี้กำลังรับสมัคร คนชักธงชาติขึ้นสู่ยอดเสาบนยอดผาชู้ ตอน 8 โมงเช้า และชักลงตอน 6 โมงเย็น รายได้งาม)




เปลี่ยนมาชมภาพวัดวาอารามบ้าง ที่วัดบุญยืน อ.เวียงสา น่าน กล่าวกันว่าใครมาไหว้พระที่วัดนี้แล้ว จะมีชีวิตครอบครัว หน้าที่การงานยั่งยืน ตลอดถึงอายุยืนด้วย




ก่อนนี้ผมหงุดหงิดมาก เวลาถ่ายภาพอาคารทางสถาปัตยกรรม ทั้งภายนอกและภายใน เพราะเก็บภาพไม่หมด เลนส์ที่ใช้อยู่กว้างไม่พอ แต่ตอนนี้เลนส์ 24 มม. ของ HS 10 มาช่วยแก้ปัญหาได้ในระดับหนึ่ง




ซูมเข้าไปถ่ายองค์พระ




สำหรับวัดบุญยืนนี้ มีประวัติและรูปแบบศิลปะที่น่าสนใจหลายประการ จึงขอเก็บไว้เขียนเป็นการเฉพาะ




จากวัดบุญยืนผมเข้ามาถ่ายภาพจิตรกรรมฝาผนังภายในอุโบสถวัดภูมินทร์ เป็นการถ่ายซ่อม หลังจากมาถ่ายเมื่อต้นเดือนธันวาคม ปีที่แลัว ขาดตกบกพร่องไปหลายภาพ

ผมขอนำลงเฉพาะภาพกระซิบรักของปู่ม่าน ย่าม่าน ภาพไฮไล้ท์ของจิตรกรรมฝาผนังวัดภูมินทร์ ระหว่างที่ผมถ่ายภาพอยู่ในอุโบสถนี้ ผู้ที่เข้ามาชมส่วนใหญ่จะมุ่งตรงมาที่ภาพนี้




ภายในอุโบสถแสงน้อย ผมถ่ายโดยไม่ใช้แฟลช ปล่อยให้ระบบออโต้จัดการเอง มันตั้ง ISO เป็น 800 ผมเตรียมขาตั้งกล้องไป กะจะตั้งถ่ายอย่างเนี้ยบ ปรากฎว่าใช้ของกระจอกไปหน่อย หมุนไปหมุนมาคอหักเรียบร้อย จึงต้องใช้มือถ่ายล้วน ๆ ภาพที่ออกมา แม้ภาพอาจไม่เนี้ยบเท่าที่ควร แต่น้ำหนักสีสันก็พอใช้ได้ สูสีกับกล้อง DSLR ที่เคยถ่ายไว้ครั้งก่อน บางภาพดูดีกว่าด้วยซ้ำ




ถนนระหว่างเมืองน่านไป อ.ท่าวังผา มีอยู่ช่วงหนึ่ง สองข้างทางมีต้นไม้สองข้างทางร่มครึ้มสวยดี ผมจอดรถคว้ากล้องลงถ่ายทั้งระยะ Nomal และซูมไว้หลายขนาด โดยไม่ต้องคอยเปลี่ยนเลนส์ ถือว่าได้ใช้ศักยภาพของกล้องตามที่ต้องการแล้ว

แต่ต้องยอมรับว่ายังไงก็ไม่มีทางสู้ DSLR ของแท้ โดยเฉพาะเวลาซูมลึก ๆ โดยไม่ใช้ขากล้องแล้ว มันกระด้อกกระแด้กไม่นิ่ง จัดภาพยากพอสมควร ต้องใช้วิธีกดแชะ ๆ ไปเรื่อย แล้วเอาภาพมาเลือกภายหลัง




ถนนจากท่าวังผา ไป อ.สองแคว น่าน ต่อไป อ.เชียงคำ พะเยา เป็นถนนลาดยางอย่างดี แต่เป็นทางขึ้นเขา ลงเขา โค้งไปโค้งมาตลอด  บางช่วงไต่สันเขา ถนนก็สวยดีหรอก แต่สองข้างทาง มีแต่ภูเขาหัวโล้น  โล่งสุดลูกหูลูกตา......คนตัด..ต้องเรียกว่าลูกอีช่างตัด...เพราะมันตัดได้เก่งจริง ๆ และคงมีคาถาอาคมดี จึงบังหูบังตาเจ้าหน้าที่บ้านเมืองได้สนิท ไม่งั้นคงไม่โล่งเกลี้ยงเกลาทุกลูกแบบนี้หรอก




ตรงนี้จึงเป็นโอกาสเหมาะที่จะได้ลองถ่ายโหมด Panorama ภาพนี้ผมตั้งขนาดภาพปานกลาง ภาพต้นฉบับที่ออกมาขนาด  5760 X  720 ดูรอยต่อก็สนิทพอสมควร ด้านซ้ายและด้านขวาสังเกตุมีรอยต่อยึกยักหน่อย คงเป็นเพราะจังหวะการแพน เพราะเป็นการถ่าย Panorama ครั้งแรกของผม


(คลิ้กที่ภาพข้างล่างเพื่อดูภาพขยาย)

ดูภาพบรรยากาศแห้งเหี่ยวมาแล้ว เงยหน้ามาดูภาพท้องฟ้าให้สดชื่นบ้าง กล้องผมใส่แต่ฟิลเตอร์ UV บังเอิญได้มุมเหมาะเจาะทำให้สีท้องฟ้าแจ่มพอใช้




เวลาประมาณ 9 โมงเช้าเส้นทาง อ.แม่จัน – แม่สาย มีอยู่ช่วงหนึ่งแถวดอยนางนอน มีหมอกลงหนา มองในแง่คนใช้รถใช้ถนนถือว่าทัศนวิสัยไม่ดีเลย อันตราย




แต่ในฐานะคนถ่ายภาพ อะไรก็ดูดีไปหมด




แต่พอผ่านพ้นช่วงนั้นมาแล้ว บรรยากาศสดใส ที่เขียว ๆ ข้างล่างคือไร่ยาสูบ




ไม่รู่ว่าไอเดียใครที่นำต้นดอกทานตะวันมาปลูกเป็นแนวรอบนอก ทำให้เพิ่มสีสันสดชื่นขึ้นเป็นกอง แม้ตอนนี้จะร่วงโรยไปบ้างแล้ว ผมว่าช่วงปีใหม่ที่มีนักท่องเที่ยวแห่แหนกันมาจนแม่สายแทบแตกนั้น คงกำลังบานได้ที่ สวยกว่านี้เยอะ ไอเดียนี้ขอปรบมือให้จริง ๆ




ซูมพอเบาะ ๆ




แล้วก็ถึงด่าน ตม. แม่สาย วันนี้นักท่องเที่ยงโหรงเหรง ทั้ง ๆ ที่เป็นวันอาทิตย์




ที่ท่าขี้เหล็กฝั่งพม่าก็เช่นกัน หน้าร้าน Duty Free ตรงนี้ถ้าเป็นช่วงเทศกาล คนเบียดเสียดกันแน่น ไม่โล่งแบบนี้




แม่ค้าสาวพม่านัยน์ตาแขก หน้าตาคมขำคนนี้ เห็นผมเล็งกล้อง HS10 อยู่ อย่างกับรู้ว่ากล้องรุ่นนี้ใช้ถ่าน AA แกยื่นถ่านชาร์ต  Ni-MH 4800 mAh  ของโซนี่แพ็ค 2 ก้อน เคาะราคาแพ็คละ 180 บาท พร้อมกับโฆษณาว่าเม้ดอินแจแปนนะ ผมต่อเล่น ๆ ไปเรื่อย ไปปิดที่ 80 บาท ดันโอเค จึงต้องซื้อมา 2 แพ็ค ไม่รู้จะออกหัวหรือออกก้อย

ภาพนี้ จะเห็นว่าเลนส์ของ HS10 นี้ครอบจักรวาลใช้ได้ นี่ขนาดอยู่ห่างไม่ถึงเมตร ยังเก็บภาพได้หมด

(มีข้อแนะนำบางประการ ซื้อของที่นี่ต้องต่อแหลก ยกตัวอย่างอีกชิ้นหนึ่ง แม่ค้านัยน์ตาแขกคนเดิมเสนอขายที่โกนหนวดไฟฟ้าชนิดชาร์ทได้ในตัว เม้ดอินโกเรียไม่ใช่ไชน่า ผมดูวัสดุ รูปร่างหน้าตาก็เหมาะมือดี จึงขอเอามาลองโกนดู เพราะตั้งแต่ลงดอยมายังไม่ได้โกนหนวดโกนเครา ก็โกนได้เกลี้ยงเกลาดี น่าใช้สำหรับโกนชั่วครั้งชั่วคราวเวลาเดินทาง เปิดราคาที่ 480 บาท ตื้อยังไงผมก็ไม่ซื้อ จึงมาจบที่ 100 บาท)




ลุงพม่าเคราสวยกำลังดูรถเพื่อข้ามถนน ตรงแสงที่ส่องลงมาได้พอเหมาะพอเจาะ


ขอจบด้วยภาพที่ผมลองตั้งขนาด 16:9 เป็นภาพสนามกอล์ฟ ของโรงแรมแห่งหนึ่ง ห่างจากตลาดชายแดนประมาณ  3 ก.ม ข้างในมีคาสิโนต้อนรับคนไทยด้วย เพราะผมเห็นแต่คนไทย ภาษา ตัวหนังสือทั้งหลายเป็นไทยหมด (ผมไปเที่ยวดูเฉย ๆ นะ) อยากจะถ่ายรูปมาฝากเหมือนกัน แต่เขาไม่อนุญาต ต้องฝากกล้องไว้ที่เคาน์เตอร์ โรงแรมแห่งนี้ มีรถตู้บริการรับส่งฟรีทั้งจากตลาดแม่สาย และตัวเมืองเชียงราย. เอาใจลูกค้ารายใหญ่เต็มที่



สรุป Fujifilm Finepix HS10 เป็นกล้องที่น่าใช้ในระดับหนึ่ง จะมากน้อยแค่ไหนก็อยู่ที่จุดประสงค์ของผู้ใช้  เพราะทุกอย่างในโลกนี้ไม่มีอะไรที่เลอเลิศประเสริฐศรี หรือด้อยจนหาค่ามิได้ไปหม

เพิ่มเติม : ถ่าน AA Ni-Mh ชุดแรกผมใช้ยี่ห้อ TORIYAMA ความจุ 2800 mAh ชาร์ทเต็ม ถ่ายได้ประมาณ 550 ภาพ


แก้ไขล่าสุด ใน ก.พ.032011

"กินและเที่ยวเรื่อยไปตามใจฉัน"

Wat*ka*Darin Contact

watkadarin Guest

เรามี 382 บุคคลทั่วไป ออนไลน์

 

ขออภัย เนื่องจากถูก spam คุกคาม

จึงของดลงทะเบียนสมาชิกชั่วคราว

ลงทะเบียน