G&M German Sausage

ก.พ.242011




G&M German Sausage ร้านไส้กรอกเยอรมัน หรือร้านขาหมูดอยสะเก็ดอันโด่งดังในโลกไซเบอร์ ซึ่งเป็นเป้าหมายหนึ่งของนักชิมทั้งในและต่างประเทศพยายามดั้นด้นมาชิมกัน โดยการบอกต่อ ๆ กันมา เพราะทางร้านไม่เคยมีการโฆษณาประชาสัมพันธ์เลย ที่สำคัญเส้นทางเข้ามาก็ลำบากยากเย็นแสนเข็ญ แม้แต่ผมอยู่เชียงใหม่แท้ ๆ ไปตามลายแทงที่ก้อปต่อกันมา ยังเคยหลงเลย


ในการเขียนถึงร้านไส้กรอกและขาหมูดอยสะเก็ดของผมนี้ จะไม่เน้นการแนะนำอาหารเพราะมีผู้ชวนชิมไว้เยอะแล้ว แต่จะเล่าถึงตำนานรักข้ามขอบฟ้าก่อนที่จะมาเป็น G&M German Sausage ทุกวันนี้

เริ่มจากชื่อก่อน G มาจากชื่อของ Mr. Gunter  Dingeldein ส่วน  M นึกว่าจะเป็นชื่อของภรรยาคือคุณสุไพร ดิงเกลไดน์ แต่ดูแล้วไม่เห็นมีตัวเอ็มตรงไหน ที่แท้ M เป็นผลิตผลของคุณสุไพรกับคุณกึนเทอร์ คือ มินตรา Mintra ลูกสาวคนโต เมธิชัย Mathichai ลูกชายคนกลาง และเมลานี่ Melanie ลูกสาวคนสุดท้อง ผมว่าที่จริงน่าจะตั้งชื่อว่า G&3M ไปเลย





เมื่อยี่สิบกว่าปีมาแล้ว คุณกึนเทอร์ หนุ่มเยอรมัน มาเที่ยวเชียงใหม่พร้อมกับเพื่อนอีก  4 คน พักที่โรงแรมคชสาร ซึ่งเขาเป็นคนชอบเมืองไทยมาก เคยมาเที่ยวหลายครั้งแล้ว ขณะนั้นคุณสุไพร กำลังเรียนอยู่ที่วิทยาลัยอาชีวะเชียงใหม่ เป็นเด็กฝึกงานอยู่ที่นั่น





ในวันที่คุณกึนเทอร์  และเพื่อน ๆ กลับเยอรมัน  แต่บังเอิญมีที่นั่งบนเครื่องเหลือเพียง 4 ที่นั่งเท่านั้น คุณกึนเทอร์ จึงเป็นผู้เสียสละให้เพื่อนไปก่อนเพราะมีความจำเป็นต้องรีบกลับไปทำงาน คุณกึนเทอร์ ซึ่งมีแต่ตั๋วเครื่องบิน กับเงินติดตัวอีกนิดหน่อย  ระหว่างรอเงินจากทางบ้าน เงินก็จะหมดแล้ว จึงคิดว่าน่าจะกลับมาเชียงใหม่ เพื่อจะหวังพึ่งความมีน้ำใจของพนักงานโรงแรมคชสาร ที่เคยมาพัก

ซึ่งก็ไม่ผิดหวัง โดยมีนางเอกของเรื่องคือ คุณสุไพร คอยช่วยเหลือเรื่องอาหารการกิน พอแก้ขัดไปได้ หลังจากทางบ้านคุณกึนเทอร์  ส่งเงินมาให้แล้ว ด้วยความซาบซึ้งในน้ำใจไมตรีที่คุณสุพรมอบให้ หรืออาจจะปิ้งกันแล้วก็ได้ จีงเอ่ยปากชวนคุณสุพรไปทำงานที่เยอรมัน โดยรับประกันว่ามีงานทำแน่ ทั้งนี้ได้มอบเงินส่วนหนึ่งเป็นค่าเดินทางด้วย




ด้วยบุพเพสันนิวาสหรืออะไรก็แล้วแต่ ทำให้ความรักข้ามขอบฟ้าเรื่องนี้เกิดขึ้น ทั้ง ๆ ที่คุณสุไพรบอกว่าแรก ๆ ไม่ค่อยชอบขี้หน้าคุณกึนเทอร์  ด้วยซ้ำไป




หลังจากทั้งสองได้แต่งงานอยู่กินด้วยกันมาที่เยอรมัน 5 ปี จึงชวนกันกลับมาตั้งโรงงานไส้กรอกที่เมืองไทย เพราะคุณกึนเทอร์  เป็นผู้ที่มีฝีมือการทำไส้กรอก  เพราะได้ศึกษาและทำงานด้านนี้มาโดยตลอด โดยมาปักหลักตั้งโรงงานที่บ้านม่วงโตน อำเภอดอยสะเก็ด เชียงใหม่ ซึ่งเป็นบ้านเกิดของคุณสุไพร แต่มันก็ไม่ได้ง่ายอย่างที่ทั้งสองวางแผนไว้ แรก ๆ เมื่อทำเสร็จแล้วก็นำไปเสนอขายยังที่ต่าง ๆ




คุณสุไพรเล่าว่า....ได้นำตัวอย่างไปแจกให้ชิมตามร้านอาหารบ้าง เข้าไปหาฝ่ายจัดซื้อของโรงแรมบ้าง แต่ก็ยังไม่มีลูกค้าสั่งเข้ามาอย่างเป็นกอบเป็นกำ ระหว่างนั้น Mr. Gunter ก็หารายได้เลี้ยงครอบครัวด้วยการทอดกล้วยแขกขายกับรับผลไม้มาขายเลี้ยงครอบครัว ซึ่งในช่วงนั้นถือว่าเป็นช่วงที่บีบคั้นจิตใจคุณกึนเทอร์  และคุณสุไพรมาก จึงคิดว่าต้องกลับไปทำใจที่เยอรมันสักพัก โดยให้คุณพ่อคุณแม่คุณสุไพรดูแลกิจการทางนี้ไปพลางก่อน





เมื่อเมฆหมอกแห่งความเลวร้ายผ่านไป เพราะหลังจากกลับไปเยอรมันไม่นานก็ได้ข่าวว่า มีคำสั่งซื้อจากลูกค้ามากมาย ทำให้ทั้งสองตื่นเต้นดีใจมาก จึงเดินทางกลับมาเมืองไทยอีกครั้งหนึ่ง เรื่องราวของ G&M German Sausage จึงเริ่มนับแต่บัดนั้น เมื่อ 17 ปีมาแล้ว โดยช่วงแรกผลิตไส้กรอกขายอย่างเดียว ส่งตามที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศ มาจนทุกวันนี้ ส่วนร้านอาหารเริ่มภายหลังอีกสองปีนับจากนั้น




วันนั้น วันที่ผมไปรับประทานอาหาร มีโอกาสคุยกับคุณกึนเทอร์กับคุณสุไพรที่ร้าน G&M Sausage ซึ่งทั้งสองเป็นคนพูดน้อยแต่มีอัธยาศัยดีมาก ผมคะยั้นคะยอให้คุณกึนเทอร์คุยเป็นภาษาไทย แกได้แต่ยิ้มไปยิ้มมาสลับกับจิบเบียร์สัญชาติไทย บอกว่าพูดได้นิ้ดโหน่ย... ผมก็บอกแกว่าผมก็พูดเยอรมันได้นิ้ดโหน่ยเหมือนกัน เพราะสมัยหนุ่ม ๆ เคยแอบไปเรียนภาษาเยอรมันที่สถาบันเกอเธ่ ถนนพระอาทิตย์ แต่ตอนนี้พูดได้แค่สวัสดี กู๊ตเต้นท้าก กับนับหนึ่งถึงสิบแค่นั้นเอง..

.




แต่ก็ได้คุณหนุ่ย ซึ่งเป็นผู้จัดการอ้อฟฟิสมาช่วยเสริม พร้อมกับพาไปชมเบื้องหลังการผลิตด้วย เสียดายตอนที่เข้าชมนั้นเป็นช่วงบ่ายซึ่งกระบวนการผลิตได้ผ่านไปแล้ว จิงได้ดูเฉพาะห้องเย็นเก็บวัตถุดิบและไส้กรอกที่สำเร็จแล้ว แต่ก่อนที่จะจากมาคุณสุไพรยังได้บอกว่า ถ้าจะต้องการชมรายละเอียดทั้งหมดก็สามารถนัดมาได้






ตู้รมควันซึ่งคุณหนุ่ยบอกว่า ที่นี่ใช้อบแบบธรรมชาติล้วนไม่เหมือนที่อื่นซึ่งใช้ ผงรมควัน ซึ่งบางครั้งทำให้ไส้กรอกไม่ค่อยแห้ง โดยที่ G&M นี้ใช้ไม้มะม่วงเป็นตัวรม ทำให้แห้งสนิทและเป็นธรรมชาติด้วย ระหว่างถ่ายตู้นี้ ืคุณหนุ่ยบอกว่าให้รออีกแป้บหนึ่ง เวลารมควันใกล้จะเสร็จแล้ว จะเปิดตู้ให้ชม แต่เนื่องจากมีเวลาจำกัดจึงขอผลัดไว้คราวหลัง





ตอนนี้นอกจากกิจการไส้กรอกและร้านอาหารแล้ว คุณสุไพรและคุณกึนเทอร์ ยังมีห้องพักแบบโฮมสเตย์แถว ๆ หมู่บ้านม่วงโตน เปิดบริการแก่นักท่องเที่ยวมี 8 ห้อง ราคาคืนละ 1000 บาท มีอาหารเช้าที่ร้าน G&M ด้วย ซึ่งมีลูกค้าทั้งชาวไทยและต่างประเทศจองมาตลอดเวลา

นี่ครับใบจองขึ้นป้ายอยู่ที่ข้างฝา ตอนแรกผมก็ไม่รู้ว่ารูปพวกนี้คืออะไร คิดว่าเป็นสถานที่ ที่คุณสุไพรและคุณกึนเทอร์ไปเที่ยวมา เพราะมีรูปวัดวาอารามสำคัญ ๆ ในภาคเหนือ







และใบจองเก่า ๆ ที่มีอยู่เป็นปึก





ส่วนมากคนจะรู้จักอาหารยอดฮิทของที่นี่คือไส้กรอก แฮม และขาหมูเยอรมัน แต่คุณสุไพรบอกว่าความจริงแล้วมีผลิตภัณฑ์จำหน่ายกว่า 50 ชนิด โดยมีคนทำงาน 20 กว่าคน นอกจากนี้ยังตอบคำถามผมว่า สาเหตุที่มีลูกค้ามากมายก็เพราะรสชาติ ความเป็นเอกลักษณ์ของอาหารและการบริการ ที่สำคัญราคาไม่แพงถ้าเปรียบกับร้านประเภทเดียวกันที่ตั้งอยู่ในเมือง ทั้งนี้เพราะทำเองขายเองไม่มีค่าใช้จ่ายด้านสถานที่ เพราะที่นี่เป็นบ้านของคุณสุไพรเอง ในปัจจุบันทางร้านมีการขยับขยายไปด้านหลังจากเดิมที่มีเฉพาะด้านหน้าเท่านั้น ทำให้สามารถรองรับลูกค้าได้ถึง 150 คน





นี่เป็นตัวอย่างอาหารที่ผมกับครูดารินทร์สั่งในวันนั้น เริ่มจากไส้กรอกรวม





สปาเก็ตตี้จานนี้มีชื่อว่าอะไร ก็ลืมไปแล้ว




แฮมพันหน่อไม่ฝรั่ง





สเต็กกับมันบด





ขนมปังกระเทียม




และที่ขาดไม่ได้ ขาหมูเยอรมัน ซึ่งร้านอาหารดัง ๆ หลายร้านในเชียงใหม่ก็สั่งจากที่นี่ไปขาย




ขณะผมกำลังถ่ายภาพอาหารก็มีแหม่มชาวอ้อสเตรเลียคนนี้มาร่วมแจมถ่ายด้วย สอบถามได้ความว่าได้ข้อมูลจากเว็บ และก็เช่ารถดั้นด้นมาสองคนตายาย นับถือจริง ๆ ที่สามารถมาหาจนเจอได้ ขนาดผมเคยมาแล้วหลายครั้ง มาครั้งนี้ยังเลี้ยวผิดไปทีหนึ่งเลย





นอกจากนี้ทางร้านยังมีไส้กรอกและแฮมหลากชนิดสำหรับซื้อกลับบ้าน ในราคาถูกกว่าไส้กรอกทั่วไปที่ขายตามห้างพอสมควร







แก้ไขล่าสุด ใน ส.ค.022011

"กินและเที่ยวเรื่อยไปตามใจฉัน"

Wat*ka*Darin Contact

watkadarin Guest

เรามี 287 บุคคลทั่วไป ออนไลน์

 

ขออภัย เนื่องจากถูก spam คุกคาม

จึงของดลงทะเบียนสมาชิกชั่วคราว

ลงทะเบียน