ไปกินหอย ตอนที่ 2

เขียนโดย วัฒนาพร
ส.ค.282009



เช้าวันนี้ได้เวลากินหอยเสียที ขับรถกลับเส้นทางเดิม แต่คราวนี้เริ่มจากหาดเจ้าสำราญ ตรงไปบ้านแหลมไม่หลงเข้าเมืองเพชรเหมือนเมื่อวานแล้ว ขับชมนกชมไม้ ชมวัดวาอารามมาเรื่อย พอเลยบ้านแหลมมาหน่อย เจอแยกหนึ่งทางขวา ป้ายบอกว่าไปแหลมเหลว เห็นชื่อแปลกดีจึงลองขับเข้าไป

 





เข้าไปไม่ไกลก็สุดถนนไปไหนไม่ได้แล้ว ด้านหนึ่งเป็นคลอง มีหมู่บ้านชาวประมงอยู่เต็ม

 





ด้านหน้าเป็นทะเลเวิ้งว้างสุดลูกหูลูกตา

 





ตรงนี้ขึ้นป้ายร้านอาหาร "ทับทิมทองแหลวเหลว อาหารทะเลสดซดบรรยากาศ" ขวางอยู่ ปรึกษากับครูดารินทร์ว่าจะลองเข้าไปดูดีไหม ? เพราะย้งเช้าอยู่ไม่ค่อยหิวเท่าไหร่ แต่ใหน ๆ ก็มาแล้วอย่างน้อยลองซดบรรยากาศดูสักตั้งก็ได้

 





จึงตัดสินใจเดินเข้าสะพานไม้ยาวเหยียดไปร้านอาหาร ระหว่างทางมีสะพานแยกเชื่อมไปบ้านอยู่อาศัยที่ตั้งอยู่กลางน้ำตลอดทาง

 





ด้านหลังบ้านที่หันออกทะเลใช้เป็นลานเอนกประสงค์ของครอบครัว ด้านหน้าที่ติดสะพานทางเดิน บางบ้านนำหอยแครงสด ๆ ที่เพิ่งงมขึ้นมา (ขาว่ายังงั้น) กับปลาหมึกตากแห้ง และกะปิออกมาขาย ขอแนะนำว่าควรซื้อติดมือไปได้เลย เพราได้ของดีและราคาย่อมเยาว์กว่าข้างนอก

 





สะพานทอดไปป่าโกงกาง และที่ขาดไม่ได้คือหมู่ลิงแสม

 





แต่ลิงแสมที่นี่ผมว่านิสัยดี ไม่ค่อยมายุ่งกับคนเหมือนที่ดอนหอยหลอด

 





พอเข้าไปนั่งซดบรรยากาศ เออ เข้าท่าแฮะ ได้เหมือนกับนั่งกินอยู่กลางทะเลจริง ๆ มองท้องฟ้ากว้าง รับลมเย็น ๆ ที่ค่อนข้างแรง ดูสีน้ำกับสีท้องฟ้าที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา

 





เหมือนนั่งดูหนัง Widescreen ยังไงยังงั้น

 





นึกถึงนกนางนวล ลิฟวิงสตัน

 



ดูเรือที่ออกไปหาหอยหาปลา

 

 



และบางลำหาได้แล้วก็กลับเข้าสู่ฝั่ง

 

 

กลับบ้านใครบ้านมัน

 

 



ร้านนี้ตอนผมไปถึงเวลาประมาณสิบโมงเช้า ดูวังเวงไมมีลูกค้าเลย รู้สึกชักยังไงอยู่เหมือนกัน แต่พอกินเสร็จกลับออกมาใกล้เที่ยง คนเริ่มทะยอยมาจนแน่น  สังเกตจากป้ายทะเบียนรถส่วนมากจะเป็นคนในพื้นที่

 



กินเบียร์ล้างปากรอหอย ตอนแรกก็ไม่รู้จะสั่งอะไรเหมือนกัน ถามอาหารแนะนำ เด็กเสิร์ฟก็แนะนำเมนูหอย จึงลองสั่งหอยแครงลวกซึ่งเป็นอาหารโปรด นอกนั้นเป็นเมนูของครูดารินทร์เค้า

ไปได้ข้อมูลภายหลังว่า ชายทะเลแถบนี้ ไล่มาตั้งแต่ คลองโคน วังตะบูน บ้านแหลม เป็นแหล่งหอยแครง หอยแมลงภู่ที่ดีแห่งหนึ่ง ฉนั้นอาหารแนะนำที่นี่จึงเป็นเมนูหอยและอาหารทะเลทั้งหลาย เพราะเป็นย่านหมู่บ้านชาวประมง จึงต้องมีของทะเลสดอยู่แล้ว

 

 




มาแล้วครับหอยแครงลวก พร้อมกับปลาดุกทะเลผัดฉ่า และข้าวผัดปู เหลือต้มยำทะเลน้ำข้นยังไม่มา

 





ดูหอยชัด ๆ หอยที่นี่ถึงแม้ขนาดจะไม่โตเหมือนหอยใหญ่สุราษฎร์  ฯ แต่ขนาดพอดี้ พอดี อวบ เนื้อแน่นเต็มเปลือก และสำคัญคือสดจากทะเล

 





เล็งหอย แล้วค่อย ๆ อ้าหอย

 

 




เลียหอย สัมผัสความสดของหอย ไม่ผิดหวังจริง ๆ ครับ หอยสดไม่คาว น้ำหอยชุ่มฉ่ำลิ้น ขากลับเลยซื้อกลับบ้านหลายโล ๆ ละ 20 บาทเท่านั้น เอาไปกินต่อที่บ้านให้จุใจ วันที่ไปซื้อคนขายที่เป็นยายดีใจใหญ่ บอกว่าวันนี้ขายดีเห็นทีจะต้องลงไปงมมาอีกแล้ว กินที่กรุงเทพยังเหลือ ก็เอาไปกินต่อถึงเชียงใหม่ยังสดอยู่เลย แต่มีเคล็ดลับว่าอย่าเอาหอยเข้าตู้เย็นให้วางแผ่โชว์เอาไว้ยังงั้นแหละ และถ้ายังไม่กินก็อย่าเพิ่งล้างน้ำเดี๋ยวหอยจะเหม็น จะอยู่ได้หลายวัน แต่ถ้าคิดจะเก็บไว้กินนานกว่านี้ควรลวกพอหอยสดุ้ง แล้วเก็บไว้ในตู้เย็นเวลากินเอามาลวกน้ำร้อนอีกที ยังสดซิง ๆ กว่าไปซื้อหอยสดที่แลบลิ้นอ้าแดงแจ๋ตามตลาดหรือตามห้าง (ที่เชียงใหม่) เสียอีก

 





เวลาผ่านไปอีกสามเดือน เมื่อวันขึ้นปีใหม่ วันที่ 1 มกราคม 2552 เป็นธรรมเนียมที่ผมกับครูดารินทร์ปฏิบัติมาหลายปีแล้วว่าจะต้องขับรถออกไปที่ไหน ๆ ซักแห่ง ปีนี้มาฉลองปีใหม่ที่กรุงเทพ จึงชวนกันไปกินของทะเลแถบนี้อีกดีกว่า ขากลับยังได้แวะซื้อของทะเลทั้งสดทั้งแห้งที่ที่ตลาดริมทางรถไฟสถานีแม่กลอง ตุนไปกินเชียงใหม่ด้วย จึงได้กลับไปกินหอยสด ๆ ที่นี่อีกครั้ง

รายการอาหารที่สั่งวันนั้นนอกจากเมนูหอยแล้ว ยังมีอาหารพิเศษคือแกงส้มใบชะครามใส่ปูไข่อีกด้วย ซึ่งปริศนาของใบชะครามดังเกริ่นมาแล้วข้างต้นจะได้เวลาเฉลยซะที ไปคราวนี้พอขับรถมาถึงวังตะบูนเห็นเขากำลังเอาหอยขึ้นจากทะเลที่ท่าเทียบเรือ ตรงนั้นมีร้านอาหารเป็นเรือใหญ่ตั้งอยู่ จึงแวะเข้าไปดู มีหอยแครงกับหอยแมลงภู่ที่คนงานกำลังแซะให้หลุดออกมาจากพวงใหญ่พร้อมกับขูดทำความสะอาดเปลือกหอย ตรงนี้มีแม่ค้ารับซื้อชั่งกิโลกันเป็นเข่งเลย กว่าผมจะขอแบ่งซื้อมาได้ต้องเดินวนเวียนตามตื้อเจ้อยู่นาน เพราะเจ้แกไม่สนใจเลย แต่ก็คุ้มกับการรอคอยเพราะได้ของสดแท้จากทะเล

 





ช่วงนี้นาเกลือจะมีเกลือที่ตกผลึกเป็นเกลือแล้วกองเป้นหย่อม ๆ ไม่เป็นผืนนาเรียบเหมือนเมื่อครั้งก่อน ผมเห็นแล้วนึกถึงหนังเรื่องหนึ่งที่จตุพล ภูอภิรมย์ เล่นเป็นครั้งแรกคือหนังของท่านมุ้ย เรื่อง "ทองพูนโคกโพธิ์......." ฉากเปิดเรื่องเป็นภาพของนาเกลือมมีกองเกลือแบบนี้ และมีกังหันลมด้วย ซึ่งเดี่ยวนี้ไม่ค่อยมีแล้ว ตอนนั้นผมยังไม่เคยเห็นนาเกลือจริง ๆ จึงถือว่าเป็นภาพทิวทัศน์ที่แปลกใหม่ ตื่นตาตื่นใจมาก

เขียนมาถึงตรงนี้นึกถึงตอนไปทะเลครั้งแรกในชีวิต ขณะเรียนอยู่ ม. 6 โรงเรียนอำนวยศิลป์ พญาไท คุณพ่อไปราชการที่กรุงทพ ฯ พาไปเที่ยวทะเลที่บางแสน เมื่อสัมผัสน้ำทะเลครั้งแรกขอเปิดเผยความลับเลยว่า ผมวักน้ำทะเลมาชิม ว่ามันเค็มเหมือนที่เคยรู้มาก่อนหรือไม่

 





กองเกลือกับเงาสะท้อนในน้ำที่มีเงาของท้องฟ้าสีครามเคยเห็นแต่ระยะไกล คราวนี้ได้มาสัมผัสในระยะใกล้ พยายามมองหาหนอนแต่ไม่เจอซักตัว แสดงว่าเป็นเกลือที่ดีเพราะยังไม่กลายเป็นหนอน  มองอีกมุมหนึ่งก็เหมือนกับฉิ่งประกบกัน ฉิ่งจริง ๆ นะครับ ไม่ใช่ฉิ่งที่ดาราสาวในยุคปัจจุบันที่ชอบเอาไปตีกัน เพราะได้ยินข่าวบันเทิงทางทีวีออกบ่อยว่า ดาราคนโน้นเลิกกับแฟนแล้วเปลี่ยนรสนิยมมาตีฉิ่งกับดาราคนนี้ ไม่รู้ว่าการเล่นดนตรีไทยนี่มันสนุกกว่ามีแฟนหรือไงไม่ทราบ

 





แวะถ่ายรูปนาเกลือได้หลายรูป สังเกตุคนถีบจักรยานด้านบนไหมครับ เขาเข้ามาหยุดแวะทักทาย หลังจากพูดคุยกันสักพัก ครูดารินทร์ก็ถามเรื่องใบชะครามที่เพิ่งกินมา

 





ก็เลยได้เรื่องละซิ ลุงแกก็พาไปรู้จักกับต้นชะครามที่อยู่ใกล้ ๆ นาเกลือ บอกวิธีเก็บและการนำไปประกอบอาหาร แถมยังช่วยเก็บให้ด้วย

 





ต้นชะครามเป็นไม้พุ่มขนาดเล็กขึ้นตามคันนาเกลือ หรือที่ว่างตามบ่อกุ้งเก่า

 





การเก็บให้เด็ดกิ่งใบสีเขียวทั้งกิ่ง ช่วงเดือนนี้ใบจะไม่คอยงามเท่าไหร่ จะมีดอกและมีความเค็มมาก แต่ถ้าเป็นหน้าฝนใบจะเขียวอวบงามทั้งพุ่มและความเค็มจะน้อยกว่า อย่างช่อนี้แก่ออกดอกแล้ว ไม่ควรเก็บเพราะเรากินแต่ใบที่ยังเขียวอยู่เท่านั้น

 





การนำไปประกอบอาหารให้รูดใบออกจากก้านเหมือนรูดใบชะอม นำใปลวกในน้ำเดือดสังเกตใบจะสีเขียวเข้มขึ้นกว่าเดิม เหมือนกับตอนเราลวกผักที่ต้องใส่เกลือลงในน้ำนิดหนึ่งจะทำให้ผักมีสีเขียวน่ารับประทาน แต่การลวกใบชะครามนี้ไม้ต้องใส่เกลือเพราะใบมีเกลือมีความเค็มอยู่ในตัวแล้ว หลังจากลวกแล้วให้นำไปบีบคั้นในน้ำเย็น จะคั้นมากน้อยแค่ไหนอยู่ที่ต้องการเค็มมากหรือน้อย บางครั้งอาจจะลวกอีกครั้งก็ได้ เมื่อคั้นน้ำจนได้รสพอดีตามต้องการแล้ว จะเอาไปใส่ในแกงส้มหรือปั้นพอคำราดน้ำกะทิเป็นผักจิ้มน้ำพริกกะปิ และถ้าเป็นกะปิคลองโคนแล้วก็ สุดยอด

 

 



เลยจอดแวะเก็บมาตลอดทางได้มาหอบใหญ่  พอกลับถึงบ้านครูดารินทร์ก็จัดการตามกรรมวิธีดังกล่าว แต่เก็บมาเยอะกินมื้อสองมื้อไม่หมดแน่ จึงจับใบชะครามที่ลวกแล้วแบ่งเป็นก้อนขนาดพอกินได้มื้อหนึ่ง ใส่ถุงเก็บเข้าช่องแข็งตู้เย็น เวลาจะนำไปประกอบอาหารอีกครั้ง ก็นำออกมาโยนลงหม้อแกงส้มได้เลย หรือถ้าจะกินสดก็นำไปลวกอีกครั้งหนึ่ง เป็นการถนอมไว้กินนาน ๆ เพราะเป็นของแปลกหากินยาก

 






สีเขียว ๆ ที่ขึ้นอยู่ริมน้ำนั้นใช่เลย ครูดารินทร์นี้ไปที่ไหนหมาชอบแวะมาคุยอยู่เรื่อย นี่ขนาดอยู่กลางนากุ้งร้าง หมายังตามมาสวัสดี บางทีไปตั้งแค้มป์บนดอยไกลผู้ไกลคน ก็ยังมีหมาดอยโผล่มาสะกิดเลย

 






ซื้อ "เกืลอ" ที่นี่ถูกดี "โลระ 5" เอง ไม่ต้องไปซื้อข้างทางแถวสมุทรสงคราม






ถ้าไปแถวคลองโคนอย่าลืมซื้อกะปิคลองโคนของแท้ มาตำน้ำพริกกะปิ หรือน้ำพริกกุ้งเสียบ ผมชอบไปซื้อตามร้านในหมู่บ้านซื้อแบบชั่งกิโล จำได้ว่า ก.ก.ละประมาณ 70 บาท จะได้ของใหม่และราคาถูกกว่าซื้อที่ใส่กระปุกสวย ๆ ตามร้านของฝาก ส่วนจะซื้อเครื่องดื่มมากินพร้อมกะปิหรือไม่นั้น ตามสะดวกครับ






ตามเส้นทางลัดจากคลองโคนไปชะอำ จะมีถ่านไม้โกงกางใส่ถุงขาย ถ่านไม้โกงกางจะแกร่งให้ไฟแรง และทนนาน  ครูดารินทร์ต้มเนื้อเอ็นหรือเนื้อน่องทำเป็นก๋วยเตี๋ยวเนื้อเปื่อย 1 ก.ก. ใช้ถ่านไม้โกงกางเต็มเตาอังโล่ 1 ชุดแค่นั้นเอง (ผมเป็นคนก่อไฟเพราะจบลูกเสือเอกมา) พอไฟมอดเนื้อจะเปื่อยพอดี ครั้งแรกยังไม่มีประสบการพอไฟมอดเติมถ่านเข้าไปอีก ปรากฎว่าเนื้อเปื่อยยุยเลย ยิ่งถ้านำไปใช้กับเตาย่างที่มีลักษณะแบน ๆ ซึ่งต้องเกลี่ยถ่านให้เต็นพื้นที่ให้ไฟอ่อน ๆ  ถ่านทั่วไปจะต้องคอยจับมารวมกลุ่มกัน มิฉะนั้นถ้ามันแยกอยู่เดี่ยว ๆ แล้วมักจะดับ ต่างกับถ่านไม้โกงกาง ไม่ว่าอยู่ในสภาพใดหรือก้อนเล็กก้อนน้อยแค่ใหน มันก็จะเผาตัวเองจนหมดเกลี้ยง






ถ่านไม้โกงกางเขาขายถุงละ 50 บาท ผมซื้อ 3 ถุง ลดให้ 10 บาท เหลือ 140 บาท ถุงหนึ่งใช้คุ้มเลย เวลาซื้ออย่าลืมย้ำว่าเป็นไม้โกงกางแท้นะ เพราะแถวนี้มีถ่านไม้ตะบูนขายด้วย ซึ่งก็มีคุณภาพดีเช่นเดียวกันแต่น้อยกว่าไม้โกงกางนิดหนึ่ง และราคาถูกกว่า ถ่านไม้โกงกางนี้เป็นสินค้าส่งออกอันเป็นที่ต้องการมากโดยเฉพาะญี่ปุ่น คนขายมักจะพูดเอาบุญเอาคุณว่าว่าที่ขายนี้แบ่งมาจากการส่งออกนะ ปกติไม่มีขายหรอก





ปิดท้ายการกินหอยด้วยภาพศาลาการเปรียญที่ทรุดโทรม
ของวัดนอกปากทะเล บ้านแหลม เพชรบุรี
ที่รอการบูรณะและรอผู้มีจิตศรัทธาร่วมทำบุญ



ไปกินหอยตอนที่ 1

"กินและเที่ยวเรื่อยไปตามใจฉัน"

Wat*ka*Darin Contact

watkadarin Guest

เรามี 258 บุคคลทั่วไป ออนไลน์

 

ขออภัย เนื่องจากถูก spam คุกคาม

จึงของดลงทะเบียนสมาชิกชั่วคราว

ลงทะเบียน