รอยยิ้มที่ตลาดบ้านกรูด

เป็นวันที่ 2 ของ "บ้านกรูดเมื่อตุลาคม 2553"

 

ภาพท้องทะเลยามเช้าและดวงอาทิตย์นี้ ผมถ่ายตอนเช้าวันที่ 3 เพราะเช้าวันที่ 2 ฝนตกทั้งคืนถึงเช้าก็ยังไม่หยุดพรำ ๆ ทั้งวัน

 

 

ลงมาชายหาดก็เจอคุณย่าหรือเป็นคุณทวดได้แล้วมั้ง ถือไม้เท้ากับกระป๋องน้ำเดินตัวตรงเลาะชายหาดไปทางภูเขาธงชัย เดินเร็วเสียด้วย ผมตั้งกล้องถ่ายเกือบไม่ทัน แสดงว่าสุขภาพยังดีเยี่ยม

 

 

เช้านี้อากาศสดชื่น ทะเลเรียบ น้ำลงมากหากจะเล่นน้ำคงต้องเดินลงไปไกล แต่หาดทรายหน้าฝนไม่ค่อยน่าเล่นเท่าไหร่

 

 

เจอหมารู สงสัยขุดทรายนอนตรงนี้ทั้งคืน สุนัขตัวนี้คือตัวที่มีปัญหาด้านสุขภาพที่ผมลงไว้ในตอนแรก

 

 

ท้องฟ้าเริ่มมีสีสัน ที่จริงเช้าวันนี้ทัศนวิสัยก็ไม่ค่อยดีนัก เมื่อคืนก็มีฝนตลอดคืนเหมือนกัน ดีที่หยุดตกตอนเช้า

 

 

ดวงอาทิตย์โผล่แล้ว ที่จริงผมถ่ายไว้หลายภาพแต่เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่อง Sea Sand Sun จึงขอผ่าน

 

 

ภาพตลาดบ้านกรูดที่นำลงนี้ ผมถ่ายทั้งสองเช้า เพราะเช้าวันที่สองมีฝนพรำ ๆ วันที่ 3 จึงมาถ่ายซ่อมอีกครั้ง

 

 

จากป้ายในภาพบน ถ้ายืนหันหลังก็จะเป็นตลาดย่านการค้าเก่าแก่ของบ้านกรูด

 

 

ย่านการค้านี้ ตั้งต้นจากหลังสถานีรถไฟ ซึ่งทางรถไฟเป็นเส้นทางคมนาคมหลักของที่นี่มาก่อน สภาพเป็นห้องแถวไม้สองชั้นเก่าแก่

 

 

 

ห้องแถวหลังนี้ตั้งประจันหน้ากับสถานีรถไฟ คงสร้างรุ่นเดียวกัน เหมือนกับสมัยนี้พอถนนตัดผ่านตรงไหน ก็จะมีตึกแถวไปสร้างรอทันที

 

สถานีรถไฟบ้านกรูดปรับปรุงทาสีใหม่สดใส เช้าวันนี้ฝนตกพรำ ๆ ตลอ

 

 

 

นี่ก็เป็นอีกหลังหนึ่ง มุมมองจากสถานีรถไฟ

 

 

ชายคามีไม้ฉลุตกแต่ง ซึ่งเป็นที่นิยมกันในอาคารที่นิยมสร้างในช่วงปลายรัชกาลที่ 5 เป็นต้นมา เรียกว่าสถาปัตยกรรมลายไม้ ลายขนมปังผิง




ผสมผสานกับการตกแต่งในยุคดาวเทียม

 

 

ตัวแสดงช่างเข้ากับยุคสมัยดีจัง

 

 

ตลาดนัดเช้าจะตั้งเรียงรายสองฝั่งถนนสายหลัก หลังสถานีรถไฟ เริ่มประมาณตีห้าพอถึงแปดโมงกว่าก็เริ่มวายแล้ว

 

 

ไปเมืองไหนถ้ามีโอกาส ผมกับครูดารินทร์ชอบไปเดินชมตลาดสดของที่นั่น เพราะนอกจากจจะได้สัมผัสชีวิตผู้คนแล้ว ยังมีของพื้นเมืองอร่อย ๆ ได้ซื้อหารับประทาน พร้อมกับซื้อติดไม้ติดมือในราคาที่ชาวบ้านเขาซื้อกัน ไม่ใช่ราคานักท่องเที่ยว

 

 

อย่างวันนั้นนอกจากจะได้รับประทานข้าวแกงรสชาติใต้ของแท้แล้ว ยังได้กุ้งแห้งตัวโต ใหม่ จืด ในราคา เพียง ก.ก.ละ สี่ร้อยกว่าบาท และปลาข้าวสารราคา ก.ก.ละ 120 บาท สำหรับปลาข้าวสารที่ซื้อจากที่นี่ ครูดารินทร์นำมาทอดกินกับข้าวต้มแล้ว อร่อยกว่าที่เคยซื้อตามเมืองชายทะเลไหน ๆ เพราะเป็นปลาใหม่ ไม่ร่วนเป็นผง และไม่เค็ม

 

 

หนุ่มพิการขายล้อตเตอรี่คนนี้ นั่งกินข้าวแกงโต๊ะข้างผม ฉีกเนื้อปลาแบ่งให้ Market Dog หรือสุนัขตลาดที่มาขอ ในลักษณะแบ่งกันกิน พี่คำน้องคำ


 

ข้อความที่ป้ายห้อยคอ มีดังนี้ครับ อ่านแล้วอึ้งครับ กับความจริง ที่มาที่ไปของสิ่งเหล่านี้


 

กินอิ่มแล้วไปเดินชมตลาดกัน ปลาอินทรี กับปลาโอสด ๆ ราคา ก.ก.ละ ไม่ถึงร้อย ครูดารินทร์ ซื้อปลาอินทรี ตัวขนาด 1 ก.ก ตัวหนึ่ง ไปห่อฟอล์ย เผาเย็นวันนั้น จิ้มกับน้ำจิ้มซีฟู้ดที่เตรียมไปจากเชียงใหม่

 

 

เนื้อปลาขูด ปลาน้ำดอกไม้ ขูดกันสด ๆ ก.ก. ละ 50 บาท นี่ถ้าอยู่ใกล้บ้านจะซื้อไปทำทอดมันแล้ว

 

 

ซ้ายมือเนื้อปลาน้ำดอกไม้ ขวามือเนื้อปลาอินทรี ซี่งน่าเอาไปทำเป็นลูกชิ้น แกงป่า หรือแกงเขียวหวานยิ่งนัก




ปลาหมึกสดซิง ๆ ตัวยังกลม ลูกตาเนื้อหนังใสแจ๋ว เด้งดึ๋งโดยไม่ต้องพึ่งพาฟอมาลีน ครูดารินทร์ก็ซื้อไปนึ่งมะนาวอีก 1 ก.ก. 50 บาทแค่นั้น กลับมาคราวนี้โคเรสโตรอลขึ้นสูงแน่เลย ไม่เป็นไร มาทั้งทีกินให้คุ้ม บ้านเราอยู่บนดอยไกลทะเล ได้กินแต่อาหารทะเลแช่เย็นแช่แข็งแช่ฟอมาลีน




ซื้อปลาหมึกที่นี่แม่ค้าควักใส้ ทำความสะอาดให้เรียบร้อย

 

 

มีนักท่องเที่ยวที่พักรีสอร์ตชายทะเล หลงมาชมตลาดเหมือนกัน อย่างสาวชุดลายขวางสีม่วงคนนี้ มายืนข้าง ๆ ผม ซักถามความรู้เรื่องปลากับแม่ค้า สลับกับการหันไปบอกต่อแก่ลูกสาวที่อยู่ข้าง ๆ อ้าว..มีลูกเสียแล้ว..

 

 

ชมของคาว ๆ มาแล้ว ตอนนี้มาชมรอยยิ้มหวาน ๆ ของชาวบ้านกรูดเสียที

 

 

เริ่มจากคุณยายอารมณ์ดีคนนี้

 

 

ขากลับย้อนมาทางเดิม กลายเป็นคุณตาเปลี่ยนเวร นั่งขายแทนเสียแล้ว แต่อารมณ์ดีไม่แพ้กัน

 

 

ยิ้มของแม่ค้าขายของทะเลสด

 

 

แม่ค้าขายปลาขูด อารมณ์ดี ตอบข้อซักถามของสาวชุดลายขวางสีม่วงข้างบนโดยไม่หงุดหงิด

 

 

คนนี้ขายอะไรหว่า..จำไม่ได้แล้

 

 

ยิ้มของแม่ค้าขายฟักทอง

 

 

สองสามีภรรยาคู่นี้ขายอาหารประเภทข้าวกล่อง อารมณ์ดีทั้งคู่





เลยกดมาหลายรูป



คนนี้เป็นลูกค้า เห็นคนขายหัวเราะร่า ก็สนุกไปด้วย

 

 

 

ยิ้มแบบเขิน ๆ

 

 

แม่ค้าขายขนมคนนี้แม้ไม่ยิ้ม แต่ก็อารมณ์ดี ผมไปถามว่าขนมอะไรเพราะดูเหมือนขนมครกแต่ไม่ใช่ แม่ค้าตอบว่า นื่คือขนมจากที่ไม่ได้ห่อด้วยใบจาก พร้อมกับบอกว่าลองชิมดูก่อนก็ได้นะ ขนมจากเป็นขนมโปรดครูดารินทร์ด้วย จึงซื้อมาตามระเบียบ รสชาติหอมมันดี

 

 

เหมาะกับสถานการณ์แล้วที่สั่งโจ้กมารับประทาน

 

 

ดูยิ้มของคนแก่ไปแล้ว มาดูรอยยิ้มของสาว ๆ บ้าง สาวคนนี้ขายพวงมาลัยและดอกไม้บูชาพระ สดใสกว่ากัน...........ชิมิ

 

 

อ้า นี่ก็ยิ้มเด็กเอาะ ๆ  ขอเล่ามุขตอนถ่ายรูปนี้เสียหน่อย ขณะที่หนูน้อยอนุบาล 2 คนนี้กำลังใช้สองมือประคองขวดซ้อสเทใส่โจ้ก ผมยกกล้องขึ้นพร้อมกับพูดว่าขอถ่ายรูปหน่อย แกรีบดึงมือมาทำท่ามาตรฐาน พร้อมกับฉีกรอยยิ้มแบบนี้ทันที

 

 

ผมอยากจะถ่ายอีกภาพสองภาพ ก็บอกให้หนูยิ้มอีกที แกเฉย พอผมตื้อหนักเข้า หน้าเริ่มบึ้ง พาลจะร้องไห้เอา สงสัยว่าแกถูกครูอนุบาล 2 ตั้งโปรแกรมไว้ คือถ้าได้ยินคำว่าถ่ายรูปเมื่อไหร่ก็ ให้ทำท่ามาตรฐานแบบนี้ทันที ยังไม่ได้โปรแกรมคำว่ายิ้ม.......

 

 

มาเดินชมตลาดหลังสถานีรถไฟแล้ว ไม่เข้าไปชมบรรยากาศสถานีรถไฟบ้าง ก็ดูกระไรอยู่

 

 

สถานีรถไฟบ้านกรูด เป็นสถานีเล็ก ๆ มีรถไฟขาล่องลงใต้จอดแค่ 7 ขบวน

 

 

ถานีนี้ทาผนังด้วยสีเหลือง ตัดเส้นด้วยสีแดง เป็นอีกแห่งหนึ่งที่เหลืองกับแดง เข้ากันได้ดี ครูดารินทร์ยืนดูช่องขายตั๋วที่ปรับปรุงใหม่เป็นกระจกใส

 

 

ทำให้นึกถึงเสน่ห์ของช่อง ขายตัวแบบเก่า ภาพนี้เป็นของสถานีกันตัง ตรัง




สถานีรถไฟบ้านปิน ลำปาง

 

 

ตอนเช้าบรยากาศค่อนข้างเหงา

 

 

สมัยนี้ไม่มีการหิ้วชะลอมขึ้นรถไฟแล้ว

 

 

ขออนุญาตนำภาพบรรยากาศการอคอยที่สถานีรถไฟบ้านกรูด ซึ่งเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งของสถานีรถไฟไทย

 

 

เปรียบเทียบการใช้เวลาในการรอคอยระหว่างคนรุ่นเก่า....

 

 

.....กับคนรุ่นใหม่

 

 

ใหม่..

 

 

กลางเก่ากลางใหม่

 

 

เก่าผสมใหม่




สาย ๆ บรรยากาศคึกคักขึ้น คงใกล้เวลารถไฟเข้า




ขอปิดท้ายด้วยป้า่ยจราจรสัญลักษณ์รถไฟ คงจะสื่อความหมายว่ารถไฟไทย ในยุคแรกใช้หัวจักรไอน้ำ พอมาถึงปัจจุบันเปลี่ยนเป็นหัวจักดีเซลแล้ว แต่ยังคงอนุรักษ์ทุกอย่างเหมือนเดิมเช่นในสมัยรัชกาลที่ 5 ..........หรือเปล่าก็ไม่รู้............ไปก่อนละ........ฟิ้ว..



ไปต่อที่นี่ครับ

กระป๋อง...จ้า...กระป๋อง

น้ำฝนเจิ่งนองที่ระนอง

 

 

แก้ไขล่าสุด ใน พ.ค.052011

"กินและเที่ยวเรื่อยไปตามใจฉัน"

Wat*ka*Darin Contact

watkadarin Guest

เรามี 499 บุคคลทั่วไป ออนไลน์

 

ขออภัย เนื่องจากถูก spam คุกคาม

จึงของดลงทะเบียนสมาชิกชั่วคราว

ลงทะเบียน