ทุ่งดอกบัวตอง ดอยแม่อุคอ 2553

ธ.ค.012010




ทุ่งดอกบัวตอง ดอยแม่อุคอ หน้า 2

 

เป็นทริปไปนอนตากลมหนาวชมทุ่งบัวตองบนดอยแม่อุคอ ก่อนที่ดอกบัวตองจะโรยรา และเป็นการทดสอบออกทริปครั้งแรกของสมาชิกใหม่ New X-TRAIL เมื่อวันที่ 27 - 28 พฤศจิกายน นี้ โดยขับรถเป็นวงกลม จากเชียงใหม่ผ่าน สันป่าตอง ขุนวาง แม่แจ่ม แม่อุคอ แม่สะเรียง ฮอด จอมทอง เชียงใหม่ รวมระยะทางทั้งหมด 600 ก.ม.

 

 

 

ที่ตั้งชื่อเรื่องไว้แบบนี้เพราะถ้าพูดถึงดอกบัวตองเมื่อไร ต้องแว่วเลียง "....ดอกบัวตองนั้นบานอยู่บนยอดดอย..." เพลงของ จรัล มโนเพชร ขึ้นมาทันที

ผมออกจากบ้านแต่เช้ามืด ใช้เส้นทาง เชียงใหม่ หางดง จากเชียงใหม่ 35 ก.ม. ถึงสันป่าตองเลี้ยวขวาเส้นทางแม่วิน แม่วาง กะแวะกินข้าวมันไก่ที่สันป่าตอง แต่วันนี้ร้านเจ้าเก่าซึ่งขายตั้งแต่อยู่ห้องแถวไม้ จนเป็นตึกแถวใหญ่โตในปัจจุบัน แต่เช้าวันนั้นโชคไม่ดีร้านปิด เลยต้องแขวนท้องไปหากินเอาข้างหน้า




เส้นทางจากสันป่าตองไปแม่วาง จะเลียบแม่น้ำผ่านสถานที่ให้บริการนั่งช้าง ล่องแพ ก่อนนี้เคยคึกคักไปด้วยนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ




แต่วันนี้ร้านรวงที่ปลูกสร้างยาวเหยียดริมถนนปิดร้าง ไม่ใช่เพราะเป็นเวลาเช้าเกินไปหรอก แต่ผมดูแล้วทิ้งร้างจากการใช้งานมาพอสมควร หรือว่ายังไม่ใช่ฤดูนั่งช้าง ล่องแพ แต่เมื่ออาทิตย์ก่อนผมไปปางช้างแม่ตะมาน ก็เห็นมีนักท่องเที่ยวพอสมควร




สถานที่ท่องเที่ยวหลายแห่งของไทย มีการเจริญเติบโตอย่างไร้ระเบียบควบคุม  ใครนึกจะสร้างอะไรก็ทำไปตามใจชอบ ทำใหัขาดความเป็นระเบียบเรียบร้อย สวยงาม




สภาพถนนช่วงนี้เป็นถนนลาดยางคดเคี้ยวขึ้นเขา มีหลายช่วงสภาพทรุดโทรม ผิวยางหลุดล่อนเป็นหลุม ต้องคอยระวังให้ดี ไม่งั้นขับไปเพลิน ๆ ต้องเบรคกันหัวทิ่ม





จากสันป่าตอง 33 ก.ม. ถึงทางแยกซ้ายไป  อ.แม่วาง ตรงปากทางถนนลาดยางใหม่เอี่ยมคิดว่าต่อไปนี้คงจะได้ขับกันมันเสียที หลังจากที่ต้องคอยหยอดหลุม หลบหลีกหลุมอุกาบาตมาพักใหญ่




จ้าวถนนตัวจริง เสียงจริง




ถนนส่วนใหญ่เพิ่งปรับปรุงใหม่ แต่อย่าหลงดีใจมากนัก เพราะบางช่วงยังเป็นสภาพเดิมอยู่ แต่ก็ไม่เลวร้ายเท่าไหร่นัก แต่ถนนใหม่สีถนนยังขาวปิ้งอยู่นี่แหละ หลายแห่งผิวยางหลุดล่อนแล้ว ทำให้เห็นว่าเขาลาดยางกันแบบมักน้อยจริง ๆ เหมือนกินก๋วยเตี๋ยวลาดหน้าที่มีแต่น้ำใส ๆ น้ำลาดหน้าไม่เข้มข้น แต่ไม่เป็นไรหรอก เดี๋ยวงบซ่อมแซมก็จะตามมา..




ลืมเอานิ้วมือเขียนคำว่า "..คนล้างไปนอก...หรือ..คนล้างไปซาอุ..." บนกระจก




ตลอดเส้นทางมีจุดชมวิวสวยเสียว  หลายแห่ง



เส้นทางนี้ผมเคยขับ KIA Sportage ผ่านมาโดยบังเอิญเมื่อเกือบสิบปีมาแล้ว ต้องใช้เกียร์ 4WD แต่ตอนนี้รถเก๋งมาได้สบาย คอยระวังหลุมอุกาบาตหน่อยก็แล้วกัน เป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับผู้ที่จะไปไปดอยอินทนนท์ แทนที่จะไปทางจอมทองตามปกติ มาทางนี้ระยะทางใกล้กว่า วิวสวย แต่อาจทำเวลาได้ไม่ดีเท่า




เมื่อผ่านป่าสนนี้ก็แสดงว่าใกล้ถึง อ.ขุนวางแล้ว




เป้าหมายแรกของผมคือ ศูนย์วิจัยเกษตรหลวงขุนวาง ทราบว่ามีกาแฟอร่อย ๆ ด้วย รวมระยะทางจากเชียงใหม่มาถึงที่นี่ ประมาณ 100 ก.ม.




บรรยากาศภายในศูนย์ ฯ จัดภูมิทัศน์ได้สวยงาม มองเห็นทิวทัศน์ได้บริเวณกว้าง เห็นว่าสามารถชมดวงขึ้นได้จากมุมนี้ด้วย




เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่เงียบสงบ นักท่องเที่ยวไม่ค่อยพลุกพล่านมากนัก สามารถมาเที่ยวชมได้ทั้งปี




มีบริการบ้านพัก เท่าที่สอบถาม บ้านแบบ A เฟรม คืนละ 8-900 บาท มีสองห้องนอน พักได้หลายคน 



และที่กางเต้นท์ด้วย หากนำเต้นท์มาเอง หลังละ 100 บาท



ที่สำคัญมีร้านอาหารบรรยากาศดี น่านั่ง นี่ถ้าเป็นเวลาเช้ามืด ดวงอาทิตย์ขึ้น ท้องฟ้าสีแดง......




ผมและครูดารินทร์จึงจัดการกับมื้อเช้าตบท้ายด้้วยกาแฟหอมกรุ่นที่นี่ หลังจากแขวนท้องมาจากสันป่าตอง




และยังซื้อเมล็ดกาแฟสดติดมือมาด้วย มีสองแบบคือ Gold  และ Silver บรรจุถุงละ 250 กรัม ถุงละ 120 บาท




สำหรับรสชาตินั้น คอกาแฟระดับอนุบาลอย่างผม บอกได้ว่า เข้มข้น หอม ดีกว่าหลายยี่ห้อดังตามท้องตลาดด้วยซ้ำ เพราะเป็นผลิตผลจากงานวิจัย ไม่ได้ผลิตเชิงพาณิชย์




อิ่มแล้วหามุมสวย ๆ ถ่ายรูป ตามแนวถนนภายในศูนย์ มีต้นนางพญาเสือโคร่งหรือซากุระเมืองไทย  เสียดายตอนนี้ยังไม่ออกดอก ต้องรออีกซักพักช่วงปลายธันวาหรือต้นมกรา แต่เฉพาะกิ่งก้านก็สวยไปอีกแบบ




ออกจากเกษตร ฯ ขุนวางอีก 16 ก.ม. มาโผล่เส้นทางดอยอินทนนท์ที่มาจากจอมทอง ไปแม่แจ่ม ดอยอินทนนท์เลี้ยวขวา




ก่อนออกปากทางหน่อยหนึ่งเป็นชุมชนชาวเขา มีทางแยกไปน้ำตกสิริภูมิ จุดนี้คึกคักเพราะเป็นด่านแรกที่จะไปสู่จุดกางเต้นท์ของอุทยาน ฯ และเอกชน





น้ำตกสิริภูมิมองเห็นได้แต่ไกล ย่านนี้เต็มไปด้วยโรงเรือนปลูกพืชผักเมืองหนาว




สถานที่ให้บริการกางเต้นท์ของเอกชน ดอยซัวร์ญ่า ดูสถานที่แล้วใช้ได้ จอดรถถึงที่ ไม่ต้องเดินไกล ย้อนมาอีกนิดก็เป็นลานกางเต้นท์ของอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์




เด็กชาวเขาลูกเจ้าของร้านค้าแถวนี้ ขยัน น่ารัก นั่งทำการบ้านสลับกับเขียนรูปเล่น




ครูดารินทร์ไปสัมภาษณ์ พูดจาฉาดฉานดี บอกว่าเรียนอยู่ ป. 2 ดูแล้วเรียนเก่งใช้ได้




ระหว่างทางขึ้นดอยอินทนนท์ ก่อนถึงด่านตรวจที่ 2 มีตลาดขายสินค้าเกษตรของชาวเขา ส่วนมากผู้ที่ลงมาจากดอยอินทนนท์จะต้องแวะซื้อติดมือไป ไม่มากก็น้อย




เพราะมีพืชผักเมืองหนาวสด ๆ หลายชนิด ราคาไม่แพง แต่เห็นต้นโต ๆ งาม ๆ ไม่มีแมลงชอนไชอย่างนี้ ไม่รับประกันเรื่องยาฆ่าแมลงนะ




ผมเห็นแหม่มวัยกลางคน ๆ หนึ่ง ถามแม่ค้าชาวเขาขายบร้อคโคลี่ (แต่ไม่ใช่ตรงนี้) ด้วยภาษาไทยกระท่อนกระแท่นว่า "ปลูกเองหรือเปล่า.." แม่ค้าพยักหน้า แหม่มก็จะถามอีกแต่คงนึกคำพูดไม่ออกจึงทำนึ้วมือขยุ้มรวมกันแล้วกางออกสลับไปมา สักพักจึงหลุดคำพูดออกมาว่า "สเปรย์หรือเปล่า.." ผมเข้าใจว่าแกคงจะถามว่าฉีดยาฆ่าแมลงหรือเปล่า แม่ค้าหัวไวรีบสั่นหัวทันที...




แล้วก็มาถึงด่านตรวจที่ 2 เพื่อที่จะเลี้ยวซ้ายแยกไป อ.แม่แจ่ม อีก 23 ก.ม.




เห็นตรงทางแยกเป็นทางขึ้นเขา แต่ที่จริงไม่ใช่ ขึ้นไปนิดเดียวเอง หลังจากนั้นลงลูกเดียว ไม่ใช่สิ..ต้องลงหลายลูก ไม่ใช่ลงทื่อ ๆ ด้วย แต่มีบิดซ้าย บิดขวาไปตลอดทาง ตรงหลังด่านมีห้องน้ำไว้บริการ และที่จอดรถเล็ก ๆ




ความจริงเส้นทางลงไปแม่แจ่มนี้สวย ร่มรื่น ป่าทึบเขียวชอุ่มพอสมควร แต่ถนนแคบและไม่มีไหล่ทาง ทำให้หมดสิทธิ์จอดแวะถ่ายรูป กว่าจะมีที่ทางให้จอดได้ก็เกือบจะถึงอำเภอแม่แจ่ม ถนนโล่ง ทิวทัศน์ก็พลอยโล่งไปด้วย




แม่แจ่มไม่ใช่เป้าหมายหลักของทริปนี้เพราะเคยมาครั้งหนึ่งแล้ว แต่ครูดารินทร์อยากจะชมหมู่บ้านทอผ้าตีนจกแม่แจ่มอีก ผ้าทอมือแม่แจ่มมีเอกลักษณ์เฉพาะ ทอแน่น ลายละเอียด สวยงาม ถ้าพูดถึงแม่แจ่ม ต้องนึกถึงผ้าตีนจกแม่แจ่มทันที 




แต่เท่าที่แวะสอบถามจากศูนย์โอท้อปในอำเภอแม่แจ่ม ได้ความว่าช่วงนี้เป็นฤดูเก็บเกี่ยว ชาวบ้านออกไปเก็บเกี่ยวกันเป็นส่วนใหญ่ ไม่มีเวลามานั่งทอผ้า จึงได้แค่ชมและช้อปที่ศูนย์โอท้อปนี้แทน แต่ช่วงนี้ก็มีผ้าไม่มากเท่าไหร่เพราะชาวบ้านไม่มีผ้ามาส่ง





ศูนย์โอท้อปนี้ นอกจากจะมีผ้าและสินค้าโอท้อปอื่น ๆ จำหน่ายแล้ว ยังมีนิทรรศการถาวร เรื่องราวเกี่ยวกับผ้าตีนจกแม่แจ่มด้วย เสียดายออกแบบจัดทำไว้อย่างดิบดี แต่สงสัยไม่ค่อยมีคนเข้ามาเยี่ยมชมเท่าไหร่ ประตูใหญ่ข้างหน้าก็ปิดตาย




แม่แจ่ม - แม่ฮ่องสอน 160 ก.ม.
แม่แจ่ม - ขุนยวม 100 ก.ม.
แม่แจ่ม - แม่นาจร 26 ก.ม.

เส้นทางจากนี้เป็นเส้นทางขึ้นเขา ลงเขาตลอด คล้ายกับเส้น ปาย - ห้วยน้ำดัง ลาดยางตลอด แต่ก็มีเสียเป็นบางช่วง สองข้างทางจากแม่นาจรไปขุึนยวม มีดอกบัวตองให้เห็นตลอดทาง







ชมดอกบัวตองการเรียกน้ำย่อยไปพลางก่อน




แล้วก็มาถึงซุ้มประตูขุนยวม ก่อนถึงซุ้มประตู มีทางแยกขวาสู่ทุ่งบัวตอง




หันกลับไปยังเส้นทางที่มาจากแม่นาจร ทางแยกขวานั้น เป็นทางแยกโค้ง 360 องศา




จากแยกนี้ไปทุ่งบัวตองแม่อุคอ 14 ก.ม. ไปน้ำตกแม่สุรินทร์ 23 ก.ม. เป็นทางขึ้นเขาตลอด (อีกแล้ว)




โผล่มาแล้ว โค้งสุดท้าย โผล่มาเจอกับทุ่งบัวตองเหลืองอร่าม พร้อมกับมอเตอร์โชว์เต็มสองฝั่งถนน และแน่นอนผู้คนขวักไขว่




ด้านขวามือของภาพคือจุดเดินไปยังแท่นสำหรับขึ้นไปถ่ายรูป จุดไฮไล้ท์ของทุ่งบัวตอง แต่ผมยังไม่แวะ เห็นคนเยอะแยะขนาดนี้ไปจับจองหาที่กางเต้นท์ เอาหางจุมน้ำไว้ก่อน




ขับผ่านมอเตอร์โชว์ขึ้นมาเรื่อย ๆ เห็นวัยรุ่นหนุ่มสาวต่างจับจองกางเต้นท์กันเต็มริมถนน ชักไม่สบายใจแล้วว่า วันนี้จะมีที่นอนหรือเปล่า จะให้นอนข้างถนนเหมือนเด็ก ๆ คงไม่ไหวห้องน้ำห้องท่าก็ไม่มี กะว่าถ้าแถวนี้ไม่มีก็ต้องขับเลยขึ้นไปนอนบนอุทยานน้ำตกแม่สุรินแน่




แต่พอขับขึ้นมาประมาณ 500 เมตร เจอสถานที่แห่งนี้ครับ ครูสมบูรณ์รีสอร์ท ป้ายใหม่เอี่ยม มีบ้านพักเป็นกระท่อมเล็ก ๆ และลานกางเต้นท์ ดูแล้วสถานที่และทำเลใช้ได้ มีป้ายเล็ก ๆ บอกว่าเป็นจุดชมดวงอาทิตย์ตกด้วย




ลานกางเต้นท์ยังโล่งอยู่ มีเต้นท์กางอยู่ตอนในสุดไม่กี่หลัง ที่สำคัญเข้าไปสำรวจห้องน้ำแล้ว โอเค ค่าพื้นที่กางเต้นท์ ๆ ละ 50 บาท ไม่คิดเป็นรายหัวเหมือนบางแห่ง




จากประสบการ การไปแค้มพ์ปิ้งตามสถานที่ยอดฮิทในช่วงเทศกาลนั้น ทำให้ผมได้ข้อสรุปว่า ถ้าจะให้ได้ทำเลที่ดีควรไปถึงประมาณบ่าย ๆ ไม่ควรไปเย็นหรือค่ำ เพราะคนส่วนมากจะไปกันเวลานั้น ถ้าไปช้าทำเลทองถูกจับจองไปหมดแล้ว เผลอ ๆ อาจเต็มด้วยซ้ำ ผมจึงไปกางเต้นท์จองไว้ก่อน แล้วค่อยไปเที่ยวต่อด้วยความสบายใจ




อย่างวันนั้นก็เหมือนกันตอนผมไปถึงประมาณบ่ายสอง เลือกที่กางเต้นท์ได้อย่างสบายพอตกเย็นจนถึงค่ำปรากฎว่ามีลูกค้ามากันเต็มเอี้ยด ตอนดึกยังมีเลย


-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

หน้านี้ชักจะยาวเกินไปแล้ว ไปต่อหน้า 2 ดีกว่า เป็นเรื่องของทุ่งดอกบัวตองโดยเฉพาะ

ตามลิ้งค์นี้ไปครับ...

ทุ่งดอกบัวตอง ดอยแม่อุคอ หน้า 2

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------




แก้ไขล่าสุด ใน ส.ค.022011

"กินและเที่ยวเรื่อยไปตามใจฉัน"

Wat*ka*Darin Contact

watkadarin Guest

เรามี 1382 บุคคลทั่วไป ออนไลน์

 

ขออภัย เนื่องจากถูก spam คุกคาม

จึงของดลงทะเบียนสมาชิกชั่วคราว

ลงทะเบียน