Amazing ถ้ำไทร 1

05ส.ค. 2011 Written by  Administrator


(ส่วนหนึ่งของทริปอุทยานเขาสามร้อยยอด เมษายน 2554)


ถ้ำไทร ตั้งอยู่ที่บ้านคุ้งโตนด ตำบลเขาแดง อำเภอกุยบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด หากมาจากที่ทำการอุทยาน ฯ  ให้ไปทางแหลมศาลา ผ่านหาดสามพระยา ก็จะเจอสามแยกมีป้ายเลี้ยวขวาไปถ้ำไทร แต่ถ้ามาจากปราณบุรีจะถึงก่อนอุทยาน ฯ ประมาณ 8 ก.ม. เมื่อถึงสามแยก ให้ตรงเข้าไป




แยกเข้าไปประมาณ 2 ก.ม.จะขึ้นเนินผ่านช่องเขาเพื่อข้ามไปยังบ้านคุ้งโตนดซึ่งอยู่หลังเขา ด้านหน้าติดทะเล แต่เดิมไม่สามารถผ่านไปได้เพราะมีภูเขากั้นอยู่ ทำให้ชาวบ้านคุ้งโตนดติดต่อกับโลกภายนอกด้วยความยากลำบาก เพราะต้องเดินข้ามเขาออกมา




มุมมองจากช่องเขาไปยังเส้นทางที่ผ่านมา




แต่เมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม 2513 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้เสด็จโดยเรือพระที่นั่งจากพระราชวังไกลกังวล หัวหิน มายังบ้านคุ้งโตนด  และทรงทราบว่าหมู่บ้านคุ้งโตนดนี้มีความยากลำบากในการสัญจรดังกล่าวมาแล้ว  พระองค์ ฯ ได้เสด็จไปทอดพระเนตรภูเขาที่ขวางหน้านั้น จึงได้มีพระราชดำริให้ระเบิดช่องเขาเปิดทางให้ตัดถนนเข้ามายังหมู่บ้านคุ้งโตนด




ถนนผ่านช่องเขาลงไปสุดที่ชายทะเล ตรงนี้เป็นท่าเทียบเรือประมง




ทางไปถ้ำไทรต้องเลี้ยวซ้ายไปอีก 800 เมตร ถ้าไม่มีป้ายบอกทางนี้คงงงเหมือนกัน ขอบอกไปยัง อบต.เขาแดงให้ช่วยทำป้ายถาวรสวย ๆ หน่อยนะครับ เพราะแต่ละวันมีรถนักท่องเที่ยวเข้ามาตลอดเวลา




ถนนจะเลียบทะเลซึ่งเป็นเขื่อนไปในตัว บรรยากาศสงบ ปลอดจากร้านค้าแผงลอย




มองย้อนกลับไปทางเดิม ด้านขวาจะมีเรือนพักสำหรับนักท่องเที่ยวประมาณ 5 - 6 หลัง บรรยากาศและสถานที่ดีมาก คืนแรกผมพักที่นี่แหละ ตอนแรกกะจะพักแค่คืนเดียวแต่ติดใจในหลาย ๆ อย่างจึงเพิ่มเป็น 3 คืน เอาไว้ผมจะรีวิวเรื่องราวของบ้านคุ้งโตนดเป็นการเฉพาะในครั้งหน้า




ถนนไปสิ้นสุดที่หน้าถ้ำไทรพอดี ตรงนี้มีที่จอดรถกว้างขวาง และมีร้านอาหารบริการหนึ่งร้านเป็นที่รู้จักของนักชิมพอสมควร ชื่อร้านถ้ำไทรซีฟู้ด




ที่ปากทางขึ้นถ้ำไทร มีบริการให้เช่าไฟฉายดวงละ 60 บาท มีผู้ให้บริการอยู่เจ้าเดียว




คนซ้ายมือคือคุณสมจิตหรือหมึก ร่วมชาติ สมาชิก อบต.บ้านเขาแดง ชาวบ้านคุ้งโตนดแต่กำเนิด เป็นผู้ที่มีความรักและผูกพันธ์กับถ้ำไทรมายาวนาน ทำหน้าที่เป็นไก้ด์ท้องถิ่นนำชมถ้ำไทรแต่เพียงผู้เดียวมาหลายปีแล้ว นักท่องเที่ยวที่เข้าไปชมถ้ำไทรหลายคนคงเคยใช้บริการ




บนเขาถ้ำไทร บ้านคุ้งโตนด เป็นสถานที่เพียงไม่กี่แห่งที่มีค่างแว่นอาศัยอยู่ ค่างแว่นตัวเล็ก ๆ ยังเด็กอยู่แต่หน้าตาอย่างกับคนแก่ตัวนี้ ถูกทิ้งไว้ในป่าคงตกจากต้นไม้ทำให้ขาหัก คุณสมจิตไปพบเข้าจึงนำมารักษาพยาบาลและเลี้ยงดู จนแทบจะกลายเป็นลูกอีกคนไปแล้ว




หลานคุณสมจิตกำลังป้อนนม ดูแล้วอย่างกับเด็กทารก



ที่จริงผมเป็นคนไม่ค่อยชอบเที่ยวถ้ำเท่าไหร่ เพราะไม่ชอบอยู่ในที่จำกัดและมืด รวมทั้งไม่ค่อยชอบกลิ่นอับ ๆ ภายในถ้ำด้วย ทริปนี้ของผมไม่ได้มีกำหนดการเที่ยวถ้ำเลย แม้แต่ถ้ำพระยานครซึ่งมักจะเป็นโปรแกรมหลักของการท่องเที่ยวอุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด ก็ไม่อยู่ในโปรแกรม ยิ่งทราบจากข้อมูลว่าต้องเดินปีนป่ายขึ้นเขาไปอีกหลายร้อยเมตรจึงจะถึงถ้ำแล้ว ขอบายดีกว่า




สำหรับถ้ำไทรนี้ก็เช่นเดียวกัน ไม่อยู่ในความคิดเลย ทั้ง ๆ ที่นอนพักอยู่หน้าถ้ำไทรนี่เอง เพราะวันก่อนผ่านมาดูลาดเลาเห็นเส้นทางแล้ว คิดว่าคงปีนขึ้นไปไม่ไหวเป็นแน่แท้ แต่เมื่อเย็นวานนี้ได้พูดคุยกับคุณสมจิต บรรยายความมหัศจรรย์และความงดงามของถ้ำไทร พร้อมกับการเสนอตัวเป็นไก้ด์นำชมให้และที่สำคัญคุยกันถูกคอสนุกเป็นกันเองดี จึงเปลี่ยนใจ เกิดแรงฮึด...ลองดูสักตั้งน่า ถือเป็นการวัดสมรรถภาพตัวเองไปในตัว

วันนี้คุณสมจิตมารับตั้งแต่ข้างล่าง เพราะปกติแกจะประจำอยู่บนปากถ้ำ ผมว่าถ้าไม่มีคนนำขึ้นไปตั้งแต่ต้นอาจจะล้มเลิกกลางคันก็ได้ เพราะเส้นทางวิบากกว่าที่คิด เป็นก้อนหินตะปุ่มตะป่ำ บางตอนก็ดูเหมือนไม่ใช่ทางเดิน




แรก ๆ ครูดารินทร์ยังยิ้มแฉ่งดีอยู่




เมื่อเดินขึ้นไปสักพัก ก็สามารถมองเห็นวิวทะเลในมุมสูง แต่เสียดายวันนี้ทัศนวิสัยไม่ดี ท้องฟ้าขมุกขมัว ทำให้มองเห็นได้ไม่ไกลเท่าไหร่




ต้นกระบองเพชรที่ขึ้นอยู่ข้างทางกอนี้ คุณสมจิตเล่าว่า เมื่อเดือนที่แล้วมีฝรั่งเสียหลักล้มไปในกอนี้ขณะเดินลงเขา ได้แผลจากหนามกันพอหอมปากหอมคอ แต่แปลกตรงที่ภรรยาที่มาด้วยไม่ได้ตกอกตกใจมากนัก พอเห็นสามีลุกขึ้นมาได้แล้ว ก็เดินตัวปลิวลงเขาต่อ ไม่อยู่ช่วยดึงหนามออกจากก้นคุณสามีเลย สงสัยผิดหวัง....?




ผมเห็นหนามแล้วสยองแทนฝรั่งคนนั้น แต่ถึงแม้มีหนามแหลมน่ากลัว ก็ยังมีความงามซ่อนอยู่




เดินขึ้นมาไม่ถึงครึ่งทางทั้งผมและครูดารินทร์ก็เริ่มออกอาการ  คุณสมจิตคงจับอาการได้ จึงไม่ได้รีบเร่งอะไร เดินไปหยุดพักไป พร้อมเล่าเรื่องต้นไม้ใบหญ้าและสิ่งต่าง ๆ ที่พบเห็นสองข้างทางไปเรื่อย




เช่นต้นพญาไร้ใบข้างหน้านี้ แกบอกว่ามีคุณค่าต่อคนในสมัยก่อนมาก แต่มีสรรพคุณด้านไหนก็ลืมไปแล้ว




แต่ต้นนี้จำได้ คือต้นมันหมู มีลูกเล็ก ๆ ออกมาได้ประมาณเดือนหนึ่ง ตอนนี้สีเขียวแต่สุกแล้วจะเป็นสีเหลือง เป็นผลไม้ป่าที่มีรสหวาน เก้งและกวางชอบมาก




และต้นนี้เรียกว่าต้นตับเต่า เป็นต้นไม้ป่าที่แปลก คือลูกของมันตั้งแต่ดิบไปจนถึงสุกจะมีสีเขียวตลอด มีเนื้อสีขาว รสหวาน แต่ตอนนี้ยังไม่ออกลูก





พร้อมกันนี้คุณสมจิตได้แนะนำวืธีเดินขึ้นเขา ให้ก้าวช้า ๆ ก้าวแบบสลับฟันปลาแล้วจะไม่ค่อยเหนื่อย แต่ถ้าเหนื่อยก็ให้หยุดพักเป็นช่วง ๆ อย่าฝืน สำหรับขาลงถ้าเป็นทางชันให้หันข้างก้าวลง ซึ่งตอนขาลงผมใช้วิธีการนี้ปรากฎว่าได้ผล เพราะช่วยลดน้ำหนักตัวที่กระแทกลงหัวเข่าได้เป็นอย่างดี




จากถ้ำไทรมีทางเดินเท้าไปถ้ำพระยานครได้ ระยะทางประมาณ 2-3 ก.ม.โดยต้องข้ามเขาถ้ำไทรลงไปยังที่ราบก่อนแล้วจึงขึ้นเขาไปอีกหนึ่งลูก




ทางเดินขึ้นถ้ำไทรนี้หากไม่มีวีรชน 14 ตุลา ก็จะลำบากกว่านี้ คงจำกันได้ว่าหลังเหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516 วีรชนซึ่งส่วนใหญ่เป็นนักเรียนอาชีวะและนิสิตนักศึกษา ต่างหลบหนีเข้าป่า และก็มีส่วนหนึ่งได้หลบหนีมาซ่อนตัวอยู่กับชาวบ้านคุ้งโตนด เพราะขณะนั้นยังเป็นป่าทึบและการคมนาคมยังไม่สะดวก




วีรชนที่หลบหนีมาที่นี่ส่วนหนึ่งเป็นนักเรียนช่างก่อสร้างอุเทนถวาย (ชื่อขณะนั้น) ได้ร่วมกับชาวบ้านคุ้งโตนดช่วยกันขนหินขนปูนขึ้นมาทำทางขึ้นถ้ำไทร โดยได้ลงชื่อไว้ในพื้นปูนอ่านได้ว่า "รุ่นวีรชน" และอีกขั้นหนึ่ง "เสือเหลือง 7เมษา 2517" คำว่าเสือเหลือง (ไม่ใช่เสื้อเหลือง) ในเหตุการณ์ 14 ตุลา คือกลุ่มของนักเรียนอาชีวะ ที่ทำหน้าที่เป็นแนวหน้า หรือถ้าเรียกให้เข้ากับสถานการณ์ปัจจุบันก็คือเป็นการ์ด ทำนองนั้น




เมื่อเดินขึ้นไปเหลืออีกประมาณ 30 เมตร จะถึงปากถ้ำแล้ว ครูดารินทร์กลับถอดใจ เนื่องจากมีปัญหากับรองเท้าซึ่งไม่คิดว่าจะต้องมาขึ้นเขา (หรือแกล้งกลบเกลื่อนสังขารกันแน่) จึงขอหยุดแค่ตรงนี้ปล่อยให้ผมกับคุณสมจิตขึ้นไปต่อ บอกว่าขอนั่งพักตรงนี้ก่อนแล้วจะค่อย ๆ เดินลงไปรอข้างล่างเอง




ตอนนั้นผมก็ชักท้อเหมือนกัน นึกในใจว่า..ตูจะไหวไหมนี่.. แต่คิดว่าอุตส่าห์ลงทุนมาถึงขั้นนี้แล้วและคงไม่มีโอกาสขึ้นมาอีกเป็นแน่ จึงกัดฟันสู้ต่อไป ในที่สุดก็มาถึงปากถ้ำจนได้ ใช้เวลาเดินทางประมาณครึ่งชั่งโมงกว่า ๆ พอขึ้นมาถึงแล้วกลับนึกชมตัวเองว่า...สมรรถภาพเราก็ไม่เลวแฮะ...

ผมสะพายกล้องไปสองตัวกันเหนียวคือ DSLR และ DSLR Like และให้ครูดารินทร์สะพายกล้องวิดีโอ แต่ในเมื่อครูดารินทร์ยอมแพ้ คุณไกด์สมจิตจึงรับภาระแทน ที่จริงอยากแบกขากล้องขึ้นมาเหมือนกัน แต่คิดถูกแล้วที่ไม่ได้เอามา (ภาพนี้ Capture จากวิดีโอฝีมือคุณสมจิต)



ถ้ำไทร มีระดับความสูงประมาณ 280 เมตร จากระดับน้ำทะเล เป็นถ้ำที่มีลักษณะภูมิประเทศแบบคาสต์ (Karst Topography) คือภูมิประเทศที่มีหินปูนในพื้นที่ที่มีคุณสมบัติละลายน้ำได้ โดยน้ำจะชะละลายหินออกไปมากจนมีลักษณะตะปุ่มตะป่ำเต็มไปด้วยหลุมบ่อ เกิดถ้ำและทางน้ำใต้ดิน ถ้ำไทรอยู่ในบริเวณเนินเขาหินปูนที่ได้ผ่านกระบวนการทางธรณีวิทยาดังกล่าว




นอกจากนี้ภายในถ้ำยังมีการสะสมตัวของตะกอนน้ำ หรือแร่แคลไซ้ต์ ทำให้เกิดลักษณะหินงอก หินย้อย หลอดหินย้อย หินปูนฉาบหรือหินน้ำไหล ซึ่งมีลักษณะที่สวยงาม บริเวณดังกล่าวแสดงถึงการสะสมตัวของหินปูนในน้ำทะเลน้ำตื้น และผ่านกระบวนการชะล้างกัดเซาะจากทางน้ำ ทำให้มีลักษณะของโพรงถ้ำ ถ้ำไทร จึงเหมาะสมเป็นแหล่งเรียนรู้ทางธรณีวิทยาและแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์




ปากทางเข้าถ้ำกว้างประมาณ 20  เมตร การเข้าถ้ำต้องเดินลงไปอีกนิดหน่อย เพื่อเข้าสู่ห้องโถงแรกซึ่งมีพื้นที่ประมาณ 300 ตารางเมตร




ผู้ค้นพบถ้ำไทรคือตาเอิบ ซึ่งเป็นคนแรกที่มาอยู่อาศัยที่บ้านคุ้งโตนด โดยตาเอิบรู้ว่าในบริเวณเทือกเขานี้ มีความอุดมสมบูรณ์ มีต้นไม้และผลไม้ที่รับประทานได้ สาเหตุที่ตาเอิบค้นพบถ้ำไทรนี้เพราะในขณะที่ตาเอิบออกหาผลไม้ ได้ยินเสียงปี่พาทย์ลอยมา จึงได้ตามเสียงนั้นไป จนเจอปากถ้ำ แต่เมื่อเดินเข้าไปกลับไม่ได้ยินเสียงปี่พาทย์ (สันนิษฐานว่าเสียงปี่พาทย์นั้นเป็นเสียงของพวกลับแล) ตาเอิบจึงได้สำรวจภายในถ้ำ พบว่ามีหินงอกหินย้อยงดงามมาก




และหินงอกหินย้อยเหล่านั้นลักษณะเหมือนกับต้นไทร ประกอบกับหน้าปากถ้ำมีต้นไทรขนาดใหญ่ขึ้นอยู่ จึงเรียกถ้ำที่ค้นพบนี้ว่า ถ้ำไทร (ปัจจุบันต้นไทรต้นนั้นได้ตายลงแล้วเนื่องจากพายุลินดา)




เมื่อเข้ามาภายในถ้ำ อากาศจะเย็นกว่าข้างนอก มีความรู้สึกเหมือนกับเข้าไปในห้องแอร์ ทำให้รู้สึกสบายตัวขึ้น เพราะตัวชุ่มไปด้วยเหงื่อ คุณสมจิตบอกว่าการเข้าชมถ้ำ ก่อนอื่นควรหยุดปรับอุณหภูมิร่างกายก่อน แต่ถึงไม่บอกผมก็จะยังไม่ไปไหนอยู่แล้ว ขอพักให้หายเหนื่อยพร้อมกับชมความงามในห้องโถงแรกนี้เสียก่อน





จุดแรกจากปากถ้ำเข้ามาก็จะพบกับปล่องถ้ำ เวลาที่ไปถึงประมาณเที่ยง มีแสงแดดส่องลงมาทำให้ภายในห้องโถงไม่มืด และอากาศไหลเวียนได้ดีไม่รู้สึกอึดอัด ทำให้เริ่มมีทัศนคติที่ดีต่อถ้ำบ้างแล้ว




ที่ปล่องนี้จะมีต้นไม้ขึ้นกลุ่มหนึ่ง ก่อนนี้มีต้นไม้ใหญ่ขึ้นคู่กันสองต้น สูงทะลุปากปล่องออกไปข้างนอกเอนพาดกันอยู่ ปัจจุบันเหลือต้นเดียว

มีเรื่องเล่าว่านานมาแล้ว มีหญิงสาวคนหนึ่งถูกจับตัวมาขังไว้ในถ้ำด้วยสาเหตุใดไม่ได้กล่าวถึง ได้หลบหนีโดยปีนต้นไม้สองต้นนี้ออกจากปล่องถ้ำไป ลัดเลาะลงเขาขออาศัยเรือประมงไปหลบอยู่ที่หมู่บ้านเล็ก ๆ แห่งหนึ่งใกล้กับถ้ำพระยานคร  หญิงสาวคนนั้นตอนนี้ยังมีชีวิตอยู่อายุประมาณ 70 ปี เป็นชาวหัวหิน ได้เล่าในภายหลังว่า ขณะที่ปีนต้นไม่อยู่บนปล่องถ้ำนั้น หากคนที่จับตัวมาพบเข้าก็จะกระโดดลงมาฆ่าตัวตายตรงนั้นเลย




หินย้อยตามผนังถ้ำในคูหาแรกนี้ยังไม่ค่อยสวยเท่าไหร่





หินย้อยก้อนนี้ สังเกตุให้ดี เหมือนแขนซ้ายของคนห้อยอยู่กับผนังถ้ำ ราวกับว่าตัวคนนอนคว่ำอยู่นอกถ้ำแล้วกำมือยื่นแขนซ้ายทะลุถ้ำลงมา





ใต้ปล่องถ้ำมีหินงอกก้อนหนึ่งมีผ้าสีห่มอยู่ มีชื่อเรียกว่าหินเจ้าแม่กวนอิม ซึ่งนักท่องเที่ยวผู้ที่เคารพนับถือจะมาสักการะขอพร กล่าวกันว่ามักจะประสบความสำเร็จ




ตรงกลางห้องโถงใกล้ทางเดิน มีหินงอกลักษณะคล้ายกับไก่ เรียกว่าหินรูปไก่ ผมก็ว่าเหมือนไก่จริง ๆ มีแม้กระทั่งจองงอยปาก




เมื่อหายเหนื่อยและปรับสภาพร่างกายให้เข้าที่เข้าทางแล้วก็พร้อมที่จะลุยต่อ คุณสมจิตเดินนำลงบันไดไม้เล็ก ๆ ทางซ้ายมือเพื่อไปสู่คูหาที่สอง นี่ถ้ามาเองโดยไม่มีไกด์คงไม่กล้าลงไป เพราะมืดและดูเหมือนซอกเล็กนิดเดียวไม่น่าจะมีอะไรข้างใน




มุมมองจากเชิงบันไดขึ้นมายังคูหาแรกที่เพิ่งลงมา




เมื่อเดินฝ่าความมืดเข้ามาในคูหาที่สองนี้ ผมตื่นตลึงกับภาพข้างหน้า เห็นภาพหินงอกหินย้อยเป็นเงาดำ ตัดกับแสงสว่างด้านหลัง ความรู้สึกเหมือนเข้ามาอยู่อีกโลกหนึ่ง




แต่ก่อนเข้าไปยังแสงสว่างข้างหน้า คุณสมจิตพาไปชมความงามและความมหัศจรรย์ ที่อยู่ซ่อนอยู่ในความมืดซึ่งเป็นพื้นที่ส่วนใหญ่ก่อน





การถ่ายภาพถ้ำครั้งนี้อาจกล่าวได้ว่าเป็นการถ่ายถ้ำอย่างเป็นเรื่องเป็นราวครั้งแรกของผมก็ว่าได้ ด้วยอุปกรณ์เท่าที่มี ประกอบกับอยู่ในที่มืด ปรับค่าอะไรไม่สะดวก จึงถ่ายมั่ว ๆ ไปเรื่อย

แต่ถาพส่วนใหญ่ ผมพยายามถ่ายโดยใช้แสงธรรมชาติกับแสงจากไฟฉายที่มีอยู่ดวงเดียว และเนื่องจากไม่มีขาตั้งกล้องจึงใช้วิธิเพิ่ม ISO อาจทำให้เกิดเม็ดหยาบบ้างก็คงพอทน เพราะอยากให้ได้บรรยากาศเหมือนเข้าไปชมจริง ๆ แต่ถ้าแสงน้อยไม่ไหวจริง ๆ ก็อาจใช้แฟลชบ้างผสมปนเปกันไป




เรื่มจากก้อนเล็กก้อนนี้ ดูคล้ายไดโนเสาร์เด็ก ๆ





หินงอกคล้ายหัวจระเข้





ลองตบแฟลชดูบ้าง บรรยากาศเปลี่ยนไปทันที แต่ทำให้มองเห็นจมูกจระเข้ชัดขึ้น





ต่ำลงมาจากหินจระเข้จะมีหินเหมือนนางเงือกนอนคว่ำชะเง้อมองขึ้นไปด้านบน เล่ากันว่าเงือกสาวตัวนี้คงเข้ามาเที่ยวถ้ำเพลินไปหน่อย น้ำทะเลลงเลยกลับบ้านไม่ได้ แต่ผมดูแล้วไม่ค่อยเหมือนเท่าไหร่ อาจเป็นที่มุมมองและแสงเงาก็ได้





มองขึ้นไปผนังถ้ำด้านบนจะเห็นหินที่ย้อยลงมาคล้ายกับดอกบัวตูมกลับหัว





หินย้อยบริเวณนี้เหมือนต้นไทรใหญ่มีกิ่งไทรห้อยระย้า ลานข้างใต้จึงเรียกว่าลานไทร ตาเอิบผู้ค้นพบถ้ำคงเข้ามาเห็นรูปลักษณะหินย้อยแบบนี้ จึงได้นำไปตั้งชื่อถ้ำไทร




หินก้อนนี้เรียกว่าอนุสาวรีย์ตาเอิบ ตั้งชื่อเพื่อเป็นอนุสรณ์แก่ตาเอิบผู้ค้นพบถ้ำไทร กล่าวกันว่ามีลักษณะคล้ายกับคนนนั่งชูมือขึ้นซ้ายไป และถ้าสังเกตุให้ดีตรงมือที่ชูขึ้นไปนี้เหมือนกับรูปคนนั่งชันเข่า




แต่บางคนว่าตรงนี้มีบางส่วนเหมือนกับพระพักตร์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวประทับยืน ทอดพระเนตรมายังผู้รับเสด็จ  สังเก็ตตรงฉลองพระเนตร (ศรชี้)






อ่านต่อ Amazing ถ้ำไทร 2


Rate this item
(0 votes)
Last modified on วันศุกร์ที่ 05 สิงหาคม 2011 เวลา 22:07 น.

17 คอมเมนต์คอมเมนต์

  • Comment Link Tap Titans Cheats

    Thanks , I have recently been looking for info approximately this topic for ages and yours is the
    greatest I've found out so far. However, what concerning the conclusion? Are
    you sure in regards to the source?

    วันเสาร์ที่ 13 มิถุนายน 2015 เวลา 13:50 น. posted by Tap Titans Cheats
  • Comment Link http://www.buyfiredoors.co.uk/oak-fire-doors-glass/

    Leaving an excellent quality piece of steak such as a rib-eye or New york city strip marinading for hours will certainly make the meat mushy.

    วันอังคารที่ 09 มิถุนายน 2015 เวลา 06:55 น. posted by http://www.buyfiredoors.co.uk/oak-fire-doors-glass/
  • Comment Link how you can help

    I got what you intend, regards for putting up.Woh I am lucky to find this website through google. "Money is the most egalitarian force in society. It confers power on whoever holds it." by Roger Starr.

    วันจันทร์ที่ 23 กุมภาพันธ์ 2015 เวลา 12:55 น. posted by how you can help
  • Comment Link full details

    I see something truly special in this site.

    วันศุกร์ที่ 19 ธันวาคม 2014 เวลา 17:21 น. posted by full details
  • Comment Link Luann

    Have you eveг thought about creating an ebook orr guest authoгing on other
    websites? I haѵe a blog centered on the same suЬjеcts you discuss and
    would love to have youu share some stories/information. I know my
    aսdience wouuld appreciate your work. If you're even remotely interested,
    feel fгee to send me ann email.

    วันเสาร์ที่ 01 พฤศจิกายน 2014 เวลา 22:58 น. posted by Luann
  • Comment Link Www.blendedbywindesheim.nl

    Marvelous, what a webpge it is! This weblog prexents valuable data to us, keep iit up.

    วันศุกร์ที่ 24 ตุลาคม 2014 เวลา 20:17 น. posted by Www.blendedbywindesheim.nl
  • Comment Link Edwardmi

    These goodbye upon the disaster gained via the nishant flavour, and will be though more roman.
    Garcinia Cambogia Extract
    Not, critically with li mi's fat cross government obesity unit 2009, emperor dezong continued to demand humans from various reviews and further instructed them just to inform li mi.

    วันจันทร์ที่ 28 เมษายน 2014 เวลา 12:29 น. posted by Edwardmi
  • Comment Link Williamea

    Nice post )
    http://jn7whs4k.com my blog

    วันอังคารที่ 15 เมษายน 2014 เวลา 16:31 น. posted by Williamea
  • Comment Link ทํางานผ่านเน็ต

    When I initially commented I appear to have clicked
    on the -Notify me when new comments are added- checkbox and from now on whenever a comment is
    added I receive four emails with the exact same comment.
    Perhaps there is a way you can remove me from that service?
    Cheers!

    วันพฤหัสบดีที่ 03 เมษายน 2014 เวลา 11:28 น. posted by ทํางานผ่านเน็ต
  • Comment Link vhenpuiw

    The last best thing about me is that I am very helpful. In 1981John Lennon, from the famous band the Beatles, was assassinated. http://www.astepbc.ca/clearance-canada-goose-snow-mantra-red-online.html - Clearance Canada Goose Snow Mantra Red online Onstoz http://www.brigaud.fr/canada-goose-couple-c-57/doudoune-chateau-parka-homme-noire-kensington-parka-femme-rouge-en-ligne-p-205.html - Doudoune Chateau Parka Homme Noire Kensington Parka Femme Rouge En Ligne
    http://www.inruss.no/parajumpers-jakke-menn-norge.html - Parajumpers Jakke Menn Grnrjx Mom, I miss you so much and I feel as if I cannot live without you. http://www.terredemalt.fr/parajumpers-perfect-homme-c-1_16/parka-boutique-france-parajumpers-perfect-homme-pas-cher-p-41.html - Parka Boutique France, Parajumpers Perfect Homme pas cher
    http://www.comchance.fr/canada-goose-femme/hybridge-lite-jacket-solde.html - Canada Goose Hybridge Lite Jacket 5423037052

    วันจันทร์ที่ 02 ธันวาคม 2013 เวลา 18:18 น. posted by vhenpuiw

Leave a comment

Make sure you enter the (*) required information where indicated.
Basic HTML code is allowed.

"กินและเที่ยวเรื่อยไปตามใจฉัน"

Wat*ka*Darin Contact

watkadarin Guest

เรามี 842 บุคคลทั่วไป ออนไลน์

 

ขออภัย เนื่องจากถูก spam คุกคาม

จึงของดลงทะเบียนสมาชิกชั่วคราว

ลงทะเบียน