ลาบไก่บ้านโฮ่ง

ก.พ.262011

มีร้านอาหารหลายร้านซึ่งตั้งขึ้นมาไม่ค่อยถูกต้องตามหลักการตลาดเท่าไหร่นัก เช่น ไม่อยู่ในที่ชุมนุมชน ตั้งอยู่ในที่ลึกลับซับซ้อน ไปมาลำบาก แถมยังไม่มีการโฆษณาประชาสัมพันธ์อีก แต่กลับมีลูกค้าไปอุดหนุนกันตรึม แสดงว่าร้านนั้นต้องมีทีเด็ดอะไรพิเศษ ตัวอย่างเช่นร้าน G&M ไส้กรอกขาหมูเยอรมันดอยสะเก็ด ที่ผมรีวิวไปแล้ว วันนี้ผมขอแนะนำอีกร้านหนึ่งเป็นร้านอาหารพื้นเมืองภาคเหนือคือร้าน "ลาบไก่บ้านโฮ่ง" ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากบ้านผม แต่เข้าซอยไปซะลึกเชียว


 

 

"ลาบไก่บ้านโฮ่ง" ต้นตำหรับตั้งอยู่ที่บ้านโฮ่ง จังหวัดลำพูน แรก ๆ เป็นร้านเล็ก ๆ เปิดขายเมื่อ 20 กว่าปีมาแล้ว ตอนเปิดขายใหม่ ๆ ใช้ไก่วันละตัวแค่นั้นเอง ชื่อร้านก็ไม่มี ตอนหลังรถขายน้ำอัดลมยี่ห้อหนึ่งนำป้ายโลโก้มาติดพร้อมกับตั้งชื่อร้านเสร็จสรรพว่าลาบไก่บ้านโฮ่ง จึงได้ชื่อนี้นับแต่นั้นมา

แต่ลาบไก่บ้านโฮ่งที่ผมจะแนะนำนี้ไม่ได้อยู่บ้านโฮ่ง จังหวัดลำพูน แต่อยู่ที่บ้านหนองอึ่ง ตำบลสันป่าเปา อำเภอสันทราย เส้นทางไปดอยสะเก็ด จากเชียงใหม่ประมาณ 6 กม.พอถึงคลองเหมืองห้า เลี้ยวซ้ายเข้าถนนบ้านเหมืองห้า ขับตามถนนลัดเลาะชมวิวไปเรื่อย ๆ เดี๋ยวก็เจอจนได้ ร้านนี้ผมพาใครไปชิม หลังจากนั้นเป็นต้องมาชวนผมให้พาไปกินอีก (เพราะไปเองไม่ถูก) หรือถ้ารู้จักทางแล้วก็จะพาคนอื่นไปกินอีกหลายครั้ง อย่างนี้นี่เองที่เขาเรียกว่าบอกต่อกันปากต่อปาก




ร้านลาบไก่บ้านโฮ่งนี้เป็นร้านอาหารทำกันเองในครอบครัวของสองสามีภรรยา คือคุณอารีย์และคุณบัวบาน ดวงสมบัติ โดยคุณอารีย์ซึ่งมีประสบการณ์ด้านร้านอาหารมาพอสมควร เล่าว่าตอนหนุ่ม ๆ  เคยไปทำงานร้านอาหารถึงภูเก็ต และก่อนที่จะมาเป็นลาบไก่บ้านโฮ่งที่บ้านหนองอึ่งนี้ คุณอารีย์ได้นำสูตรลาบไก่บ้านโฮ่งดั้งเดิมซึ่งเป็นของพี่เขยมาร่วมกันเปิดร้านลาบไก่บ้านโฮ่งสาขา 2 ที่หน้าศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่  เมื่อประมาณสิบปีมาแล้ว โดยคุณอารีย์เล่าว่ากิจการกำลังไปได้ดีทีเดียว มีลูกค้ามาอุดหนุนคับคั่ง แต่ละวันใช้ไก่มาทำลาบหลายสิบตัว





แต่พอมาเจอวิกฤตไข้หวัดนกเมื่อหลายปีก่อน ซึ่งตอนนั้นคงจำกันได้ว่าคนไทยไม่กล้ากินผลิตผลจากสัตว์ปีกทุกชนิด จนกระทั่งนายก ฯ และรัฐมนตรีต้องออกมากินไก่โชว์ออกทีวี แต่ก็ไม่ทำให้กิจการลาบไก่ของคุณอารีย์และพี่เขยดีขึ้น เมื่อวิกฤตหนักขึ้นจึงต้องเลิกราไปโดยปริยาย ต่อมาภายหลังได้รับความอนุเคราะห์จากพี่สาวอีกคนหนึ่งคือคุณรัชนีและคุณธวัช เครื่องร้อน ให้มาเปิดกิจการที่หน้าบ้านซึ่งมีที่ว่างอยู่ ณ บ้านหนองอึ่งแห่งนี้ เมื่อ 3 ปีมาแล้ว





สถานที่แห่งนี้แม้จะอยู่ลึกมาจากถนนใหญ่ (เชียงใหม่ – ดอยสะเก็ด) พอสมควร แต่นับว่าเป็นทำเลที่สวย เพราะอยู่ตรงคุ้งน้ำที่ไหลมาจากเขื่อนแม่กวง  และมีฝายทดน้ำอยู่หน้าร้านพอดี ระหว่างรับประทานอาหารจะได้ยินเสียงน้ำตกจากฝาย แหมือนกำลังนั่งอยู่ท่ามกลางน้ำตกทีเดียว ยิ่งถ้าเป็นฤดูฝนน้ำมากจะเห็นน้ำตกลงมาเต็มแผงสวยงาม





มองไกลไปด้านตรงข้ามเป็นทิวทัศน์ของทุ่งนาซึ่งตอนนี้ต้นกล้ากำลังเขียวชอุ่ม ดูแล้วโล่งสะบายตา




บรรยากาศของร้าน เป็นกันเองง่าย ๆ เหมือนกับนั่งกินอยู่กับบ้าน



ยิ่งตอนเย็นแดดร่มลมตกแสงแดดสาดส่องได้มุมกำลังสวย เหมาะกับการนั่งละเลียดเครื่องดื่มที่ถูกใจไม่น้อย



นั่งดูเด็ก ๆ เล่นน้ำ ครูดารินทร์ดูแล้วรำพึงรำพันว่านึกถึงสมัยเด็ก ตอนนั้นก็ชอบเล่นโดดน้ำตีลังกาในแม่น้ำหน้าบ้านแบบนี้แหละ  คุณบัวบานเล่าว่าวันหยุดเสาร์ อาทิตย์ หรือตอนปิดเทอม จะคึกคักมากกว่านี้




มุมหลังสุดนั่นแหละมุมโปรด ที่นั่งประจำของผมกับครูดารินทร์ ร้านนี้ถ้ามาตอนกลางวันและตอนเย็น ๆ ลูกค้าค่อนข้างแน่น ทางที่ดีควรโทรสั่งจองก่อน (วันอาทิตย์หยุด) ส่วนมากลูกค้าจะเป็นขาประจำ และขาจรที่บอกต่อกันมาดังที่ผมได้กล่าวไว้ตอนต้น แต่ช่วงนี้คุณอารีย์บ่นว่าลูกค้าลดลงพอสมควรสงสัยเศรษฐกิจไม่ค่อยดีมั้ง แต่ผมว่าลูกค้าที่หายไปคงไปรอคิวซื้อน้ำมันปาล์มมาทำกับข้าว มากกว่า




นอกเหนือจากบรรยากาศซึ่งเป็นองค์ประกอบหนึ่ง ตอนนี้มาดูอีกองค์ประกอบหนึ่งคืออาหารซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้มีลูกค้าดั้นด้นมาหารับประทานถึงที่นี่ เอกลักษณ์อาหารของร้านลาบไก่บ้านโฮ่งนี้จะเน้นอาหารพื้นเมืองภาคเหนือ หรือเรียกกันว่า "กับข้าวเมือง" ซึ่งมีรายการอาหารไม่มากนัก แต่แต่ละรายการรสชาติ "ถึงเครื่อง" ใช้ได้ โดยเฉพาะเมนูลาบไก่ และลาบทั้งหลายอันประกอบด้วยลาบหมูลาบควาย ลาบปลา แต่ขอก่อนว่าลาบดังกล่าวเป็นรสชาติทางเหนือนะครับ ซึ่งจะแตกต่างกับลาบอีสานโดยสิ้นเชิง เมนูลาบสูตรทางเหนือโดยทั่วไปจะไม่ใส่มะนาวเหมือนกับลาบอีสาน แต่จะเน้นความหอมของสมุนไพร เช่นมะแขว่น ดีปลี เป็นต้น

นี่คือตัวอย่างอาหาร เริ่มต้นด้วยเมนูลาบไก่ คุณอารีย์ซึ่งเป็นพ่อครัวใหญ่บอกว่า ไก่ต้องสด และเครื่องปรุงจะเน้นเครื่องเทศ สมุนไพร ที่ขาดไม่ได้คือหัวหอมซอยทอดให้เหลืองกรอบ โรยหน้าด้วยหนังไก่ทอดกรอบ




ลาบปลา เครื่องปรุงก็คล้ายกับลาบไก่ แต่เพิ่มตะไคร้ทุบสับละเอียดลงไปด้วยเพื่อดับคาว พรัอมกับบีบมะนาวให้มีความเปรี้ยวนิดหนึ่ง




ลาบเนื้อ (ดิบ) ซึ่งเครื่องปรุงที่ใช้คลุกเคล้า ทางเหนือเรียกว่า "พริกลาบ" เป็นสูตรเฉพาะของที่นี่ ถ้าใครเห็นลาบดิบ ๆ แล้วสยอง ก็สั่งเป็นลาบสุกหรือลาบคั่วได้




สิ่งที่ขาดไม่ได้สำหรับอาหารประเภทลาบก็คือผักสดสำหรับกินแกล้ม (ทางเหนือเรียกว่า "ผักกับลาบ") แต่ผักที่ผมนำลงข้างล่างนี้ คุณอารีย์เด็ดมาจากหลังร้าน บอกว่าชื่อ "ผักซาอุ" พร้อมเล่าเกร็ดที่มาว่าคนงานไทยนำพันธุ์มาจากประเทศซาอูดิอารเบีย ผมชิมดูแล้วรสชาติเหมือนกับผักชีล้อม ที่นิยมกินกับลาบอีสาน แต่ฝาดนิด ๆ ผมว่าคนงานไทยที่ซาอุ ฯ ซึ่งส่วนมากเป็นคนอีสานคงใช้ทดแทนกัน และแอบนำมาปลูกในเมืองไทย (เดาเอานะครับ..ใครมีความรู้ด้านนี้ช่วยวิเคราะห์ให้ที)




คั่วแคกบ




และไก่




ต้มยำฮ้วนไข่ คือพวงไข่อ่อนที่อยู่ในท้องไก่




ต้มซุปเอ็นเนื้อ รสแซบถึงใจ




เมนูมีทั้งภาษาไทยและอังกฤษ



คงสงสัยว่าร้านแบบนี้มีลูกค้าชาวต่างประเทศด้วยหรือ แรก ๆ ผมก็เคยสงสัยเหมือนกัน แต่พอมาหลายครั้งเข้าจะเห็นฝรั่งมานั่งกันเป็นล่ำเป็นสันพอสมควรจึงได้หายสงสัย และที่หายสงสัยโดยสิ้นเชิง ก็เพราะผมสังเกตุว่าเดี๋ยวนี้ ย่านนี้ หรือย่านไหน ๆ ในเชียงใหม่จะพบฝรั่งมาอยู่อาศัย (กับภรรยาคนไทย) ค่อนข้างหนาตา ตามร้านชำในหมู่บ้านตอนเย็น ๆ จะเห็นฝรั่งตาน้ำข้าวนั่งซดเบียร์ไทย ตราสัตว์ใหญ่ทั้งมีเล็บและก็มีงวงกันเป็นแถว...

คุณอารีย์เล่าว่าแถวนี้มีฝรั่งมาอยู่กันเป็นหมู่บ้านเลย โดยมีคนไทยเป็นนายหน้า มีการดำเนินการคล้ายกับธุรกิจบ้านจัดสรร ประกาศขายทางอินเตอร์เน็ต มีแบบบ้านให้เลือก (พร้อมแม่บ้านหรือเปล่าก็ไม่รู้.....เอาไว้วันหลังผมจะหาโอกาสทำสกู้ปเรื่องนี้โดยเฉพาะ...)




กระดานเมนูแนะนำ สำหรับราคาอาหารของร้านนี้เมื่อเทียบกับปริมาณและคุณภาพแล้ว ผมว่าจุดนี้ก็เป็นอีกองค์ประกอบหนึ่งที่ทำให้มีลูกค้ามาอุดหนุนสม่ำเสมอ เมื่อตอนปีใหม่ที่ผ่านมาผมพาลูกชาย ลูกสะใภ้และหลานชายที่มาจากกรุงเทพ มาสั่งอาหารรับประทานกันเต็มโต๊ะ พอเช็คบิลลูกชายผมเห็นราคาเข้าถึงกับอุทานออกมาว่า...หา...คิดผิดหรือเปล่า...?




ขอปิดท้ายบรรยากาศยามเย็นและตอนอาทิตย์กำลังลับขอบฟ้า





แก้ไขล่าสุด ใน ส.ค.012011

"กินและเที่ยวเรื่อยไปตามใจฉัน"

Wat*ka*Darin Contact

watkadarin Guest

เรามี 843 บุคคลทั่วไป ออนไลน์

 

ขออภัย เนื่องจากถูก spam คุกคาม

จึงของดลงทะเบียนสมาชิกชั่วคราว

ลงทะเบียน