โตนเลสาบ

 

เป็นตอนต่อจากตอนแรก

See Angkor Wat And Die




หลังจากเจ้าหน้าที่จากบริษัททัวร์ซึ่งมีสำนักงานอยู่ที่เสียมเรียบมารับที่โรงแรมไปรับประทานอาหารกลางวันซึ่งเป็นแบบบุฟเฟ่ต์ที่ร้าน Tonle Sap ซึ่งดูสถานที่และรถทัวร์ที่จอดแล้วคงเป็นเจ้าประจำของทัวร์ทั้งหลาย ระหว่างนั้นฝนได้เทลงมาอย่างหนัก ทำให้รู้สึกเป็นห่วงโปรแกรมทัวร์ในบ่ายวันนี้เสียแล้ว





รถคันที่จอดซ้ายมือคือโตโยต้าคัมรี่รุ่นไฟท้ายไม้บรรทัด พาหนะประจำตัวนับจากนี้ไปจนจบทริป หลังจากรอให้ฝนซาสักพักไก้ด์จึงขอปรับโปรแกรมจากไปนมัสการพระองค์เจกพระองค์จอมและวัดทะไมซึ่งอยู่ในเมือง สลับกับโปรแกรมวันสุดท้ายคือไปล่องเรือที่โตนเลสาบแทน ส่วนโปรแกรมตอนเย็นวันนี้ซึ่งจะขึ้นไปชมดวงอาทิตย์ตกที่เขาพนมบาเค็งก็ตามนั้น ได้แต่หวังว่าถึงตอนนั้นฟ้าคงเปิด





ฝนกัมพูชาตกอย่างไม่มีทีท่าว่าจะหยุด แต่ไก้ด์บอกว่าที่โตนเลสาบอาจจะไม่ตก ถึงตกก็ไม่เป็นไรเพราะเรือมีหลังคา






ออกจากร้านอาหารโชเฟอร์ขอแวะเติมน้ำมันก่อน ถึงปั้มน้ำมันฝนเริ่มซา แปลกฝนกัมพูชานึกจะตกก็ตกนึกจะหยุดก็หยุดเฉยเลย พอเห็นอย่างนี้ค่อยใจชื้นขึ้นมาหน่อย ในวันสุดท้ายก็เจอฝนแบบเดียวกันนี้ เวลาก็ประมาณนี้ด้วย






ป้ายราคาน้ำมันหน้าปั้มบอกเป็นเงินเรียลกัมพูชา






แต่ตัวเลขขึ้นที่หัวจ่ายคิดเป็นเงินดอลล์ ครั้งนี้เติมไปเกือบ 40 ดอลล์ เจ้าของบริษัททัวร์เล่าให้ผมฟังว่าตอนนี้ชาวกัมพูชาผู้ที่มีรายได้แน่นอน เช่นข้าราชการทหารต่างหาทางออกรถซักคันเพื่อมาเข้าร่วมกับบริษัททัวร์เพื่อบริการนักท่องเที่ยว ผมคาดว่าอาชีพนี้รวมทั้งอาชีพไก้ด์ด้วย น่าจะมีอนาคตสดใสเพราะเท่าที่เห็นและที่ไก้ด์เล่าให้ฟัง สถานที่ท่องเที่ยวส่วนใหญ่โดยเฉพาะปราสาทหินทั้งหลาย มีนักท่องเที่ยวเยอะมากและมีแนวโน้มว่าจะเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ บางแห่งต้องเข้าคิวยาวเหยียด บางครั้งถึงกับต้องจำกัดจำนวนนักท่องเที่ยวเข้าไปชมทีเดียว แต่การที่จะซื้อรถสักคันในประเทศนี้ก็ไม่ง่ายนัก แม้ราคารถจะไม่สูงถ้าเทียบกับบ้านเราแต่ต้องกำเงินสด ๆ ไปซื้อเท่านั้น ไม่มีการผ่อนประเภทดาวน์น้อยผ่อนนานจนรถพังไปแล้วยังผ่อนไม่หมดเหมือนบางประเทศ






ทั่วเมืองเสียมเรียบผมยังไม่เห็นมีร้านสะดวกซื้อชื่อ เจ็ด-สิบเอ็ด ซักร้าน รวมทั้งปั๊มน้ำมันด้วย ต่างกับบ้านเรา ทุกวันนี้เวลาผมขับรถไปต่างจังหวัด ตามถนนสายหลักสังเกตุปั๊มน้ำมันยี่ห้ออื่น ๆ ไม่ว่าตราดาว ตราหอย ตราใบไม้ ตรา.... แทบจะร้างผู้คน ไม่มีรถเข้าไปเติมน้ำมันหรือแวะพักเข้าห้องน้ำห้องท่า เพราะผู้ใช้รถส่วนใหญ่ต่างเทไปที่ปั๊มที่มีสโลแกนว่า "พลังไทย เพื่อไทย.." กันหมด ทุกปั๊มจะมีรถจอดเต็ม ถ้าเป็นช่วงเทศกาลแทบไม่มีที่จอด ส่วนหนึ่งคงเป็นเพราะมีร้าน เจ็ด-สิบเอ็ด อยู่ในปั๊ม ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ร้านค้าภายในปั๊มอื่นนั้นหงอยไปด้วย หลายแห่งปิดตัวเองไปแล้ว แต่ที่นี่ร้านสะดวกซื้อยี่ห้อดั้งเดิมประจำปั๊มยังอยู่ดี






ผมขออกตัวเสียก่อนว่ารีวิวเกี่ยวกับทริปกัมพูชานี้ผมจะไม่เน้นวิชาการประวัติศาสตร์ลึกซึ้งให้มากนัก เพราะไม่ค่อยถนัดขี้เกียจลอกการบ้านด้วย และที่สำคัญความรู้เหล่านี้หาได้โดยตรงทั่วไปในโลกออนไลน์ต้องการลึกแค่ไหนมีหมด อาจนำมาอ้างอิงบ้างนิดหน่อยเพื่อให้มองเห็นภาพแค่นั้นเอง ส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องราวเก็บตกไปเรื่อยเห็นอย่างไรรู้สึกอย่างไรก็ว่าไปตามนั้น






หลังจากเติมน้ำมันวิ่งออกนอกเมืองได้นิดเดียวก็ไม่เจอร่องรอยของฝนสักเม็ด อย่างนี้สบายใจไปถึงตอนเย็นได้เลยว่าฟ้าเปิดได้ชมดวงอาทิตย์ตกที่เขาพนมบาเค็งแน่ โตนเลสาบ หรือทะเลสาบน้ำจืดอยู่ห่างจากตัวเมืองเสียมเรียบประมาณครึ่งชั่วโมง บริเวณอาคารบริการนักท่องเที่ยวและถนนตัดใหม่นี้เกิดจากการขุดลอกเอาดินทะเลสาบขึ้นมาถม ถนนเดิมในฤดูน้ำหลากน้ำจะท่วมหมดกินพื้นที่ในแผ่นดินเข้าไปหลาย ก.ม. แต่ถนนปัจจุบันยกสูงน้ำไม่ท่วม ทำให้สองข้างทางตอนใกล้จะถึงกลายเป็นที่ตั้งของร้านอาหารโดยตลอด คงเพราะบรรยากาศดีลมเย็นชมวิวทะเลสาบได้ วันที่ผมไปเป็นวันอาทิตย์จึงเห็นชาวกัมพูชามาจอดรถรับประทานอาหารเต็มสองฝั่งถนน แต่สิ่งสะดุดตาที่อยู่ในร้านอาหารเหล่านี้คือทุกร้านจะมีเปลญวนแขวนอยู่เต็มไปหมดจำำนวนพอ ๆ กับโต๊ะอาหาร ไก้ด์บอกว่ามีไว้สำหรับให้ลูกค้านอนพัก เสียดายลืมบอกให้คนขับรถจอดถ่ายรูป






อาคารบริการนักท่องเที่ยวมีที่ขายตั๋ว ร้านขายของที่ระลึก และอื่น ๆ ตามมาตรฐานทั่วไป ระหว่างรอไก้ด์ไปจัดการเรื่องเรือ ขอถ่ายรูปเป็นหลักฐานเสียหน่อยว่าเวลาไปชมจริง ๆแล้วโตนเลสาบมันจะ Beauty เหมือนภาพโฆษณาหรือเปล่า






ทางลงไปยังโป๊ะจอดเรือ



เรือบริการนักท่องเที่ยวแต่ละลำมีหมายเลขชัดเจน เท่าที่เห็นไม่มีคนมารุมตื้อแย่งลูกค้า แสดงว่ามีการจัดระเบียบเป็นอย่างดี





เห็นเรือจอดรอรับนักท่องเที่ยวเรียงเป็นตับอย่างนี้มองได้สองแง่ วันนี้(วันอาทิตย์)นักท่องเที่ยวน้อยหรือเวลาบ่ายแก่อย่างนี้เขาไม่นิยมท่องทะเลสาบกัน อย่างโปรแกรมของผมเดิมจะมาท่องโตนเลสาบในตอนเช้าของวันมะรืน






เรือของเราหมายเลข B25 มีนักท่องเที่ยว 2 ไก้ด์ 1  คนขับเรือ 1 เด็กท้ายเรืออีก 1

 

 


 

ไก้ด์ประจำทริปนี้เป็นชาวกัมพูชาแต่พูดไทยชัดเจนชื่อว่าคุณรักษา ถามว่าไปเรียนภาษาไทยจากไหน แกบอกว่าเรียนในประเทศกัมพูชานี้แหละ ในกับพูชามีโรงเรียนสอนภาษาไทยหลายแห่ง ครูผู้สอนทีทั้งชาวไทยและชาวกัมพูชา นอกจากเป็นไก้ด์ภาษาไทยแล้วยังเป็นไก้้ด์ภาษาอังกฤษด้วย แถมภาษาฝรั่งเศษได้นิดหน่อย แกเล่าว่าแต่เดิมเรียนภาษาฝรั่งเศษ แต่ภายหลังจากสงครามล้างเผ่าพันธ์ UN เข้ามาจัดระเบียบประเทศ ผู้คนจำนวนมากหันมาเรียนภาษาอังกฤษกันยกใหญ่ เพราะถ้าใครรู้ภาษาอังกฤษก็จะมีความก้าวหน้าในการดำรงชีพ ทำให้คุณภาพชืวิตดีขึ้น

ส่งผลให้ทุกวันนี้คนกัมพูชาที่มีการศึกษาใช้ภาษาอังกฤษได้ดี และเนื่องจากขณะนี้การท่องเที่ยวในกำพูชากำลังบูมอย่างมาก ทำให้ผู้คนที่เกี่ยวข้องกับนักท่องเที่ยวทุกระดับ สามารถสื่อสารด้วยภาษาอังกฤษได้ดีพอสมควร อันนี้ผมยืนยันได้ ถ้าเป็นอย่างนี้ความพร้อมการเข้าสู่ประชาคมอาเซียนในอีก 3 ปีข้างหน้าคงสบายไปเปลาะหนึ่งแล้ว






เด็กท้ายเรือคนนี้หลังจากเรือตั้งลำเรียบร้อยแล้ว เปลี่ยนมาทำหน้าที่หมอนวดทันที ผมให้แกนวดหลังนวดใหล่ไปเรื่อยก็เพลินดี จบคอร์สจ่ายไปยี่สิบบาท พอได้ตังแล้วก็จะมานวดให้ครูดารินทร์ต่อ แต่ครูดารินทร์รีบปฏิเสธเป็นพัลวัน






สภาพบ้านเรือนที่ตั้งอยูริมฝั่งทะเลสาบ


 




อ้าว...ลอนดอนอาย เอ้ย...ไม่ใช่ ชิงช้าสวรรค์นี้ผมขอเรียกว่า Tonle Sap Eye ก็แล้วกัน






ถ้าสูงใหญ่อย่างลอนดอนอายก็น่าขึ้นไปชมวิวทะเลสาบเหมือนกัน แต่ดูสภาพแล้วขอบายดีกว่า






วันนี้แม้แดดแจ๋แต่ท้องฟ้าทึมยังไงพิกล






เริ่มเข้าสู่หมู่บ้านเรือนแพแห่งโตนเลสาบ จากบ้านเรือนที่ตั้งอยู่บนพื้นดินมาเป็นบ้านเรือนแพลอยอยู่ในน้ำ




 

คุณรักษา ไก้ด์คนเก่งของผมคนนี้แกเป็นคนขยันเล่าสมกับอาชีพทีเดียว เวลาเข้าชมสถานที่แต่ละแห่งแกจะขอเวลาปฐมนิเทศเกี่ยวกับสถานที่นั้นก่อน 5 - 10 นาที และระหว่างเดินชมแกก็จะอธิบายโดยตลอด ซึ่งหลายเรื่องผมก็เห็นว่ามีประโยชน์มาก แต่ความจำของผมตอนนี้มันแย่มากจึงจำได้บ้างไม่ได้บ้าง โดยเฉพาะตัวเลขต่าง ๆ จึงขอนำข้อมูลจากสารานุกรมวิกิพีเดียมาลงเพื่อให้เห็นภาพรวม

....ทะเลสาบเขมรหรือโตนเลสาบ เป็นทะเลสาบที่ใหญ่ที่สุดในเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ มีพื้นที่ประมาณ 75,000 ตารางกิโลเมตร หรือใหญ่กว่ากรุงเทพประมาณ 7 เท่า ความลึกโดยเฉลี่ย 10 เมตร เกิดจากแม่น้ำโขง มีอาณาเขตครอบคลุมพื้นที่ 5 จังหวัดของกัมพูชา เป็นทะเลสาบที่มีปลาน้ำจืดชุกชุมมากแห่งหนึ่ง ประมาณ 300 ชนิด จึงมีชาวกัมพูชาจำนวนมากประกอบอาชีพชาวประมงในบริเวณแห่งนี้.....






ชาวแพที่อาศัยในโตนเลสาบนี้ ส่วนใหญ่เป็นชาวเวียตนามซึ่งตกค้างมาตั้งแต่สมัยที่เวียตนามส่งทหารมาช่วยเขมรรบกับคอมมิวนิสต์นานมาแล้ว มาถึงตรงนี้ทำให้นึกถึงเปลญวนซึ่งแขวนโตงเตงอยู่ในร้านอาหารดังกล่าวตอนต้น ที่แท้แถวนี้เป็นถิ่นคนญวนนี่เอง จึงมีเปลญวนแขวนเต็มร้าน และคนญวนก็ต้องชอบนอนเปลญวนเป็นธรรมดา







ในฤดูแล้งบริเวณนี้น้ำจะแห้งกลายเป็นผืนดินห่างออกไปหลาย ก.ม. เรือนแพเหล่านี้จะอพยพตามน้ำออกไป ถึงฤดูฝนค่อยกลับมาใหม่




 

ป้าย 3K บนหลังคาเรือนแพคงเอามาจากชื่อของ 3K Battery ที่มีคำว่าแบตเตอรี่เข้ามาเกี่ยวข้องด้วยเพราะแพนี้เป็นร้านรับจ้างชาร์ตแบตเตอรี่ แพทั้งหลายในโตนเลสาบต้องอาศัยพลังงานไฟฟ้าเล็ก ๆ น้อย ๆ และแสงสว่างในยามค่ำคืนจากแบตเตอรี่รถยนต์ เพราะไฟฟ้ายังมาไม่ถึง ฉนั้นจึงมีร้านรับจ้างชาร์ตแบตเตอรี่แบบนี้หลายหลัง บางเจ้าผมเห็นมีแบตเตอรี่วางเรียงอยู่เต็มแพ แต่เอ๊ะ...แล้วไฟฟ้าสำหรับชาร์ตแบ็ตละมาจากไหน ผมว่าร้านเหล่านี้คงมีฐานะดีพอที่จะมีเครื่องปั่นไฟของตนเอง


 





แพโรงเรียนสำหรับชาวเวียตนาม





 

โรงเรียนชาวกัมพูชา ชุมชนแห่งนี้ได้รับการช่วยเหลือจากหลายประเทศทั้งเอเซียและยุโรป เช่น เกาหลี ญี่ปุ่น ฝรั่งเศสเป็นต้น






แพโบสถ์คาธอลิค






แพศาลเจ้าแม่กวนอิม





 

มนุษย์ไม่ว่าอยู่ในฐานะทางสังคมเช่นไรก็ยังไม่ทิ้งความรู้สึกด้านความงาม ภาพสีสันของการตกแต่งหน้าจั่วเรือนแพข้างบนนี้เป็นสิ่งยืนยันได้เป็นอย่างดี






ไก้ด์ให้เรือของเราผ่านเรือนแพซึ่งเป็นร้านค้าสำหรับต้อนรับนักท่องเที่ยว เพื่อไปชมทะเลสาบให้เต็มตาก่อนค่อยแวะตอนขากลับ (จะได้มีเวลาช้อปนาน ๆ)






ดังได้ตั้งข้อสังเกตุไว้ข้างบนแล้วว่าวันนี้ท้องฟ้าทึม ๆ ขมุกขมัวพิลึกทั้งที่มีแดด เมื่อเรือวิ่งเข้าสู่ความเว้งว้างของทะเลสาบ มีความรู้สึกเหมือนกำลังเข้าสู่แดนสนธยายังไงก็ไม่รู้






นี่ถ้าไม่มีเรือลำข้างหน้าเป็นจุดสนใจของภาพแล้วละก็คงขาวเวอร์ไปทั้งภาพ ไม่รู้ว่าส่วนไหนคือน้ำส่วนไหนคือฟ้า ไก้ด์บอกว่าตรงที่เรือเรามาจอดนี้เป็นแค่ชายขอบของทะเลสาบเท่านั้นเอง ของจริงกว้างใหญ่มหาศาลกว่านี้มากนัก ถ้านั่งเรือจากที่นี่ไปถึงกรุงพนมเปญใช้เวลาถึง 4 - 5 วัน แต่ไม่ได้บอกว่าเป็นเรือแบบไหน ถ้าเป็นเรือสปีดโบ้ตแบบที่วิ่งไปเกาะตะรุเตาคงไม่ใช้เวลานานขนาดนั้น






ขณะกำลังดื่มด่ำกับบรรยากาศแดนสนธยาพร้อมกับฟังไก้ด์ร่ายยาวเรื่องราวของโตนเลสาบไล่มาถึงสงครามล้างเผ่าพันธุ์ในเขมร มีเรือน้อยลำนี้โผล่มาจากด้านข้าง ที่จริงก็เห็นเห็นตะคุ่ม ๆ แต่ไกลแล้วคิดว่าเป็นชาวประมงกำลังหาปลา






คนพายเรือเป็นหญิงวัยกลางคนพายเข้ามาเกาะกราบเรือพูดพึมพำอะไรก็ไม่รู้ ไก้ด์บอกว่าคนพวกนี้คือชาวเวียตนามที่เข้ามาช่วยเขมรรบเมื่อเสร็จสงครามแล้วก็ไม่กลับประเทศ ออกลูกออกหลานตั้งรกรากอยู่ที่นี่ ส่วนหนึ่งประกอบอาชีพโดยพายเรือเร่ขอสตางค์นักท่องเที่ยวแบบนี้ ไม่ควรสนับสนุนให้เสียนิสัยอีกอย่างถ้าให้คนหนึ่งแล้วคนที่สองที่สามก็จะตามมา แต่ก็แล้วแต่ศรัทธาก็แล้วกัน



 



ครูดารินทร์ดูใบหน้าแล้วน่าสงสาร






ในตอนท้ายเรือยังมีเด็กโข่งนอนขดตัวโดยมีผ้าบาง ๆ บังแดด ก็คิดว่าเป็นลูกของแม่คนนี้จริง ๆ จึงให้ไปยี่ซิบ เพราะดูรัศมีโดยรอบแล้วคงไม่มีพรรคพวกตามมาขออีก






ได้สตางค์เรียบร้อยแล้วก็พายเรือออกไปจอดซุ่มยังฐานที่มั่นเดิม รอลูกค้ารายต่อไป






เมื่อพอควรแก่เวลาแล้วก็กลับมายังศูนย์กลางธุรกิจการท่องเที่ยวของโตนเลสาบ จึงได้ประจักษ์ตามที่ไก้ด์พูดให้ฟัง เรือของนักท่องเที่ยวที่มาจอดถูกรายล้อมไปด้วยเรือเร่ขอสตางค์ โดยเฉพาะเรือลำใหญ่มีนักท่องเที่ยวเต็มลำจะได้รับความสนใจเป็นพิเศษ






ส่วนเรือเล็ก ๆ มีคนไม่กี่คนอย่างลำของเรา ไม่ได้รับความสนใจเท่าที่ควร เห็นแย่งลูกค้ากันอย่างนี้ทำให้นึกชื่นชมเรือขอทานลำแรกที่ไปขอสตางค์ครูดารินทร์ ที่รู้จักฉีกตัวไปเปิดตลาดใหม่ ๆ  ไม่ต้องมาแชร์ส่วนแบ่งการตลาดกันอย่างนี้ และที่นั่นน่าจะปิดการขายได้ง่ายกว่า

 

 

 



ทุกลำจะมีเด็กเป็นพร้อพประกอบฉากจะได้ดูดราม่าหน่อย






ครูดารินทร์เห็นเด็กเหล่านี้จึงได้เข้าใจว่าที่แท้มันเป็นอย่างนี้นี่เอง หลงอินในอารมณ์อยู่ตั้งนาน






เด็กคนนี้หน้าตาดีแอ้คชั่นไม่เลวแถมยังโชว์ความสามารถพิเศษอีกน่าจับไปเล่นหนัง






ตามสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมทุกแห่งไม่ว่าชาติไหนก็จะมีสถานที่ให้นักท่องเที่ยวเข้าไปกระจายรายได้ บนเรือนแพหลังนี้ก็เช่นกัน มีทั้งขายอาหารเครื่องดื่ม ของที่ระลึก กิจกรรมที่เกี่ยวข้องต่าง ๆ






นอกจากบ่อปลาสวายให้โยนอาหารลงไปเลี้ยงแล้วยังมีบ่อจรเข้ด้วย แต่จรเข้ที่นี่เลี้ยงไว้ดูเล่นเฉย ๆ ไม่มีการแสดงโชว์ ที่กัมพูชามีฟาร์มจรเข้อยู่มากสำหรับเอาหนังมาทำผลิตภัณฑ์เครื่องหนัง ผมสังเกตุว่าในเมืองเสียบเรียบมีร้านขายเครื่องหนังจรเข้แท้ประเภท Genuine Crocodile Skin Leather อยู่หลายร้าน






เนื่องจากแพนี้อยู่ในทำเลที่ดี ศูนย์กลางของหมู่บ้านแพโตนเลสาบ จึงมีหอคอยให้ขึ้นไปชมทิวทัศน์โดยรอบ






บนหอคอยประดับธงชาติเกาหลีคู่ธงชาติกัมพูชา แสดงให้เห็นว่าประเทศเกาหลีเป็นสปอนเซอร์ใหญ่ในการช่วยเหลือชุมชนแห่งนี้




 

บนนี้จีึงเป็นมุมประชานิยมของนักท่องเที่ยว ซึ่งก็ถือว่าเป็นมุมที่ดีมองเห็นวิวทิวทัศน์ได้รอบ เสียดายแดดร้อนไปหน่อย

 

 

 

เชิญตามไปอ่านตอนต่อไปได้ครับ...

ตอนที่ 3 ดวงอาทิตย์ตกที่พนมบาเค็ง


 

 

แก้ไขล่าสุด ใน ต.ค.272012

"กินและเที่ยวเรื่อยไปตามใจฉัน"

Wat*ka*Darin Contact

watkadarin Guest

เรามี 525 บุคคลทั่วไป ออนไลน์

 

ขออภัย เนื่องจากถูก spam คุกคาม

จึงของดลงทะเบียนสมาชิกชั่วคราว

ลงทะเบียน