Amazing ถ้ำไทร 2

05ส.ค. 2011 Written by  Administrator



มาต่อกันครับ...

ในคูหาที่สองของถ้ำไทรจะมีหินย้อยที่สวยงามอีกก้อนหนึ่ง (มุมบนซ้ายหลังตัวผม) เรียกว่าหินโดม หลายคนบอกว่าคล้ายกับก้นช้าง




ตอนล่างของหินก้นช้างนี้จะมีขอบยกขึ้นโดยรอบ ถ้าเป็นหน้าฝนจะมีน้ำขังอยู่เต็ม




ส่วนใหญ่ของหินงอกและหินย้อยภายในถ้ำไทรนี้ ถ้าฉายไฟฉายธรรมดาเข้าไป ก็จะเห็นเป็นก้อนหินสีขาวธรรมดา แต่คุณสมจิตลองใช้พ้อยท์เตอร์เลเซอร์แบบที่ใช้สำหรับพรีเซ้นท์งานเพาเวอร์พ้อยท์ มาฉายซ้ำเข้าไปก็จะเห็นเป็นประกายแสงจุดเล็ก ๆ ระยิบระยับเต็มไปหมด เหมือนกับแสงหิ่งห้อย (ตรงนี้ผมถ่ายไม่ติดแต่จะมีให้เห็นในภาพถัดไป)





ตามเชิงของหินย้อยที่ไหลลงมาบรรจบกับพื้นถ้ำโดยทั่วไป จะมีลักษณะลดหลั่นกันเป็นชั้น ๆ เหมือนคลี่นเล็ก ๆ เรียงซ้อนกันเป็นระเบียบสวยงาม ผมเป็นห่วงว่า หินย้อยที่เป็นคลื่นเหล่านั้น จะถูกเหยียบย่ำหรือจับต้องจนสึกกร่อนไปจากนักท่องเที่ยวทั้งโดยตั้งใจและไม่ตั้งใจ เพราะอยู่บนพื้นถ้ำริมทางเดิน และมืดด้วย




นี่ไงครับประกายแสงระยิบระยับของหินย้อยที่ต้องแสงเลเซอร์ ที่เป็นจุดขาวเล็ก ๆ ผมถ่ายติดได้แค่นี้ ถ้ามาเห็นด้วยตาจะสวยงามกว่านี้มากก..




ตรงหินย้อยเหล่านี้ก็เช่นกัน กล่าวกันว่างามราวกับเกล็ดเพชรทีเดียว เกล็ดเพชรเป็นยังไงผมยังไม่เคยเห็น แต่ยอมรับว่าเห็นประกายระยิบระยับนี้ในที่มืดแล้วสวยจริง ๆ



นอกจากนี้หินบางก้อนที่หักหล่นลงมากองบนพื้นถ้ำ ถ้าหากเอาแสงเลเซอร์ส่องแล้วก็จะเห็นทะลุเป็นผลึกใส สังเกตุแสงสะท้อนที่เกิดจากความใสของก้อนหินลงพื้นถ้ำ คุณสมจิตเล่าว่าหินเหล่านี้ถูกขโมยไปหลายก้อนแล้ว หินก้อนนี้มีขนาดใหญ่พอสมควร ยาวกว่าหนึ่งเมตร




หินที่เป็นผลึกใสนี้ยังสามารถพบเห็นเป็นก้อนเล็ก ๆ แทรกอยู่ตามซอกเล็กซอกน้อยของผนังถ้ำ ดังภาพนี้อยู่ในซอกกว้างยาวไม่ถึงหนึ่งฟุต (ผมพยายามถ่ายแล้วได้มาแค่นี้ และภาพที่ถ่ายมาก็ไม่เหมือนตามที่ตาเห็นเท่าไหร่ อยากรู้ต้องไปดูของจริง)



การเข้าชมถ้ำนอกจากจะห้ามเป็นคนขี้ขโมยแล้ว ยังมีข้อห้ามสำคัญคือไม่ควรสัมผัสกับหินใด ๆ ทั้งสิ้น เพราะสิ่งสกปรกและไขมันจากมือเราจะไปติดเข้ากับหิน ซึ่งทำให้ฝุ่นมาเกาะ ทำให้หินเหล่านั้นหมองคล้ำเปลี่ยนสี

ดังหินในภาพด้านซ้ายซึ่งอยู่ในระดับต่ำ จึงถูกนักท่องเที่ยวสัมผัสตลอดเวลาทำให้สีออกน้ำตาลและสกปรก ต่างกับหินที่อยู่ในระดับสูงขึ้นไปพ้นมือคน ในภาพขวา จะยังคงความขาวสะอาด เป็นธรรมชาติ




หินงอกและหินย้อยก้อนนี้มาพบกันครึ่งทางพอดี จึงเรียกว่าหินนัดพบ




แต่ก้อนนี้มาพบกันแล้วมีอันต้องแยกทางกัน เรียกว่าหินพบและจาก สาเหตุที่ทำให้เกิดรอยขาดจากกันนี้ สันนิษฐานว่าเกิดจากแผ่นดินไหว และหินก่อนนี้คงไม่มีโอกาสมาพบกันอีกเนื่องจากทางน้ำไหลอุดตัน ทำให้น้ำเปลี่ยนทิศทางไป



ต่างกับก้อนนี้พอจากกันแล้ว หวลกลับมาเชื่อมสัมพันธ์ไมตรีกันอีก ตรงรอยแยกมีน้ำใหลลงมาทำให้เกิดหินย้อยลงมาเชื่อมกัน แต่กว่าจะได้ขนาดนี้คงใช้เวลาหลายล้านปี





หินงอกกลุ่มนี้มีรูปร่างสวยงามหยดย้อย เหมือนชายผ้าแขวนพริ้วลงมา และมีสีขาวสะอาด เพราะโชคดีที่อยู่สูงเกินเงื้อมมือมุษย์




หินกลุ่มนี้ เป็นส่วนหนึ่งของหินย้อยที่แตกหักหล่นลงมาจากเพดาน ซึ่งหากมองขื้นไปยังเห็นร่องรอยเดิมอยู่ หินกลุ่มนี้มีความแปลกตรงที่ว่า หากเอาอะไรไปเคาะแล้ว จะเกิดเสียงดัง ผมแค่ใช้นิ้วเคาะก็เกิดเสียงกังวานใสปิ้งเหมือนเสียงระฆังดังไปทั่วถ้ำ แต่เคาะได้เพียงหินตัวอย่างกลุ่มนี้เท่านั้น ไม่อนุญาตให้ไปเคาะหินอื่น ๆ ตามผนังถ้ำ





นอกจากหินที่แตกหักตามธรรมชาติแล้ว ยังมีหลายส่วนที่เกิดจากน้ำมือมนุษย์ที่มาสกัดเอาไป เพราะรู้คุณสมบัติของหินเหล่านี้ ส่วนมากจะเกิดขึ้นก่อนที่บริเวณนี้จะประกาศเป็นเขตอุทยานเขาสามร้อยยอด ดังร่องรอยที่ปรากฎในภาพ







ตรงหลืบถ้ำใกล้กับกลุ่มหินระฆังจะมีแอ่งน้ำ ข้างแอ่งน้ำยังปรากฎชิ้นส่วนของหินระฆังก้อนหนึ่งหล่นมาพาดอยู่ เข้าไปดูใกล้ ๆ ว่ามีน้ำหรือไม่ ดูเหมือนมีน้ำใสแจ๋ว แต่ความจริงน้ำแห้งหมดแล้ว ที่เห็นนั้นเป็นเพียงคราบน้ำ







สีดำ ๆ ในภาพคือฝูงค้างคาวห้อยหัวเกาะบนเพดานถ้ำและตามปลายของหินย้อย ดังได้กล่าวในตอนต้นว่าผมไม่ชอบเที่ยวถ้ำก็เพราะไม่ชอบกลิ่นอับชื้นของถ้ำ โดยเฉพาะกลิ่นขึ้ค้างคาวนี่แหละ แต่ที่ถ้ำไทรนี้ผมไม่ค่อยได้กลิ่นเท่าไหร่ หรือมัวแต่ถ่ายภาพจนลืมได้กลิ่นก็เป็นได้ ภาพนี้ผมถ่ายโดยใช้แฟลชกดโดยไม่ต้องเล็ง เพราะบริเวณนี้มืดสนิท

คุณสมจิตบอกว่าใต้เพดานนี้ เป็นถ้ำลึกลงไปประมาณ 40 เมตร มืดมาก ฟังแล้วน่ากลัวเหมือนกันสำหรับนักท่องเที่ยวที่มาตามลำพัง





ที่ผนังถ้ำอีกด้านหนึ่ง คุณสมจิตฉายไฟให้ดูรูปร่างน่ารักของกลุ่มหินย้อยสีขาวปุยตัดกับผนังถ้ำสีเข้ม เป็นรูปคล้ายกับทารกกำลังคลาน (1) แต่บางคนเห็นเป็นกามเทพกำลังขยับปีกบิน ตามมาข้างหลังก็เป็นรูปสุนัขขนปุยน่ารักตาลีดำเหมือนมีคนเอาสีไปแต้ม (2) ถัดมาก็มีสุนัขอีกตัวกำลังแหงนหน้าเห่าเครื่องบินแต่ตัวนี้ไม่ค่อยชัดเท่าไหร่  ตัวสุดท้ายเป็นสุนัขพันธุ์พู้ดเดิ้ล (3)







หินรูปศิวลึงค์





หินรูปเจ้าแม่กวนอิม





ที่เห็นเป็นเส้นเล็ก ๆ ย้อยลงมา คือหลอดหินปูน เป็นหินที่ย้อยกลุ่มเล็ก ๆ ตรงปลายสุดจะมีหยดน้ำเกาะอยู่ หินเหล่านี้ข้างในเป็นโพรงและเปราะ หักง่าย นักท่องเที่ยวบางคนเห็นเป็นเส้นเล็ก ๆ สวยงาม ก็เอามือไปจับ จะด้วยเจตนาหรือไม่ก็ตาม ทำให้หลอดหินปูนหลุดติดมือมา เป็นการสร้างความเสียหายแก่ธรรมชาติที่ไม่ควรกระทำอย่างยิ่ง



จุดน่าสนใจแห่งหนึ่งของถ้ำไทรคือ สระโบกขรณี เป็นแอ่งน้ำซ่อนอยู่ใต้หินย้อยกลุ่มใหญ่ ขอบสระโค้งมนรูปทรงอิสระ ราวกับเป็นฝีมือของประติมากรเอก ตอนนี้ภายในสระแห้งไม่มีน้ำ แต่ในช่วงเดือนตุลาคมถึงเดือนพฤศจิกายน ภูมิประเทศแถบนี้นี้ฝนตกชุก จะมีน้ำขังเต็ม รวมทั้งแอ่งทุกแอ่งในถ้ำไทรนี้ก็จะมีน้ำขังเต็มด้วยเช่นกัน




มื่อเต็มแล้วน้ำก็จะไหลเอ่อล้นออกมายังเขื่อนเล็ก ๆ ที่ธรรมชาติสร้างลดหลั่นเป็นเชิงชั้นสวยงาม ซึ่งตรงนี้เรียกว่าเขื่อนถ้ำไทร ทำให้เขื่อนเหล่านี้นี้มีน้ำขังอยู่เต็มเปี่ยม ต่อจากนั้นก็จะไหลนองไปตามพื้นถ้ำ เหมือนกับมาทำหน้าที่ชะล้างทำความสะอาดให้กับถ้ำ ผมนึกภาพตอนน้ำเต็มเขื่อนคงสวยงามมากทีเดียว เห็นภาพ น้ำใส นิ่ง เรียบราวกับกระจก เป็นรูปทรงอิสระหลายแบบหลายขนาด จัดวางลดหลั่นกันลงมา......




หินย้อยตรงห้องโถงคูหาที่สองก่อนถึงปล่องถ้ำ มองแล้วคล้ายกับม้าน้ำ มีหัว มีปาก มีท้องป่อง แต่ม้วนหางไม่ได้ เพราะหางใหญ่ไปหน่อย




ส่วนหินงอกที่อยู่ด้านซ้ายของแมวน้ำคล้ายกับปลาโลมากำลังโผพุ่งจากผิวน้ำขึ้นไปจูบเพดานถ้ำ




หลังจากชมความ Amazing ที่ซ่อนอยู่ในเงามืดของถ้ำไทรแล้ว ก็ได้เวลาออกจากที่มืดเพื่อชมความ Amazing ด้านสว่างของถ้ำไทรบ้าง




เป็นความสว่างที่เกิดจากแสงของดวงอาทิตย์ที่สาดส่องลงมาจากปล่องถ้ำ ให้ความสว่างทั่วบริเวณ หินก้อนขวามือมีลักษณะคล้ายกับหัวช้างนั่นคือจุดที่น่าสนใจของถ้ำไทร แต่มุมนี้ยังมองไม่ชัดนักต้องไปดูจากมุมด้านล่างขึ้นมา




การเข้ามาชมความงามของถ้ำไทรในช่วงเดือนมีนาคมถึงพฤษภาคม ควรเข้ามาในช่วงเวลาประมาณเที่ยงถึงบ่ายโมง เพราะจะได้เห็นแสงอาทิตย์ส่องมายังบริเวณปล่องถ้ำอย่างเต็ม ๆหลังจากนี้แสงจะเคลื่อนขึ้นมาข้างบน ทำให้จุดไฮไล้ท์ของถ้ำไทรซึ่งอยู่ภายในปล่องถ้ำมืดลง

.



ภาพคุณไก้ด์สมจิตนี้ผมถ่ายเมื่อเวลา 13.11 น.สังเกตุแสงอาทิตย์ได้คล้อยเข้ามาข้างบนแล้ว ทำให้เวิ้งปล่องถ้ำด้านหลังคุณสมจิตมืดลง ต่างกับภาพข้างล่างที่ผมถ่ายก่อนหน้าเมื่อเวลา 12.36 น. แสงในปล่องถ้ำยังสว่างเห็นได้ชัดเจน




แสงสว่างจากปล่องถ้ำสาดส่องไปยังหินงอกหินย้อยโดยรอบ ทำให้หินเหล่านั้นเกิดน้ำหนักแสงเงา ทำให้เราได้เห็นรูปทรงที่งดงาม แปลกตา เกินกว่าที่จะบรรยาย



ผมลองเอาภาพข้างบนกลับหัว ทำให้ได้มุมมองอีกมิติหนึ่ง อย่างกับอยู่โลกในจินตนาการ ทำให้นึกถึงฉากในภาพยนตร์เรื่อง Avatar





น้ำหนักแสงเงาทำให้เราได้เห็นความมหัศจรรย์ที่ธรรมชาติสรรค์สร้างขึ้นมาได้ชัดเจนขึ้น




จากห้องโถงถ้ำในคูหาที่สอง คุณสมจิตพาเดินลงไปยังส่วนลึกที่สุดของถ้ำไทรเป็นจุดสุดท้าย เพื่อชมน้ำตกแห้งอันตระการตา ซึ่งเป็นจุดไฮไล้ท์ของถ้ำไทร

การขึ้นมาชมถ้ำไทรนอกจากจะต้องออกแรงปีนเขาขึ้นมาถึง 280 เมตรแล้ว เส้นทางภายในถ้ำยังต้องตะเกียกตะกายปีนขึ้นปีนลงอีกเป็นระยะทางพอสมควร ฉนั้นต้องออมแรงไว้ให้ดี





ด้านล่างสุดมีลานขนาดไม่กว้างนัก เรียกว่าลานวิปัสสนา เพราะมีผู้ขึ้นมานั่งวิปัสสนารวมทั้งคุณสมจิตด้วย มานั่งวิปัสสนากันตรงนี้บ่อย ๆ  กองหินเล็กกองนี้ก็เกิดจากนักวิปัสนาช่วยกันรวบรวมหินที่ร่วงลงมาอยู่กระจัดกระจายมากองรวมไว้  หลังก้อนหินเป็นซอกถ้ำเล็ก ๆ





จากลานวิปัสสนา ผมมองขึ้นไปบริเวณที่แสงอาทิตย์ส่องลงมาจากปล่องถ้ำ จุดที่เรียกว่าน้ำตกแห้ง เพราะเหมือนกับเป็นธารน้ำตกไหลลงมาเป็นชั้น ๆ  แต่แทนที่จะเป็นน้ำ กลับเป็นหินแห้ง ๆ บริเวณโถงถ้ำแห่งนี้เป็นเวิ้งขนาดใหญ่มาก





แต่ถ้าไม่มีสิ่งใดเปรียบเทียบอาจไม่ทราบว่าใหญ่แค่ไหน ครั้นจะหาใครมายืนเป็นแบบก็ไม่มี จึงนำภาพของผมที่ยืนถ่ายจุดเดียวกันจากข้างบนมาแปะ (ในวงกลมสีแดง) โดยปรับขนาดตามอัตราส่วนให้ใกล้เคียงที่สุด จึงพออนุมาณได้ว่าระยะจากปล่องถ้ำลงมาถึงตำแหน่งของคนนั้นสูงประมาณตึก 6 - 7 ชั้นทีเดียว




 

 

จุดเด่นของน้ำตกแห้ง คือหินย้อยรูปช้างตัวใหญ่ยืนขวางน้ำตก รับกับลำแสงส่องมาจากปล่องถ้ำในเวลาที่เหมาะสม ดังที่ผมได้กล่าวมาแล้ว





รอยแยกตามขวางตลอดหินรูปช้าง อาจจะมาจากแผ่นดินไหวเช่นเดียวกัน แต่รอยแยกนี้กลับทำให้รูปช้างเด่นชัดขึ้น



 


หินย้อยสีขาวเหนือหินรูปช้าง ดูดี ๆ เหมือนรูปคนตัวใหญ่ผมยาวประบ่า พุงพลุ้ย กำลังเดินข้ามน้ำตก แขนซ้ายกางออก มือขวาจับก้อนหิน เหมือนกำลังทรงตัวขณะก้าวเท้า




 

ด้านหน้าของช้างมีหินย้อยกลุ่มใหญ่ เหมือนกับน้ำตกไหลพริ้วลงมาเป็นสาย และตามผนังถ้ำจะเห็นหินย้อยเต็มไปหมด




หินตามพื้นถ้ำถัดจากหินรูปช้างลงมา เมื่อต้องแสงสว่างจะดูบางเบาเหมือนไม่ใช่หิน คล้ายกับปุยนุ่นหรือหิมะมากกว่า จุดนี้ผมก็อดเป็นห่วงอีกไม่ได้ว่านานไปอาจถูกเหยียบย่ำหรือถูกจับต้องโดยนักท่องเที่ยว ถ้าไม่มีมาตรการป้องกัน เพราะสามารถเดินเข้าถึงได้โดยง่าย

 



ได้เวลากลับออกจากถ้ำแล้ว.........


สรุปได้ว่าหลังจากที่ผมได้เข้ามาชมถ้ำไทรอย่างทะลุปรุโปร่งแล้ว ทำให้ทัศนคติที่ไม่ค่อยดีนักของผมเกี่ยวกับการเข้าถ้ำเปลี่ยนไปในทางที่ดีพอสมควร แต่ถ้าถามว่าให้กลับเข้ามาชมอีกครั้งได้ไหม...ขอตอบว่าไม่ไหวแล้วครับ......ครั้งเดียวก็เกินพอ

แต่ลึก ๆ แล้ว ผมยังอยากกลับมาถ่ายภาพแก้ตัวใหม่ คราวนี้จะเตรียมตัวศึกษาเทคนิคการถ่ายภาพรวมทั้งขนอุปกรณ์มาให้พร้อม  จึงได้แต่ฝากไปยังนักถ่ายภาพทั้งหลายว่า ถ้าอุปกรณ์พร้อม ใจพร้อม ที่สำคัญต้องกายพร้อม ถ้ำไทรก็เป็นความท้าทายอีกแห่งหนึ่ง



และขอแนะนำผู้ที่จะเข้ามาชมความ Amazing ของถ้ำไทร ควรติดต่อคุณสมจิตหรือลุงหมึกมาเป็นผู้นำชมดีกว่าเดินคลำเข้าไปเอง  ซึงหาตัวแกไม่ยากหรอก เพราะถ้าไม่ติดธุระที่ไหนก็จะประจำอยู่ที่ปากถ้ำข้างบน หรือลองถามคนให้เช่าไฟฉายข้างล่างก็ได้





Rate this item
(0 votes)
Last modified on วันศุกร์ที่ 05 สิงหาคม 2011 เวลา 22:23 น.

29 คอมเมนต์คอมเมนต์

  • Comment Link Susanna

    Appreciate the recommendation. Will try it out.

    วันเสาร์ที่ 02 กรกฏาคม 2016 เวลา 05:30 น. posted by Susanna
  • Comment Link see 3500 sporting programs

    Improbable products from yourself, mankind. I’ve realize ones own stuff well before and you’re just simply tremendously good. I actually love just what you’ve received in this article, unquestionably for example what you're expressing and also just how that you say it. You develop the item entertaining and you still take good care of to keep up it again clever. I can hang around to learn alot more of your stuff. This is certainly a great web-site.

    วันศุกร์ที่ 22 เมษายน 2016 เวลา 04:22 น. posted by see 3500 sporting programs
  • Comment Link Anthonykeld

    http://comprarcialisgenericomadrid.com/ cialis
    http://achetercialisgeneriquefrance.net/ cialis achat
    http://buypropeciagenericonline1mg.net/ propecia online
    http://orderkamagraonlineusa.net/ purchase kamagra

    วันอาทิตย์ที่ 29 พฤศจิกายน 2015 เวลา 15:31 น. posted by Anthonykeld
  • Comment Link PhilipPt

    http://acheterviagrageneriqueenligne1.com/ viagra acheter
    http://comprarviagragenerico25mg.com/ precio viagra
    http://acquistareviagragenericoonline.com/ viagra acquisto
    http://viagrakaufengenerika25mg.com/ viagra bestellen

    วันศุกร์ที่ 29 พฤษภาคม 2015 เวลา 03:22 น. posted by PhilipPt
  • Comment Link Vw T5 aftermarket speakers

    My partner and I stumbled over here from a different page and thought I might check
    things out. I like what I see so i am just following you. Look
    forward to finding out about your web page for a second time.

    วันพฤหัสบดีที่ 26 มีนาคม 2015 เวลา 10:15 น. posted by Vw T5 aftermarket speakers
  • Comment Link My response

    Hey, you used to write excellent, but the last few posts have been kinda boring

    วันจันทร์ที่ 23 กุมภาพันธ์ 2015 เวลา 04:24 น. posted by My response
  • Comment Link 楽天 アグ ムートンブーツ

    楽天 アグ ムートンブーツ Write more, thats all I have to say.
    Literally, it seems as though you relied on the video to make your point.
    You obviously know what youre talking about, why throw away your intelligence on just posting videos
    to your blog when you could be giving us something informative to read?
    アグ ムートンブーツ 丈

    วันเสาร์ที่ 21 ธันวาคม 2013 เวลา 23:17 น. posted by 楽天 アグ ムートンブーツ
  • Comment Link cheap michael kors

    http://www.freepharmacyplan.org/cheap-michaelkors.html - michael kors A to line of residents snaked around City Hall and seemingly every TV truck and radio station on the Central Valley was broadcasting outside. One fan wore Johnson's old Phoenix Suns jersey among the scores of Kings signs and jerseys while in the crowd. A small grouping of about 120 supporters from the plan wore white Tshirts with black letters that read "5 Votes.". п»їhttp://www.bwba.org/cheapuggs.html - uggs cheap http://www.lambtonwildlife.com/uggboots-onsale.html

    วันศุกร์ที่ 13 ธันวาคม 2013 เวลา 03:17 น. posted by cheap michael kors
  • Comment Link DerGecetice

    nadingpressure
    tuberculosisblockett23
    shoulderkhay
    leprosychica51
    mingionitreatment

    วันพฤหัสบดีที่ 05 กันยายน 2013 เวลา 02:16 น. posted by DerGecetice
  • Comment Link barbour ladies utility polarquilt jacket

    Very good blog post. I definitely appreciate this website. Keep it up! look my website: #http://iicm.ru/forum/index.php?/topic/584372-barbour-jackets-for-kids/

    วันจันทร์ที่ 26 สิงหาคม 2013 เวลา 19:28 น. posted by barbour ladies utility polarquilt jacket

Leave a comment

Make sure you enter the (*) required information where indicated.
Basic HTML code is allowed.

"กินและเที่ยวเรื่อยไปตามใจฉัน"

Wat*ka*Darin Contact

watkadarin Guest

เรามี 1302 บุคคลทั่วไป ออนไลน์

 

ขออภัย เนื่องจากถูก spam คุกคาม

จึงของดลงทะเบียนสมาชิกชั่วคราว

ลงทะเบียน