ทุ่งดอกบัวตอง ดอยแม่อุคอ หน้า 2

ธ.ค.012010


กลับไปชมตอนแรกของทุ่งดอกบัวตอง ดอยแม่อุคอ ตามลิ้งค์นี้ครับ


http://watkadarin.com/index.php/2009-08-28-06-39-32/193-2010-11-30-23-04-18

หน้านี้จะได้เห็นทุ่งดอกบัวตองอย่างเต็มตาเสียที หลังจากโอ้เอ้วิหารรายมาเสียยืดยาว ก่อนอื่นขอลงภาพมุมยอดนิยม เป็นภาพแรกเสียก่อนตามธรรมเนียม เดี๋ยวจะหาว่าไปไม่ถึง





ภาพทุ่งดอกบัวตองต่อไปนี้ เป็นภาพที่ผมถ่ายทั้งเย็นวันแรกและเช้าของอีกวัน สังเกตุว่าแต่ละวันอุณหภูมิสีจะแตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด เชิญชมครับ




งานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกรา ดอกบัวตองย่อมมีวันร่วงโรย ช่วงเวลาที่ผมไปนี้ดอกบัวตองเหี่ยวเฉาไปกว่าครึ่งแล้ว ไม่งั้นคงเหลืองอร่ามกว่านี้



 

 

ผลพวงจากการท่องเที่ย

 

 

ที่เชิงบันไดจุดชมวิวมีซุ้มบริการพิมพ์ประกาศนียบัตร ผู้พิชิต 1864 โค้ง ใบละ 20 บาท






บ้าย บาย ทุ่งบัวตอง....แต่ยังไม่ลาจาก...





ย้อนกลับมาที่กางเต้นท์ คราวนี้คนเพียบ ดีนะที่มาจับจองไว้ก่อน





ได้เวลาอาหารและเครื่องดื่ม





พร้อมชมดวงอาทิตย์ค่อย ๆ หายเข้ากลีบเมฆไปต่อหน้าต่อตา สำนวน "หายเข้ากลีบเมฆ" เป็นอย่างนี้นี่เอง








เช้าวันใหม่ 28 พฤศจิกายน 2553 เวลา 6.20 น. อุณหภูมิ 15 องศาเซียลเซียส รวมระยะทางจากบ้านที่เชียงใหม่มาถึงตรงนี้ 245.8 ก.ม.





อาหารเช้าสูตรครูดารินทร์  "Buatong Onion Steak"





ก่อนลงจากทุ่งดอกบัวตอง ขับรถต่อขึ้นไปอีก 9 ก.ม.ไปยังอุทยานแห่งชาติน้ำตกแม่สุรินทร์ ระหว่างทางเห็นป้ายบอกทางทั้งของทางหลวง และอุทยาน ฯ  เขียนสองแบบคือ...แม่สุริน..และ...สุรินทร์ มี ท.ร. การันต์ สงสัยว่าที่ถูกต้องควรจะเป็นคำไหน

จึงคิดเอาเองระหว่างขับรถว่า น่าจะเป็น แม่สุริน มากกว่า เพราะสังเกตุแถบภาคเหนือตอนบนจะมีชื่อสถานที่และหมู่บ้าน มีคำว่า "ริน" ต่อท้ายหลายแห่ง เช่น ห้วยน้ำริน บ้านน้ำริน เป็นต้น เพราะคำว่ารินเกี่ยวข้องกับการไหลรินของน้ำ น้ำตกแม่สุรินก็คงมีที่มาจากน้ำแม่สุไหลรินลงมา

และคำว่าริน น่าจะสะกดด้วยคำว่า "ลิน" ด้วยซ้ำ เพราะในภาษาเหนือหมายถึงทางน้ำไหล ตัวอย่างจากบริเวณเชิงดอยสุเทพซึ่งเป็นที่ตั้งของ ม.ราชมงคลล้านนาปัจจุบัน เคยเป็นที่ตั้งของเวียงเจ็ดลินหรือวังเจ็ดลิน ซึ่งตรงนั้นเป็นที่ ๆ มีทางน้ำไหลลงมาจากดอยสุเทพถึงเจ็ดสาย สายหนึ่งไหลลงมาที่คูเมืองเชียงใหม่ต้นถนนห้วยแก้ว ตรงนั้นมีชื่อเป็นทางการว่า "แจ่งหัวริน" (แจ่ง ภาษาเหนือหมายถึง มุม)

ผมขอสงวนสิทธิ์การวิเคราะห์เล่น ๆ ฆ่าเวลาของผม ไม่ควรนำไปใช้เป็นข้อมูลทางวิชาการใด ๆ ทั้งสิ้น





ทางลงไปน้ำตกแม่สุรินเป็นทางแคบ ๆ เห็นน้ำตกอยู่ห่าง ๆ ด้านซ้ายมือ เป็นการชโงกทัวร์อย่างแท้จริง ผมขับไป ชโงกไป คิดว่าคงจะมีที่จอดรถให้ถ่ายรูปบ้าง แต่กว่าถึงบริเวณจอดรถก็ต้องขับลงไปกว่า 100 เมตร ถ้าจะถ่ายรูปต้องเดินย้อนขึ้นมายังจุดชมวิว  ขอบายดีกว่า เสียดายบัวตองสเต็คจะย่อยเร็วเกินไป จึงไม่มีรูปน้ำตกมาประกอบ





ภายในอุทยานมีบริการที่กางเต้นท์ เท่าที่เห็นในวันนั้น มีผู้หลบมากางเต้นท์ข้างบนนี้หนาตา มีเต้นท์หนึ่งเปิดเพลง น้องไก่ เผื่อแผ่เพื่อนบ้านร่วมเต้นท์ ได้ยินมาถึงจุดที่ผมยืนถ่ายรูปชัดเจน  "...เสียบตูดซ้าย เสียบตูดขวา...ร้อนจริง ๆ ..ร้อนจริง ๆ ..ร้อนจริง ๆ ...."  ทำนองนี้แหละ





ขากลับผ่านทุ่งดอกบัวตองลงมาจะผ่านตลาดนัดชาวเขา ซึ่งเต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวจอดแวะช้อปปิ้งและถ่ายรูปสวนดอกไม้เมืองหนาว โดยเฉพาะดอกเสี้ยนฝรั่ง 
จอดเต็มสองฝั่งถนน ทั้งขาขึ้นและขาลง


 

 

ถ้าจะเข้าไปถ่ายรูปในสวนดอกไม้ต้องเสียเงินคนละ 5 บาท

 

 

สินค้าที่ชาวเขานำมาขายประเภทพืชผักเมืองหนาวและพืชผักทั่วไป สด ใหม่ และราคาไม่แพง ถ้าเปรียบเทียบกับตลาดตรงทางขึ้นดอยอินทนนท์

 

 

เป็นตัวอย่างของทฤษฎีสีประเภทสีตัดกัน (True Contrast) ได้ดีตัวอย่างหนึ่ง





ผมเตรียมกดชัตเตอร์ รอให้แม่ค้าขายฟักทอง มันปิ้ง คนนี้ให้หันมาร่วมนาที ก็ไม่ยอมหันมาซักที แกล้งส่งเสียง ทำเป็นถามราคายังไงก็แล้ว
จนผมยอมแพ้




กิ้ฟท์ช้อปก็มีขาย เป็นที่สนใจของสาว ๆ




อุปกรณ์สำคัญประกอบการแค้มปิ้ง





ภาพวิถีชีวิตของชาวเขาท่ามกลางกระแสการท่องเที่ยว ผมชอบภาพที่สองเป็นพิเศษ





แล้วผมกับครูดารินทร์ก็กลับมาถึงซุ้มประตูขุนยวมอีกครั้งหนึ่ง เลยซุ้มประตูเลี้ยวซ้ายคือทางขึ้นดอยแม่อุคอที่เพิ่งลงมา ตอนแรกว่าจะกลับทางแม่ฮ่องสอน ปาย เหมือนกัน แต่ถ้ากลับทางนี้ ควรจะมีเวลาอีกสักคืนหนึ่ง ถึงจะคุ้ม ครั้งนี้จึงฝากไว้ก่อน จะหาโอกาสมาเก็บดอกเบี้ยทีหลัง ผมเปลี่ยนใจกลับทางแม่สะเรียง ฮอด แทน ถือโอกาสเก็บสแปร์สถานที่ท่องเที่ยวตามรายทางดีกว่า




จุดแรกคือถ้ำแก้วโกมล แยกจากแม่ลาน้อยไปประมาณ 5 ก.ม. ที่นี่กำลังสร้างอาคารบริการนักท่องเที่ยว จัดภูมิทัศน์ และจัดระเบียบการเข้าไปชมถ้ำแก้วโกมลให้เป็นมาตรฐานขึ้น 





เริ่มจากสร้างที่จอดรถสำหรับนักท่องเที่ยวอย่างสวยงาม เป็นระเบียบ ถ้าจะขึ้นไปชมถ้ำต้องเสียค่าธรรมเนียมคนละ 40 บาท โดยต้องจอดรถไว้ที่นี่




เป็นค่ารถสองแถวไปกลับ วิ่งขึ้นดอยซื่งชันพอสมควรไปอีกประมาณ 1 ก.ม. ดีกว่าต่างขับรถขึ้นไปเอง เพราะถนนแคบและที่จอดรถข้างบนมีน้อย รวมทั้งเป็นการกระจายรายได้สู่ชุมชนอีกทางหนึ่ง




ค่าธรรมเนียมนี้รวมค่ามัคุเทศก์นำชมด้วย โดยพาเข้าไปทีละกลุ่มไม่เกินกลุ่มละสิบคน ภายในถ้ำห้ามถ่ายรูปแม้ไม่ใช้แฟลชก็ตาม ให้ฝากกล้องและสัมภาระอื่น ๆ เช่นกระเป๋าสะพาย เสื้อแจ้คเก็ต ร่ม เป็นต้น ไว้ที่ล้อคเกอร์ของใครของมัน ตอนแรกสงสัยว่าทำไมต้องห้ามใส่เสื้อแจ้คเก็ตเข้าไปด้วย เข้าไปถึงได้รู้ว่าเสื้ออาจจะไปเกี่ยวเอาผลึกหินงอกหินย้อยเสียหาย




เลยได้แต่รูปที่ระลึกหน้าปากถ้ำ




ออกจากถ้ำแก้วโกมล กว่าจะมาหาอาหารมื้อกลางวันที่แม่สะเรียงก็บ่ายแล้ว




มาแวะรับประทานอาหารที่ร้านบ้านยอดตำลึง ตามโผ ไม่ผิดหวังครับ เจ้าของร้านสองสามีภรรยาเข้าครัวปรุงอาหารเอง อัธยาศรัยดี




ที่สำคัญรสชาติอาหารใช้ได้ ถ้าต้องการอาหารรสชาติภาคกลางไม่ผิดหวัง อาหารแนะนำคือปลาตะเพียนถอดก้างยำมะม่วง กินได้ทั้งตัวไม่ต้องกลัวก้างตำคอ และเมนูปลาสาละวิน




ก่อนจากแม่สะเรียงไม่ลืมซื้อ "จิ้นตุ้บ" หรือ เนื้อทุบ มีทั้งเนื้อหมูและเนื้อวัว ก.ก.ละ 200 - 240 บาท ไปทดสอบความแข็งแร็งของฟัน เป็นสินค้าขายดีมาก ระหว่างผมซื้อ มีลูกค้าเข้ามาไม่ขาดสาย




นอกจากนั้นก็มี ใส้อั่ว แอบต่าง ๆ  (แอบ มีลักษณะคล้ายห่อหมก ทำด้วยปลา หมู หรือสมองหมู ห่อด้วยไบตอง นำไปย่าง)




เลยแม่สะเรียงลงมาหน่อยจะผ่านทุ่งบัวตองดอยแม่เหาะอยู่ข้างถนน




ถ้าไม่ไปเห็นทุ่งดอกบัวตองบนดอยแม่อุคอมาก่อน ดอกบัวตองที่นี่ก็ตื่นตาตื่นใจพอสมควร




ก่อนปิดท้ายด้วยภาพสวนสนบ่อแก้ว




คืนที่ผมไปกางเต้นท์บนดอยแม่อุคอ โชคดีมีเพื่อนบ้านร่วมเต้นท์ เป็นชมรมดนตรีพื้นเมืองของกลุ่มแม่บ้านพ่อบ้านแห่งหนึ่งในเชียงใหม่ นำวงสล้อ ซอซึง ไปบรรเลงรอบแค้มป์ไฟร์ เข้ากับบรรยากาศธรรมชาติ ขุนเขา อากาศหนาวเย็นยิ่งนัก ทำให้วงกีต้าร์ของวัยรุ่นที่เตรียมมาบรรเลงต้องหลบชิดซ้ายลงดอยไปเลย ยิ่งตอนย่ำรุ่งได้ยินเสียงเดี่ยวขลุ่ยล่องลอยมาแต่เช้า ทำให้เป็นเช้าวันใหม่ที่สดชื่นดีจริง ๆ ต้องขอขอบคุณแม่บ้านพ่อบ้านนักดนตรีทุกท่านมา ณ ที่นี้

คืนวันนั้นผมได้ถ่ายวิดีโอเก็บไว้ โดยมีทีมช่างไฟ (ฉาย) ช่วยกันส่องวับ ๆ แวม ๆ ได้ความอบอุ่นเป็นธรรมชาติ เสียดายผมลืมชาร์ตแบตเตอรี่ไป จึงบันทึกได้แค่เพลงเดียว เชิญชมครับ


http://www.youtube.com/watch?v=JxYdaeJimrc

JavaScript is disabled!
To display this content, you need a JavaScript capable browser.


 



แก้ไขล่าสุด ใน พ.ค.052011

"กินและเที่ยวเรื่อยไปตามใจฉัน"

Wat*ka*Darin Contact

watkadarin Guest

เรามี 654 บุคคลทั่วไป ออนไลน์

 

ขออภัย เนื่องจากถูก spam คุกคาม

จึงของดลงทะเบียนสมาชิกชั่วคราว

ลงทะเบียน