จากสวันเขต...สู่...ปากเซ

เขียนโดย Administrator
ก.ย.182009

(ตอนต่อจาก "ขับ INNOVAไปลาวใต้" ตอนที่ 1)




หลังจากเสร็จพิธีการเข้าเมืองเรียบร้อยแล้ว ขับรถออกมาไม่ถึงกิโล สะดุดตาเข้ากับป้ายข้างทางอันเบ้อเร่อ Welcome to LAS VEGAS เฮ้ย..เราเข้าประเทศผิดหรือเปล่า จะไปเมืองสวันเขตของลาว ไม่ใช่ไป LAS VEGAS อเมริกา จึงถอยรถมาดูชัด ๆ ที่แท้ก็คือ LAO VEGAS ต่างหาก จึงนึกถึงเจ๊ที่คุยกันที่ด่าน ต.ม. ทันที แกบอกว่าขับรถมาข้ามมาเข้าบ่อนโดยเฉพาะ อ๋อ ใกล้แค่นี้เองจึงไม่ต้องทำประกันรถ แกล้งถามครูดารินทร์ว่าเราลองเลี้ยวซ้ายตามลูกศรเข้าไปหาค่าน้ำมันรถดีไหม ?  ครูดารินทร์บอกว่าเชิญเลยถ้าอยากไม่มีรถให้เติมน้ำมัน จากป้ายนี้แสดงว่าตอนนี้บ่อนหรือเรียกให้โก้ว่าคาสิโนได้เข้าล้อมประเทศไทยไว้หมดแล้ว เริ่มตั้งแต่เกาะกง ชายแดนตราด (ทริปนี้ผมเลยเข้าไปศึกษาดูงานด้วยแต่ดูเฉย ๆ ) ด่านเขมรที่สระแก้ว เปิดใหม่ที่สวันเขตนี่ ขึ้นไปสามเหลี่ยมทองคำ เชียงแสน ลงไปเกาะสอง พม่า ปิดท้ายใต้สุดด้วยเกนติ้ง มาเลเซีย โอ เมืองไทยช่างเป็นเมืองพุทธที่บริสุทธิ์ผุดผ่องอะไรเช่นนี้ ปลอดจากอบายมุขทั้งปวง สงสารบ่อนเหล่านี้จัง ทำไมถึงโง่มาเปิดใกล้ชายแดนไทยยังงี้ ไม่รู้หรือว่าคนไทยไม่ชอบเล่นการพนัน...พนันกันไหมละ





จากป้ายดังกล่าวขับมาอีกนิดหนึ่งก็ถึงวงเวียนสี่แยก เป้าหมายแรกตามที่ได้ศึกษาจากแผนที่ จึงจอดรถชิดขวาดูแผนที่ทบทวนเส้นทาง แต่ก่อนอื่นขอปรับจูนวิธีขับรถที่เปลี่ยนจากขับชิดซ้าย   มาเป็นขับชิดขวา นั่งท่องให้ขึ้นใจก่อนว่า รถช้าชิดขวา รถเร็วกว่าชิดซ้าย เลี้ยวขวาผ่านตลอด แต่ระวังรถซ้าย เลี้ยวซ้ายชิดซ้าย ดูรถทางซ้ายก่อน ข้ามไปกึ่งกลางถนนจึงดูรถทางขวา ข้อนี้เอาไปใช้เวลาข้ามถนนด้วย เพราะเราเคยชินแต่การมองขวาก่อน พอไปถึงกลางถนนจึงมองซ้าย ที่ลาวนี่ต้องกลับกัน

ย้อนกลับมาที่เส้นทางต่อ จากวงเวียนข้างหน้า หากเลี้ยวขวาจะเข้าเมืองสวันเขต ถ้าจะไปปากเซ จำปาสักให้ตรงไป หากอ้ออมวงเวียนไปทางซ้ายเป็นเส้นทางไปด่านลาวบาว เข้าสู่ประเทศเวียตนาม





เมื่อทบทวนขึ้นใจแล้วก็บรรจงเลี้ยวขวาผ่านตลอด เข้าไปชมเมืองสวันเขตก่อน ต้องขับรถอย่างบรรจงทีเดียวเพราะยังไม่คุ้นเส้นทาง ขับไปเทียบกับแผนที่ไป ถนนเเส้นนี้ถ้าขับไปเรื่อย ๆ จะผ่านสถานีขนส่งก่อน ตรงไปจะเป็นสามแยกสนามกีฬาถ้าชิดขวาตามถนนนี้ไปก็จะเป็นถนนเลียบแม่น้ำโขง ปรากฏว่าตรงกันใช้ได้ ไปโผล่ริมฝั่งโขงจริง ๆ ฝั่งโน้นคือจังหวัดมุกดาหารของไทย





ขับเลียบแม่น้ำโขงไปเรื่อย ที่ริมโขงมีแต่ร้านปลาเผา เป็นระยะ อยากลองชิมปลาแม่น้ำโขงเผาเหมือนกัน แต่เช้าอยู่ยังไม่หิว  เคยทราบมาว่าเมืองสวันเขตนี้เคยถูกปกครองโดยฝรั่งเศส ฉนั้นจึงมีอาคารแบบยุโรปและการวางผังเมืองที่ดี ถ้าดูจากแผนที่จะเห็นว่าถนนจะตัดกันเป็นบล้อก ๆ เป็นระเบียบ แต่อาคารแบบยุโรปหลังนี้กลายเป็นดิสโก้เทคไปแล้ว




อาคารหลังนี้ก็เช่นกัน กำลังจะถูกทดแทนด้วยอาคารแบบใหม่  ถ่ายย้อนขึ้นให้เห็นต้นลั่นทม ซึ่งที่ลาวเรียกว่าต้นจำปาลาว ผมขับเลียบแม่น้ำโขงจนเกือบสุดถนนจึงเลี้ยวซ้ายเข้าเมือง ขับชมบ้านชมเมืองเลี้ยวซ้าย เลี้ยวขวาไปสัก 2 - 3 ถนนพอเลี้ยวเข้าถนนอีกเส้นหนึ่งชักเอะใจว่า ทำไมรถที่วิ่งสวนมาข้างหน้าไกล ๆ มันอยู่เลนเดียวกับเราหว่า ชักไม่ได้การแล้ว สงสัยขับย้อนศรแน่เรา คิดได้ดังนั้นรีบเลี้ยวขวาเข้าซอยแรกทันทีหลบเอาตัวรอดไว้ก่อน แต่ตอนเลี้ยวสายตามองเห็นแว้บหนึ่งว่ารถปิคอัพที่สวนมาลิบ ๆ คันหนึ่งน่าจะเป็นรถตำรวจ เพราะมีไฟสีแดงบนหลังคา เอาละซิงานเข้าแล้วเรา พอเข้าซอยที่ไม่ลึกนักซึ่งไปตัดกับอีกถนนหนึ่งที่ขนานกัน จึงเลี้ยวซ้ายเข้าถนนนั้นตามรถคันหน้าไป เผื่อว่าตำรวจจะหาไม่เจอ แต่พอมองกระจกหลังเห็นรถตำรวจคันนั้นเลี้ยวเข้าซอยมาอีก ชักใจไม่ดีแล้วแต่ไม่รู้ทำใงก็ขับรถไป สลับกับมองกระจกหลังไปด้วย ปรากฏว่ารถคันนั้นยังเลี้ยวตามหลังมาอีก แต่ก็ใจชื้นหน่อยว่า ทำไมมันใช้ความเร็วปกติ ไม่เร่งรีบเท่าไหร่ ยังเว้นระยะห่างเท่าเดิม ขับไปสักพักรถคันนั้นก็แอบจอดหน้าบ้านหลังหนึ่ง ทำให้หายใจทั่วท้องโล่งอกขึ้นทันที ที่แท้ตำรวจคนนั้นคงแวะมากินข้าวต้มกลางวันตอนสาย ๆ ที่บ้านแน่นอน

หลังจากนั้นทำให้ไม่มีอารมณ์ขับรถชมเมืองสวันเขตที่เดิมตั้งใจจะแวะถ่ายอาคารที่เป็นสถาปัตยกรรมแบบยุโรป เปลี่ยนใจขับรถมาตั้งต้นที่วงเวียนเดิมเลี้ยวขวาผ่านตลอดมุ่งส่เมืองปากเซทันที ที่จริงจากเมืองสวันเขตก็มีถนนต่อไปได้ไม่ต้องย้อนกลับ แต่ขี้เกียจคลำทางจากแผนที่ เดี๋ยวขับย้อนศรอีก คราวนี้อาจเจอของจริง




ถนนสายหลักของลาวก็มีอยู่เส้นเดียว ถนนหมายเลข 13 หรือเปล่าชักลืมแล้ว ถนนเส้นนี้เริ่มจากใต้สุด ชายแดนเขมร มุ่งขึ้นเหนือ ผ่านแขวงสำคัญ ๆ เช่น จำปาสัก สวันเขต คำม่วน จนถึงเวียงจันทร์ ต่อไปวังเวียง หลวงพระบางโน่น สภาพถนนจากสวันเขตไปปากเซ ราดยางเรียบใช้ได้ น่าจะสร้างเสร็จไม่นานมานี้ แต่สังเกตว่าหินที่คลุกกับยางแอสฟัลท์ราดถนนนั้นเม็ดหยาบคล้ายก้อนกรวดเม่น้ำ ไม่เรียบกริบเหมือนบ้านเรา






อีแต๋นลาว





รถยี่ห้อ KOLAO เห็นใช้กันเยอะ




เส้นทางนี้มีด่านเก็บเงินค่าผ่านทาง 2 - 3 แห่ง ค่าผ่านทางประมาณ 30 บาท แถวด่านเก็บเงินรวมทั้งที่จอดรับส่งผู้โดยสารรถประจำทาง จะมีแม่ค้าขายอาหาร เช่น ข้าวเหนียวไก่ย่าง รออยู่ พอรถจอดก็วิ่งร้อยเมตร รุมเข้ามาเสนอขายสินค้ารอบรถทันที





ผมเห็นแม่ค้าคนนี้ขายอะไรไม่รู้ จึงเปิดกระจกถาม ทีนี้เลยได้เรื่อง มีมือจากไหนต่อไหนไม่รู้ แต่เป็นมือที่มองเห็นนะ ไม่ใช่มือที่มองไม่เห็น ในมือนั้นถือของที่ขาย ยื่นเข้ามาในรถเต็มไปหมด พร้อมเสียงร้องขายของอยู่เซ็งแซ่ รวมทั้งกลิ่นสารพัดจากของเหล่านั้นรวมกับกลิ่นแม่ค้าด้วยหรือเปล่าก็ไม่รู้ ผสมปนเปกันไปหมด กว่าจะปฏิเสธและปิดกระจกได้ ต้องพยายามอยู่นาน พอปิดกระจกได้ ครูดารินทร์ต้องเอาน้ำหอมมาฉีดไปทั่วรถ ทำให้ได้บทเรียนแล้วว่า ต่อไปนั้ถ้าไม่จำเป็น อย่าได้เปิดกระจกเชียว






จ้าวถนนไม่ใช่แค่แพะนี้เท่านั้น มีว้วควาย รวมทั้งสุนัขมีให้เห็นตลอดทางทั้งลาวเหนือ ลาวใต้ การขับรถในลาวช่วงแรก ๆ ก็ระมัดระวังตัวอย่างเต็มที่ ขับอย่างบรรจงเต็มบรรทัดเลย ถ้ามีรถนำอยู่ข้างหน้า ก็จะขับตามไปเรื่อย ๆ ก่อน ยังไม่ค่อยกล้าแซงปรู้ดปร้าดออกไป รอถนนว่างยาว ๆ จึงจะแซงเสียทีหนึ่ง ก่อนแซงต้องให้เนวิเกเตอร์ที่นั่งอยูด้านซ้าย ดูอย่างละเอียดว่ามีรถสวนมาใกล้ไกลแค่ไหน เพราะคนขับอยู่ด้านขวามองไม่ค่อยเห็น อีกอย่างหนึ่งไม่ชินกับการแซงซ้ายแล้วตบกลับมาเข้าเลนขวา แต่หลังจากคอมพิวเตอร์ในสมองได้ประมวลผลการเรียนรู้วิธีขับรถเลนขวาและข้อมูลจากสภาพแวดล้อมแบบนี้แล้ว ทุกอย่างก็ปรับเปลี่ยนเป็นธรรมชาติโดยอัตโนมัติ ความเกร็งหายไป คราวนี้ขับแบบหวัดแกมบรรจงได้แล้ว จะแซง จะตบซ้ายตบขวางี้เนียนเลย มีความรู้สึกเหมือนขับรถปกติในบ้านเราแล้ว ต้องมาปรับตัวอีกครั้งตอบขับเข้าเมืองไทยที่อุบล ฯ





บรรยากาศสองข้างทางมีทั้งแห้งแล้ง








และชุ่มชึ้นสลับกันไป







เส้นทางลาวใต้นี้เป็นทางราบตรง ไม่มีขึ้นเขา ลงเขา โค้งไป โค้งมาเหมือนเส้นทางวังเวียง หลวงพระบาง แต่ราบเรียบเสียจนน่าเบื่อ นาน ๆ จะมีรถประจำทาง ทั้งวิ่งระยะยาวไปถึงเวียงจันทร์ และระยะสั้นไปแค่สวันเขตและแขวงใกล้เคียง แต่ดูสภาพรถแล้วน่าเหนื่อยแทนผู้โดยสาร นอกนั้นก็เป็นรถ KOLAO รถมอเตอร์ไซค์ และรถอีแต๋นลาว แต่ยี่ห้อรถที่ใช้กันมากที่สุดคือ ฮุนได ขับมาตลอดเส้นทางถึงปากเซ ยังไม่เจอรถทะเบียนไทย และสติ้กเกอร์ตัว T ติดหน้ากระจกซักคัน





ใครที่ขับรถในลาวคงจะพบเห็นเด็กนักเรียนเดินสวนไปสวนมาตลอดเวลา แทบทั้งวัน ตอนที่ผมขับ KIA จากวังเวียงตอนเช้ามืด ก็เจอเด็กเดินไปโรงเรียนแล้ว ทั้งเดินสวนทางกับรถและเดินไปทางเดียวกับรถขึ้นอยู่กับว่าทิศทางโรงเรียนไปทางไหน  ตอนใกล้เที่ยงก็เดินกลับไปกินข้าวบ้าน พอตกบ่าย เดินกลับไปโรงเรียนต่อ ตกเย็นเดินกลับบ้านอีกรอบ ขยันเดินกันจริง ๆ เดินกันให้ว่อน วันนั้นใกล้เที่ยงเจอเด็กนักเรียนเด็กหญิงสามคนกำลังเดินกลับบ้าน




พอเห็นผมจอดรถถ่ายรูป พากันแตกแถวออกวิ่งลงข้างถนนทันที แต่วิ่งไปหัวเราะไป สงสัยเขินอายตามประสาสาว ๆ





โรงเรียนมัธยมแห่งนี้กำลังแข่งฟุตบอลหญิง สงสัยกำลังแข่งกีฬาสี แต่คงไม่ใช่กีฬาสีที่กำลังเล่นกันอย่างเอาเป็นเอาตายที่เมืองไทยขณะนี้ ที่มีทั้งสีแดง สีเหลือง สีน้ำเงิน สีเขียวขี้ม้า ล่าสุดมีสีกากีแบบที่นักเรียนชายสามคนสวมอยู่ เข้ามาร่วมแจมด้วย





นักเรียนหญิงนุ่งผ้าถุงน่ารัก เป็นฟอร์มมาตรฐาน เคยคุยกับผู้หญิงลาว เธอบอกว่าการนุ่งผ้าถุงถือเป็นการแต่งตัวที่สุภาพที่สุด ถ้าไปติดต่อราชการต้องนุ่งผ้าถุง หากสวมกางเกงหรือกระโปรง ถือว่าไม่สุภาพเป็นการไม่ให้เกียรติสถานที  บางแห่งอาจไม่ให้เข้าไปด้วยซ้ำ





นี่เด็กนักเรียนอีกกลุ่มหนึ่งเดินสวนมาแต่กลุ่มนี้แทนที่จะวิ่งหนี กลับวิ่งยิ้มร่าสู้กล้อง





พร้อมยืนโพสท์ท่าเป็นนายแบบ ผมจึงสนองตอบเต็มที่ กดมาหลายรูป คลิ้กชมได้จากอัลบั้มท้ายบทความนี้





"สบายดี ชาวเมืองปากเซ ยินดีต้อนรับ" พอเห็นป้ายนี้ก็สบายดีได้ เพราะเรามาถูกทางแล้ว นางแบบในภาพเห็นตอนแรกนึกว่าน้องกบ สุวนันท์






เจอแล้วครับป้ายนี้ คุ้นหน้าคุ้นตาดี เพราะมีคนโพสท์ลงเว็บประจำ อยู่ปากทางเข้าเมืองปากเซนี่เอง





จากการศึกษาในแผนที่ ถ้าขับรถมาจากสวันเขต ก่อนเข้าเมืองปากเซจะต้องข้ามสะพานข้ามแม่น้ำเซโดน ไม่นึกว่าสะพานมันจะแคบขนาดนี้ เดินรถได้ทีละฝั่ง ต้องรอสัญญาณไฟ หนุ่มลาวขี่มอเตอร์ไซค์สวมเสื้อแดง คงเป็นเสื้อแดงแฟนแมนยูนะ ไม่ใช่แฟนนักกีฬาสีของไทย เพราะพิมพ์เบอร์ 8 ของปาร์คอินชอง ใช่ไหมนี่





สพานเหล็กแคบ ๆ น่าจะหลงเหลือมาจากสมัยสงคราม




แม่น้ำเซโดนที่แยกมาจากแม่น้ำโขงไหลอ้อมเมืองปากเซ

ชมอัลบั้มภาพเด็กยิ้มของลาวก่อน ...หลังจากนั้นเชิญคลิ้กไปกินปลาเผาแกล้มเบียร์ลาว
พร้อมกับชมพระอาทิตย์ตกดินริมฝั่งโขง

ในตอนที่ 3 ของ ขับ INNOVA ไปลาวใต้
"ปากเซ...คอนพะเพ็ง"


"ปากเซ...คอนพะเพ็ง"


"กินและเที่ยวเรื่อยไปตามใจฉัน"

Wat*ka*Darin Contact

watkadarin Guest

เรามี 351 บุคคลทั่วไป ออนไลน์

 

ขออภัย เนื่องจากถูก spam คุกคาม

จึงของดลงทะเบียนสมาชิกชั่วคราว

ลงทะเบียน