ทุ่งรวงทอง



จากบ้านผมหากจะเข้าเมือง ถ้าไม่ไปตามถนนใหญ่จะมีถนนอีกเส้นหนึ่ง เป็นถนนระหว่างหมู่บ้านลัดเลาะผ่านทุ่งนา  ซึ่งปลูกข้าวตลอดทั้งปี ช่วงนี้ข้าวกำลังออกรวงเหลืองอร่ามน่ามอง ยิ่งถ้าผ่านมาเวลาเช้าหรือเย็น จะเห็นแสงตกกระทบรวงข้าวได้มุมที่ดูแล้ว "ดุจสีทองสีแห่งศรัทธา..." ทีเดียว จึงอดไม่ได้ที่จะแวะเก็บภาพมาฝาก






ถ้าวันใหนไม่รีบเร่งผมชอบใช้เส้นทางนี้ แม้จะอ้อมไกลกว่าไปตามถนนหลักนิดหนึ่ง แต่ได้บรรยากาศที่สบาย ๆ ไม่พลุกพล่าน

 




น้ำค้างเกาะอยู่ตามยอดต้นข้าวสะท้อนกับแสงอาทิตย์ยามเช้า






เปล่งประกายระยิบระยับ





เส้นสายอ่อนโค้งของรวงข้าว






เคยอ่านที่ใหนจำไม่ได้แล้วว่า "รวงข้าวที่ดีมีคุณค่าจะแสดงความอ่อนน้อมถ่อมตน ต่างกับรวงข้าวเมล็ดลีบไร้ค่า มักจะผยองชูช่อแข็งกระด้าง เปรียบเหมือน......"






รวงข้าวสีทองอร่ามไปทั้งท้องทุ่ง






"...ทุ่งเอ๋ยทุ่งรวงทอง น้ำเปี่ยมอยูริมฝั่งคลอง....." (ตอนหนึ่งของเพลง ทุ่งรวงทอง โดย ชรินทร์ นันทนาคร)
น้ำเปี่ยมคลองที่นี่มาจากคลองส่งน้ำจากเขื่อนแม่กวง ทำให้ทุ่งนาแถวนี้มีน้ำอุดมสมบูรณ์ ทำนาได้ตลอดทั้งปี






ชีวิตที่ไม่เร่งรีบ ไร้มลภาวะ






สบายหู สบายตา






ขณะแวะถ่ายรูปนี้ได้กลิ่นหอมของข้าวใหม่ตระหลบอบอวลไปทั่ว






หอมจริง ๆ ครับ






หอมเหมือนกับข้าวที่หุงกำลังจะสุก และต้องเป็นข้าวใหม่ด้วยนะครับ






"แม่ยิงขี่รถถีบก๋างจ้อง" (หญิงสาวถีบรถจักรยานกางร่ม)






ข้าวท้องแก่ จวนจะได้เวลาเก็บเกี่ยวแล้ว






ดอกหญ้าข้างทางใช่จะไร้ค่า






เป็นแหล่งอาหารที่สำคัญของมวลหมู่ภมร






พร้อมกับแต่งแต้มบรรยากาศให้มีสีสัน เป็นความงามเล็ก ๆ ที่ซ่อนอยู่






กระท่อมน้อยปลายนา






ผสมผสานกับวิถีชีวิตร่วมสมัย





ยัง...ยังไม่จบ...
สิบห้าวันต่อมา.......





เข้ามาเพิ่มเติมหลังจากที่เขียนไปครั้งแรก....
ทุ่งรวงทองก็มีการเปลี่ยนแปลง สีสันที่เคยเป็นสีทองเหลืองอร่าม ก็เปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล





รวงข้าวพร้อมใจกันเอนราบลงกับพื้น




เหมือนกับยอมศิโรราบให้กับกับเครื่องจักร์ ที่กำลังขับเคลื่อนฝุ่นคลุ้งมาแต่ไกล





พร้อมกับหมุนเกี่ยวรวงข้าวเข้าไป อย่างไม่ปราณี





แล้วก็พ่นฟางข้าวออกมาจากท่อข้าง ๆ





ปล่อยกองเป็นทางไว้เบื้องหลัง





เป็นอาหารโปรดของฉัน (สองตัวโน่น)





เหล่านกกาบินว่อน ถือโอกาสมาจิกกินเมล็ดข้าวที่ร่วงหล่น



เหมือนกับภาพอีกาบินในทุ่งข้าวโพดภาพเขียนของ"แวนโก๊ะ"ศิลปินยุคอิมเพรชชั่นนิสต์ผู้อาภัพ ชาวเนเธอร์แลนด์
(Vincent Van Gogh's Wheatfield With Crows , 1890)






ทุ่งข้าวโพดของแวนโก๊ะไม่มีวัว แต่ทุ่งรวงทองเรามีวัวยืนยกหางกำลังปล่อยปุ๋ยคอกออกมา





คู่หู อยู่หว่างเขา





พูดถึงแวนโก๊ะแล้ว พอมาเห็นภาพซังข้าวที่ระเกะระกะนี้เข้า
ทำให้นึกถึงรอยสโตรคของฝีแปรงผลงานศิลปินผู้นี้ทันที



Vincent Van Gogh's The Reaper (1889)






ขอจบทุ่งรวงทองด้วยภาพคนเก็บข้าวที่หลงเหลือและร่วงหล่นจากการเก็บเกี่ยว
เปรียบเที่ยบกับภาพเขียนคนเก็บข้าวตกศิลปะยุคเรียลิสติค (Realism) ข้างล่างนี้



ภาพ The Gleaners (1857) โดย Jean-Francois Millet
ศิลปินชาวฝรั่งเศษผู้ชอบเขียนภาพชีวิตในชนบท และผู้ใช้แรงงาน


MV ทุ่งรวงทอง โดย ชรินทร์ นันทนาคร

JavaScript is disabled!
To display this content, you need a JavaScript capable browser.


แก้ไขล่าสุด ใน พ.ย.272009

"กินและเที่ยวเรื่อยไปตามใจฉัน"

Wat*ka*Darin Contact

watkadarin Guest

เรามี 367 บุคคลทั่วไป ออนไลน์

 

ขออภัย เนื่องจากถูก spam คุกคาม

จึงของดลงทะเบียนสมาชิกชั่วคราว

ลงทะเบียน