น้ำฝนเจิ่งนองที่ระนอง

 

 

เป็นตอนต่อของ

รอยยิ้มที่ตลาดบ้านกรูด

 

โปรแกรมของทริปนี้ของผมกับครูดารินทร์หลังจากพักที่หาดบ้านกรูด 2 คืนแล้ว กำหนดไว้สองทางเลือก คือ ขับรถไปถึงกระบี่แล้วเอารถข้ามเรือไปพักเกาะลันตา 2 คืน ขากลับมาทางระนอง อาจแวะพักที่ระนองสัก 1 คืน กับทางเลือกที่ 2 ถ้าขี้เกียจขับรถไกลก็ไปแค่ระนอง แล้วข้ามเรือไปนอนบนเกาำะพยาม เพราะทั้งสองแห่งนี้ยังไม่เคยไป สรุป เลือกโปรแกรมหลัง

 

 

วันนั้น 13 ตุลาคม พอขับรถออกจากบ้านกรูดไปชุมพรก็เจอฝนตลอดทาง หนักบ้าง เบาบ้างทำให้คิดว่าดีแล้วที่ไปแค่ระนอง พอมาถึงแยกปฐมพรซึ่งกำลังกำสร้างสะพานข้ามทางแยกกันใหญ่ ฝนก็เทมาอย่างหนัก ทำให้ถนนเละตุ้มเป๊ะ แทบหาทางเลี้ยวขวาไประนองไม่เจอ และฝนตกช่างตกได้ตกดี ตกจนถึงระนอง มีหยุดแค่ช่วงสั้น ๆ พอให้แซงกันได้บ้าง ไม่งั้นต้องขับคลานตามรถบรรทุกต่อกันเป็นแถวยาว เพราะถนนเส้นนี้มีแค่สองเลน แถมโค้งไปโค้งมาอีกต่างหาก เห็นป้ายแว้บ ๆ ข้า่งทางว่าสี่ร้อยกว่าโค้ง ทำให้ระยะทางแค่ร้อยกิโลนิด ๆ ใช้เวลากว่าสองชั่วโมง (ภาพนี้ถ่ายตอนขากลับเพราะขาไปไม่สามารถจอดรถถ่ายรูปได้ซักแห่ง)

 

 

ถึงระนองขับรถตระเวนหาอาหารกลางวันรับประทาน ปรากฏว่าช่วงนั้นเป็นเทศกาลกินเจพอดี และที่ระนองก็มีมหกรรมกินเจขึ้นธงเลืองพรึบทั้งเมือง ผมไม่ถนัดกินเจ ถ้าเป็น J&B พอได้ ทำให้หาร้านอาหารที่ไม่เจยากพอสมควร




หลังจากอิ่มแล้วก็ขับรถไปท่าเรือข้ามไปเกาะพยาม พอถึงแล้วก็ไม่สามารถลงจากรถไปสอบถามรายละเอียดได้เพราะฝนยังไม่หยุด จึงคิดว่าไม่ได้การเสียละมั้ง ไปเกาะหน้าฝนอย่างนี้ กลัวไปถึงก็ได้แต่นั่งกอดเข่ามองหน้ากันสองคนอยู่ในรีสอร์ต ไปฮันนิมูนก็ว่าไปอย่าง หรือแจ้คพ็อทอาจเจอพายุก็ได้

 

 

จึงเปลี่ยนแผนอีกรอบ หาที่พักค้างที่ระนองสัก 1 คืนก่อน พรุ่งนี้ค่อยว่ากันใหม่ จากโพยที่เตรียมมาผมหมายตาไว้แห่งหนึ่ง ชื่อโรงแรมลงท้ายค้วย ".......บีชรีสอร์ต" อยู่ปากน้ำระนอง โฆษณาว่า "...โรงแรมติดทะเลอันดามันแห่งแรกของจังหวัดระนอง ริมหาดชาญดำริ สัมผัสทัศนียภาพอันงดงามและกลิ่นไอทะเลยามเช้า ทอดสายตาสู่อันดามันและเกาะสองประเทศพม่า.."

จึงขับรถมุ่งไปทันที ผ่านสุสานเจ้าเมืองระนองก็ไม่ได้แวะเพราะฝนตกพรำ ๆ ภาพนี้เป็นมุมมองบนเนินเขาปากทางเข้าโรงแรม ".......บีชรีสอร์ต" ดูแล้วก็สวยดี เกาะเล็ก ๆ กลางน้ำ ผมได้ยินยามที่เปิดไม้กั้นทางเข้าบอกว่าชื่อเกาะพี สะกดด้วย พ พาน มารู้ภายหลังว่าชื่อว่าเกาะผี สะกดด้วย ผ ผึ้ง  หรือชื่อเป็นทางการว่า เกาะสะระนีย์ เป็นเกาะของฝั่งไทย ถัดไปลิบ ๆ คือเกาะสอง หรือ Victoria Point ของพม่า




"เกาะผี" เป็นชื่อที่ชาวบ้านเรียกกันต่อ ๆ มา เพราะรอบเกาะแห่งนี้เป็นร่องน้ำลึก คนระนองนิยมนำเถ้ากระดูกของคนตายมาลอยอังคาร บนเกาะนี้มีรูปปั้นเจ้าแม่กวนอิมสีทองประทับยืน เด่นเห็นได้ชัด



สะพานไม้ท่าเทียบเรือยาวเหยียดหน้าโรงแรม ติดป้ายว่าห้ามเข้า ถึงไม่ห้ามก็ไม่กล้าเดินเข้าไปหรอก ถ้ามายืนอยู่ปากน้ำระนองแถวหาดชาญดำรินี้ แทนที่จะ"....ได้กลิ่นไอทะเลยามเช้า..." ดังคำโฆษณา กลับได้กลิ่นเหม็นตุ ๆ จากโรงงานปลาป่นที่ตั้งอยู่รอบ ๆ นี้แทน พอลงจากรถได้กลิ่นนี้กึ้กเข้าจมูกทันที แรก ๆ ก็ไม่รู้หรอกว่ากลิ่นอะไร ตอนหลังอ่านเจอในหนังสือแจกฟรีที่เคาน์เตอร์โรงแรมจึงได้ทราบ ตามข่าวบอกว่าทางจังหวัดระนอง ก็กลุ้มใจกับกลิ่นไม่พึงประสงค์นี้เหมือนกัน กำลังหาทางแก้ไขอยู่




ตอนแรกกะจะพักที่นี่ พอสัมผัสกลิ่นที่ว่า ประกอบกับครูดารินทร์ดูสภาพโดยรอบแล้ว เผ่นดีกว่า... กลัวผีหลอก.....(ตอนผมกลับมาแล้ว เปิดเช็คเว็บข้อมูลโรงแรมในจังหวัดระนองอีกที ก็ยังพบชื่อโรงแรมนี้อยู่ พร้อมกับภาพสวยหรู น่าพัก เมื่อครั้งอดีต)




จึงขับรถกลับออกมา ย้อนเข้าเมืองมานิดเดียว เจอทางแยกซ้ายมีป้ายบอกไปกุยบุรีและป้ายชื่อรีสอร์ตปักอยู่หลายแห่ง หนึ่งในนั้นมีชื่ออันดามันคลับ ผมคิดว่าเป็นรีสอร์ตที่ตั้งอยู่แถวนั้น จึงเลี้ยวรถเข้าไป



พอขับรถเข้าไปเจอลานจอดรถกว้างขวางทั้งในร่มและกลางแจ้ง ที่จอดรถในร่มมีรถจอดเรียงเป็นตับเกือบเต็มทุกช่อง




และท่าเทียบเรือมีหลังคายาวเหยียดยื่นออกไปในน้ำ




ถัดไปทางขวามือเห็นประภาคารรูปทรงทันสมัยสูงเด่น




และอาคารชั้นเดียวหลังนี้ ไม่เห็นมีโรงแรมหรือรีสอร์ตตามที่คาดไว้ เข้าไปถามเจ้าหน้าที่ข้างใน บนกระเป๋าเสื้อปักโลโก้อันดามันคลับ ได้ความว่าที่นี่เป็นท่าเรือรับส่งคนไปโรงแรมซึ่งตั้งอยู่บนเกาะสน ของพม่า ซึ่งที่นั่นนอกจากเป็นโรงแรมชั้นหนึ่งแล้วยัง มีคาสิโนและร้านสินค้าปลอดภาษีด้วย เจ้าของรถทั้งหลายที่จอดอยู่นี่หายเข้าไปอยู่บนเกาะนี้แหละ ทำให้ผมได้ความกระจ่างขึ้น เพราะเข้าใจมานานแล้วว่าคาสิโนตั้งอยู่บนเกาะสอง ที่จริงอยู่บนเกาะสนที่อยู่ใกล้กัน




การข้ามไปเกาะสนไม่ยุ่งยาก ถ้าเป็นคนไทยใช้แค่บัตรประชาชนใบเดียว เจ้าหน้าที่ของอันดามันคลับที่เคาน์เตอร์จะดำเนินการด้านเอกสารให้เสร็จสรรพ อ้อ.. ให้เราเอาหน้าไปยื่นหน้าเว็บแคมถ่ายรูปติดใบผ่านแดนเสียหน่อย พร้อมกับเซ็นชื่อ แล้วนำเอกสารไปเสียค่าธรรมเนียม 30 บาท ต่อจากนั้นก็ไปยื่นที่เคาน์เตอร์ ตม. ที่อยู่ติด ๆ กัน ก็เป็นอันเสร็จพิธีการเดินทางออกนอกประเทศ พร้อมที่จะไปกระจายรายได้ให้พม่าแล้ว และถ้าใครคิดว่าเงินที่เตรียมมามันน้อยไปไม่สะใจ ที่อาคารนี้ยังมีตู้เอทีเอ็มของกรุงไทย กดให้กระจายไปเลย




ใบผ่านแดนลักษณะเหมือนกับที่ด่านชายแดนทั่วไป ผมถามเจ้าหน้าที่ ตม.ว่าใช้หนังสือเดินทางแทนใบผ่านแดนได้ไหม ? เพราะเห็นชาวต่างชาติใช้หนังสือเดินทาง เขาตอบว่าก็ใช้ได้ แต่จะเสียค่าธรรมเนียมที่ฝั่งพม่าแพงกว่า เพราะพม่าจะคิดในอัตราชาวต่างชาติเป็นเงินดอลล์ จำไม่ได้แล้วว่าเท่าไหร่ แต่ถ้าเป็นใบผ่านแดน รวมค่าโดยสารเรือไปกลับ ค่าเข้าเมืองพม่าและค่าธรรมเนียมใบผ่านแดน ตกคนละ 100 บาท พอดี 



เรือไปเกาะสนออกทุก 1 ชั่วโมง ผมถามเจ้าหน้าที่ ตม.ที่ท่าเรือนี้ว่าเที่ยวสุดท้ายกี่โมง เขาบอกว่าหมด 5 ทุ่ม พร้อมกับแนะนำว่าระยะนี้กลับเร็วหน่อยก็ดี เพราะตอนค่ำ ๆ อาจมีคลื่นลมแรง

 

 

เรือแปะโลโก้อันดามันคลับหรา เป็นเรือปรับอากาศใช้เวลาเดินทางประมาณ 20 นาที

 

 

เที่ยวที่ผมโดยสารไปวันนั้น มีนักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่นกลุ่มใหญ่พร้อมกระเป๋าหลายใบ สงสัยไปพัก ออกรอบตีกอล์ฟและดำน้ำที่โน่น

 

 

ขอบคุณครับ ...แต่...สวัสดิภาพของคนหรือสวัสดิภาพของกระเป๋าตังกันแน่...?




นั่งเรือท่ามกลางสายฝนมุ่งสู่เกาะสน เคลิ้ม ๆ คิดฝันไปว่าเมืองไทยก็มีเกาะว่าง ๆ เยอะแยะแบ่งมาทำคาสิโนซักเกาะไม้ได้เชียวหรือ มีมาตรการควบคุมให้ดี เกิดรายได้ทั้งทางตรงและทางอ้อม รัฐจะได้มีเงินไปถลุงเล่น แทนที่จะปล่อยให้ประเทศเพื่อนบ้านโกยเอ้า โกยเอา ไล่ตั้งแต่ท่าขี้เหล็กแม่สาย สามเหลี่ยมทองคำเชียงแสนลงมา ลาวเวกัสในสวันเขตติดกับมุกดาหาร เขมรแถวสระแก้ว เกาะกงชายแดนตราด เกนติ้งมาเลเซีย และที่เกาะสนพม่า

แต่พอตื่นจากความฝันจึงพบกับความจริงว่า ไม่ได้หรอก เมืองไทยเป็นเมืองพุทธ เป็นเมืองที่มีคุณธรรม จริยธรรม มาตรฐานธรรมอันสูงส่ง ไม่ปากว่าตาขยิบ จะให้มีอบายมุขซึ่งเป็นบาปได้ยังไง อย่าแม้แต่จะคิดเชียวนา สู้ส่งเสริมให้คนเอาเงินบาปนั้นไปทิ้งยังประเทศเพื่อนบ้าน ให้ประเทศเหล่านั้นล่มจมดีกว่า




ถึงเกาะสน พิธีการเข้าเมืองไม่ยุ่งยาก ยื่นเอกสารให้ ตม.พม่าเอาตรายางปั๊มโป้งสองโป้งพร้อมกับดึงเอกสารไปหมดเหลือแต่ใบผ่านแดน ใช้เวลาไม่กี่วินาที  ไม่เงยหน้ามองด้วยซ้ำไป เสร็จแล้วเดินมาขึ้นรถตู้ที่รออยู่ขับไปส่งโรงแรม




ถ่ายป้ายหน้าโรงแรมตามธรรมเนียม




มีสิงโตหินแกะสลักตัวใหญ่ตั้งตระหง่านอยู่สองข้างประตูทางเข้า เพื่อฮวงจุ้ยหรือเปล่าก็ไม่รู้




เข้าไปยังล้อบบี้มีนักดนตรีพม่านั่งบรรเลงเพลงพม่าต้อนรับเป็น Welcome Music ให้ความรู้สึกว่านี่คือเมืองพม่านะ ตอนกำลังเล่นไม่ได้ถ่ายไว้เพราะคนพลุกพล่าน พอออกมาอีกทีหายไปแล้ว นักดนตรีที่นี่ทำงานครั้งละไม่กี่นาที




เขาอนุญาตให้ถ่ายภาพได้แค่ล้อบบี้และบริเวณรอบ ๆ โรงแรม เข้าไปห้องคาสิโนจะต้องฝากกล้องไว้




สังเกตุป้ายและสื่อโฆษณาที่นี่เป็นภาษาไทยหมด ฉนั้น จงภูมิใจเถิดว่าไทยเราเป็นชาติมหาอำนาจของที่นี่แล้ว.....เอ๊ะ..หรือว่า....?




ทางเข้าข้างหน้า ด้านขวามือเป็นคาสิโนระดับเด็ก ๆ คือตู้สล้อตกับรูเล็ตนิดหน่อย ระดับโปรต้องโน่น ข้างบน ด้านซ้ายมือเป็นร้านดิวตี้ฟรี แต่มีสินค้าไม่มากและราคาไม่ถูกนัก




ผมนำภาพห้องสล้อตของคาสิโนที่เกาะกงเขมรมาลงแทน ภาพนี้ผมแอบกดชัตเตอร์ก่อนที่ รปภ.คนเสื้อขาวผูกไท้ด์ในรูป จะเดินตรงรี่มาสกิดให้เอากล้องไปฝากซะดี ๆ พูดถึงห้องสล้อตที่เกาะกงนี่ ผมนึกถึงเด็กคนหนึ่งได้ อายุประมาณป. 4 สงสัยพ่อแม่กำลังคร่ำเคร่งอยู่กับการกระจายรายได้ในห้องคาสิโนข้างบนมั้ง จึงเอาเงินให้ลูกคนนี้ไปหาอะไรเล่นเพลิน ๆ ฆ่าเวลา เด็กชายป. 4 คนนี้ถือกระป๋องพลาสติค ข้างในมีเหรียญสำหรับหยอดตู้สล้อตอยู่เต็ม เดินหยอดสล้อตตู้โน้นที ตู้นี้ที บางตู้ก็ได้นิด ๆ หน่อย ๆ แกก็ก็หยิบใส่กระป๋องนำไปหยอดต่อ

ประเด็นก็คือผมกับครูดารินทร์สังเกตุว่าเด็กคนนี้ใบหน้าแกช่างไร้อารมณ์ ไม่ยินดียินร้ายอะไรทั้งสิ้น หยอดเงินโยกสล้อตอย่างเนือย ๆ เบื่อ ๆ ราวกับว่าเหรียญที่หยอดนั้นเป็นเหรียญบาท ใช้ให้หมด ๆ ไป ซะที ครูดารินทร์งี้เสียดายแทน เพราะมูลค่าหนึ่งเหรียญนั้นคงไม่ใช่หนึ่งบาทแน่นอน

 

 

ย้อนกับมาที่เกะสน วันนั้นผมเห็นหญิงสาวคนหนึ่งมือขึ้น หยอดตู้สล้อต กดปุ่มโน้นปุ่มนี้สักพัก เหรียญก็ร่วงกราวออกมาไม่หยุด เป็นนาทีได้มั้ง แกโกยใส่กระป๋องหน้าบาน กระป๋องเดียวไม่พอ เจ้าหน้าที่ต้องเอามาเพิ่ม ไม่รู้เป็นหน้าม้าหรือเปล่า

ขอบอกเสียก่อนว่าการพนันทั้งหลายผมไม่ถนัดเพราะรู้ว่าดวงไม่ดีและมือไม่ถึง เคยเล่นรัมมี่ เก้าเกกับเพื่อนฝูง ถูกกินทุกที แต่ชอบดูคนเล่นเพราะมันบิ้วท์อารมณ์ได้โดยไม่เสียเงิน ดูไปลุ้นไป ถ้าเห็นคนเล่นได้ก็พลอยดีใจไปด้วย และเกิดอารมณ์เคลิ้มไปว่า แหม..น่าจะเป็นเรานะ รู้งี้เล่นบ้างก็ดีหรอก แต่ถ้าเห็นคนเล่นเสีย ก็เกิดอารมณ์สมน้ำหน้า หันกลับมาชมตัวเองว่า เห็นไม๊..ดีนะที่เราไม่เล่น.....อย่างนี้เป็นต้น




ดูคนเล่นไ้ด้เสียสักพักก็มาเดินชมร้านดิวตี้ฟรีต่อ ดังบอกไปแล้วว่ามีสินค้าไม่หลากหลายเท่าไหร่ จะซื้อสินค้าประเภทเครื่องดื่มมีดีกรี ราคาก็แพงกว่าดิวตี้ฟรีที่แม่สายพอสมควร จึงออกมาถ่ายรูปบรรยากาศรอบ ๆ ดีกว่า

 

 

มุมมองจากระเบียงด้านหลังโรงแรม บรรยากาศน่ามาพักเหมือนกัน ลืมถามว่าคืนละเท่าไหร่




ด้านหน้าโรงแรม ผมหลงทิศแล้วไม่รู้ว่าวิวด้านใหนฝั่งไทย ด้านใหนฝั่งพม่า




พนักงานทำความสะอาด นุ่งผ้าถุงน่ารักดี




ขอถ่ายรูปเสียหน่อย




พร้อมกับอุปกร์ณ์ทำความสะอาดในตะกร้า




พนักงานต้อนรับ มาส่งขึ้นรถกลับ ยิ้มหวานเชียว




ที่ท่าเทียบเรือ เรือลำนี้สงสัยเพิ่งกลับจากพานักท่องเที่ยวไปดำน้ำมา




นั่งเรีอเที่ยวห้าโมงเย็นกลับมาฝั่งไทย  ถึงที่จอดรถเห็นรถส่วนใหญ่ยังจอดนิ่งอยู่ที่เดิมไม่ขยับเขยื้อนไปไหน เจ้าของรถคงกำลังวุ่นอยู่กับการกระจายรายได้บนเกาะโน่น ส่วนผมกับครูดารินทร์ไม่ได้กระจายรายได้ให้พม่าแม้แต่บาทเดียว




ขับรถกลับเข้าเมืองมาหาที่พัก เลือกที่นี่ครัย โรงแรมชื่อแปลก ทินิดี Tinidee ใช้บัตรข้าราชการของครูดารินทร์ลดเหลือ 950 บาท บวกอาหารเช้า จากราคาวอล์คอินเกือบสองพัน โรงแรมนี้มีห้องอาบน้ำแร่ด้วย เสียดายตอนนี้ปิดปรับปรุง แต่พนักงานบอกว่าน้ำที่ใช้ในห้องน้ำก็เป็นน้ำแร่ ฉนั้นนอนแช่น้ำแร่ในห้องได้




จากชั้นห้าของโรงแรมมองเห็นตัวเมืองระนอง ชุ่มฉ่ำเนืองนองไปด้วยน้ำฝน สมกับคำว่า ฝน 8 แดด 4 แต่วันนี้เจอแต่ฝนทั้งวันยังไม่เจอแดดเลย



ไปต่อตอนจบได้ที่นี่ครับ

ระนอง ฝน 8 แดด 4

 

 

แก้ไขล่าสุด ใน ส.ค.022011

"กินและเที่ยวเรื่อยไปตามใจฉัน"

Wat*ka*Darin Contact

watkadarin Guest

เรามี 668 บุคคลทั่วไป ออนไลน์

 

ขออภัย เนื่องจากถูก spam คุกคาม

จึงของดลงทะเบียนสมาชิกชั่วคราว

ลงทะเบียน