แบบทดสอบ หลังเรียน บทเรียนที่ 5.2 การวิเคราะห์งานทัศนศิลป์
(คลิ้กบนปุ่มหน้าคำตอบที่ถูกที่สุดเพียงข้อเดียว )

 

 

1. ความหมายของการวิเคราะห์งานทัศนศิลป์

ก. การให้ความคิดเห็นเกี่ยวกับ หรือเป็นการ รายงานเกี่ยวกับความคิด
ที่ เห็นด้วย ของคนใดคนหนึ่ง ที่มีต่องานศิลปะนั้น
ข.
การให้ความคิดเห็นเกี่ยวกับ หรือเป็นการ รายงานเกี่ยวกับความคิด
ที่ ไม่เห็นด้วย ของคนใดคนหนึ่ง ที่มีต่องานศิลปะนั้น
ค.
การอรรถาอธิบาย การตีความ และการประเมินค่า เกี่ยวกับ ผลงานทางศิลปะ
ง.
ถูกทั้งข้อ ก. ข. ค.


2. จุดประสงค์ของการวิเคราะห์งานทัศนศิลป

ก. เพื่อสนองต่อความสุข และความพอใจของ ผู้วิเคราะห์วิจารณ์
ข.
เพื่อค้นหาความงาม และเป็นการอธิบาย หรือตัดสิน คุณค่า หรือระดับของผลงานนั้น ว่าควรจะมีราคาเท่าไร
ค.
เพื่อค้นหาความงาม และเป็นการอธิบาย หรือตัดสิน คุณค่า หรือระดับของ ผลงานนั้น ว่าดี หรือ มีข้อบกพร่องอย่างไร
ง.
เพื่อเป็นหลักวิชาการ ใช้อ้างอิงในการศึกษาทางด้านศิลปะ


3. จิตรกรรมลักษณะนี้ เป็นศิลปะที่จัดอยู่ในทฤษฎีการแสดงออก
ในข้อใด

ก. ทฤษฎีนิยมการเลียนแบบ (Naturalism Theory)
ข.
ทฤษฎีนิยมรูปทรง (Formalism Theory)
ค.
ทฤษฎีนิยมอารมณ์ (Emotionalism Theory)
ง.
ทฤษฎีนิยมจินตนาการ (Immaginalism Theory)


4. จิตรกรรมลักษณะนี้ เป็นศิลปะที่จัดอยู่ในทฤษฎีการแสดงออก
ในข้อใด

ก. ทฤษฎีนิยมการเลียนแบบ (Naturalism Theory)
ข. ทฤษฎีนิยมรูปทรง (Formalism Theory)
ค. ทฤษฎีนิยมอารมณ์ (Emotionalism Theory)
ง. ทฤษฎีนิยมจินตนาการ (Immaginalism Theory)


5. จิตรกรรมลักษณะนี้ เป็นศิลปะที่จัดอยู่ในทฤษฎีการแสดงออก
ในข้อใด

ก. ทฤษฎีนิยมการเลียนแบบ (Naturalism Theory)
ข. ทฤษฎีนิยมรูปทรง (Formalism Theory)
ค. ทฤษฎีนิยมอารมณ์ (Emotionalism Theory)
ง. ทฤษฎีนิยมจินตนาการ (Immaginalism Theory)


6. ประติมากรรมลักษณะนี้ เป็นศิลปะที่จัดอยู่ในทฤษฎีการแสดงออก
ในข้อใด

ก. ทฤษฎีนิยมการเลียนแบบ (Naturalism Theory)
ข. ทฤษฎีนิยมรูปทรง (Formalism Theory)
ค. ทฤษฎีนิยมอารมณ์ (Emotionalism Theory)
ง.
ทฤษฎีนิยมจินตนาการ (Immaginalism Theory)

 


7. การวิเคราะห์ทัศนศิลป มีขั้นตอนเรียงลำดับที่ถูกต้อง ในข้อใด

ก. การวิเคราะห์ การพรรณา การตีความ และการประเมินหรือตัดสิน
ข. การตีความ การพรรณา การวิเคราะห์ และการประเมินหรือตัดสิน
ค. การตีความ การวิเคราะห์ การพรรณา และการประเมินหรือตัดสิน
ง. การพรรณา การวิเคราะห์ การตีความ และการประเมินหรือตัดสิน


8. คุณสมบัติด้าน โครงสร้าง (Structural Proporties)
ในงานทัศนศิลป์ ได้แก่

ก.
คุณสมบัติส่วนประกอบขั้นมูลฐาน ของศิลปะ เช่น เส้น รูปร่าง สี พื้นผิว เป็นต้น
ข.
คุณสมบัติจากหลักการทัศนศิลป์ เช่น ความสมดุล เอกภาพ จุดเด่น เป็นต้น
ค.
คุณสมบัติด้านการสร้างงานทัศนศิลป์ เช่นรอยฝีแปรง การสร้างพื้นผิว เป็นต้น
ง.
คุณสมบัติด้านความรู้สึกสะเทือนใจ เช่น ความสดชื่น หรือความเศร้าเป็นต้น



9.
คุณสมบัติด้านส่วนประกอบการรับรู้ (Elemental Proporties)
ในงานทัศนศิลป์ ได้แก่

ก. คุณสมบัติส่วนประกอบขั้นมูลฐาน ของศิลปะ เช่น เส้น รูปร่าง สี พื้นผิว เป็นต้น
ข.
คุณสมบัติจากหลักการทัศนศิลป์ เช่น ความสมดุล เอกภาพ จุดเด่น เป็นต้น
ค.
คุณสมบัติด้านการสร้างงานทัศนศิลป์ เช่นรอยฝีแปรง การสร้างพื้นผิว เป็นต้น
ง.
คุณสมบัติด้านความรู้สึกสะเทือนใจ เช่น ความสดชื่น หรือความเศร้าเป็นต้น



10.
คุณสมบัติด้านเทคนิควิธีการ(Technical Proporties)
ในงานทัศนศิลป์ ได้แก่

. คุณสมบัติส่วนประกอบขั้นมูลฐาน ของศิลปะ เช่น เส้น รูปร่าง สี พื้นผิว เป็นต้น
ข.
คุณสมบัติจากหลักการทัศนศิลป์ เช่น ความสมดุล เอกภาพ จุดเด่น เป็นต้น
ค.
คุณสมบัติด้านการสร้างงานทัศนศิลป์ เช่นรอยฝีแปรง การสร้างพื้นผิว เป็นต้น
ง.
คุณสมบัติด้านความรู้สึกสะเทือนใจ เช่น ความสดชื่น หรือความเศร้าเป็นต้น



 

 

 

 

 
     
คะแนน (%) =    
     
เฉลยคำตอบ :