แกงเนื้อมะรุม

ก.พ.132011

 

 

ปัจจุบันนี้ "มะรุม" (ทางเหนือเรียกว่า "บะค้อนก้อม") กำลังเป็นพืชสมุนไพรที่กำลังมาแรงแซงโค้ง เพราะตั้งแต่รากยันดอกมีสรรพคุณทางยามากมายมหาศาล ผมคงไม่ต้องลอกการบ้านมาลง เพราะถามอากู๋แป้บเดียวก็รู้ แต่จะมาเล่าเมนูล่าสุดที่ครูดารินทร์เิ่พิ่งทำเสร็จ รับประทานกับขนมจีนเป็นมื้อกลางวันที่ผ่านมา



 

 

ตอนที่ผมจะปลูกต้นมะรุมหลายปีมาแล้ว ก็มีบางท่านทักท้วงไว้ว่าไม่ควรปลูกไว้หน้าบ้าน เพราะคนทางเหนือมีความเชื่อว่า ปลูกมะรุมแล้วคนในบ้านจะถูกโรคทั้งหลายมารุมเร้า บางท่านก็ว่าจะมีคนมารุมขอสตางค์ไม่หยุดหย่อน ในข้อนี้ปัจจุบันน่าจะจริง แต่จะมีคนมารุมขอฝักมะรุมไปแกงมากกว่า ข้อห้ามนี้ผมว่าน่าเป็นเพราะกิ่งมะรุมมันเปราะ หักง่ายมากกว่า เด็ก ๆ อาจจะไปปีนแล้วตกลงมาก็ได้


 

 

ที่หลังบ้านผมมีอยู่สองต้น เล็กต้นใหญ่ต้น หน้านี้กำลังออกฝัก ครูดารินทร์เอาดอกกับฝักอ่อน ๆ ที่เปลือกยังไม่แข็งลักษณะคล้ายกับถั่วฝักยาวมาผัดน้ำมันหอยก็อร่อยดี ฝักแก่อย่างในรูปคนเหนือถือว่าแก่เกินแกงแล้ว เพราะทางเหนือนิยมตอนยังเอ๊าะ ๆ ไม่แก่ขนาดนี้ (แกง "บะค้อนก้อม" ทางเหนือคนละสูตรกับแกงส้มมะรุมของทางภาคกลาง และสูตรทางเหนือนิยมแกงทั้งฝักโดยตัดเป็นท่อนยาวประมาณนิ้วครึ่ง ลักษณะตัดเป็นท่อนนี้แหละ ภาษาเหนือเรียกว่า "ก้อม")

 

 

และเอาฝักหนุ่ม(ค่อนข้างแก่) มาผ่า ขูดเอาแต่เนื้อนำไปแกงส้มหม้อหนึ่งแล้ว ยังมีเหลืออีกในตู้เย็น จึงลองเอามาแกงเผ็ดใส่เนื้อ ผมตั้งชื่อว่าแกงเนื้อมะรุมโดยใส่มะรุมแทนมะเขือ เป็นการเปลี่ยนบรรยากาศบ้างเพราะเคยแต่แกงส้ม

 

 

เครืองแกงก็สูตรแกงเผ็ดทั่วไป ข่า ตะไคร้ พริกแห้ง หอม กระเทียม ผิวมะกรูด กะปิ ที่ขาดไม่ได้คือกะทิ และตรงนี้ขอบันทึกไว้เป็นประวัติศาสตร์ชาติไทยหน่อยว่า ยุคนาย...ก คนปัจจุบัน  กะทิสดจาก ก.ก.ละ 40 บาท ที่ยืนราคานี้มานานพอสมควร แต่วันนี้ (13 กุมภาพันธ์ 2554) ราคาพุ่งพรวด แพงขึ้นเท่าตัวเป็น ก.ก.ละ 80 บาท ครับผม

เครื่องแกงเหล่านี้ผมเก็บมาจากในสวนสด ๆ ครับ (สำหรับวิธีทำและสูตรน้ำพริกของครูดารินทร์ ผมไม่ได้บันทึกไว้ เพราะเห็นแกซอย ๆ หั่น ๆ โยนใส่เครื่องปั่น ไม่ทันได้ชั่งตวงวัด)


 

 

และไม่ลืมเด็ดใบโหระพาที่กำลังออกดอก เพื่อนผมที่เป็นอาจารย์สอนเกษตรเคยบอกว่า ใบโหระพา กระเพรา ถ้าออกดอกแล้วให้เด็ดดอกทิ้งซะ ไม่งั้นมันจะแก่และหมดอายุขัย ตอนนี้เลยถือโอกาสเด็ดยอดที่กำลังผลิดอกทุกช่อ มาใสแกงเนื้อมะรุมเสียเลย ที่เหลือเอาไว้กินแกล้ม

ไม่นานมานี้ ผมเคยไปกินใบโหรพาแกล้มก๋วยเตี๋ยวเรือ(เอี้ยมจุ้น)รังสิต ตกใจว่าทำไมใบมันช่างใหญ่โตมโหฬารอะไรเช่นนี้ ที่สำคัญไม่มีกลิ่นและรสเหมือนกับใบโหรพาสักนิด จืดสนิท

(ภาษาเหนือเรียกต้นไม้ที่กำลังออกช่อ ผลิดอกแบบนี้ว่า "ออกจี๋" และเรียกสาววัยแรกรุ่นว่า "สาวจี๋")


 

 

เสร็จเรียบร้อยแล้วครับ ฉีกใบมะกรูดกับใบโหระพาโรยหน้าเสียหน่อย ไม่สวยช่างมัน เพราะไม่ใช่ Food Stylist เสียดายน้ำแกงสีไม่ค่อยแดงเท่าไหร่ เป็นเพราะพริกแห้ง แต่รสเผ็ดและอร่อยใช้ได้ ถ้าได้พริกบางช้างก็สวย ส่วนพริกสดสีแดงที่ใส่เพิ่มสีสันนั้น ไม่ได้มีรสชาติอะไรเลย จึงพออนุมาณได้ว่า ไอ้ที่สวย ๆ หล่อ ๆ นั้น อาจเป็นได้แค่ไม้ประดับเท่านั้น

 

 

แก้ไขล่าสุด ใน ก.พ.132011

"กินและเที่ยวเรื่อยไปตามใจฉัน"

Wat*ka*Darin Contact

watkadarin Guest

เรามี 784 บุคคลทั่วไป ออนไลน์

 

ขออภัย เนื่องจากถูก spam คุกคาม

จึงของดลงทะเบียนสมาชิกชั่วคราว

ลงทะเบียน