ปราสาทตาพรหม

ตอนที่แล้ว

ปราสาทบันทายสรี

 

 

 

 

ก่อนถึงปราสาทบันทายสรีจะผ่านหมู่บ้านแห่งหนึ่งซึ่งประกอบอาชีพทำน้ำตาลจากต้นตาล เนื่องจากมีต้นตาลขึ้นอยู่เป็นจำนวนมาก

 

 

 


เมื่อผ่านหมู่บ้านนี้จะเห็นเพิงขายน้ำตาลและสินค้าพื้นเมืองอื่น ๆ เรียงเป็นตับ เป็นจุดที่นักท่องเที่ยวมักจะแวะหลังกลับจากชมปราสาทยันทายสรี


 




โดยจุดเด่นก็คือกระทะเคี่ยวน้ำตาลซึ่งทำกันสด ๆ ริมถนน นั่งรถผ่านตอนเช้าขามาเห็นควันโขมง แต่ตอนขากลับไฟมอดหมดแล้วเหลือแต่ควันอ้อยอิ่งและมีน้ำตาลค้างอยู่ก้นกะทะนิดหน่อย เชื้อเพลิงที่ใช้เคี่ยวก็ไม่ใช่อื่นไกลเป็นทางของต้นตาลนั่นเอง






น้ำตาลที่เคี่ยวได้ที่จะนำมาหยอดลงพิมพ์ที่ทำด้วยใบตาลขดเป็นวงเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 2 นิ้ว สูงประมาณครึ่งนิ้ว




 

หน้าตาของน้ำตาลเมื่อแกะออกจากพิมพ์หลังจากแข็งตัวแล้ว พร้อมนำไปบรรจุหีบห่อเพื่อจำหน่ายต่อไป






ภาชนะบรรจุน้ำตาลมีสองแบบ คือ ห่อด้วยใบตาลและขวดพลาสติก






ผมชอบชนิดห่อด้วยใบตาลเพราะนอกจากจะดูเป็นธรรมชาติเข้ากันได้ดีแล้ว ฝีมือการห่อการมัดก็ถือเป็นงานศิลปะชาวบ้านอย่างหนึ่ง






ใบตาลชนิดตากแห้งสำหรับห่อหุ้ม ส่วนใบสดสีเขียวสำหรับใช้เป็นเชือกผูก ถ้านับวงแม่พิมพ์และเชื้อเพลิงด้วยก็ถือว่าเป็นผลิตภัณ์ที่ครบวงจรในตัวของมันเอง






แม่ค้าสาวน้อยชาวกับพูชานิสัยน่ารักพูดไทยได้ ห่อไปขายไปคุยไป






Cambodian Smile เปรียบเทียบกับ Apsara Smile






ครูดารินทร์ลองชิมน้ำตาลแล้วให้ความเห็นว่าของที่นี่น่าจะเป็นของแท้ร้อยเปอร์เซ็นต์ ไม่มีการนำเอาแบะแซมาผสมเพื่อเพิ่มปริมาณ เนื่องจากรสชาติและก้อนน้ำตาลที่ร่วยซุยไม่แข็งและเหนียว และเมื่อดูจากสภาพแวดล้อมทั้งหมดแล้วผมว่าใช้ของธรรมชาติจะถูกและง่ายกว่าหาอะไรมาปลอมปนด้วยซ้ำ



 


ภาพข้างบนคืองวงตาล (ถ้าเรียกผิดขออภัยด้วย) ส่วนกำเนิดของน้ำตาล คุณรักษาหยิบมาสาธิตให้ดูพร้อมอธิบายว่าเมื่อคนปีนขึ้นไปถึงงวงตาลก็จะปาดที่ปลายแล้วเอากระบอกไม่ไผ่รองน้ำตาลที่หยดลงมา






ไม่ว่าจะไปทางไหนในกัมพูชาหนีไม่พ้นป้ายของบุคคลทั้งสามนี้

 

 




สภาพถนนและบรรยากาศสองข้างทาง ในเส้นทางทางย้อนกลับไปปราสาทตาพรหม ผมสังเกตุว่าสภาพพื้นดินแถวนี้ (รวมทั้งที่ปราสาททั้งหลาย) เป็นดินปนทราย และยิ่งมีต้นมะพร้าวขึ้นเต็มอย่างในภาพนี้เหมือนกับอยู่ในหมู่บ้านแถบชายทะเล






ผ่านร้านเครื่องจักสาน แวะเข้าไปดูซิว่าเครื่องจักสานเขมรหน้าตาเป็นอย่างไร






ส่วนใหญ่เป็นผลิตภัณฑ์จากหวาย






ฝีมือละเอียดพอใช้ราคาไม่แพง เป็นราคาเงินบาททั้งหมด






ครูดารินทร์ต่อที่รองหม้อกันร้อน สองอันสี่สิบ



 

 

นักขายรุ่นจิ๋วมาเสนอขายปลาตะเพียนสานพวงละยี่สิบ






ถนนที่จะเข้าสู่ปราสาทตาพรหม ดังเล่าไว้ในตอนที่แล้วว่าวันนี้เป็นวันสุดท้ายของวันสารท ชาวกัมพูชาต่างนำอาหารไปทำบุญที่วัด เวลานี้ก็ได้เวลาเสร็จสิ้นพิธี และเนื่องจากก่อนถึงปราสาทจะต้องผ่านวัด ๆหนึ่ง จึงสวนกับขบวนชาวกัมพูชาที่กลับจากการทำบุญ ทำให้รถติดยาวเหยียด






จากการที่ได้นั่งดูชาวกำพูชาที่นั่งรถผ่านหน้าไป พบว่าผู้ที่ไปวัดไม่ได้มีเฉพาะคนแก่เฒ่าเท่านั้น คนหนุ่มคนสาวที่มากันเป็นครอบครัวก็มีจำนวนไม่น้อยจะมากกว่าด้วยซ้ำไป และต่างแต่งกายเหมือนกับไปงานสำคัญส่วนมากใส่เสื้อสีขาว






ซุ้มประตูทางเข้าปราสาทตาพรหม จากจุดนี้ยังจะต้องเดินอีกไกล






แต่เส้นทางร่มรื่นพอสมควร



 

 

 

แก้ไขล่าสุด ใน พ.ย.182012

"กินและเที่ยวเรื่อยไปตามใจฉัน"

Wat*ka*Darin Contact

watkadarin Guest

เรามี 726 บุคคลทั่วไป ออนไลน์

 

ขออภัย เนื่องจากถูก spam คุกคาม

จึงของดลงทะเบียนสมาชิกชั่วคราว

ลงทะเบียน