จากเชียงใหม่....ไปโรงเกลือ

มี.ค.022011

 

เมื่อเจอวันหยุดยาวทีไรผมรู้สึกคันมือคันเท้ายิก ๆ อยากขับรถไปเที่ยวไหนต่อไหนไกล ๆ ทุกที พูดให้ตรงก็คืออยากแรดนั่นแหละ อันที่จริงผมไม่ควรจะต้องรอวันหยุดหรอก เพราะหลวงเขาจ้างให้หยุดทั้งปีอยู่แล้ว แต่ครูดารินทร์นั่นสิ เขายังต้องทำงานรับใช้ชาติอยู่ ผมเลยต้องตั้งตารอ จะแอบไปเที่ยวแรดคนเดียวเค้าก็ไม่ให้ไปเพราะเป็นห่วง (รถ)


วันหยุดมาฆบูชา 18 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมาจึงวางแผนว่าจะไปสำรวจชายแดนเขมรด้านอรัญประเทศ (เผลอ ๆ อาจข้ามไปเยี่ยมคุณวีระ สม...เสียหน่อย) พูดเล่นไปยังงั้นเอง ที่จริงก็คือไปช้อปปิ้งที่ตลาดโรงเกลือ เพราะครูดารินทร์ยังไม่เคยไปเลย โดยไปตั้งหลักที่บ้านกรุงเทพ และเป็นการประจวบเหมาะพอดีวันอาทิตย์ที่ 20 จะได้ไปร่วมงานสังสรรค์ชาว xtrailclub ที่ร้านอาหารแถวเลียบทางด่วนรามอินทราใกล้บ้านด้วย



 

 

ช่วงนี้สองข้างทางจากเชียงใหม่ลงไปจะเห็นใบไม้ผลัดใบร่วงโกร๋น แต่ก็ทำให้บรรยากาศสวยไปอีกแบบ พอเห็นบรรยากาศแบบนี้ทีไรผมก็จะร้องเพลงซึ่งเป็นท่อนแรกของเพลงวังบัวบานขึ้นมาทันที.."ร้อนลมหน้าแล้ง ใบไม้แห้งร่วงลอย หล่นทะยอยเกลื่อนตา........" จนครูดารินทร์ดักคอได้ทุกครั้ง





บางช่วงจะมีควันไฟ และร่องรอยของไฟป่าเป็นระยะ ๆ (ภาพตอนต้นนี้ผมถ่ายตอนขากลับเป็นในทางช่วง ทุ่งเสลี่ยม - เถิน หลังจากไปนมัสการหลวงพ่อศิลาที่วัดทุ่งเสลี่ยม)


 

 

ตัดภาพฉับมาที่ตลาดโรงเกลือเลย วันนั้นจากกรุงเทพผมใช้เส้นทางผ่านรามอินทรา มีนบุรี ฉะเชิงเทรา เขาหินซ้อน สระแก้ว อรัญประเทศ ระยะทางประมาณ 240 ก.ม.

พอมาถึงอรัญ ฯ ผมขับรถตามป้ายบอกทางไปตลาดโรงเกลือเรื่อย ๆ จนเข้าไปใน Golden Gate Plaza เดาสุ่มเข้าไปหาที่จอดรถ ไปเห็นที่บริการรับฝากรถของเอกชนแห่งหนึ่ง จีงขับรถเข้าไปจ่อตรงป้อมเก็บเงิน มีพนักงานหนุ่มตรงมาถามว่า "..ป๋าเคยเข้ามาจอดหรือเปล่า.." ผมบอกว่าไม่เคย เขาจึงปฐมนิเทศน์ว่า "...ที่รับฝากรถนี้คิดค่าจอดคืนละร้อยแปดสิบ (ถ้าจำไม่ผิด)...." ผมนึกสงสัยว่าทำไมแพงจัง แต่พอได้ฟังคำอธิบายขยายความจึงเข้าใจ เพราะเขาบอกว่า "...ส่วนมากรถที่มาจอดนี้เจ้าของข้ามไปกระจายรายได้ที่คาสิโนฝั่งกระนู้น จอดทิ้งไว้ข้ามวันข้ามคืน ถ้าป๋าแค่มาซื้อของที่ตลาดโรงเกลือก็หาที่จอดแถว ๆ ตลาด ไม่ต้องเสียเงิน...." เออ..มีจรรยาบรรณเสียด้วย ทั้ง ๆ ที่จะปล่อยให้เข้าไปจอดเสียเงินเลยก็ยังได้





เวลานั้นกำลังเป็นช่วงละครดราม่าฉากสงครามชายแดนไทย - กัมพูชา ตามข่าวจากสื่อต่าง ๆ รายงานว่าตลาดโรงเกลือซบเซา ผมไปถึงประมาณ 11 โมงเช้า แต่ก็หาที่จอดรถยากพอสมควร ต้องจอดซ้อนคัน แต่ดีที่มีเจ้าหน้าที่บริการคอยโบกและเรียกให้จอด ตอนแรกคิดว่าจะต้องเสียเงินค่าเจ้าที่ แต่ปรากฎว่าฟรีครับ




ผมมาตลาดโรงเกลือครั้งสุดท้ายเมื่อสิบปีมาแล้ว พอมาเห็นในปัจจุบันพบว่าขยายใหญ่โต จนจำร่องรอยไม่ได้เลย มีทั้งตลาดทั้งเก้าเก่า กลางเก่ากลางใหม่ และตลาดใหม่








วันนั้นอากาศร้อนจริง ๆ ถึงแม้แดดจะไม่แรงนัก ถ้าใครไม่อยากเดินก็มีรถจักรยาน และรถไฟฟ้าให้เช่า ลืมถามราคาเช่ารถไฟฟ้าแต่เห็นป้ายแว้บ ๆ ราคาสมเหตุสมผลพอใช้





ถ้ามาหลายคน ต้องการช้อปปิ้งอย่างเป็นล่ำเป็นสันหรือต้องการโฉบดูบรรยากาศทั่ว ๆ ไป ก็น่าเช่ารถไฟฟ้าเหมือนกัน แต่ผมกับครูดารินทร์ไม่อยู่ในกรณีเหล่านี้ จึงเดินเอาดีกว่า โดยเฉพาะผมต้องซอกแซกถ่ายรูปไปเรื่อย คงไม่เวิร์คแน่




เอ..หรือช่วงนี้คนมาช้อปปิ้งน้อยตามข่าวจริง ๆ เพราะเห็นชาวเขมรทั้งชายหญิง ขับรถเล่นกันขวักไขว่





ภาพตลาดโรงเกลือในความรู้สึกของผมคือ เป็นตลาดขายสินค้ามือสองที่เป็นของบริจาคสมัยหลังสงครามล้างเผ่าพันธุ์ ที่ทะลักเข้ามาขายโดยเฉพาะเสื้อผ้า เครื่องแต่งกาย แต่ของจริงในขณะนี้ ก็พอมีให้เห็นบ้าง อย่างเช่นรองเท้า.....




ล้างทำความสะอาดทุกซอกทุกมุม




เอามาผึ่งแดดพร้อมกับวางขายไปด้วย




เสื้อผ้ามือสอง เสื้อยกทรงที่เห็นต้องเป็นไซ้ส์ยุโรปแน่นอน




แผนกซักรีด




มีคนแนะนำผมว่า ที่นี่จะมีสินค้ามือสองประเภทผ้าม่าน พรม ฯลฯ สภาพดี สวย ๆ จากยุโรปอเมริกา ราคาถูกมาก แต่ครูดารินทร์เดินสำรวจดูแล้วไม่เห็นมี เจอแต่สินค้าเมดอินไชน่าเต็มไปหมด แต่ราคาก็ไม่แพงถ้าเทียบกับวัสดุและแรงงาน





รวมทั้งเมดอินไทยแลนด์ด้วยหรือเปล่า ก็ไม่รู้...




แต่ที่เยอะมาก ๆ ก็คือกระเป๋าคุณสุภาพสตรี ของใหม่ ๆ ทั้งโนเนม แบรนด์เนม ประกันคุณภาพก้อปมาเองกับมือ มีให้เลือกทั้งเกรด A B C D... เลือกกันเอาเองนะคู้ณ...





ผมเพิ่งได้สัมผัสกางเกงขาสั้นวัยรุ่นอย่างใก้ลชิดก็คราวนี้ ที่เขาว่าสั้นแค่คืบก็คงแบบนี้นี่เอง...




กางเกงขายาวก็มี... แต่เป้าก็สั้นแค่คืบเหมือนเดิม เห็นแล้วอดเป็นห่วงไม่ได้ เวลารูดซิบ.....




เสื้อผ้าลายพรางสำหรับคนชอบสีเขียวมีกองเป็นภูเขา




แต่ที่ถูกใจครูดารินทร์ก็คือ เครื่องละครทั้งหลายทั้งเสื้อผ้าเครื่องประดับทองหยอง เพราะจะได้ซื้อไปให้เด็กนักเรียนแต่งเวลาแสดงนาฏศิลป์ แกบอกว่าราคาถูกกว่าที่เคยซื้อตั้งสองสามเท่าตัว





เครื่องทองเหลืองสำหรับผู้ใหญ่ก็มี ลวดลายบ่งบอกสไตล์ขอมแน่นอน ผมว่าชาวกัมพูชามีฝีมือทางด้านนี้พอสมควร





สินค้าคุณสุภาพบุรุษก็มี ของ(ก้อป)แท้ 100%





พวกของใช้ไฟฟ้ากระจุกกระจิกรวมทั้งประดับยนต์จากจีนมีให้เลือกมากมาย ผมรู้สึกทึ่งว่าเขาช่างคิดประดิษฐ์ออกมาได้มากมายดีแท้ ผมแกล้งถามราคาแล้ว ปรากฎว่าก็ไม่ถูกกว่าคลองถม หรือที่วางขายตามตลาดนัด หรือตามห้างเท่าไหร่นัก บอกผ่านเยอะเลย




หลังสงคราม ฯ ใหม่ ๆ คนชอบไปซื้อพวกกะละมังใบโต ๆ แถบชายแดน ซึ่งใช้วัสดุเหลือใช้จากสงคราม เห็นว่ามันหนาและทนทานดี แต่สินค้าประเภทอลูมิเนียมที่วางขายในปัจจุบันเมดอินไทยแลนด์ทั้งนั้น ครูดารินทร์เคยซื้อกะทแบนเล็ก สำหรับทำไข่กะทะที่ตลาดอินโดจีน มุกดาหาร พลิกตูข้างหลังปรากฎว่าเป็นตราไอ้เข้ของไทยนี่เอง.




ที่ผมสังเกตุว่าหายไปจากที่เคยมาครั้งก่อนคือพวกที่มาเร่ขายปลาแห้ง ปลากรอบ ปลาเนื้ออ่อนสด (แต่แช่อะไรก็ไม่รู้ตัวแข็งปั๋งสดตลอดเวลา) คราวนี้มีเห็นขายประปราย.




มาชมภาพชีวิตทั่ว ๆ บ้าง ซึ่งส่วนใหญ่หรือเกือบทั้งหมดของพ่อค้าแม่ค้าและคนรับจ้างที่ตลาดโรงเกลือนี้ เป็นชาวกัมพูชาทั้งนั้น












สงสัยอากาศร้อนจริง ๆ แตงโมเจ้านี้จึงขายดิบขายดีเป็นพิเศษ




เบื้องหลังการถ่ายทำ




ขอปิดท้ายช่วงนี้ด้วยภาพชาวกัมพูชาอุ้มเด็กตัวเบ้อเริ่มมาขอสตางค์ ดูหน้าตา รูปร่างเหมือนอายุไม่มาก แต่ดูมือไม้ทำไมใหญ่ยาวจัง





แก้ไขล่าสุด ใน ส.ค.072011

"กินและเที่ยวเรื่อยไปตามใจฉัน"

Wat*ka*Darin Contact

watkadarin Guest

เรามี 537 บุคคลทั่วไป ออนไลน์

 

ขออภัย เนื่องจากถูก spam คุกคาม

จึงของดลงทะเบียนสมาชิกชั่วคราว

ลงทะเบียน