ทัวร์ช้างบ้านกะเหรี่ยงรวมมิตร

ม.ค.042011

(บทความนี้เป็นเรื่องเก็บตกค้างปีเพราะผมไปเมื่อเดือน มกราคม 2011 ไปค้นเจอภาพเข้าโดยบังเอิญ ปัจจุบันข้อมูลอาจมีการเปลี่ยนแปลง)




จังหวัดเชียงรายมีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจอีกแห่งหนึ่งอยู่ห่างจากตัวเมืองเพียง 16 ก.ม. แต่อาจไม่เป็นที่แพร่หลายนักคือหมู่บ้านกะเรี่ยงรวมมิตร







บ้านกะเหรี่ยงรวมมิตร ตั้งอยู่ริมแม่น้ำกก ต.แม่ยาว อ.เมืองเชียงราย ประชากรส่วนใหญ่เป็นชนเผ่าประกอบไปด้วย กะเหรี่ยง,อาข่า,ลาหู่,ลีซอ,ม้ง,ไทลื้อ


การเดินทางวิธีที่สะดวกที่สุดก็คือโดยรถยนต์ส่วนตัวเริ่มจากห้าแยกพ่อขุนเม็งรายมหาราชมุ่งหน้าไปทาง อ.แม่จัน เมื่อข้ามสะพานข้ามแม่น้ำกกเจอสี่แยกให้เลี้ยวซ้ายไปตามถนนหมายเลข 1207 ขับไปเรื่อย ๆ ก็จะไปบรรจบกับถนนที่มาจากสะพานแม่ฟ้าหลวงให้เลี้ยวขวา ซึ่งจะมีป้ายบอกทางไปหมู่บ้านแม่ยาวหรือบ้านกะเหรี่ยงรวมมิตรเป็นระยะ


 

บ้านกะเหรี่ยงรวมมิตรอยู่ในเส้นทางล่องแพจากท่าตอน อำเภอฝาง โดยจะอยู่ทางซ้ายมือก่อนเข้าสู่ตัวเมืองเชียงราย วันที่ผมไปผมใช้เส้นทางออกจากตัวเมืองข้ามสะพานแม่ฟ้าหลวงผ่านเชิงสะพานซึ่งเป็นท่าแพจากท่าตอน ผมสังเกตุว่ากิจกรรมล่องแพค่อนข้างเงียบเหงาหรือผมไปไม่ตรงกับฤดูกาล





พอไปถึงบ้านกะเหรี่ยงรวมมิตรก็เงียบเหงาไม่แพ้กันเห็นมีรถตู้นักท่องเที่ยวไม่กี่คัน



 

 

สภาพถนนที่ตัดผ่านหมู่บ้าน




 

สองข้างทางเป็นร้านค้าจำหน่ายผลิตภัณฑ์พื้นเมืองและเพิงสาธิตการทอผ้า






ร้านนี้ผมเดินผ่านไปรอบแรกยังจับกลุ่มนั่งคุยและโทรศัพท์อยู่สงสัยยังไม่ไม่ได้เวลาเปิดร้าน ผมเห็นภาพนี้ทำให้นึกถึงสป็อตโฆษณาเครือข่ายโทรศัพท์มือถือค่ายหนึ่งซึ่งลงท้ายด้วยวลีเด็ดว่า...."เดี๋ยวนี้เขาปั๊ดต๊ะนาแล้ว...."




แต่เมื่อผมเดินย้อนกลับมาอีกรอบปรากฎว่าจัดร้านเรียบร้อยแล้ว พนักงานสาธิตเข้านั่งประจำที่ทำงานอย่างขมักเขม้น






สาวที่นั่งเล่นเมื่อกี้แปลงโฉมเป็นพนักงานขายทันที





หมู่บ้านกะเหรียงจะมีไม้แกะสลักเป็นรูปชายหญิงตั้งไว้ปากทางเข้า เป็นความเชื่ออย่างหนึ่ง





 

จุดขายที่สำคัญอีกอย่างของหมู่บ้านกะเหรี่ยงรวมมิตรคือ.....งูเหลือมยักษ์....ถ้าลำพังงูอย่างเดียวอาจไม่น่าสนใจเท่าที่ควร ต้องจับเด็กเข้าไปอยู่ในกรงด้วย หนูน้อยใจถึงคนนี้ว่าง่ายใครให้ทำเล่นกับงูยังไงก็ทำหมดโดยมีคุณพ่อคอยกำกับอยู่ข้าง ๆ แต่ละรอบจึงได้ทิปพอสมควร





 

มินิมาร์ท ไม่รู้ว่าป่านนี้ "ปั๊ดต๊ะนา" เป็นเซเว่น....หรือยัง





กิจกรรมที่สำคัญของหมู่บ้านกะเหรี่ยงรวมมิตรก็คือการขี่ช้างเดินชมหมู่บ้านถือเป็นไฮไล้ท์เลยก็ว่าได้ บริเวณนี้คือจุดที่เป็นปางช้างของเดิมแต่ตอนนี้ได้ย้ายไปยังที่ใหม่เลยหมู่บ้านออกไป ทำให้บริเวณนี้ซบเซาลงทันที






ร้านค้าส่วนใหญ่ปิดตัวเองลงเหลือแต่ร่องรอยว่าเคยคึกคักมาก่อน



 


แต่ยังมีหลายร้านยังทู่ซี้เปิดบริการอยู่เพราะตรงนี้จะเป็นจุดที่ช้างเดินขึ้นฝั่งหลังจากท่องแม่น้ำมาจากต้นทาง





 

 

อาหารช้าง


 

 

อาหารคน


 

 

วันที่ผมไปเป็นวันธรรมดาคิดว่าวันหยุดนักท่องเที่ยวคงหนาตากว่านี้





ฝรั่งนักท่องเที่ยวกลับบ้านกลับเมืองไปคงคุยฟุ้งน่าดูว่าฉันได้ขี่ช้างมาแล้ว




 

ไม่เฉพาะฝรั่งตัวผมเองก็ตั้งเป้าไว้ว่าไปถึงปางช้างทั้งทีจะต้องนั่งช้างให้ได้ ไม่ใช่เอาไว้คุยกับใครหรอก นั่งเพื่อจะได้ทำตัวให้ครบจากที่เคยโดนประชดประชันออกบ่อยว่า "(จะไป)ขึ้นช้างลงม้า(ที่ใหนก็เชิญ)....." ม้าเคยขึ้นและลงนานแล้วส่วนช้างยังไม่เคยขึ้น...





ปางช้างแห่งใหม่มีพื้นที่กว้างขวางดูมีมาตรฐานกว่าที่เก่ามีช้างผูกอยู่หลายเชือก






"เห็นช้างขี้อย่าขี้ตามช้าง" จะเป็นการเพิ่มภาระให้คนเก็บขี้ช้างเสื้อแดงคนนี้โดยใช่เหตุ





กลุ่มของร้านค้าสร้างขึ้นมาใหม่เป็นระเบียบเรียบร้อยขึ้น





ลำน้ำกกหน้าปางช้าง





นักท่องเที่ยวฝรั่งขึ้นมาจากเรือหางยาวคงโดยสารมาจากในเมือง การเดินทางมาบ้านกะเหรี่ยงรวมมิตรที่นิยมกันอีกทางหนึ่งคือโดยทางเรือซึ่งมีท่าอยู่เชิงสะพานแม่ฟ้าหลวง

 

 

ควาญช้างนั่งเม้าท์รอลูกค้า บางคนฆ่าเวลาด้วยการเล่นหมากฮ้อสโดยใช้พื้นม้านั่งเป็นกระดาน


 

 

ที่ขายตั๋วช้างโดยสาร สำหรับราคาค่าตั๋วไม่เท่ากันแล้วแต่รอบเล็กรอบใหญ่ ผมเลือกรอบเล็กใช้เวลารอบละครึ่งชั่วโมงค่าโดยสารคันละ....เอ้ย..เชือกละ 200 บาท นั่งได้สองคนแต่ผมนั่งคนเดียว


 

 

แผนที่เส้นทางนั่งช้าง





ผมว่าที่นั่งแคบไปนิดหนึ่งสำหรับสองคนเพราะติดราวกั้นด้านหน้าแต่ถ้าเป็นแฟนกันก็พอไหวออกจะกว้างไปด้วยซ้ำ




ได้เวลาออกเดินทางแล้วครับ





เริ่มจากเดินท่องแม่น้ำกกก่อน



 

 

ตอนช้างก้าวลงตลิ่งทำเอาผมหัวแทบทิ่มต้องคอยประคองตัวให้ดี





เห็นช้างตัวสูงใหญ่ เท้าหนา เดินเนิบ ๆ นึกว่านั่งแล้วจะนิ่มเหมือนรถยุโรปชั้นดี พอสัมผัสของจริงเข้าตรงกันข้ามสิ้นเชิง...มีทั้งโยกซ้าย โยกขวา เด้งหน้า เด้งหลังครบชุด





ยิ่งตอนเดินท่องน้ำ เท้าแต่ละข้างจะจมลึกลงไปในน้ำสลับกันขึ้นลง ๆ ทำให้ต้องเอียงซ้ายทีขวาทีเอวเคล็ดเอวคลอน เวลาถ่ายรูปไม่มีโอกาสจับกล้องเล็งเพราะอีกมือต้องเกาะราวที่นั่งให้แน่น






จึงได้แต่กดชัตเตอร์เดาสุ่มไปเรื่อย ทำให้ไม่มีภาพบรรยากาศสวย ๆ ตอนท่องน้ำเลย




ก่อนขึ้นฝั่งตรงปางช้างเก่าควาญช้างหันมาขอเอากล้องบอกว่าจะถ่ายรูปให้นึกว่าแกจะนั่งถ่ายตรงนั้น ที่ไหนได้เล่นโดดลงไปยืนถ่ายอยู่บนฝั่ง ทิ้งให้เรานั่งช้างอยู่คนเดียวพร้อมกับตะโกนบอกช้างให้ปีนขึ้นไปเอง (ด้วยภาษาอะไรไม่รู้ และด้วยภาษานี้เขาจะคุยกับช้างไปตลอดทาง)




เจอแบบนี้ก็ทำเอาเสียวซิครับ....และแทนที่ช้างจะรีบขึ้นฝั่งทันทีกลับอ้อยอิ่งถะเหลถะไหลเก็บผักเก็บหญ้าเป็นครู่ใหญ่กว่าจะก้าวขึ้นฝั่ง ระหว่างนั้นควาญช้างก็เปลี่ยนมุมถ่ายภาพไปเรื่อย งานนี้สงสัยแกเตี้ยมกับช้างเรียบร้อยแล้ว  (แต่ดูภาพที่ถ่ายแล้วฝีมือใช้ได้คุ้มกับการถูกโดดเดี่ยวบนหลังช้าง)





เห็นไหมครับผมนั่งคนเดียวก็อืดเต็มที่นั่งแล้ว





จากแม่น้ำเดินขึ้นมาออกถนนใหญ่ผ่านร้านค้าร้านที่ผมเดินผ่านมาเมื่อเช้าได้เห็นอีกมุมหนึ่งก็แปลกดี





แล้วเลี้ยวเข้าถนนซอยเส้นหนึ่ง




 

ถนนคอนกรีตเรียบอย่างนี้ค่อยนั่งสบายหน่อยแต่ยังไงก็ยังโยกซ้ายโยกขวาอยู่ดี


 

ระหว่างทางผ่านเพิงขายอาหารช้างควาญช้างก็บังคับช้างให้จอดเพื่อกระจายรายได้สู่ชุมชน





ตอนแรกผมสงสัยว่าเขาจะซื้อขายกันยังไง ที่แท้ก็ใช้วิธีง่าย ๆ แบบนี้นี่เอง






ผ่านเพิงที่มีชาวบ้านกำลังทอผ้าถือว่าสร้างบรรยากาศได้ดี





รวมทั้งบรรยากาศทุ่งนาป่าเขา





จากเส้นทางนี้ถ้าเป็นรอบใหญ่คงพาไปขึ้นเขาแต่รอบประหยัดอย่างของผมเข้าไปไม่นานก็เลี้ยวออกสู่ถนนใหญ่เดินทางกลับยังจุดเริ่มต้น ใช้เวลาครบครึ่งชั่วโมงพอดี






 

 

ออกจากหมู่บ้านกะเหรี่ยงรวมมิตรผมขับรถกลับลงมาตามทางเดิม แล้วย้อนเลาะอีกฝั่งของแม่น้ำกกขึ้นไปอีกรอบ มาถึงจุดชมวิมตรงข้ามบ้านกะเหรี่ยงรวมมิตร จากภาพนี้เป็นบรอเวณปางช้างเก่าที่ควาญช้างปล่อยผมอยู่คนเดียวแล้วแกโดดลงไปถ่ายรูปนั่นแหละครับ


 

 

ไปตามถนนนี้อีกไม่ไกลเป็นที่ตั้งของอุทยานลำน้ำกก ซึ่งมีระยะทางห่างจากตัวเมืองเชียงรายประมาณ 20 ก.ม.





อุทยานลำน้ำกกยังไมีมีบ้านพักเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการ แต่มีสถานที่กางเต้นท์พร้อมห้องน้ำไว้บริการ ในหน้าหนาวบรรยากาศน่ามากางเต้นท์นอนเหมือนกัน วันนั้นเห็นมีผู้เก็บเต้นท์ขึ้นรถแล้วสองราย



 


ขอจบทริปนี้ด้วยภาพบ่อน้ำร้อนภายในอุทยานลำน้ำกกบ่อน้ำร้อนนี้ไม่ร้อนเท่าไหร่นัก พออุ่น ๆ แช่ไข่ไม่สุกสามารถเอามือลงไปจุ่มได้สบาย




 

 

แก้ไขล่าสุด ใน ต.ค.082013

"กินและเที่ยวเรื่อยไปตามใจฉัน"

Wat*ka*Darin Contact

watkadarin Guest

เรามี 335 บุคคลทั่วไป ออนไลน์

 

ขออภัย เนื่องจากถูก spam คุกคาม

จึงของดลงทะเบียนสมาชิกชั่วคราว

ลงทะเบียน