น่าน...ไง ตอนที่ 2

05ส.ค. 2011 Written by  Administrator



จากวัดพระธาตุแช่แห้งออกเดินทางสู่ บ้านหนองบัว อ.ท่าวังผา จากตัวเมืองน่าน ระยะทาง 41 กิโลเมตร เพื่อชมสถาปัตยกรรมและจิตรกรรมฝาผนังที่วัดหนองบัว

รายละเอียดโปรดติดตามไปที่ http://www.arty4you.net/




ภายในกำแพงวัด ก่อนถึงตัวโบสถ์มีเรือนน้ำหรือฮ้านน้ำหม้อ สัญลักษณ์แห่งมิตรไมตรีและความชุ่มเย็นชองชาวล้านนา




ลานหน้าโบสถ์เป็นสนามเปตองใต้ต้นไม้ร่มรื่น แสดงถึงความสัมพันธ์ระหว่างวัดและชุมชนได้อย่างดี




หลังโบสถ์มีการนำบ้านไทยลื้อแบบดั้งเดิม มาปลูกใหม่พร้อมตกแต่ง จำลองลักษณะการดำรงชีวิตของชาวไทยลื้อ รายละเอียดตามลิ้งค์นี้ครับ

เรือนไทยลื้อบ้านหนองบัว



ใกล้กับบ้านไทยลื้อมีการเดี่ยวสะล้อเป็นเพลงล้านนา ฟังแล้วได้บรรยากาศจาวเหนือแต้ ๆ




และตรงนั้นมีร้านค้าเล็ก ๆ ขายสินค้าพื้นเมืองโดยเฉพาะผ้าทอมือ




ภายในอุโบสถ คุณลุงท่านนี้ได้เล่าประวัติของจิตรกรรมฝาผนังอุโบสถวัดหนองบัว เป็นข้อมูลที่เป็นประโยชน์มากทีเดียว




หมู่บ้านไทยลื้อบ้านหนองบัว เป็นหมู่บ้านที่มีฝีมือในการทอผ้าพื้นเมืองที่เรียกว่า “ผ้าลายน้ำไหล” หมู่บ้านนี้มีกลุ่มทอผ้าหลายกลุ่ม แต่ละกลุ่มก็มีผ้าที่ทอสำเร็จแล้วจำหน่าย กลุ่มที่ผมถ่ายมานี้ชื่อว่า กลุ่มทอผ้าจันทร์สมการทอ บ้านหนองบัว หมู่ 5




ดูความละเอียดซับซ้อนของการทอ กว่าจะได้แต่ละผืนต้องใช้เวลาหลายวัน




“ผ้าลายน้ำไหล” คำนี้ช่างตรงกับลักษณะลายผ้า ที่มีลวดลายเป็นจังหวะเลื่อนไหลเหมือนกับสายน้ำ ประกอบกับประกายเหลือบมันของเส้นไหม ดูมีการเคลื่อนไหวต่อเนื่องไม่สิ้นสุด





ออกจากบ้านหนองบัวมุ่งสู่อุทยานแห่งชาติดอยภูคา ไปตามทางหลวงหมายเลข 1080 ถึงอำเภอปัวแล้วแยกไปตามทางหลวงหมายเลข 1256 ปัว-บ่อเกลือ ถนนช่วงนี้จะคดเคี้ยวขึ้นเขาค่อนข้างชันหลายแห่ง




ที่จริงวันนั้ตั้งใจจะพักที่อุทยานแห่งชาติดอยภูคา เพื่อดูทะเลหมอกตอนเช้า แต่ที่พักถูกจองเต็มหมด จึงไปได้ที่อุทยานแห่งชาติขุนน่าน เลยบ่อเกลือไปหน่อย




จุดชมวิวข้างทางบนดอยภูคา มีบริเวณกางเต้นท์และสิ่งอำนวยความสดวกพอสมควร มีผู้มาใช้บริการคึกคัก เสียดาย รู้งี้เตรียมเต้นท์มานอนตรงนี้ก็ดี




ต้นเต่าร้างยักษ์ สัญลักษณ์ของป่าแถบนี้ รูปต้นเต่าร้างยักษ์นี้ยังมีปรากฎในจิตรกรรมฝาผนังวัดภูมินทร์




ในศาลาชมวิว นักเดินทางสาว สาว สาว กำลังนั่งเม้าท์กันถึงเรื่องทริปท่องเที่ยวที่ผ่านมา ทั้งในและต่างประเทศ ได้ยินแล้วอิจฉา




จากจุดชมวิวก็จะเป็นทางลงเขาตลอด มีขึ้นบ้างนิดหน่อยจนมาถึง อ.บ่อเกลือ เลี้ยวเข้าไปดูบ่อเกลือภูเขา ห่างจากถนนใหญ่ประมาณ 100 เมตร




ประวัติความเป็นมาของบ่อเกลือ ขออนุญาตถ่ายมาลงทั้งดุ้น





ปัจจุบันชาวบ้านยังคงต้มแกลือด้วยวิธีแบบดั้งเดิม โดยต้มในกะทะใบบัวขนาดใหญ่เคี่ยวจนน้ำงวดแห้ง สังเกตจะมีแคร่สำหรับคนเฝ้า คอยเติมฟืนตลอดเวลา





ล้างกะทะต้มเกลือในลำน้ำข้าง ๆ บ่อเกลือ




บ้านขุนน่าน 2 ในอุทยาน ฯ ขุนน่าน ห่างจากบ่อเกลือไปทางอำเภอเฉลิมพระเกียรติ ประมาณ 4 กิโลเมตร ไฟฟ้าปักเสาเดินสายแล้ว แต่ยังไม่มีกระแสไฟ ต้องใช้ไฟปั่นเอง ปิดประมาณ 5 ทุ่ม



วันที่ 4 ธันวาคม 2553 เวลา 6.37 น. อุณหภูมิ 13 องศาเซลเซียส ระยะทางจากเชียงใหม่มาถึงตรงนี้ 473.6 ก.ม.




ตลอดทั้งคืน น้ำค้างตกแรงมาก




เปียกยังกับฝนตก




ถ่ายรูปเป็นที่ระลึกก่อนออกเดินทางต่อ ทริปนี้ดันลืมเอาขาตั้งกล้องไปเลยต้องผลัดกันถ่าย อดมีรูปคู่





บ้านพักภายในอุทยานแห่งชาติขุนน่าน มีอุปกรณ์อำนวยความสดวกพร้อม รวมทั้งเครื่องทำน้ำอุ่นชนิดใช้แก้ส แม้ไฟฟ้าและถนนภายในยังไม่สมบูรณ์นัก แต่ก็ได้บรรยากาศไปอีกแบบ ถ้าไม่ได้เตรียมอาหารมาเอง ก็สามารถสั่งเจ้าหน้าที่ได้ กับข้าว 3 - 4 อย่าง หัวละ 80-100 บาท ต่อมื้อ




ทางเข้าอุทยาน ฯ แยกจากถนนบ่อเกลือ - เฉลิมพระเกียรติ ประมาณ 700 เมตร เป็นทางขึ้นเขานิดหน่อย สภาพอย่างนี้




โปรแกรมแรกของวันนี้คือด่านชายแดนไทย - ลาว ห้วยโก๋น ตอนแรกว่าจะใช้เส้นทางผ่านหน้าอุทยาน ฯ บ่อเกลือ - อ.เฉลิมพระเกียรติ ซึ่งมีระยะทาง 70 กว่าโล แต่เจ้าหน้าที่บอกว่า เป็นถนนคดเคี้ยวขึ้นเขา ยังเป็นถนนรุ่นเก่าอยู่สภาพถนนอาจไม่ดีนัก ทางเลือกอีกทางหนึ่งคือย้อนกลับไปทางดอยภูคา อ.ปัว ระยะทางประมาณร้อยกว่าโลนิด ๆ แต่อาจใช้เวลาพอ ๆ กัน




ผมจึงเปลี่ยนใจย้อนกลับเส้นทางดอยภูคาดีกว่า เพราะจะได้แวะถ่ายภาพตามรายทางอีกครั้ง เพราะเมื่อเย็นวานรีบทำเวลากลัวมืดเสียก่อน

ตลาดชายแดนไทย - ลาว ห้วยโก๋นจะมีทุกวันเสาร์ ตั้งแต่เช้าจนถึงเที่ยง จุดมุ่งหมายสำคัญของครูดารินทร์คือผ้าทอลายน้ำไหล ฝีมือชาวไทยลื้อ จากบ้านเมืองเงิน หงสา ของลาว




แต่พอไปถึงก่อนเที่ยงนิดหน่อย ไม่เห็นสินค้าจากฝั่งลาวเลย เจอแต่ชาวลาวกำลังช้อปสินค้าไทย ขนข้ามไปลาว สอบถามได้ความว่า หากต้องการสินค้าจากลาว โดยเฉพาะผ้าทอ ให้มาแต่เช้าตั้งแต่เปิดด่าน เพราะจะมีพอ่ค้าชาวไทยไปรอเหมาตั้งแต่หน้าด่าน อย่างวันนี้บอกว่ามีผ้ามาเป็นคันรถ แต่แป้บเดียวเกลี้ยงแล้ว




ชาวลาวใช้ผ้าทอพื้นเมืองของเขาเป็นปกติในชีวิตประจำวัน ต่างกับชาวเราจะใช้เนื่องในโอกาสพิเศษเป็นส่วนใหญ่




เมื่อไม่ได้ช้อปผ้าลาวตามที่ตั้งใจ ครูดารินทร์จึงไปถามที่เล่นที่จริงกับชาวลาวกลุ่มนี้ ที่กำลังสนใจเสื้อผ้า 3 ตัว 100 ของไทยว่า ถ้าขอซื้อผ้าถุงที่ใส่อยู่จะขายไหม..? เขาก็ตอบยิ้ม ๆ ว่าเก่าแล้วจะซื้อไปทำไม....




ชายแดนห้วยโก๋นห่างจากตัวเมืองน่าน 138 ก.ม. ขอแนะนำหน่อยว่า หากมาจากน่านมาใกล้จะถึงชายแดนแล้วจะมีป้ายแยกซ้ายไปชายแดน ดูถนนตรงปากทางก็ลาดยางดีหรอก แต่ระยะทางต่อจากนั้น ถนนเละเทะยางหลุดล่อนเหลือแต่หินเป็นหลุมเป็นบ่อจากฝีมือของรถบรรทุก ระยะทางแค่ไม่กี่โล เหมือนนานชั่วกัปชั่วกัลป์

เมื่อถึงทางแยกนี้แล้วควรขับตรงไปเข้าทาง อ.เฉลิมพระเกียรติดีกว่า ระยะทางไกลกว่าหน่อยหนึ่งแต่ถนนดีกว่าเยอะ




กลับจากห้วยโก๋น ก่อนถึงตัวเมืองน่านไม่กี่กิโล ไม่ลืมแวะชมนิทรรศการศิลปะที่หอศิลป์ริมน่าน ซึ่งเป็นสัญลักษณ์รุ่นใหม่ของเมืองน่านไปแล้ว ที่หอศิลป์นี้มีสิ่งที่น่าสนใจหลายอย่าง เชิญตามลิ้งค์นี้ไปครับ

หอศิลป์ริมน่าน




ขับลงมาพักค้างคืนที่แพร่ เพื่อวันรุ่งขึ้นจะได้ชมวัดจอมสวรรค์ ซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมแบบพม่าที่ยังมีสภาพสมบูรณ์ และได้รับการบูรณะขึ้นมาใหม่




และชมผ้าตีนจกเลื่องชื่อของเมืองลองอย่างจุใจ



เชิญตามลิ้งค์นี้ไปครับ


วัดจอมสวรรค์ แพร่

ผ้าตีนจกเมืองลอง แพร่


ขอจบด้วยภาพคุณตาท่านนี้ กำลังนั่งสานปลอกมีดอย่างสบายอารมณ์ ในศาลาอ่านหนังสือประจำหมู่บ้าน ข้างถนนเส้นทาง ลอง - ลำปาง






Rate this item
(0 votes)
Last modified on วันศุกร์ที่ 05 สิงหาคม 2011 เวลา 20:56 น.

268 คอมเมนต์คอมเมนต์

Leave a comment

Make sure you enter the (*) required information where indicated.
Basic HTML code is allowed.

"กินและเที่ยวเรื่อยไปตามใจฉัน"

Wat*ka*Darin Contact

watkadarin Guest

เรามี 662 บุคคลทั่วไป ออนไลน์

 

ขออภัย เนื่องจากถูก spam คุกคาม

จึงของดลงทะเบียนสมาชิกชั่วคราว

ลงทะเบียน