ไปกินหอย ตอนที่ 1

เขียนโดย วัฒนาพร
ส.ค.282009



วันที่ 18 ตุลาคม 2551 เพื่อนร่วมรุ่นปริญญาโทโสตทัศนศึกษา จุฬา รุ่นฉลองกรุงรัตนโกสินทร์ 200 ปี พ.ศ. 2525 หรือเราเรียกกันว่ารุ่น AV25 ได้จัดงานเลี้ยงเกษียณอายุราชการให้ผมและพี่ พลตรีอดุล หุตางกูร ที่อุหลงรีสอร์ท สวนผึ้ง ราชบุรี งานนี้เพื่อน ๆ จัดได้ยิ่งใหญ่และประทับใจมาก ผศ.วิวรรธน์ จันทร์เทพย์ ซึ่งเป็นเจ้าถิ่น แห่งมหาวิทยาลัยราชภัฎหมู่บ้านจอมบึง ได้รวบรวมบรรยากาศในงานวันนั้นโดยละเอียด โปรดตามลิ้งค์นี้ไป
http://av25chula.blogspot.com/
หรือคลิ้กรูปข้างล่างนี้




วันรุ๋งขึ้น หลังจากรับประทานอาหารเช้าก็ภาพถ่ายหมู่ตามประเพณีอันดีงาม

ออกจากสวนผึ้งผมขับรถกลับมาถึงตัวเมืองราชบุรี ครูดารินทร์ชวนแกมบังคับให้ไปดูของชอบคือผ้าจกที่บ้านคูบัว ที่ตำบลตูบัว อำเภอมือง ราชบุรีนี้เอง ชาวคูบัวเป็นคนไทยเชื้อสาย ไท - ยวน ซึ่งอพยพมาจากเมือเชียงแสนมีฝีมือการทอผ้าจกที่มีเอกลักษณ์เฉพาะมาตั้งแต่รุ่นปูย่าตายายแล้ว หลังจากดูและเลือกซื้อจนพอใจแล้ว ก็ขับออกมาตามเส้นทางปากท่อ มาถึงสมุทรสงครามตอนเที่ยงพอดีชักหิวก็นึกถึงร้านอาหารทะเล"คุณจ๋า" เขายี่สาร ที่เคยมากินครั้งหนึ่ง จึงย้อนกลับข้ามสะพานพระพุทธเลิศหล้า ฯ ไปทางปากท่อประมาณ 2 ก.ม. ถึงปั้มปตท. ซ้ายมือ เลี้ยวซ้ายเลยปั้มไปหน่อย เข้าถนนไปคลองโคน แต่ไม่เข้าบ้านคลองโคนให้เลยไปจนถึงวัดเขายี่สาร ระยะทางจากปากทางก็หลายกิโลอยู่ แต่มีป้ายบอกตลอดทาง

คลองโคน

(ที่บ้านคลองโคนก็มีร้านอาหารทะเลแบบลูกทุ่งร้านหนึ่ง เป็นร้านเล็ก ๆ และทางเข้าก็หายากด้วยจำชื่อไม่ไดแล้ว วันหลังจะพยายามหาทางไปใหม่ ที่นี่ก็สุดยอดอาหารทะเลสด ๆ แต่ต้องโทรสั่งอาหารล่วงหน้าก่อน เพราะเขาทำพอดีตามออเดอร์ลูกค้าไม่มีตุนไว้ มีกุ้ง หอย ปู ปลาครบ เพิ่งไปกินเมื่อวันเข้าพรรษาปีนี้เอง ขอเก็บเอาไว้เล่างวดหลัง)


และที่ปากคลองโคนนี้มีวัดรูปแบบเพชรบุรีอยู่วัดหนึ่ง แต่พื้นที่บริเวณรอบอุโบสถมีการถมดินขึ้นมาใหม่ ทำให้ฐานอุโบสถจมหายไป

พื้นที่โดยรอบสูงกว่าตัวอุโบสถ ทำให้เวลาฝนตกเกิดน้ำขังระบายไปไหนไม่ได้ วิตกว่านาน ๆ เข้า ความชื้นที่สะสมอาจทำอันตรายต่อตัวอุโบสถโดยรวมได้ ถ้าไม่รีบหาวิธีแก้ไข



ท่าน้ำหน้าวัดเขายี่สารขณะน้ำลง ถ่ายจากร้านอาหารคุณจ๋า เสียดายที่ไม่ได้ขึ้นไปชมวัดเพราะมัวห่วงแต่เรื่องกิน หลังกินเสร็จก็อืดหนักท้องเดินขึ้นเขาไม่ไหว เอาไว้วันหลังจะไปชมโดยเฉพาะ วัดเขายี่สารนี้เป็นวัดเก่าแก่สร้างแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาตั้งอยู่บนเนินเขาตามชื่อ เขาว่ากันว่าวัดนี้มีบานประตูไม้จำหลักที่สวยงามมากคู่หนึ่ง



แต่การกินหอยนี้ไม่ใช่กินทีร้าน"คุณจ๋า"นะ โปรดติดตามไปเรื่อย ๆ ไปอีกซักพักใหญ่ ๆ แหละ จะรู้เองว่าไปกินที่ใหน แต่ก็ขอแนะนำสักเล็กน้อยว่าร้านคุณจ๋านี้ ก็เป็นร้านอาหารแบบชาวบ้านไม่ใช่สวนอาหารใหญ่โต  แต่ตอนนี้คนเริ่มรู้กันแยะแล้ว ตอนเที่ยงวันหยุดคนแน่นตรึม เพราะของทะเลสด อร่อย ราคาไม่แพง ขอแนะนำอาหารที่ควรสั่งเพราะเคยกินที่นี่เป็นครั้งแรกและติดใจ คือ เมนู"ใบชะคราม" เช่น แกงส้มใบชะคราม ใบชะครามลวกจิ้มน้ำพริก เป็นต้น ใบชะครามคืออะไร หน้าตาเป็นอย่างไร ? ท้ายเรื่องนี้มีคำตอบ



นั่งกินอาหารร้านนี้ซึ่งอยู่ริมคลองจะพบกับวิถีชีวิตที่เป็นธรรมชาติ มื้อนั้นได้พบเพื่อนอาจารย์ราชมงคลธัญบุรีที่เคยสอนด้วยกัน เขาเป็นคนบ้านแหลม เพชรบุรี กำลังจะกลับบ้าน จึงได้ทราบข้อมูลใหม่จากเขาว่า เส้นทางจากคลองโคนผ่านวัดเขายี่สารนี้เป็นเส้นทางเลียบทะเล ถ้าขับต่อไปเรื่อย ๆ จะผ่านวังตะบูน บ้านแหลม เพชรบุรี หาดเจ้าสำราญ ไปจนทะลุชะอำได้



พอได้ข้อมูลดังนี้ต่อมความแรดเริ่มทำงาน ประกอบกับกำลังติดลมและเวลาก็บ่ายคล้อยแล้วด้วย หาข้ออ้างกับครูดารินทร์ว่าไม่อยากขับเข้ากรุงเทพ ไปเจอรถติดตอนเย็นแถวดาวคนอง เครียดเปล่า ๆ จึงเบนเข็มไปสำรวจเส้นทางนี้ดีกว่า กะว่าค่ำทีใหนก็นอนที่นั่นก็แล้วกัน



ออกเดินทางไปสักครู่ก็เจอนกกระสากลุ่มนี้ ขับเลยไปแล้วต้องย้อนกลับมา พอมาถึงดันแตกตื่นบินหนีไปซะนี่
ต้องรอเงียบ ๆ สักพักใหญ่ จึงจะบินกลับมาให้ถ่ายรูป



การใช้เส้นทางนี้ไม่ผิดหวังจริง ๆ ขอแนะนำว่าถ้าจะไปชะอำ หัวหิน แทนที่จะไปทางปากท่อ เพชรบุรี ซึ่งรถเยอะน่าเบื่อจำเจ น่ามาใช้ทางลัดเส้นนี้บ้าง จะได้พบกับธรรมชาติ วิถีชีวิตที่น่าสนใจตลอดเส้นทาง



นาเกลือที่ปรับพื้นให้เรียบแล้วและกำลังไขน้ำเข้านา ให้บรรยากาศที่เวิ้งว้าง  สงบ นิ่ง



อุโบสถสกุลช่างเพชรบุรีที่มีเอกลักษณ์คือ เสาไม้เรียงรายอยู่ภายนอกรอบพระอุโบสถ



อุโบสถหลังนี้โครงสร้างเป็นไม้ ผนังเป็นฝาไม้กระดานตีตามตั้ง ปิดทับด้วยไม้กระดานแผ่นเล็กลักษณะนี้เรียกว่าลายฝาปะกน ซึ่งเป็นรูปแบบของฝาผนังเรือนไทยภาคกลาง เสียดายไม่ได้เข้าไปดูภายในอุโบสถ



ป่าโกงกางที่มีให้เห็นตลอดสองข้างทาง



ลิงแสม สัตว์คู่บุญของป่าโกงกาง



ผลงานจากฝีมือธรรมชาติ



ทำให้เกิดจังหวะและรูปทรงแปลกตา



ศาลาการเปรียญวัดนอกปากทะเล สร้างเมื่อ ร.ศ. 127 ที่รอการบูรณะ
(ดูรายละเอียดจากอัลบั้มภาพด้านล่างนี้)

เมื่อไปถึงบ้านแหลม ให้มองหาทางแยกซ้ายไปหาดเจ้าสำราญให้ดี มิฉะนั้นจะเลยไปเข้าดัวเมืองเพชรบุรี เหมือนกับผมทำให้ต้องเสียเวลาอ้อมย้อนกลับมาเข้าหาดเจ้าสำราญอีกที จึงทำให้ถึงหาดเจ้าสำราญเวลาเย็นย่ำพอดี



ตอนแรกกะว่าจะเลยไปหาดปึกเตียน เผลอ ๆ อาจต่อถึงชะอำก็ได้ แต่ลัวมืดเสียก่อน จึงตกลงกันพักที่นี่แหละ ก็เลยขับรถหาที่พักเริ่มตั้งแต่ต้นหาด เลียบหาดมาเรื่อย จนได้ที่พักแห่งสุดท้ายอยู่สุดหาดพอดี



บรรยากาศพอใช้ได้เป็นรีสอร์ทเล็ก ๆ อยู่ติดทะเล ยังใหม่อยู่ แต่มีหลังที่หันหน้าสู่ทะเลอยู่ไม่กี่หลัง หลังนี้ไม้ติดทะเลแต่บรรยากาศน่าแอบพากิ้กมาพัก ไปพักครั้งนี้ผมสังเกตมีคู่หนึ่งอายุก็เลยวัยหนุ่มสาวมาแล้ว พอเช็คอินเข้าพักก็เก็บตัวเงียบอยู่แต่ในห้องพัก ครูดารินทร์สงสัยเสียเต็มประดาว่า มาทะลงทะเลทั้งทีไม่โผล่ออกมาชมทะเลบ้างเลย สัมภาระก็ไม่เห็นหิ้วมา ไม่รู้ทำอะไรกันอยู่ในห้อง ข้าวปลาก็ไม่ออกมากิน น่าเป็นห่วง แถมขากลับตอนเช้าก็รีบก้มหน้าก้มตาขึ้นรถขับออกไป ไม่เห็นทักทายกันบ้าง ท่าจะเป็นคนขี้อาย



หลังนี้หันหน้าออกสู่ทะเลเต็มที่และราคาก็สูงกว่าหลังที่ไม่ติดทะเลนิดหน่อย รีสอร์ทนี้ไม่มีอาหารเช้าแต่มีร้านอาหารตามสั่งของชาวบ้านอยู่ใกล้ ๆ ถ้าต้องการ พนักงานก็จะไปสั่งมาให้  ตอนเช้าครูดารินทร์ชวนให้ไปลองสั่งกินด้วยตนเองดีกว่า สั่งปลาหมึกผัดน้ำพริกเผา ไข่เจียวหอยนางรม แกงจืดเต้าหู้ขาวหมูบะช่อเขาใส่กุ้งและปลาหมึกสดมาด้วย รสชาติอาหารไม่เลว ใช้ได้ทีเดียว อีกทั้งได้บรรยากาศและอัธยาศัยที่เป็นกันเองของเจ้าของร้าน แถมมีกาแฟโบราณแท้ ๆ ด้วย 

ทะเลหน้าบ้านพัก เป็นทะเลโคลนไม่เหมาะกับการเล่นน้ำ มีไว้นั่งชมทะเลเฉย ๆ เหมือนชื่อรีสอร์ทจริง ๆ 



ชมทะเล


จบตอนที่ 1 ยังไม่ได้ทันได้กินหอยเลย โปรดอ่านต่อ ตอนที่ 2

"กินและเที่ยวเรื่อยไปตามใจฉัน"

Wat*ka*Darin Contact

watkadarin Guest

เรามี 801 บุคคลทั่วไป ออนไลน์

 

ขออภัย เนื่องจากถูก spam คุกคาม

จึงของดลงทะเบียนสมาชิกชั่วคราว

ลงทะเบียน