Cameron Highlands 2

08ส.ค. 2011 Written by  Administrator

บทความนี้เขียนครั้งแรกเมื่อ ศุกร์, 30 เมษายน 2010 20:36


 

 

แล้วเราก็มาถึงเมือง Brinchang เมืองพักผ่อนตากอากาศที่มีชื่อเสียงของมาเลเซีย เสน่ห์ของที่นี่ก็คืออากาศที่หนาวเย็นตลอดปี ตอนที่ไปถึงนั้นเวลาสิบเอ็ดโมง อากาศเย็นสบายจริง ๆ แม้เดินอยู่กลางแดด



ที่นี่ได้สัมผัสการเป็นเด็กปั้มครั้งแรกในชีวิต ที่มาเลย์ทุกปั้มต้องเติมน้ำมันเอง ตอนแรกก็กลัวอยู่เหมือนกันว่าจะทำไม่ถูก แต่จริง ๆ แล้วไม่เห็นยาก เริ่มจากไปจอดรถให้ตรงหัวจ่ายที่ว่างและตรงกับชนิดน้ำมันที่เราต้องการแล้ว ก็เดินไปบอกเจ้าหน้าที่ตรงเคาน์เตอร์ข้างใน บอกหมายเลขหัวจ่าย บอกจำนวนเงิน หรือยื่นเงินเท่าจำนวนที่ต้องการไป แล้วก็มาดึงหัวจ่ายยัดเข้าถังน้ำมัน พอครบตามจำนวนเงิน มันก็ตัดเอง เป็นอันเสร็จพิธี



เบ็นซิน 95 ลิตรละ 1.8 ริงกิต หรือ 18 บาท ผมเติมไป 500 บาท ได้เกือบ 28 ลิตร




บริเวณลานจอดรถย่านการค้ากลางเมือง Brinchang ซึ่งเป็นเมืองไม่ใหญ่นัก



ย่านนี้แวดล้อมด้วยร้านอาหาร โดยเฉพาะอาหารประเภทหม้อไฟ เวลาผ่านร้านเหล่านี้ ระวังอย่าได้สบตากับหน้องหมวย น้องตี๋ ที่คอยสบตาอยู่หน้าร้าน เพราะถ้าสายตาประสานกันเมื่อได ก็จะถูกโอ้โลม ปฏิโลม ให้เข้าไปอุดหนุนอาหารในร้านให้ได้  เอาไว้ตอนค่ำก่อนจะมาสบตา เพราะเห็นบรรยากาศก็น่านั่ง



รถ Nissan รุ่น Neo ของครูดารินทร์ที่เมืองไทย แต่ที่มาเลย์กลายเป็นรุ่น Sentra แถมเป็นแท้กซี่อีกต่างหาก



ป้าย "Jalan Sehala" คำว่า Jalan พอรู้ ว่าหมายถึงถนน แต่สงสัยว่าที่มาเลย์นี้ ทำไมมีชื่อถนน Sehala เยอะไปหมด โดยเฉพาะที่ปีนัง เห็นมีเกือบทุกถนน ตอนหลังถึงได้รู้ว่า "Jalan Sehala" หมายถึงถนนเดินรถทางเดียวนี่เอง


ถนนในเมืองเป็นถนนสองเลน ไม่ขึ่นเขา ก็ลงเขา หาหนทางเรียบยาก



อาคารที่ปลูกริมถนนแต่ละหลัง จึงต้องยกระดับขึ้นไปเรื่อย ๆ ให้รับกับถนน



ร้านอาหารร้านนี้นอกจากภายในร้านจะแดงแล้ว รถจอดหน้าร้านก็ยังแดงอีก



ไม่รู้ว่าฮุนได Getz สีเหลืองคันนี้ จะไปจอดหน้าร้านข้างบนได้หรือเปล่าก็ไม่รู้



ท่อน้ำดับเพลิงที่นี่สีเหลือง แต่บ้านเราทาสีแดง



มีทั้งแบบสูงและแบบเตี้ย เอัะ.. หรือว่าถนนถมสูงขึ้น



กำหนดการมาเที่ยวที่ Cameron Highlands ผมไม่จำเพาเจาะจงที่ใดเป็นพิเศษ  อยากจะสัมผัสกับอากาศหนาวกลางฤดูร้อน พร้อมกันนั้นก็ขับรถชมบ้านชมเมือง ชมถนน ชมรถ ชมคน  ไปเรื่อย ๆ ได้เห็นสิ่งแปลกหูแปลกตา ได้กินอาหารที่ไม่เคยกิน จะอร่อยหรือไม่ ไม่สำคัญ แค่นี้ก็น่าจะพอใจแล้ว



ขับรถลงจาก Brinchang แค่ 5 - 6 ก.ม. ก็ถึงเมืองถัดมาคือ Tanah Rata เมืองนี้คึกคักและใหญ่กว่าทุกเมืองบน Cameron Highlands



อาคารสถานีขนส่งดูใหญ่โต เปิดใช้งานเป็นปกติ




แต่มาดูอีกด้านหนึ่ง ที่จอดรถสร้างไม่เสร็จทิ้งร้างไว้ อาคารที่ก่อสร้างค้าง ๆ คา ๆ แบบนี้นึกว่าจะมีเฉพาะเมืองไทยเสียอีก



ตึกแถวหน้าสถานีขนส่ง ย่านนี้คึกคักที่สุด เพราะมีทั้งธนาคาร ร้านค้านานาชนิด และร้านอาหาเรียงรายหลายร้าน สุดตึกลิบ ๆ โน่นก็เป็นโรงพยาบาล



มาถึงเมือง Tanah Rata ตอนเที่ยง ได้เวลาอาหารกลางวันพอดี ผ่านร้านอาหารร้านหนึ่งหน้าสถานีขนส่ง มีถังกลมใบใหญ่ตั้งอยู่หน้าร้าน มันถังอะไรหว่า


เปิดดูข้างในเจอนี่ครับ ขาไก่เสียบเหล็กย่างบนเตาถ่าน ผมขอเรียกว่าไก่อบโอ่งก็แล้วกัน



จึงตกลงสั่งไก่อบโอ่งมากินกับข้าวเปล่า เป็นมื้อกลางวัน หน้าตาเป็นอย่างนี้ครับ รสชาติ แห้ง ๆ จืด ๆ แต่ถ้าได้น้ำจิ้มแจ่วคงแซบหลาย แต่น้ำจิ้มที่นี่ หรือทั่วเมืองมาเลย์ก็มีแค่ซ้อสพริก กับซ้อสมะเขือเทศเป็นหลัก น้ำปลาพริกขี้หนูยังหายากเลย จึงสั่งอาหารอื่น ๆ เพิ่มเติม


ร้านนี้ยังมีอาหารประเภทข้าวแกง หลายชนิด แต่รสชาติไปทางเดียวกันหมด คือมีกลิ่นเครื่องเทศนำ ถ้าไม่ชอบกลิ่นเครื่องเทศ อย่างครูดารินทร์ ก็สั่งปลาทอดเป็นตัว กลิ่นเครื่องเทศจะน้อยลงหน่อย มีข้อสังเกตุร้านอาหารที่มาเลย์ ถ้าสั่งอาหารประเภทปลา ไม่ว่าทอดหรือผัด จะได้ปลาทั่งตัววางมาเต็มจาน เขาไม่นิยมสับเป็นชิ้น ๆ ไปประกอบอาหารเหมือนบ้านเรา



อิ่มแล้วเดินชมบ้านชมเมืองต่อ เนื่องจากอากาศเย็นสบายทำให้เดินไม่เหนื่อย เหงื่อไม่ออก  ตอนนี้อุณหภูมิเท่าไหร่ เฉลยอยู่ข้างล่าง



ทางเท้าเรียบ สะอาด น่าเดิน ร้านเพชรซ้ายมือ  มีลูกกรงกั้นกันโจรเหมือนกัน อยากจะถ่ายตรงหน้าร้านจะได้เห็นชัด แต่กลัวเขาสงสัย เลยเลี่ยงมาถ่ายเฉียง ๆ




โรงเรียนคอนแวนท์ ตั้งอยู่บนเนินสูง ตึกสวยดี ร้านค้าหน้าโรงเรียนใต้ลูกสตรอเบอรี่ เป็นร้านขายเสื้อผ้า



ครูดารินทร์เดินสำรวจแล้ว รายงานว่า ประตูน้ำเรากินขาด ทั้งแบบและราคา



ก่อนออกจากเมือง Tanah Rata แต่ถ้าขึ้นมาจากอีกทางหนึ่ง จะเป็นทางเข้าเมือง มีสวนสาธารณะและหอคอยพร้อมป้าย Selemat Datang



บนหอคอยมีป้ายแสดงข้อมูลของเมืองแบบดิจิตอล เห็นเด่นชัด



มีรายละเอียดดังนี้ครับ ระดับความสูงจากระดับน้ำทะเล 4921 ฟุต เวลาขณะถ่ายภาพ 13.47 น. อุณหภูมิ 21 องศาเซลเซียส



เห็นไหมครับ กลางวันแสก ๆ อากาศยังเย็นกว่าในห้องแอร์เสียอีก ยืนคนเดียวไม่ได้ หนาว..ว สรุปแล้วอากาศที่นี่โดยฉลี่ยแล้วเย็นกว่าอากาศบนดอยทางภาคเหนือของเรา เพราะกลางวันบนดอยทางเหนือหน้านี้ หรือหน้าหนาวก็ตาม ร้อนอย่าบอกใครเชียว




ออกจาก Tanah Rata ขับต่อไปเมืองสุดท้ายคือเมือง Ringlet ซึ่งห่างออกไปอีก 16 ก.ม. เป็นทางลงเขาโค้งไปโค้งมาตลอด แต่ถ้าเปรียบกับทางลงดอยอินทนนท์แล้ว จิ้บ จิ้บ รางระบายน้ำข้างถนนใช้วัสดุคล้ายกับกระเบื้องเคลือบเป็นชิ้น  เรียงต่อกัน




สองข้างช่วงนี่จะผ่านไร่ชา ปลูกบนภูเขาเป็นลูก ๆ เต็มไปหมด




ไร่ชา Cameron Valley รู้สึกว่าจะเป็นไร่ชาที่ใหญ่ที่สุดของ Cameron Highlands และชายี่ห้อตามป้าย ก็เป็นยี่ห้อเดียวกันที่เห็นวางขายไปทั่ว ผมซื้อมาชงดื่มเหมือนกัน แต่ไม่สามารถให้ความเห็นได้ เพราะไม่ใช่คอชา




ร้าน Tea Shop ของไร่ชาแห่งนี้ นอกจากขายผลิตภัณฑ์ชาทั้งหลายแล้ว ยังเปิดเป็นร้านเครื่องดื่ม สำหรับจิบชา พร้อมกับชมบรรยากาศของไร่ชาไปด้วย





ร้านนี้ตั้งอยู่ในจุดที่มองเห็นทิวทัศน์ของไร่ชาได้ในมุมกว้าง สุดสายตา




แพนสายตามาขวาสุด




แพนกลับไปทางซ้ายสุด




วิวก็สวย อากาศก็เย็นสบาย ผมและครูดารินทร์จึงใช้เวลาที่นี่พอสมควร เสียดายน่ามีเก้าอี้ผ้าใบซะหน่อย จะได้นอนสักงีบ




นั่งชมนก นกกระจอกตัวนี้บินมาเกาะราวเหล็กเป็นโฟร์กราวด์ อย่างเหมาะเจาะ




ต้นชาปลูกอย่างเป็นระเบียบ ทำให้ระหว่างแถว เกิดแนวคลื่นลดหลั่นตามพื้นผิวของภูเขา เป็นจังหวะไหลลื่นงามตา 




ศาลากับน้ำตก




เปรียบเทียบไร่ชาบนดอยแม่สะลองบ้านเรา ถ้าต้นชาโตเต็มที่ และถ้ามีจุดชมวิวบนที่สูง มองลงมาน่าจะสวยไม่แพ้กัน




อีกภาพเป็นไร่ชาบนดอยเชียงดาว ปลูกไม่ค่อยเป็นแถวเป็นแนวเท่าไหร่




ร้านขายไม้ดอกไม้ประดับริมทาง ก่อนถึงเมือง Ringlet




ต้นหม้อข้าวหม้อแกงลิง ผมไม่รู้ว่าหม้อข้าวลิงรูปร่างหน้าตาเป็นยังไง เพราะไม่เคยหลงป่าไปกินข้าวลิง แต่ต้นนี้ผมดูแล้ว ไปเหมือนอะไรอย่างหนึ่งก็ไม่รู้




ใกล้ ๆ นั้นมีรีสอร์ตสวยสไตล์อังกฤษ ตั้งอยู่บนเนิน ดูภาพนี้แล้วยังกับอยู่อังกฤษแน่ ผู้จัดลครไทยถ้าต้องการฉากบ้านแบบทิวดอร์ มาใช้โลเคชั่นที่นี่ก็ได้  ให้นางเอกสวมเสื้อสเวตเตอร์ปิดถึงคอหอย เมคอัพหน้าให้ขาวซีดหน่อย ส่วนพระเอกใส่สูทผูกไท้ด์  มีเสื้อกั้กข้างในเหมือนต๋อง ศิษย์ฉ่อย เดินจีบกันไป งอนกันมามาแถวเนินนี้  ไม่ต้องไปไกลถึงอังกฤษ



เมือง Ringlet เป็นเมืองที่อยู่ต่ำลงมา ฉนั้นอุณหภูมิจึงสูงขึ้น แต่ก็ไม่มากนัก เป็นเมืองธุรกิจมากกว่าเมืองตากอากาศ 



รถใหม่ป้ายแดง แต่ที่มาเลย์ไม่ยักติดป้ายแดง แต่มีถุงตาข่ายสีดำใส่เอกสารอะไรไม่รู้ แขวนอยู่หน้ารถ กำลังจะเข้าไปดูใกล้ ๆ



ดันเปิดตูดหนีไปซะยังงั้น แต่ทำให้ได้เห็นข้างหลังว่ามีถุงดำแขวนอยู่เหมือนกัน รถไหม่ป้ายแดงมาเลย์ไม่เท่เลยเนอะ



เดินชมเมือง Ringlet สักพัก ก็ได้เวลาขับย้อนขึ้นไปหาที่นอนคืนนี้ ผมไม่ได้จองที่พักไว้ เพราะถ้าเกิดเปลี่ยนแผนแล้วกลัวเสียเงินฟรี กะ Walk In เอาดาบหน้า แต่ก็พอจะรู้ว่าช่วงนี้ไม่ใช่ช่วงไฮซีซั่นของมาเลเซีย และโรงแรมที่ Cameron Highlands ก็มีเป็นกะตั้ก หลายระดับ หลายราคา



ไปได้โรงแรมนี้ครับ Iris Hotel ทำเลดี อยู่ติดถนน ปากทางเข้าเมือง Brinchang คืนละ 90 ริงกิต ห้องพักขนาดพอดี สะอาด มีกระติกต้มน้ำร้อน ไดร์เป่าผมให้ แต่ไม่มีแอร์คอนดิชั่น ซึ่งเป็นสิ่งปกติของที่พักบน Cameron Highlands ไม่ว่าระดับไหน ต่างก็ไม่มีเหมือนกัน คืนนั้นอุณหภูมิประมาณ 21 องศา C โรงแรมเรียกค่ามัดจำ 50 ริงกิต จะคืนให้ตอนเช้คเอ้าท์ วันนั้นเจอผู้หญิงไทยคนหนึ่ง ขับปิคอัพโฟร์วิว ทะเบียนไทย มาทำธุรกิจที่นี่ เธอบอกว่าพักโรงแรมนี้ประจำ


หลังจากอาบน้ำอาบท่าเรียบร้อยแล้ว ได้เวลาไปสบตากับน้องหมวย น้องตี๋ ตามร้านอาหารที่หมายตาไว้ตั้งแต่ตอนกลางวัน เพื่อกินสุกี้หม้อไฟมาเลย์ ตามที่ใครต่อใครแนะนำ เหมือนไปเชียงใหม่ตอนหน้าหนาวต้องไปกินหมูกะทะ เย็นวันนั้น เดินสบตาอยู่หลายร้านก็ไม่ถูกใจ กลัวผีหลอก เพราะแต่ละร้านเงียบเหงาวังเวงพิกล



ไปถูกชะตากับร้านนี้ครับร้าน You Hoo เข้าใจตั้งชื่อ ร้านนี้อยู่อีกฝั่งของถนนตรงข้ามลานจอดรถ ทั้ง ๆ ที่ไม่มีคนเชียร์แขกหน้าร้าน แต่มีลูกค้าคึกคักกว่าทุกร้าน เปรียบเที่ยบกับร้านข้าง ๆ ดูซึครับ ไม่ค่อยมีคน ลูกค้าร้านนี้ส่วนมาก เป็นคนท้องถิ่นเพราะเห็นคุยอย่างสนิทสนมกับเจ้าของร้าน สั่งอาหารเป็นกับข้าวมากินเต็มโต๊ะ เหมือนกับเป็นมื้อเย็นของเขา



เมนูร้านนี้มีรูปอาหารและราคาชัดเจน ครูดารินทร์สั่งหม้อไฟชุดเล็กสำหรับกินสองคน แต่ผมว่ากินสี่คนยังไหว โดยรวมแล้วอะไร ๆ ก็ดีหมด เสียตรงน้ำจิ้มนี่แหละ ช่างไม่สร้างสรรค์เอาเสียเลย มีแต่ขวดซ้อสพริก กับซีอิ้วขาวมาให้ ผมถามหาน้ำจิ้มเพราะคิดว่าคงมีเด็ดกว่านี้ เขาก็ชี้ไปที่สองขวดนั่นแหละ ดีหน่อยมีพริกขี้หนูตำกับกระเทียมมาให้ แต่ผสมยังไงก็ไม่เข้ากัน แต่ยังไงก็อิ่มแปร้ กินแทบไม่หมด สรุปราคาหม้อไฟมื้อนี้ 35 ริงกิต + เบียร์ไทเกอร์ไล้ท์ขวดเล็ก 7 ริงกิต น้ำแข็ง น้ำชาฟรี

หมายเหตุ : เชื้อเพลิงสำหรับหม้อไฟ ยังใช้แก้สหุงต้ม ซึ่งบ้านเราทางการให้เลิกใช้ตั้งนานแล้ว โดยลากถังแก้สใบใหญ่ขนาด 11.5 ก.ก. ที่ใช้ในครัว มาตั้งถึงข้างโต๊ะเลย ถังแก้สที่นีสีเหลืองครับ



ไปเที่ยวมาเลย์ อย่าลืม เอาอแด้ปเตอร์ปลั้กแบบนี้ไปด้วย ไม่งั้น ชาร์ตแบ็ตคอม แบ็ตกล้อง แบ็ตมือถือ ไม่ได้นะ ผมซื้อที่ร้านอมร 60 บาท ระบุว่าใช้ได้ในประเทศ UK,Hong Kong,China,Singapore แต่ไม่เห็นมี Malaysia ทั้ง ๆ ที่ใช้แบบนี้เหมือนกัน




 

 


Rate this item
(0 votes)
Last modified on วันอังคารที่ 09 สิงหาคม 2011 เวลา 05:08 น.

1025 คอมเมนต์คอมเมนต์

Leave a comment

Make sure you enter the (*) required information where indicated.
Basic HTML code is allowed.

"กินและเที่ยวเรื่อยไปตามใจฉัน"

Wat*ka*Darin Contact

watkadarin Guest

เรามี 797 บุคคลทั่วไป ออนไลน์

 

ขออภัย เนื่องจากถูก spam คุกคาม

จึงของดลงทะเบียนสมาชิกชั่วคราว

ลงทะเบียน